ログイン...เทียนเธอมองฉันแววตาตกใจเล็กน้อย ฉันเองก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน เราทั้งคู่นิ่งเงียบเหมือนไม่รู้ว่าจะคุยอะไร แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ก็ถูกคนที่พุ่งตามมาด้านหลังทำลายลงอย่างรวดเร็ว“จูน! อย่าเพิ่ง...” เสียงของแฮคขาดไปกลางคันเมื่อมองตามสายตาฉันไปเจอกับเทียนที่กำลังยืนมองเราทั้งคู่อยู่“เอ่อ เทียนแค่มาเอาของที่รถ... แล้วก็กำลังจะไปแล้ว”เธอรีบเปิดประตู หยิบของ แล้วเดินกลับเข้าไปในลานซ่อมทันที“ถ้าจูนอยากกลับจริงๆ เดี๋ยวแฮคไปส่งนะครับ”เสียงแฮคอ่อนลงทันควัน ฉันขมวดคิ้ว ถามออกไปอย่างหงุดหงิด อารมณ์น้อยใจที่หายไปเนิ่นนานกลับมาทำงานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“แล้วเมื่อกี้เป็นอะไร พูดเหมือนไม่อยากให้กลับ แต่พอเจอเทียนก็เปลี่ยนใจขึ้นมาทันทีเลยนะ”“ไม่ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ที่เมื่อกี้ไม่อยากให้กลับก็เพราะไม่อยากให้เครียด การที่เรามีอะไรกันในห้องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดถึงขนาดต้องหลบหน้าใครขนาดนั้น นี่คือทั้งหมดที่แฮคคิด ส่วนที่เปลี่ยนใจหลังจากนั้นก็เพราะไม่อยากปล่อยให้จูนกลับไปคนเดียว เป็นห่วงน่ะ” แฮคทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ราวกับจะบอกว่าถ้าฉันยังไม่เข้าใจอีกเขาจะลงไปคุกเข่าแล้วจริงๆฉันไม่เข้าใจจริงๆ นั
ภายในออฟฟิศ“อื้อ เดี๋ยวแฮค นี่จะทำอะไรน่ะ อย่าสิ อ๊า...”ฉันโวยวาย ทันทีที่เข้ามาในออฟฟิศยังไม่ทันจะแตะต้องกล่องเค้กด้วยซ้ำ แฮคก็รั้งฉันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนโซฟามือเขาเลื้อยคลำตามเนื้อตัว ดึงทึ้งชายเสื้อนักศึกษาฉันหลุดลุ่ยไปหมด มือหนาสอดเข้ามาล้วงในกระโปรง ขาอ่อนฉันร้อนวูบวาบ หนีบเข้าหากันอัตโนมัติ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ สมองเริ่มไตร่ตรองสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้อย่างจริงจัง“นี่ อย่าบอกนะว่าตั้งใจทำแบบนี้แต่แรก”“หอมจัง” เขาไม่ตอบ แต่ซุกจมูกเข้าที่ต้นคอ สูดกลิ่นกายเข้าไปเต็มแรง ฉันสะท้านไปทั้งตัว มือที่ดันแผ่นอกแกร่งออกอ่อนยวบลงทันควัน“แฮค... เดี๋ยวมีคนเห็น” ฉันปรามเสียงสั่นไหว เริ่มจะมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สะดวกใจเท่าไหร่“ปริ๊นซ์มันดูต้นทางอยู่ไม่ต้องห่วง”“อื้อ~ แต่น่าอายออก ที่นี่มันห้องทำงานของทุกคนไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยอย่างรู้สึกผิดแฮคขยุ้มนิ้วกับเป้ากางเกงซับใน ฉันผวาเฮือก ร้องเสียงหวามออกมาคำหนึ่ง รีบรั้งข้อมือหนาเอาไว้ไม่ให้ขยับมากไปกว่านี้ แต่แฮคไม่ฟังเลย เขาไม่เพียงไม่หยุด มืออีกข้างขยำหน้าอกฉันไปด้วยพอฉันส่งเสียงห้ามมากๆ เข้าเขาก็กดฉันลงนอนราบกับโซฟาแล้วประก
วันต่อมาฉันคิดว่าตัวเองตื่นไวแล้ว แต่แฮคตื่นไวยิ่งกว่า ลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นแฮคบนเตียงแต่ประตูที่เชื่อมกับห้องทำงานเปิดอยู่ พอเดินมาส่องดูก็เห็นแฮคนั่งหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนก็เกือบตีสอง... แฮคนั่นแหละ คึกได้ทุกคืน ไม่รู้จักเบื่อเลย นี่ถ้าวันนี้ไม่มีเรียนนะ เขาต้องจัดฉันยันเช้าอีกแน่ๆฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคงเป็นแค่ช่วงแรกๆ เขาอาจจะกำลังเห่ออยู่ อีกสักพักเดี๋ยวก็เพลาๆ ลงเอง แต่สักพักนี่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนเหมือนกัน“ตื่นแล้วเหรอคะ” แฮคหันมามอง เอื้อมมือมาดึงฉันลงไปนั่งทับบนตัก“แฮค!~” ฉันผวาเรียกชื่อเขาทันทีที่รู้สึกถึงความตื่นตัวใต้กางเกงนอนหมับ...ริมฝีปากก้มลงขบยอดอกผ่านชุดนอน ฉันไม่มีเวลาตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ครางเสียงเล็กบางออกมา ผวาเกาะบ่าเขาแน่น “อย่าสิ เมื่อคืนทำไปเยอะแล้ว ไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เลย กับจูนได้ตลอด”“บ้าแล้ว เกินไป”“เรื่องจริง จูนก็รู้นี่” แฮคไม่พูดเปล่า แต่ขยับของแข็งตรงตักถูไถไปมา เตือนให้ฉันรู้ว่าเขากำลังฮึกเหิมขนาดไหน“ใช้มือแทนได้มั้ย จูนจะรีบไปอาบน้ำ มีเรียนเช้า”“นิดเดียวไม่ได้เหรอคะ”แหนะ มีอ้อน“ไม่ได้ค่ะ” ฉันยิ้มเย็น ส่ายหน้าเบ
“อื้อ~ แฮคเดินดีๆ สิ จะจับทำไม”ฉันตีมือแฮคหลังเดินออกจากลิฟต์ อยู่ดีๆ เขาก็เลื้อยมือที่โอบอยู่ข้างเอวขึ้นมาบีบหน้าอก ซุกปากกับจมูกคมๆ ลงมาข้างลำคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่ ทำให้ฉันใจคอไม่ดี“ตรงนี้ไม่มีกล้อง ไม่ต้องห่วง” เขากระซิบบอกเสียงแหบพร่า แล้วลวนลามฉันหนักข้อกว่าเดิม“หยุดก่อน รอให้ถึงห้องก่อน อ๊ะ แฮค อื้อ อย่าล้วงแบบนี้คอเสื้อมันจะยืด”“นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรน่า”“พี่แฮค...”ฉันกับแฮคนัวเนียกันมาถึงหน้าประตูคอนโด ไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ จนกระทั่งเสียงเศร้าสร้อยดังขึ้น“กรีนมาทำอะไรที่นี่”แฮคไม่ได้ปล่อยมือจากเรือนร่างฉัน เงยหน้ามองกรีน กลิ่นอายเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากแฮค ฉันยังรู้สึกได้ แล้วกรีนจะขนาดไหนแค่คำถามเฉยเมยประโยคเดียวกรีนก็ตัวสั่น น้ำตาคลอแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะเข้มแข็งกว่านี้ซะอีก หรือว่ามันสุดแล้วจริงๆ ถึงได้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบ“พี่แฮค กรีนเอามาคืน”เช็คสิบล้านยื่นออกมาพร้อมกับมือที่กำลังสั่น แฮคยังไม่พูดอะไรแต่ฉันสัมผัสได้ว่าเขากำลังอึดอัดลำบากใจ จะด้วยกลัวว่าฉันไม่สบายใจ หรือเขาใจอ่อนเพราะรู้สึกผูกพันกับกรีนก็ตาม แต่ฉันไม่คิดจะยืนให้สองคนนี้รำลึกควา
“ด... ดูว์”“หือ”ฉันกำลังนั่งเล่นสมาร์ตโฟนอยู่บนเก้าอี้ รอแฮคช่วยฮานปรับแต่งรถที่จะใช้แข่งในอีกไม่กี่วัน เด็กน้อยคนเดิมเดินเตาะแตะเข้ามากอดขาฉันแล้วเงยหน้ากลมๆ แก้มย้วยๆ ขึ้นเหมือนร้องขออะไรสักอย่าง“ดู?”ฉันมองสมาร์ตโฟนกับดวงตากลมแป๋วสลับกันไปมา เข้าใจว่าอยากได้...“เอ่อ...”ฉันลังเล จะให้ดูดีหรือเปล่า ลองลดแขนที่ถือสมาร์ตโฟนลงแล้วยื่นไปข้างหน้า เจ้าตัวเล็กเขย่งเท้าตอบสนองทันที“อยากดูเหรอ”“คับ...” เสียงเล็กๆ ขานตอบน่ารักมากจนฟังแล้วใจอ่อนย้วยไปหมด“ไปกวนพี่ทำไม” เพนนีวิ่งหน้าตื่นมาจากทางห้องน้ำ เธอกวาดตามองไปรอบๆ สีหน้าตึงเล็กน้อย “ริกกี้ไปไหนแล้ว บอกให้ช่วยดูภามไม่ใช่เหรอ”“เห็นเดินไปทางออฟฟิศน่ะ” ฉันชี้มือไปทางที่ริกกี้เดินหายไป จำได้ว่าหมอนั่นอุ้มน้องไปด้วย แต่ไหงเจ้าตัวเล็กถึงมาโผล่ที่ลานซ่อมได้อีกก็ไม่รู้“แล้วไม่เอาภามไปด้วย” เพนนีบ่นงึมงำฉันยิ้มแหย ฉันว่าฉันไม่พูดมากจะดีกว่า...“ภาม! เอ้ามาอยู่นี่เอง” ริกกี้เดินหน้าตื่นออกมาจากทางออฟฟิศนั่นไง... แสดงว่าเจ้าตัวเล็กแอบออกมาดีนะเดินมาทางนี้ ไม่เดินออกไปข้างนอก ไม่งั้นยุ่งแน่“หมายความว่ายังไง นี่นายใส่ใจหน่อยสิ ถ้าภามหายขึ้
หลายวันต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแฮคเริ่มเข้าร่องเข้ารอยมากขึ้น ถึงจะมีบางเรื่องที่ยังคลางแคลงใจและรู้สึกคาราคาซังไม่หาย แต่ฉันไม่รีบร้อน ค่อยๆ แก้และปรับตัวกันไป น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราเรื่องที่พวกเรากลับมาคบกันไม่ได้ปิดบังหรือเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด คนใกล้ตัวฉันรู้เรื่อง โดยเฉพาะยะหยาที่บึนปาก แล้วก็แกล้งเห่าบ๊อกๆ ใส่ฉันอีก ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้ง และบอกไปตรงๆ ว่าอยากลองเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดูสักครั้ง“อืม ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เห็นแกมีความสุขก็ยินดีด้วย แต่ว่ากุนนี่ยังไง วันก่อนบังเอิญเจอที่ร้านขายยา เห็นฉันเป็นเพื่อนแกมั้งโวยวายใส่ฉันใหญ่เลย คือนิสัยพาลมาก น่าจะโมโหที่โดนแกทิ้งนั่นแหละ”“หา? แกเจอกุนเหรอ” คำพูดของยะหยาทำฉันตกตะลึง ปกติมีอะไรเราจะแชตคุยกันตลอดแต่ว่าเรื่องนี้ยะหยากลับเพิ่งมาพูดก็เลยแปลกใจนิดหน่อย“อืม เมามาเลย มาซื้อยาแก้แฮงก์ที่ร้านยา”“เอ่อ วันไหน”“น่าจะวันนั้นแหละ วันที่หลังฝนตกน่ะ”ฉันเงียบไปสักพัก ก่อนถามต่อ “แล้วเกิดอะไรขึ้น”“ก็ไม่อะไรหรอก แค่โวยวายหาว่าฉันไม่ใช่เภสัชจะขายยาได้ยังไง วุ่นวายมาก ดีนะที่เพื่อนเขารีบลากตัวออกไปก่อน ไม่งั้นได้ต่อยกันไปแล้
“เอาพวกสลัดผักก็ได้ค่ะ จะได้ไม่หนักท้อง”“เค งั้นพี่สั่งร้านอาหารคลีนเจ้าประจำให้ เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเหรอ รอพี่แป๊บ ขอสั่งของเสร็จก่อน เจ้านี้รอนาน”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องรีบหรอก”ฉันบอกอย่างไม่ใส่ใจเพราะไม่มีธุระที่ไหนอยู่แล้ว อีกอย่างพรุ่งนี้ก็วันหยุด ยิ่งไม่รีบใหญ่ฉันนั่งเล่นสมาร์ตโฟนรอที่ห้องรั
“มีอะไรกันหรือเปล่า ค่อยๆ พูดกันสิ แล้วตกลงกันได้หรือยัง”“จูนจะไลฟ์ค่ะ กลับไปได้แล้วฉันไม่อยากเห็นหน้านาย” ฉันหันไปทำตาเขียวขุ่นใส่แฮค ไล่เขาอย่างไร้เยื่อใย แปลกดีเหมือนกัน ไม่กี่วันก่อนฉันยังน้ำตาตกในเพราะถูกเขาผลักไสไล่ส่ง แต่ตอนนี้กลับเป็นฉันที่ไล่ตะเพิดเขาแทนแฮคขมวดคิ้ว เขาใช้มือเปล่าปาดคราบน
“พี่แค่พูดเล่นๆ ไม่คิดว่าเขาจะมาจริง”พี่โบตั๋นกระซิบกระซาบอย่างรู้สึกผิด บอกให้รู้ว่าไม่เจตนาแกล้งฉันเดี๋ยวนะ แล้วที่พูดก่อนหน้านี้คืออะไรฉันยิ้มแห้ง ลอบมองแฮคที่เดินอยู่ด้านหลังแล้วถอนหายใจยาวเหยียดเอาจริงๆ ใครก็ฟังออกว่าพี่โบตั๋นพูดเพราะคึกปาก แต่แฮคดันบ้าจี้ตามซะได้ ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ ทั้ง
♆ เนปจูน ♆ฉันเดินลงมาข้างล่างพร้อมกับขมวดคิ้วนิดๆ ประจำเดือนดันมาวันนี้ แล้วผ้าอนามัยไม่มี เคยซื้อไว้แต่ทั้งหมดอยู่ที่คอนโดแฮค ตอนที่มีเรื่องมีราวก็ไม่เคยได้กลับไปเก็บของอะไรเลย มีแค่ครั้งนั้นที่บังเอิญโดนเด็กปริ๊นซ์ใช้ให้ไปเอาของที่คอนโดแฮค แต่ไม่ทันได้ทำอะไรก็ออกมาเพราะคุยกับแฮคไม่รู้เรื่องหลัง







