LOGINอุบัติเหตุในงานปาร์ตี้ ทำให้ฉันจับพลัดจับผลูมาเป็น #แฟนจ้างของแฮค พ่อหนุ่มอัจฉริยะ ช่างซ่อมประจำอู่เรดซันที่โด่งดังในวงการแข่งรถ ที่มีนิสัยลูกผีลูกคน เดี๋ยวร้าย และเดี๋ยวร้ายขั้นสุด เดิมทีฉันใส่ใจแค่ค่าจ้างกับเงินในบัญชีแฮคเท่านั้น ...ส่วนเรื่องความหล่อของเขานั้นถือว่าเป็นกำไร เตือนตัวเองตลอดว่าอย่าเผลอใจไปกับคนประสาทแดก ผีเข้าผีออกแบบเขาเด็ดขาด ทว่าสุดท้ายฉันกลับตกหลุมรัก 'ขยะเปียก' นี่ซะได้ ฉันอ้อนวอนขอความรัก เขากลับบอกว่ามันไม่เวิร์ก เราไม่มีทางคบกันได้ ...แต่ในวันที่ฉันเก็บเศษใจที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไปหาคนอื่น เขากลับเพิ่งนึกออกว่าฉัน 'สำคัญ' กับชีวิตเขามากแค่ไหน เหอะ! ฉันอยากเบะปาก เชิดหน้าสวยๆ ขึ้นแล้วตะโกนใส่หน้าเขายิ่งนักว่า "กราบเท้าฉันสิ แล้วฉันจะลองคิดเรื่องนายดูอีกที โฮะๆๆๆๆ"
View More...เทียนเธอมองฉันแววตาตกใจเล็กน้อย ฉันเองก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน เราทั้งคู่นิ่งเงียบเหมือนไม่รู้ว่าจะคุยอะไร แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ก็ถูกคนที่พุ่งตามมาด้านหลังทำลายลงอย่างรวดเร็ว“จูน! อย่าเพิ่ง...” เสียงของแฮคขาดไปกลางคันเมื่อมองตามสายตาฉันไปเจอกับเทียนที่กำลังยืนมองเราทั้งคู่อยู่“เอ่อ เทียนแค่มาเอาของที่รถ... แล้วก็กำลังจะไปแล้ว”เธอรีบเปิดประตู หยิบของ แล้วเดินกลับเข้าไปในลานซ่อมทันที“ถ้าจูนอยากกลับจริงๆ เดี๋ยวแฮคไปส่งนะครับ”เสียงแฮคอ่อนลงทันควัน ฉันขมวดคิ้ว ถามออกไปอย่างหงุดหงิด อารมณ์น้อยใจที่หายไปเนิ่นนานกลับมาทำงานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“แล้วเมื่อกี้เป็นอะไร พูดเหมือนไม่อยากให้กลับ แต่พอเจอเทียนก็เปลี่ยนใจขึ้นมาทันทีเลยนะ”“ไม่ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ที่เมื่อกี้ไม่อยากให้กลับก็เพราะไม่อยากให้เครียด การที่เรามีอะไรกันในห้องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดถึงขนาดต้องหลบหน้าใครขนาดนั้น นี่คือทั้งหมดที่แฮคคิด ส่วนที่เปลี่ยนใจหลังจากนั้นก็เพราะไม่อยากปล่อยให้จูนกลับไปคนเดียว เป็นห่วงน่ะ” แฮคทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ราวกับจะบอกว่าถ้าฉันยังไม่เข้าใจอีกเขาจะลงไปคุกเข่าแล้วจริงๆฉันไม่เข้าใจจริงๆ นั
ภายในออฟฟิศ“อื้อ เดี๋ยวแฮค นี่จะทำอะไรน่ะ อย่าสิ อ๊า...”ฉันโวยวาย ทันทีที่เข้ามาในออฟฟิศยังไม่ทันจะแตะต้องกล่องเค้กด้วยซ้ำ แฮคก็รั้งฉันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนโซฟามือเขาเลื้อยคลำตามเนื้อตัว ดึงทึ้งชายเสื้อนักศึกษาฉันหลุดลุ่ยไปหมด มือหนาสอดเข้ามาล้วงในกระโปรง ขาอ่อนฉันร้อนวูบวาบ หนีบเข้าหากันอัตโนมัติ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ สมองเริ่มไตร่ตรองสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้อย่างจริงจัง“นี่ อย่าบอกนะว่าตั้งใจทำแบบนี้แต่แรก”“หอมจัง” เขาไม่ตอบ แต่ซุกจมูกเข้าที่ต้นคอ สูดกลิ่นกายเข้าไปเต็มแรง ฉันสะท้านไปทั้งตัว มือที่ดันแผ่นอกแกร่งออกอ่อนยวบลงทันควัน“แฮค... เดี๋ยวมีคนเห็น” ฉันปรามเสียงสั่นไหว เริ่มจะมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สะดวกใจเท่าไหร่“ปริ๊นซ์มันดูต้นทางอยู่ไม่ต้องห่วง”“อื้อ~ แต่น่าอายออก ที่นี่มันห้องทำงานของทุกคนไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยอย่างรู้สึกผิดแฮคขยุ้มนิ้วกับเป้ากางเกงซับใน ฉันผวาเฮือก ร้องเสียงหวามออกมาคำหนึ่ง รีบรั้งข้อมือหนาเอาไว้ไม่ให้ขยับมากไปกว่านี้ แต่แฮคไม่ฟังเลย เขาไม่เพียงไม่หยุด มืออีกข้างขยำหน้าอกฉันไปด้วยพอฉันส่งเสียงห้ามมากๆ เข้าเขาก็กดฉันลงนอนราบกับโซฟาแล้วประก
วันต่อมาฉันคิดว่าตัวเองตื่นไวแล้ว แต่แฮคตื่นไวยิ่งกว่า ลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นแฮคบนเตียงแต่ประตูที่เชื่อมกับห้องทำงานเปิดอยู่ พอเดินมาส่องดูก็เห็นแฮคนั่งหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนก็เกือบตีสอง... แฮคนั่นแหละ คึกได้ทุกคืน ไม่รู้จักเบื่อเลย นี่ถ้าวันนี้ไม่มีเรียนนะ เขาต้องจัดฉันยันเช้าอีกแน่ๆฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคงเป็นแค่ช่วงแรกๆ เขาอาจจะกำลังเห่ออยู่ อีกสักพักเดี๋ยวก็เพลาๆ ลงเอง แต่สักพักนี่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนเหมือนกัน“ตื่นแล้วเหรอคะ” แฮคหันมามอง เอื้อมมือมาดึงฉันลงไปนั่งทับบนตัก“แฮค!~” ฉันผวาเรียกชื่อเขาทันทีที่รู้สึกถึงความตื่นตัวใต้กางเกงนอนหมับ...ริมฝีปากก้มลงขบยอดอกผ่านชุดนอน ฉันไม่มีเวลาตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ครางเสียงเล็กบางออกมา ผวาเกาะบ่าเขาแน่น “อย่าสิ เมื่อคืนทำไปเยอะแล้ว ไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เลย กับจูนได้ตลอด”“บ้าแล้ว เกินไป”“เรื่องจริง จูนก็รู้นี่” แฮคไม่พูดเปล่า แต่ขยับของแข็งตรงตักถูไถไปมา เตือนให้ฉันรู้ว่าเขากำลังฮึกเหิมขนาดไหน“ใช้มือแทนได้มั้ย จูนจะรีบไปอาบน้ำ มีเรียนเช้า”“นิดเดียวไม่ได้เหรอคะ”แหนะ มีอ้อน“ไม่ได้ค่ะ” ฉันยิ้มเย็น ส่ายหน้าเบ
“อื้อ~ แฮคเดินดีๆ สิ จะจับทำไม”ฉันตีมือแฮคหลังเดินออกจากลิฟต์ อยู่ดีๆ เขาก็เลื้อยมือที่โอบอยู่ข้างเอวขึ้นมาบีบหน้าอก ซุกปากกับจมูกคมๆ ลงมาข้างลำคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่ ทำให้ฉันใจคอไม่ดี“ตรงนี้ไม่มีกล้อง ไม่ต้องห่วง” เขากระซิบบอกเสียงแหบพร่า แล้วลวนลามฉันหนักข้อกว่าเดิม“หยุดก่อน รอให้ถึงห้องก่อน อ๊ะ แฮค อื้อ อย่าล้วงแบบนี้คอเสื้อมันจะยืด”“นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรน่า”“พี่แฮค...”ฉันกับแฮคนัวเนียกันมาถึงหน้าประตูคอนโด ไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ จนกระทั่งเสียงเศร้าสร้อยดังขึ้น“กรีนมาทำอะไรที่นี่”แฮคไม่ได้ปล่อยมือจากเรือนร่างฉัน เงยหน้ามองกรีน กลิ่นอายเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากแฮค ฉันยังรู้สึกได้ แล้วกรีนจะขนาดไหนแค่คำถามเฉยเมยประโยคเดียวกรีนก็ตัวสั่น น้ำตาคลอแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะเข้มแข็งกว่านี้ซะอีก หรือว่ามันสุดแล้วจริงๆ ถึงได้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบ“พี่แฮค กรีนเอามาคืน”เช็คสิบล้านยื่นออกมาพร้อมกับมือที่กำลังสั่น แฮคยังไม่พูดอะไรแต่ฉันสัมผัสได้ว่าเขากำลังอึดอัดลำบากใจ จะด้วยกลัวว่าฉันไม่สบายใจ หรือเขาใจอ่อนเพราะรู้สึกผูกพันกับกรีนก็ตาม แต่ฉันไม่คิดจะยืนให้สองคนนี้รำลึกควา
หลังวางสายเสร็จ ฉันเดินไปคุยกับพี่โบตั๋น บอกว่ามีธุระด่วนแต่ไม่ได้ลงลึกว่าเรื่องอะไรแล้วรีบร้อนเปลี่ยนชุดออกมาทันทีฉันขึ้นแท็กซี่คันแรกที่แล่นผ่านหน้าตึก นั่งคิดทบทวนความรู้สึกตัวเองจนถึงคอนโดกุน จิตใจก็ยังไม่สงบ กลับกันยิ่งใกล้ถึงปลายทาง ยิ่งว้าวุ่นกว่าเดิม ทุกย่างก้าวหนักอึ้ง อึดอัดไปหมด ไม่รู้ว
ตุบๆๆๆๆๆ“บอกให้ไสหัวไปไง”ฉันฟาดไปอีกกี่ทีจำไม่ได้เหมือนกัน นัยน์ตาคมกริบกะพริบวาบ แฮคยึดข้อมือฉันเอาไว้กลางอากาศ “เธอชอบฉันไม่ใช่เหรอ ฉันมาแล้วนี่ไง ทำไมต้องไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมาขนาดนี้ด้วย”“ห๊ะ…” ฉันหน้าชาขึ้นมาทันที เขาพูดจาน่าสงสารแต่ว่าสีหน้ากลับเย็นยะเยือกเต็มไปด้วยแรงบีบคั้นกดดัน ไล่ต้อ
“เอาพวกสลัดผักก็ได้ค่ะ จะได้ไม่หนักท้อง”“เค งั้นพี่สั่งร้านอาหารคลีนเจ้าประจำให้ เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเหรอ รอพี่แป๊บ ขอสั่งของเสร็จก่อน เจ้านี้รอนาน”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องรีบหรอก”ฉันบอกอย่างไม่ใส่ใจเพราะไม่มีธุระที่ไหนอยู่แล้ว อีกอย่างพรุ่งนี้ก็วันหยุด ยิ่งไม่รีบใหญ่ฉันนั่งเล่นสมาร์ตโฟนรอที่ห้องรั
“พี่แค่พูดเล่นๆ ไม่คิดว่าเขาจะมาจริง”พี่โบตั๋นกระซิบกระซาบอย่างรู้สึกผิด บอกให้รู้ว่าไม่เจตนาแกล้งฉันเดี๋ยวนะ แล้วที่พูดก่อนหน้านี้คืออะไรฉันยิ้มแห้ง ลอบมองแฮคที่เดินอยู่ด้านหลังแล้วถอนหายใจยาวเหยียดเอาจริงๆ ใครก็ฟังออกว่าพี่โบตั๋นพูดเพราะคึกปาก แต่แฮคดันบ้าจี้ตามซะได้ ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ ทั้ง