Início / โรแมนติก / แพ้รักประธานร้าย / บทที่ 11 พบกันอีกครั้ง

Compartilhar

บทที่ 11 พบกันอีกครั้ง

last update Última atualização: 2026-01-27 17:31:45

            ห้าวันต่อมา เรื่องที่ทุกคนในบริษัทสกายกิฟต์คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

            “พี่พราว มากรี๊ดช่วยปุ้ยหน่อย” ปรินดายิ้มกว้าง

            “ทำไม? ทำไมต้องกรี๊ด”

            “ท่านประธานบริษัทวินเนอร์รูปหล่อ วันนี้จะมาประชุมที่ออฟฟิศเราด้วยนะคะ” ปรินดาประสานมือเข้าหากันแล้วกุมเข้าที่อก ลอยหน้าลอยตาคล้ายอยู่ในภวังค์ฝัน

            “เพ้อใหญ่แล้ว เขาจะมาประชุมกับบอสเรารึเปล่า?” พราวพรายหัวเราะ

            “ไม่นะ คุณภัทรบอกว่าให้เราทุกคนเข้าร่วมประชุมด้วย”

            ทุกคนยิ้มพร้อมพยักหน้า ตั้งแต่รู้ว่าบริษัทระดับมหาชนจะมาถือหุ้นในบริษัทที่พวกตนทำงานอยู่ พนักงานก็พากันอ่านข่าวเกี่ยวกับครอบครัวศราวุฒิกุลกันอย่างละเอียด

            ปรินดาตื่นเต้นมากกว่าทุกคน เธอเดินแวะเวียนไปร้านกาแฟของ       สกายกิฟต์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าบริษัทพร้อมกับสั่งกาแฟให้คนในสำนักงานตามที่มีคนฝากซื้อ พอหิ้วแก้วกาแฟมาทยอยส่งให้พนักงานแต่ละคนก็ประกาศข่าวดีให้คนในออฟฟิศฟัง

            “จริงเหรอปุ้ย?” พนักงานหญิงคนหนึ่งร้องขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้าง

            “จริงสิคะ เมื่อเช้าปุ้ยมาเป็นคนแรก คุณภัทรเดินผ่านมาพอดีก็เลยสั่งปุ้ยให้บอกทุกคน” ใบหน้าของสาวน้อยเบิกบาน “ดื่มค่ะดื่ม เรามาฉลองการได้พบกับท่านประธานสุดหล่อ ธนา ศราวุฒิกุลกัน”

            “เย้ๆ” สาวต่างร้องรับพร้อมกับชูแก้วกาแฟขึ้นพร้อมเพรียงกัน

            สีหน้าของผักกาดยิ่งแย่ลงไปอีก คำพูดวิพากษ์วิจารณ์ถึงธนาทำให้เธอนึกถึงลูกชายตัวน้อย ยิ่งคิดสีหน้าก็ยิ่งคล้ำ

            “พี่ผัก ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วนะคะ ทำตัวเหมือนเคยถูกท่านประธาน   ธนาหักอก แล้วยังแค้นฝังหุ่นเลยนะคะ” ปรินดาหันมาเห็นก็ร้องทัก

            “ปะ เปล่าซะหน่อย” ทักษพรรีบแก้ตัวแล้วเสยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม

            “หยอกๆ ค่ะ แหม ดูทำหน้าเข้า ตกใจขนาดนี้ ทำซะปุ้ยคิดว่าเป็นเรื่องจริง” ปรินดาหัวเราะร่วน

เธอเพิ่งเรียนจบปีนี้ หลังจากที่ไปฝึกงานในบริษัทขายเครื่องคั่วกาแฟต่างประเทศที่มาเปิดสาขาในเมืองไทยเสร็จ หลังจบการศึกษาปรินดาก็ยื่นใบสมัครมาที่นี่และถูกว่าจ้างทันที เธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานแต่ด้วยนิสัยร่าเริงแถมยังขี้ประจบอยู่หน่อยๆ ทำให้ปรินดาได้รับความเอ็นดูจากรุ่นพี่ในที่ทำงาน   ทุกคน

            “ปุ้ย อย่าพูดแบบนี้นะ ถ้าคนอื่นได้ยินเข้า ผักจะเสียหาย พี่รู้ ปุ้ยอาจจะคิดว่าล้อเล่นแต่คนอื่นจะมองผักไม่ดี” พราวพรายหันไปดุสาวน้อยเบาๆ    

            ปรินดาหน้าเสีย พอนึกถึงสถานภาพแม่เลี้ยงเดี่ยวของผักกาดก็ถึงกับรู้สึกผิด หญิงสาวรีบหันไปทางผักกาดพร้อมยกสองมือขึ้นไหว้ปลก “พี่ผัก ปุ้ยขอโทษนะคะ ปุ้ยคิดน้อยไปหน่อย ต่อไปปุ้ยจะระวังคำพูดให้มากค่ะ”

            “พี่ไม่โกรธหรอก แต่ก็เหมือนพี่พราวบอกนั่นล่ะ เราอาจจะรู้กันว่าปุ้ยแค่หยอก แต่คนอื่นได้ยินเข้าคงไม่ดี คราวหน้าก็ระวังด้วยนะจ๊ะ” ทักษพรยิ้มน้อยๆ

            “ขอบคุณค่ะพี่ผัก”

           

            วรภัทร พิมพ์ประทานลูกชายคนโตของผู้บุกเบิกบริษัทสกายกิฟต์นั่งอยู่หัวโต๊ะในห้องประชุม พนักงานในออฟฟิศเกือบทั้งหมดถูกเรียกเข้ามาประชุมเพื่อจะได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการในปัจจุบันให้กับเจ้าของใหม่ได้ทราบ

            “พวกคุณเกี่ยวข้องกับการทำงานในภาพรวมของบริษัท ผมอยากให้แต่ละคนเล่าให้คุณธนาฟังถึงส่วนงานที่แต่ละคนรับผิดชอบ เพราะต่อไปบริษัทของเราจะเริ่มกระจายสาขาให้ทั่วทั้งกรุงเทพและปริมณฑล”

            วรภัทรอธิบายอยู่ราวสิบห้านาที พนักงานหน้าออฟฟิศก็เข้ามารายงานว่าท่านประธานบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจเดินทางมาถึงแล้ว

            “คุณผัก สไลด์กับข้อมูลตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะ”

            ทักษพรพยักหน้ารับ “เรียบร้อยค่ะ ดิฉันเช็คสองรอบแล้ว”

            “ดีครับ” วรภัทรหันไปทางพนักงานที่ยืนรอฟังคำสั่ง “ไปเชิญคุณธนากับทีมเลขาเข้ามาได้เลย”

            ทุกคนอดไม่ได้ที่หันหน้าไปดูนอกผนังกระจก ร่างสูงสง่าในเสื้อยืด            สีน้ำตาลอ่อนทับด้วยสูทสีน้ำตาล เดินนำหน้าเลขานุการสองคนเข้ามาในห้องประชุม หญิงสาวครึ่งห้องเผลอยิ้มน้อยๆ ออกมา ไม่เพียงแค่ท่านประธานที่หล่อเหลาแต่เลขานุการหนุ่มด้านหลังก็เหมือนซุปเปอร์สตาร์จากเกาหลี ส่วนเลขาสาวก็สวยเนี้ยบ คนกลุ่มใหม่กลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหมดที่นั่งรออยู่

            “สวัสดีครับคุณธนา เชิญครับ” วรภัทรลุกจากเก้าอี้หัวโต๊ะแล้วผายมือเชิญให้ธนานั่งเก้าอี้ด้านขวาเพราะจะได้เห็นจอภาพถนัดมือ ส่วนเขาก็นั่งถัดไป

            ธนากล่าวทักทายวรภัทรเสร็จก็ปรายตามองไปดูผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พกพาด้านหลัง เขารู้สึกคล้ายกับเคยเห็นหน้าเธอมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน?

            ผักกาดสบตากับธนาเพียงแวบเดียว เธอพยายามหลบสายตาเขา มือของเธอกำเข้าเบาๆ รู้สึกถึงความเย็นและเหงื่อที่ซึมออกมาชุ่มฝ่ามือ หญิงสาว    เสไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเตรียมเอาไว้

            ธนาเห็นท่าทางของทักษพรแล้วขมวดคิ้ว ผู้หญิงที่พบเขาหากไม่พยายามสบสายตาก็เขินอายแต่พนักงานหญิงคนนี้ทำเหมือนเขาติดหนี้เธอแล้วไม่ยอมจ่าย เธอทำเหมือนรังเกียจและอยากหลีกเลี่ยงการมองหน้าเขา

            “คุณธนารับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?” วรภัทรถามด้วยท่าทางสุภาพ

            ธนายิ้มน้อยๆ “มาถึงบริษัทจำหน่ายเครื่องคั่วกาแฟกับเมล็ดกาแฟ ผมก็คงต้องขอชิมกาแฟสักถ้วยครับ”

            “ชอบแบบไหนล่ะครับ?”

            “ผมแอบไปชิมลาเต้ของสกายกิฟต์มาเกือบทุกสาขา มีเพียงที่นี่ที่ยังไม่เคยลอง เอาลาเต้ร้อนก็แล้วกันครับ” ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มน้อยๆ

            พนักงานหญิงของสกายกิฟต์ดวงตาเป็นประกาย หลายคนอดไม่ได้แอบหันไปสบตากัน โดยเฉพาะปรินดาที่ยิ้มเขินจนแอบยื่นมือไปต้นขาหยิกพราวพรายใต้โต๊ะ

            “ยายปุ้ย เก็บอาการหน่อย” พราวพรายเอียงคอมากัดฟันดุคนน้องเบาๆ

            ธนากวาดตามองพนักงานที่นั่งอยู่สองฟากของโต๊ะประชุมแบบโค้งทีละคนวนไปจนถึงคนสุดท้ายคือทักษพร แต่เธอเอาแต่จ้องจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสไลด์ที่เธอต้องบรรยาย

            ธนาหันไปพยักหน้าให้กับวรภัทร “เริ่มได้เลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา”

            วรภัทรหันไปมองทักษพร “ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ”

            “ค่ะ” ทักษพรลุกขึ้นยืน เธอสวมเสื้อชุดสูทสีน้ำตาลคล้ายกับธนาราวกับนัดกันเอาไว้ หญิงสาวสบตากับธนาเล็กน้อย “ดิฉันทักษพร เรียกสั้นๆ ว่าผักก็ได้ค่ะ”

            ในหัวของธนาเต็มไปด้วยความสงสัย เขาอยากรู้ว่าตนเองเคยเห็นหน้า  ทักษพรคนนี้ที่ไหน? แต่....ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เขาหันไปมองวรภัทรก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังมองผู้หญิงตรงหน้าเขาอยู่เช่นกัน จากสายตาผู้ชายด้วยกัน ธนาพอดูออก  วรภัทรให้ความสนใจทักษพรมากกว่าลูกน้อง

‘จะว่าไปทักษพรคนนี้ก็สวยน่ารักมากเลยทีเดียว วรภัทรจะแอบชอบก็คงไม่แปลก’

            “บอสครับ กาแฟครับ” ณัฐวุฒิวางถ้วยกาแฟและแก้วน้ำลงตรงหน้า

            ธนาจึงพยายามหันมาสนใจแก้วกาแฟก่อนที่เขาจะปวดหัวมากไปก็นี้ ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟที่ทำรูปหัวใจซ้อนกันสวยงามขึ้นแตะริมฝีปาก

            ผักกาดเริ่มบรรยายข้อมูลของการบริหารร้านกาแฟพร้อมเปิดสไลด์ที่ทำไว้อย่างน่าสนใจไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ผลัดให้พนักงานคนอื่นๆ ขึ้นมานำเสนอข้อมูล ธนากับณัฐวุฒิป้อนคำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในบริษัทสกายกิฟต์ การประชุมผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็จบสิ้น

            “หล่อ รวย เก่ง ฉลาด ดูดี สมแล้วที่เป็นทายาทมหาเศรษฐี” ปรินดาประสานมืออมยิ้มมองตามแผ่นหลังของกลุ่มคนที่เดินขึ้นรถตู้คันใหญ่สีดำ

            “ใช่ๆ ท่านประธานก็หล่อ เลขาก็งานดี เลือกไม่ถูกเลย” เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอากลุ่มคนด้านหน้าหันหลังกลับไปมอง

            “ป้าน้ำ ปล่อยให้พวกหนูเถอะค่ะ ขอร้อง”

            แม่บ้านประจำออฟฟิศหัวเราะออกมา “ก็ป้าเห็นพวกหนูพากันเพ้อหนักเลยนี่ แต่ว่าคนจากบริษัทใหญ่ดูดีจริงๆ เลขาผู้หญิงก็สวยยังกับดารา”

            “ใช่ๆ” ทุกคนส่งเสียงเซ็งแซ่

            พราวพรายตบมือเรียกให้ทุกคนกลับเข้าสำนักงาน “ไปทำงานต่อได้แล้ว ยังไม่เลิกงานนะ อย่ามัวแต่เพ้อ”

            “พี่พราวคะ ผักได้เวลาไปรับลูกแล้ว ขอเวลาสิบนาทีนะคะ” ผักกาดละล่ำละลัก เธอมีภาระต้องไปรับลูกชายแก้มยุ้ยที่โรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอยช่วงบ่ายสาม

            “ไปเถอะ เดี๋ยวน้องพืชจะรอนาน”

            ผักกาดขี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าไปหน้าปากซอย ผู้ปกครองกำลังเลี้ยวรถต่อแถวกันเข้าไปรับเด็กน้อย เธอจอดรถที่มีที่นั่งเด็กอยู่ด้านหน้าแล้วลงไปแจ้งชื่อลูกชาย ไม่นานนักเจ้าตัวน้อยก็ถูกครูจูงมือป้อมออกมาส่ง

            “แม่ครับ ทำไมช้าจัง?”

**********

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 75 แต่งให้ถูกต้อง (ตอนจบ)

    คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 74 ท้องอีกครั้ง

    ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 73 ทำกำไร

    กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ”​ “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 72 หนีไม่ทัน

    “ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 71 แค่ถูกยิง

    “ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์

  • แพ้รักประธานร้าย   บทที่ 70 ตามช่วยสามี

    ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status