เข้าสู่ระบบอุบัติเหตุในงานปาร์ตี้ ทำให้ฉันจับพลัดจับผลูมาเป็น #แฟนจ้างของแฮค พ่อหนุ่มอัจฉริยะ ช่างซ่อมประจำอู่เรดซันที่โด่งดังในวงการแข่งรถ ที่มีนิสัยลูกผีลูกคน เดี๋ยวร้าย และเดี๋ยวร้ายขั้นสุด เดิมทีฉันใส่ใจแค่ค่าจ้างกับเงินในบัญชีแฮคเท่านั้น ...ส่วนเรื่องความหล่อของเขานั้นถือว่าเป็นกำไร เตือนตัวเองตลอดว่าอย่าเผลอใจไปกับคนประสาทแดก ผีเข้าผีออกแบบเขาเด็ดขาด ทว่าสุดท้ายฉันกลับตกหลุมรัก 'ขยะเปียก' นี่ซะได้ ฉันอ้อนวอนขอความรัก เขากลับบอกว่ามันไม่เวิร์ก เราไม่มีทางคบกันได้ ...แต่ในวันที่ฉันเก็บเศษใจที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไปหาคนอื่น เขากลับเพิ่งนึกออกว่าฉัน 'สำคัญ' กับชีวิตเขามากแค่ไหน เหอะ! ฉันอยากเบะปาก เชิดหน้าสวยๆ ขึ้นแล้วตะโกนใส่หน้าเขายิ่งนักว่า "กราบเท้าฉันสิ แล้วฉันจะลองคิดเรื่องนายดูอีกที โฮะๆๆๆๆ"
ดูเพิ่มเติมนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รับงานเอนเตอร์เทน แต่กลับเป็นครั้งแรกที่ถูกโมเดลลิ่งยื่นเอกสารให้เซ็นก่อนเริ่มงานไม่กี่ชั่วโมง หลังอ่านดูแล้ว สรุปสั้นๆ คือ เป็นเอกสารยินยอมว่าจะไม่เอาเรื่องหรือเรียกร้องอะไรในกรณีมีเซ็กส์กับลูกค้า... คนที่ยอมเซ็นเอกสารจะได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า
มันก็น่าสนใจนะ ถึงการมีเซ็กส์ในงานเอนเตอร์เทนจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มองตากันแล้วคลิกก็จัดตรงนั้นหรือตรงไหนก็ได้แล้วแต่ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
...ทว่าฉันไม่เซ็น
ไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข เพียงแต่ฉันไม่คิดจะมีอะไรกับลูกค้าอยู่แล้ว เอนเตอร์เทนอย่างเดียวก็พอ ถึงจะได้เงินน้อยกว่าแบบ Full Package ก็ยังสบายใจกว่า ไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัว ใช้เรือนร่างหากิน ถึงที่ทำอยู่นี่ก็อาศัยรูปร่างหน้าตาหาเงินแต่ฉันก็มีจุดยืนของตัวเองอยู่เหมือนกัน เลิกตราหน้าสักทีว่าผู้หญิงที่ทำงานสายนี้จะยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อเงินทุกคน
ฉันส่งเอกสารสัญญาคืนพี่ที่เป็นโมเดลลิ่ง ก่อนก้าวขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ด้านหน้าบริษัท พูดว่าบริษัทมันก็แค่ตึกแถวสามชั้นที่เปิดไว้เป็นห้องแต่งตัวเท่านั้นแหละ
“เดี๋ยวจ้ะหนู ทำไมไม่มีลายเซ็นล่ะ” พี่โมเดลลิ่งซึ่งเป็นสาวสองแต่ความสวยไม่เป็นสองรองใครจับข้อมือฉันเอาไว้ก่อนขึ้นรถตู้
“คะ... อ๋อ หนูไม่รับงานนาบ ‘N’ อย่างเดียว”
ฉันตอบอย่างมั่นใจ พี่โมเดลลิ่งเลิกคิ้ว เอียงหน้าเหมือนคิดไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้ สีหน้าเริ่มขมวดเป็นปมฉายแววยุ่งยากใจออกมาเรื่อยๆ
“ของแบบนี้พี่ว่าเซ็นไว้เผื่อก็ดีนะ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”
“ถ้าหนูเซ็นก็เท่ากับว่าหนูจะปฏิเสธลูกค้าไม่ได้น่ะสิ”
พี่โมเดลลิ่งเงียบไปแป๊บหนึ่ง อ้าปากกำลังจะแย้งก็มีคนอื่นโผล่มาพอดี
“นี่ค่ะพี่ช่อฟ้าของหนูกับเพื่อนๆ” ยัยนั่นยื่นกระดาษสี่ห้าใบออกมาตัดหน้าฉัน คงไม่มีเจตนาจะหักหน้าอะไรหรอก ก็แค่ตำแหน่งยืนมันพอเหมาะพอเจาะเฉยๆ
พี่โมเดลลิ่งหรือ ‘ช่อฟ้า’ ตรวจดูลายเซ็นบนเอกสารทีละแผ่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้า “โอเค เซ็นครบ ขึ้นไปได้จ้ะ เอ้า... น้องคนนั้นไปไหนแล้ว...”
ทว่าเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นฉันอยู่ตรงนั้นแล้ว แน่นอน ใครจะอยู่รอให้ซักล่ะ ฉันฉวยโอกาสช่วงที่ชุลมุนขึ้นรถพร้อมกับกลุ่มที่เซ็นเอกสารเรียบร้อย ยัยพี่ช่อฟ้าก็ทำเป็นเนี้ยบแค่แรกๆ เท่านั้น พอหลังจากที่ฉันขึ้นรถเสร็จก็มีพริตตี้อีกกลุ่มทยอยกันออกมายื่นเอกสารสัญญาให้ ก็ไม่เห็นว่าเธอจะตรวจอะไรเข้มงวดเหมือนตอนที่ตรวจฉันเลย หรือเพราะฉันมาส่งคนแรก? ชิ... รู้งี้ไม่รีบก็ดี
ผู้หญิงสวยประมาณสิบสองชีวิตนั่งอัดกันอยู่ในรถตู้ วิ่งออกจากหน้าบริษัทโมเดลลิ่งมุ่งตรงสู่ที่หมาย คือโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง รถตู้เข้ามาจอดด้านหลังโรงแรม ส่งคนเสร็จก็กลับไป
ฉันเดินตามกลุ่มมาที่ลิฟต์โดยไม่พูดอะไร ได้ยินพวกเธอซุบซิบกันถึงเรื่องลูกค้าในวันนี้ตั้งแต่ที่อยู่บนรถแล้ว เห็นว่าเป็นแก๊งนักแข่งอะไรสักอย่าง แต่ละคนงานดี แถมยังหล่อแซบและรวยมาก... ถ้าเอาใจเก่งๆ ทำให้พวกนั้นติดใจได้อาจจะได้ดิบได้ดีสบายไปทั้งชาติเลยก็ได้ ฉันฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะความคิดไร้สาระนั่นในใจ คิดว่าผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะมาเอาพวกหล่อนทำเมียยะ ทำงานแบบนี้แล้วยังจะโลกสวยกันอีก แต่ก็นั่นแหละ ฉันแค่คิดเงียบๆ อยู่คนเดียว ไม่ได้พูดออกไป ไม่งั้นได้กลายเป็นแกะดำของฝูงแน่
“อ้าวสาวๆ มากันแล้วเหรอ”
ทันทีที่ออกจากลิฟต์มา ก็มีเสียงผู้ชายตะโกนทักอย่างเป็นกันเอง พี่วันหนึ่งซึ่งรับหน้าที่เป็นตัวแทนของทุกคนก้าวนำออกไปทักทายผู้ชายรูปร่างท้วม ทรงเสี่ย ทว่าโครงหน้านี่ดูถูกไม่ได้เลย... ทั้งจมูกโด่งเป็นสันมาตั้งแต่หัวคิ้ว ดวงตาเรียวคมดูดุดันแต่ก็พริ้มพรายเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหลือล้น จนน่ากลัวว่าถ้าเผลอจ้องนานๆ จะโดนล่อลวงเข้าจริงๆ
“สวัสดีค่ะเฮีย นี่วันหนึ่งเองค่ะ จำได้หรือเปล่า”
“จำได้สิ น่ารักออกขนาดนี้เฮียจะลืมลงได้ยังไง” ผู้ชายร่างท้วมเหลือบมองพี่วันหนึ่งด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยอย่างเปิดเผย นี่ถ้าเลียได้ก็คงเลียไปทั้งตัวแล้ว
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ไม่ว่าจะงานไหนๆ ก็ต้องเจอกับคนแบบนี้จนชินแล้ว บางคนมีลูกมีเมียแล้ว แต่พออยู่ในงานเลี้ยงก็หางโผล่ เอาหมดไม่สนห่าเหวอะไรทั้งนั้น
“จริงหรือเปล่าเนี่ย” พี่วันหนึ่งมองช้อนแววตาของคนตรงหน้าพลางยิ้มอ่อนหวาน อ้อนสุดฤทธิ์สุดเดช
“ฮ่าๆ จริงสิครับ ถึงพื้นที่สมองเฮียจะมีไม่เยอะแต่พื้นที่ในหัวใจของเฮียมีเผื่อพวกเราทุกคนอยู่แล้ว”
จะอ้วก...
ทว่า...
“อร๊ายย ปากหวานนะคะเนี่ย”
“คิกๆ เข้าใจพูด”
“น่ารักอะ หุ่นหมีแบบนี้สเปกเลยค่ะ กรี๊ดๆ”
พวกที่มาด้วยกันเขินตัวม้วนเป็นเปลือกหอยทาก บิดเป็นเกลียวเล่นบทสาวน้อยใสซื่อกันหมด
“สเปกเลยเหรอคะ หนูก็สเปกเฮียเหมือนกันนะรู้เปล่า ไปเถอะ เข้าไปข้างในกัน” คนที่เรียกตัวเองว่าเฮียอ้าแขนโอบเอวยัยคนพูดเข้าหา เชยคางขึ้นสั่นเบาๆ ด้วยท่าทางมันเขี้ยว พวกที่เหลือก็รีบรี่เข้าไปขนาบกอดซ้ายขวาของเฮียนั่นจนเต็มฝั่งละสองคน หนีบกระเตงกันเข้างาน
ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ร้องไห้อยู่บนเตียงในหอพักตัวเอง หอพักที่ฉันไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเกาะ เต็มไปด้วยร่องรอยรกร้าง และถูกทอดทิ้งผ่านไปหนึ่งวัน... สองวัน... ความเสียใจยังไม่จางหาย แต่เพราะมีงานถ่ายแบบรออยู่ ฉันเลยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา ยิ่งคิดว่าเป็นงานที่ทำให้ฉันกับแฮคมีปัญหากันก็ยิ่งรู้สึกหน่วงในอกและไม่อยากทำ ใจอยากยกเลิกด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคำว่ารับผิดชอบมันค้ำคอฉันกล้ำกลืนเก็บกระเป๋ามาสนามบินตามนัด นอกจากมะนาวแล้วก็มีคนคุ้นหน้าอีกหลายคนแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บางคนก็เป็นพริตตี้ นางแบบ แม้แต่ดาราก็มี... ฉันมองคนเหล่านั้นแล้วแปลกใจนิดหน่อย โมเดลลิ่งไม่ได้บอกไว้ว่ามีนางแบบกี่คน และถึงจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมากันเยอะแบบนี้ แถมแต่ละคนเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ขนาดฉันที่ว่าสวยแล้วพอมายืนเทียบกับคนอื่นนี่ถึงกับดอรปไปเลย ทุกคนงานดีหมด ฉันตะลึงไปเลยที่ถูกโมเดลลิ่งตามจีบอยู่หลายรอบเพื่อให้รับงานนี้ว่าแต่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมงานเงียบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งถึงโรงแรมที่ภูเก็ตทีมงาน
แฮคเงียบงันทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของฉัน บรรยากาศหนักอึ้งตกลงรอบด้าน ฉันรู้สึกเหมือนโดนความเคร่งเครียดตรงหน้ากดทับขนาดหายใจยังลำบาก มองใบหน้าเฉยชาของแฮคนัยน์ตาสั่นไหว“เธอกำลังล้ำเส้น”เสียงเยือกเย็นดังออกมา ตอกย้ำความเจ็บปวดในหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วฉันถอยกลับไม่ได้“ฉันชอบนายแฮค ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรล้ำเส้น... แต่ แต่ฉันพยายามแล้ว ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ”ฉันสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองใบหน้าเยือกเย็นของแฮคนัยน์ตาพร่ามัว“เธอก็แค่อ่อนไหวเพราะอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป”แฮคพูดออกมาได้ใจร้ายมาก“ฉัน”“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ ก็หยุดความรู้สึกบ้าๆ ของเธอซะ”“ไม่เอา ความรู้สึกมันหยุดง่ายๆ ได้ที่ไหน ทำไม ทำไมฉันจะชอบนายไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เข้ากันได้ดีมาตลอดนี่ ทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญาบ้าบอนั่นแล้วมาลองคบกันจริงๆ ดูล่ะ อาจจะเวิร์กก็ได้นะ”ฉันร้อนรน พรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ทว่าสายตาแฮคที่จ้องมองมากลับยิ่งห่างเหิน แฮคอยู่ตรงหน้าฉันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไปจนเอื้อมไม่ถึง“มันไม่มีทางเวิร์กจูน”“รู้ได้ไงว่าไม่เวิร์ก ยังไม่ได้ลอง...”ยังพูดไม่จบแฮคก็สวนขึ้นมาซะก่อนราวกับทนฟังฉั
หลายวันต่อมาวันนี้อาจารย์งดสอน ฉันเลยถือโอกาสเอางานที่ค้างมานั่งเคลียร์ในห้องคอมฯ แฮคเพราะบางงานต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสารแน่นอนว่าฉันต้องขอเขาก่อน แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมให้ใช้เครื่องมั้ย ถ้าไม่ยอมฉันก็จะออกไปทำข้างนอก แต่เขาดันใจกว้าง แถมยังลงมาซื้อกระดาษที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเป็นเพื่อนฉันอีกความจริงร้านมีเดลิเวอรี่แต่ฉันอยากลงมาเลือกเอง ไม่คิดว่าแฮคจะตามมาด้วย“ที่จริงฝากซื้อก็ได้นะ” ฉันมองของในมือเขาสองสามอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียสละเวลาอันมีค่าลงมาเดินที่ร้านสะดวกซื้อกับฉันเห็นว่ากำลังเร่งทำงานเขียนโปรแกรมของบริษัทหนึ่งให้เสร็จก่อนวันไปเชียงราย แล้วยังต้องวางแผนการแข่งรถรวมไปถึงรับผิดชอบงานปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนที่จะไปแข่งอีก ไม่กี่วันมานี้แฮคดูงานรัดตัวกระทั่งไม่เวลามากอดฉันแต่กลับกันเขาใช้เวลาอยู่คอนโดมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮคโดนงานรุม แต่ทุกครั้งเขามักจะลอยไปลอยมา ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนผี อาทิตย์หนึ่งมาค้างคอนโดนับครั้งได้ หนักกว่านั้นคือบางคืนแค่แวะมาเอากันแล้วก็ไปทว่าระยะหลังมานี้เขาก
“เดี๋ยวแฮค”ฉันกดแก่นกายแข็งกร้าวใต้น้ำเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จุดอ่อนไหว“หืม” แฮคซุกซอกคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่“ฉัน... ไม่อยากทำ” ความรู้สึกเศร้าเกาะกุมจิตใจ“ทำเสร็จเดี๋ยวโอนค่าตัวให้”ราวกับมีมีดปักลงกลางหัวใจ ฉันส่ายหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว“ฉันไม่อยากได้เงิน”“อะไรอีก” ใบหน้าคมคายละจากต้นคอ จ้องมองฉัน สายตามีแววไม่สบอารมณ์นิดๆ แฝงอยู่“ฉัน...” ฉันหลุบตาลงจ้องระลอกผิวน้ำกระเพื่อมไหวรอบๆ ตัวขณะพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ“....”“ฉัน...” ไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนจ้าง ความคิดในหัวแล่นไปไกล ทว่าน้ำเสียงกลับจุกตันอยู่แค่คอหอย เอ่ยสิ่งที่อยู่ข้างในใจไม่ออกสายตาดุดันของแฮคบีบคั้นเกินไป ทำให้ความกล้าของฉันที่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหือดหายไปตอนนี้นอกจากจะเกลียดแฮคแล้ว ฉันยังเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด...ไม่กล้าทำตัวชัดเจนเพราะกลัวจะเสียสถานะตรงหน้าไป“ไม่มีอะไร แค่ไม่มีอารมณ์” ฉันส่ายหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลักแฮคออกห่าง หันหน้าเข้าหาขอบสระกำลังจะปีนขึ้น แต่กลับถูกแฮครั้งเอวเอาไว้“แฮค...”แผ่นหลังฉันโดนดึงกลับไปแนบชิดกับลำตัวด้านหน้าของเขา ท่อนเนื้อแข็งกร้าวดุนดันก