แฟนจ้างก็มีหัวใจ

แฟนจ้างก็มีหัวใจ

last updateLast Updated : 2026-03-03
By:  YaygohOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
141Chapters
813views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

อุบัติเหตุในงานปาร์ตี้ ทำให้ฉันจับพลัดจับผลูมาเป็น #แฟนจ้างของแฮค พ่อหนุ่มอัจฉริยะ ช่างซ่อมประจำอู่เรดซันที่โด่งดังในวงการแข่งรถ ที่มีนิสัยลูกผีลูกคน เดี๋ยวร้าย และเดี๋ยวร้ายขั้นสุด เดิมทีฉันใส่ใจแค่ค่าจ้างกับเงินในบัญชีแฮคเท่านั้น ...ส่วนเรื่องความหล่อของเขานั้นถือว่าเป็นกำไร เตือนตัวเองตลอดว่าอย่าเผลอใจไปกับคนประสาทแดก ผีเข้าผีออกแบบเขาเด็ดขาด ทว่าสุดท้ายฉันกลับตกหลุมรัก 'ขยะเปียก' นี่ซะได้ ฉันอ้อนวอนขอความรัก เขากลับบอกว่ามันไม่เวิร์ก เราไม่มีทางคบกันได้ ...แต่ในวันที่ฉันเก็บเศษใจที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไปหาคนอื่น เขากลับเพิ่งนึกออกว่าฉัน 'สำคัญ' กับชีวิตเขามากแค่ไหน เหอะ! ฉันอยากเบะปาก เชิดหน้าสวยๆ ขึ้นแล้วตะโกนใส่หน้าเขายิ่งนักว่า "กราบเท้าฉันสิ แล้วฉันจะลองคิดเรื่องนายดูอีกที โฮะๆๆๆๆ"

View More

Chapter 1

บทนำ 1

บทนำ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รับงานเอนเตอร์เทน แต่กลับเป็นครั้งแรกที่ถูกโมเดลลิ่งยื่นเอกสารให้เซ็นก่อนเริ่มงานไม่กี่ชั่วโมง หลังอ่านดูแล้ว สรุปสั้นๆ คือ เป็นเอกสารยินยอมว่าจะไม่เอาเรื่องหรือเรียกร้องอะไรในกรณีมีเซ็กส์กับลูกค้า... คนที่ยอมเซ็นเอกสารจะได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า

มันก็น่าสนใจนะ ถึงการมีเซ็กส์ในงานเอนเตอร์เทนจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มองตากันแล้วคลิกก็จัดตรงนั้นหรือตรงไหนก็ได้แล้วแต่ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

...ทว่าฉันไม่เซ็น

ไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข เพียงแต่ฉันไม่คิดจะมีอะไรกับลูกค้าอยู่แล้ว เอนเตอร์เทนอย่างเดียวก็พอ ถึงจะได้เงินน้อยกว่าแบบ Full Package ก็ยังสบายใจกว่า ไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัว ใช้เรือนร่างหากิน ถึงที่ทำอยู่นี่ก็อาศัยรูปร่างหน้าตาหาเงินแต่ฉันก็มีจุดยืนของตัวเองอยู่เหมือนกัน เลิกตราหน้าสักทีว่าผู้หญิงที่ทำงานสายนี้จะยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อเงินทุกคน

ฉันส่งเอกสารสัญญาคืนพี่ที่เป็นโมเดลลิ่ง ก่อนก้าวขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ด้านหน้าบริษัท พูดว่าบริษัทมันก็แค่ตึกแถวสามชั้นที่เปิดไว้เป็นห้องแต่งตัวเท่านั้นแหละ

“เดี๋ยวจ้ะหนู ทำไมไม่มีลายเซ็นล่ะ” พี่โมเดลลิ่งซึ่งเป็นสาวสองแต่ความสวยไม่เป็นสองรองใครจับข้อมือฉันเอาไว้ก่อนขึ้นรถตู้

“คะ... อ๋อ หนูไม่รับงานนาบ ‘N’ อย่างเดียว”

ฉันตอบอย่างมั่นใจ พี่โมเดลลิ่งเลิกคิ้ว เอียงหน้าเหมือนคิดไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้ สีหน้าเริ่มขมวดเป็นปมฉายแววยุ่งยากใจออกมาเรื่อยๆ

“ของแบบนี้พี่ว่าเซ็นไว้เผื่อก็ดีนะ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”

“ถ้าหนูเซ็นก็เท่ากับว่าหนูจะปฏิเสธลูกค้าไม่ได้น่ะสิ”

พี่โมเดลลิ่งเงียบไปแป๊บหนึ่ง อ้าปากกำลังจะแย้งก็มีคนอื่นโผล่มาพอดี

“นี่ค่ะพี่ช่อฟ้าของหนูกับเพื่อนๆ” ยัยนั่นยื่นกระดาษสี่ห้าใบออกมาตัดหน้าฉัน คงไม่มีเจตนาจะหักหน้าอะไรหรอก ก็แค่ตำแหน่งยืนมันพอเหมาะพอเจาะเฉยๆ

พี่โมเดลลิ่งหรือ ‘ช่อฟ้า’ ตรวจดูลายเซ็นบนเอกสารทีละแผ่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้า “โอเค เซ็นครบ ขึ้นไปได้จ้ะ เอ้า... น้องคนนั้นไปไหนแล้ว...”

ทว่าเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นฉันอยู่ตรงนั้นแล้ว แน่นอน ใครจะอยู่รอให้ซักล่ะ ฉันฉวยโอกาสช่วงที่ชุลมุนขึ้นรถพร้อมกับกลุ่มที่เซ็นเอกสารเรียบร้อย ยัยพี่ช่อฟ้าก็ทำเป็นเนี้ยบแค่แรกๆ เท่านั้น พอหลังจากที่ฉันขึ้นรถเสร็จก็มีพริตตี้อีกกลุ่มทยอยกันออกมายื่นเอกสารสัญญาให้ ก็ไม่เห็นว่าเธอจะตรวจอะไรเข้มงวดเหมือนตอนที่ตรวจฉันเลย หรือเพราะฉันมาส่งคนแรก? ชิ... รู้งี้ไม่รีบก็ดี

ผู้หญิงสวยประมาณสิบสองชีวิตนั่งอัดกันอยู่ในรถตู้ วิ่งออกจากหน้าบริษัทโมเดลลิ่งมุ่งตรงสู่ที่หมาย คือโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง รถตู้เข้ามาจอดด้านหลังโรงแรม ส่งคนเสร็จก็กลับไป

ฉันเดินตามกลุ่มมาที่ลิฟต์โดยไม่พูดอะไร ได้ยินพวกเธอซุบซิบกันถึงเรื่องลูกค้าในวันนี้ตั้งแต่ที่อยู่บนรถแล้ว เห็นว่าเป็นแก๊งนักแข่งอะไรสักอย่าง แต่ละคนงานดี แถมยังหล่อแซบและรวยมาก... ถ้าเอาใจเก่งๆ ทำให้พวกนั้นติดใจได้อาจจะได้ดิบได้ดีสบายไปทั้งชาติเลยก็ได้ ฉันฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะความคิดไร้สาระนั่นในใจ คิดว่าผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะมาเอาพวกหล่อนทำเมียยะ ทำงานแบบนี้แล้วยังจะโลกสวยกันอีก แต่ก็นั่นแหละ ฉันแค่คิดเงียบๆ อยู่คนเดียว ไม่ได้พูดออกไป ไม่งั้นได้กลายเป็นแกะดำของฝูงแน่

“อ้าวสาวๆ มากันแล้วเหรอ”

ทันทีที่ออกจากลิฟต์มา ก็มีเสียงผู้ชายตะโกนทักอย่างเป็นกันเอง พี่วันหนึ่งซึ่งรับหน้าที่เป็นตัวแทนของทุกคนก้าวนำออกไปทักทายผู้ชายรูปร่างท้วม ทรงเสี่ย ทว่าโครงหน้านี่ดูถูกไม่ได้เลย... ทั้งจมูกโด่งเป็นสันมาตั้งแต่หัวคิ้ว ดวงตาเรียวคมดูดุดันแต่ก็พริ้มพรายเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหลือล้น จนน่ากลัวว่าถ้าเผลอจ้องนานๆ จะโดนล่อลวงเข้าจริงๆ

“สวัสดีค่ะเฮีย นี่วันหนึ่งเองค่ะ จำได้หรือเปล่า”

“จำได้สิ น่ารักออกขนาดนี้เฮียจะลืมลงได้ยังไง” ผู้ชายร่างท้วมเหลือบมองพี่วันหนึ่งด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยอย่างเปิดเผย นี่ถ้าเลียได้ก็คงเลียไปทั้งตัวแล้ว

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ไม่ว่าจะงานไหนๆ ก็ต้องเจอกับคนแบบนี้จนชินแล้ว บางคนมีลูกมีเมียแล้ว แต่พออยู่ในงานเลี้ยงก็หางโผล่ เอาหมดไม่สนห่าเหวอะไรทั้งนั้น

“จริงหรือเปล่าเนี่ย” พี่วันหนึ่งมองช้อนแววตาของคนตรงหน้าพลางยิ้มอ่อนหวาน อ้อนสุดฤทธิ์สุดเดช

“ฮ่าๆ จริงสิครับ ถึงพื้นที่สมองเฮียจะมีไม่เยอะแต่พื้นที่ในหัวใจของเฮียมีเผื่อพวกเราทุกคนอยู่แล้ว”

จะอ้วก...

ทว่า...

“อร๊ายย ปากหวานนะคะเนี่ย”

“คิกๆ เข้าใจพูด”

“น่ารักอะ หุ่นหมีแบบนี้สเปกเลยค่ะ กรี๊ดๆ”

พวกที่มาด้วยกันเขินตัวม้วนเป็นเปลือกหอยทาก บิดเป็นเกลียวเล่นบทสาวน้อยใสซื่อกันหมด

“สเปกเลยเหรอคะ หนูก็สเปกเฮียเหมือนกันนะรู้เปล่า ไปเถอะ เข้าไปข้างในกัน” คนที่เรียกตัวเองว่าเฮียอ้าแขนโอบเอวยัยคนพูดเข้าหา เชยคางขึ้นสั่นเบาๆ ด้วยท่าทางมันเขี้ยว พวกที่เหลือก็รีบรี่เข้าไปขนาบกอดซ้ายขวาของเฮียนั่นจนเต็มฝั่งละสองคน หนีบกระเตงกันเข้างาน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
141 Chapters
บทนำ 1
บทนำนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รับงานเอนเตอร์เทน แต่กลับเป็นครั้งแรกที่ถูกโมเดลลิ่งยื่นเอกสารให้เซ็นก่อนเริ่มงานไม่กี่ชั่วโมง หลังอ่านดูแล้ว สรุปสั้นๆ คือ เป็นเอกสารยินยอมว่าจะไม่เอาเรื่องหรือเรียกร้องอะไรในกรณีมีเซ็กส์กับลูกค้า... คนที่ยอมเซ็นเอกสารจะได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่ามันก็น่าสนใจนะ ถึงการมีเซ็กส์ในงานเอนเตอร์เทนจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มองตากันแล้วคลิกก็จัดตรงนั้นหรือตรงไหนก็ได้แล้วแต่ความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย...ทว่าฉันไม่เซ็นไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข เพียงแต่ฉันไม่คิดจะมีอะไรกับลูกค้าอยู่แล้ว เอนเตอร์เทนอย่างเดียวก็พอ ถึงจะได้เงินน้อยกว่าแบบ Full Package ก็ยังสบายใจกว่า ไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงขายตัว ใช้เรือนร่างหากิน ถึงที่ทำอยู่นี่ก็อาศัยรูปร่างหน้าตาหาเงินแต่ฉันก็มีจุดยืนของตัวเองอยู่เหมือนกัน เลิกตราหน้าสักทีว่าผู้หญิงที่ทำงานสายนี้จะยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อเงินทุกคนฉันส่งเอกสารสัญญาคืนพี่ที่เป็นโมเดลลิ่ง ก่อนก้าวขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ด้านหน้าบริษัท พูดว่าบริษัทมันก็แค่ตึกแถวสามชั้นที่เปิดไว้เป็นห้องแต่งตัวเท่านั้นแหละ“เดี๋ยวจ้ะหนู ทำไมไม่มีลายเซ็นล่ะ” พี่โมเดลลิ่งซึ่งเป
Read more
บทนำ 2
ปาร์ตี้ถูกจัดขึ้นในบาร์ของโรงแรม เป็นบาร์สไตล์โมเดิร์นลัคชูรี่ ตกแต่งอย่างเรียบหรูทันสมัย บรรยากาศไฮคลาสสมกับเป็นงานปาร์ตี้แบบส่วนตัว เฮียคนนั้นควงพวกผู้หญิงสี่คนไปที่โซฟายาว มีผู้ชายทรงดีที่ต่อให้เห็นรายละเอียดบนหน้าไม่ชัดเจนเพราะแสงไฟค่อนข้างสลัวก็ยังรู้สึกได้ถึงรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาที่ยากจะปฏิเสธ คำว่าหล่อยันเงาไม่เกินจริงเลย “มาๆ เดี๋ยวเฮียแนะนำให้รู้จักกับน้องชายเฮีย นี่ริกกี้ ฮาน เรซ และก็...”ฉันที่เดินผ่านมาทางนี้ได้ยินเสียงคุณเฮียตะโกนพูดกับสาวสวยสี่คนที่หนีบอยู่ในวงแขนทั้งสองข้าง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอีก แต่เห็นพวกผู้หญิงแยกตัวออกไปนั่งเอาอกเอาใจสองในสี่คนนั้น ส่วนอีกสองคนยังเกาะหนึบอยู่กับเฮีย แต่ไม่นานก็มีผู้หญิงอีกสองคนเข้าไปเติม นั่งขนาบข้างผู้ชายอีกสองคนที่เหลือ “ว่าไงคนสวย” ฉันกำลังมองหาเป้าหมายตามหน้าที่เอนเตอร์เทน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทัก มองจากบรรยากาศรอบตัวและการแต่งกายที่ไม่หรูหรา แค่เสื้อยืดลายสกรีนตัวอักษร ‘RED☀️SUN’ กับกางเกงยีนขาดเข่าข้างหนึ่ง ก็รู้ว่าเขาเป็นแค่หนึ่งในตัวประกอบของงาน แต่ฉันไม่รังเกียจสั
Read more
บทนำ 3
เสียงดังมาจากทางโซฟายาวที่มีเฮียร่างท้วมกับผู้ชายทรงดีนั่งกองกันอยู่ เล่นเอาแปลกใจเลยแฮะ ไม่คิดว่าเขาจะโดนเรียก แล้วทำไมสายตาที่มองมาทางนี้ถึงดูรุนแรงแปลกๆ โดยเฉพาะพวกผู้หญิง จำเป็นต้องจ้องกันตาคมบาดเลือดกันขนาดนั้นด้วยเหรอ หมอนี่ก็แค่เด็กที่มีกลิ่นน้ำมันเครื่องติดตัวธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือไงเขาที่ถูกเรียกว่า “แฮค” เปลี่ยนทิศทาง รั้งเอวฉันไปฝั่งโซฟาแต่ฉันไม่อยากไปนั่งเบียดกับคนอื่นทุกครั้งที่พวกผู้ชายจับกลุ่มล้อมวงหันหน้าเข้าหากันล้วนมีแต่เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ไม่อินตาม จะว่าเข้าไม่ถึงก็ไม่ใช่ เรียกว่าไม่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงจะเหมาะกว่า แล้วฉันก็ไม่อยากนั่งฟังเรื่องพรรค์นั้นด้วยสิ“อ๊ะ อย่าเพิ่ง” ฉันทิ้งน้ำหนักลงที่เท้า เกาะพื้นแน่น ยกมือขึ้นวางทาบไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับยิ้มหวานบอกกับแฮค “นายไปก่อน ได้ค็อกเทลแล้วจะตามไป”“หืม” ท่าทางเขาประหลาดใจน่าดูที่ฉันเห็นค็อกเทลสำคัญกว่า มือหนาคลายออกจากเอวฉันด้วยท่าทางเสียดายสัมผัสอบอุ่นที่เอวถูกแทนที่ด้วยความหวิวโหวงราวกับโดนป้ายยา ทั้งที่ไม่ควรรู้สึกแต่พอถูกปล่อยเป็นอิสระกลับเกิดอารมณ์โหยหาแปลกๆ ฉันรีบผลักอาการหวั่นไหวที่เกิดขึ้นภายในใจทิ้งอย่าง
Read more
สูญเสียการควบคุม
บรรยากาศด้านนอกเงียบเชียบผิดกับด้านในลิบลับจนนึกว่าอยู่คนละที่ อากาศเย็นเยียบแม้จะถูกโอบเอวเดินอย่างชิดใกล้ก็ไม่ช่วยคลายความอยากเข้าห้องน้ำได้เลย ยิ่งเย็นท้องน้อยก็ยิ่งปวดหนักขึ้น“ห้องน้ำอยู่ไกลจัง” ฉันประท้วงเสียงอู้อี้หลังเดินมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ถึงสักที รู้สึกคอแห้งด้วย อยากดื่มน้ำจัง “อยู่ข้างหน้านี่เอง” พอได้ยินแบบนั้นอาการกระสับกระส่ายก็สงบลง แต่ว่านี่มันทางเดินห้องพักโรงแรมไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นห้องน้ำสำหรับแขกทั่วไปไม่น่าจะอยู่ลึกขนาดนี้นี่ ปกติแล้วควรจะอยู่ติดกับบาร์ด้วยซ้ำ เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ นะ “แฮค?” ชั่วขณะที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ แขนเรียวยาวก็ยื่นออกไปสแกนคีย์การ์ดกับประตู โอบเอวฉันเดินเข้าห้อง “นี่...?”พรึบ! ไฟอัตโนมัติทำงาน ทั่วทั้งห้องสว่างวาบ ห้องสวีทสไตล์ลัคชูรี่เรียบหรูสะท้อนเข้ามาในสายตารวมถึงกลิ่นหอมปรับอากาศอ่อนๆ ที่อบอวลอยู่ในห้องช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ บรรยากาศน่าพักมาก ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติฉันคงตื่นเต้นมากกว่านี้“ห้องน้ำ” ฉันแทบจะกลั้นไม่ไหว ผลักแฮคออก สืบเท้าเร็วๆ เดินหาห้องน้ำ ถึงจะเป็นห้องสวีทที่ค่อนข้างกว้าง
Read more
เศษความหวาน 1
ภายในห้องที่แสนเงียบเชียบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจเต้น ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับความว่างเปล่า นอกจากฉันกับรอยยับย่นบนเตียงก็ไม่มีเงาของคนอื่นอยู่เลยนี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันฉันเสยผมที่ปิดหน้าออกเพื่อจัดการกับความคิดและจิตใจที่กำลังสับสน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เหมือนเมาค้าง มีอาการปวดหนึบตั้งแต่ขมับร้าวไปถึงต้นคอด้านหลัง จำได้ว่าเมื่อคืนดื่มแค่ค็อกเทล......ทั้งที่ดื่มแค่ค็อกเทลแล้วสภาพฉันตอนนี้คือ? โอ๊ยยย ปวดหัว... พอสติค่อยๆ คืนกลับมาก็รู้สึกถึงร่องรอยที่หลงเหลือตามร่างกาย ถึงความทรงจำเมื่อคืนจะเลือนรางเหมือนภาพตัดไปดื้อๆ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจคือผู้ชายผมสีฟ้าอมเทาคนนั้น แฮค...กระทั่งตอนนี้รอยยิ้มแสยะที่ดูเจ้าเล่ห์ของเขายังแจ่มชัดราวกับมายืนยิ้มอยู่ตรงหน้าหว่างขาร้อนวูบเกิดอารมณ์อ่อนไหวขึ้นมาทันควัน ร่างกายมีความทรงจำจากสัมผัสของเขาเหลืออยู่ พอนึกถึงก็เลยมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาเราทำกันยังไงบ้างนะภาพในหัวขาดเป็นท่อนๆ ไม่ต่อเนื่อง ...แต่เหมือนแฮคจะช่ำชองมากด้วย คงจะผ่านผู้หญิงมาเยอะน่าดู แค่คิดว่าฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกว่าแต่ใช้ถุงย
Read more
เศษความหวาน 2
“เดี๋ยวสิ!”เท้าฉันเหมือนติดจรวด จู่ๆ ก็พุ่งพรวดเข้าไปคว้าแขนแฮคเอาไว้ ขนาดยะหยาเพื่อนที่มาด้วยกันยังทำหน้าเหวอ ถึงจะรู้สึกอายแต่จิตใต้สำนึกไม่ยอมให้ปล่อยเขาไป“คุยกันก่อน”หัวใจฉันเต้นตึกตัก ทั้งที่ตอนอยู่ในงานปาร์ตี้ยังไม่รู้สึกกดดันเวลาคุยเลยสักนิด แต่พอเจอกันข้างนอกกลับประหม่าไม่มีความมั่นใจในตัวเอง หรือเพราะมีอะไรกันแล้วก็เลยอึดอัด เกี่ยวมั้ย?“เธอเป็นใคร” ดวงตาคมสะกดจิตสะกดใจทุกครั้งที่เผลอจดจ้องหรี่ลงเล็กน้อย …ราวกับว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน“หา? เอ่อ...”ฉันชะงัก ตอนแรกนึกว่ามุกตลก แต่แววตาแฮคไม่ได้โกหก เขาจำฉันไม่ได้จริงๆบ้าน่า… ถึงฉันจะมั่นใจว่าคืนนั้นคนที่ฉันกอดคือแฮค แต่โดนอีกฝ่ายลืมใส่ซึ่งๆ หน้าแบบนี้มันช่าง…“แฮค?”เห็นเขาแสดงออกว่าไม่รู้จักกันแบบนี้ ฉันก็แอบหวังว่าอาจจะทักคนผิด อาจจะเป็นแค่คนหน้าเหมือน ทว่าความคาดหวังก็พังครืนลงในพริบตา“รู้จักฉันเหรอ เธอชื่ออะไร” เขาทำหน้าหลงตัวเองขึ้นมาทันที“…!!!”หมอนี่คือแฮคจริงๆ ใบหน้าฉันชาวาบ“เธอ…”เขายิ้มมุมปาก ดวงตาคมฉายแววแพรวพราว ขยับเข้าใกล้มากขึ้นเหมือนต้องการจะมองหน้าฉันใกล้ๆสายตาที่สาดมายังใบหน้าฉันคือสายตาของคนที่กำลังประ
Read more
คู่กรณี
เราเลือกร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดนั่งคุยกัน“สั่งอะไรมั้ย” ฉันถามแฮคหลังจากก้าวเข้ามาในร้าน“ช็อกโกแลตเย็น ฝากด้วย”พูดจบเขาก็ผละไปหาที่นั่งทันที ท่าทางสบายอกสบายใจไม่ทุกข์ร้อนจนน่าหมั่นไส้“เขาคือคนที่แกเล่าให้ฟังเหรอ” ยะหยาที่ตามมาห่างๆ รีบใช้โอกาสนี้ถามทันที ก่อนหน้านั้นเธอเอาแต่เก็บปากเงียบไม่พูดไม่จาคงจะอึดอัดน่าดู ยะหยาเป็นเพื่อนสนิทฉันที่มหา’ลัย มีเรื่องอะไรก็จะคอยปรึกษาพูดคุยกันตลอด จึงไม่แปลกถ้าฉันจะระบายเรื่องผิดพลาดในคืนนั้นให้ยะหยาฟัง“อืม” ฉันพยักหน้ายืนยันข้อสงสัยของยะหยา ขยับมาที่หน้าเคาน์เตอร์หลังจากถึงคิว “เอาช็อกโกแลตเย็นกับชาเบอร์รี่ค่ะ แกเอาไร...”“ไม่เป็นไร ฉันสั่งเอง” ยะหยาบอกปัดพร้อมกับยิ้มอ่อน ท่าทางเกรงใจ“สั่งเลยจะได้จ่ายพร้อมกัน”“เอางั้นเหรอ”“อืม ไม่ต้องเกรงใจ ไหนๆ ก็มาแล้วฉันดูแลเอง”“ก็ได้ เอาชาเขียวปั่นแล้วกัน” พยักหน้าเอออออย่างเสียไม่ได้“เพิ่มชาเขียวปั่นแก้วหนึ่งค่ะ” ฉันหันไปบอกกับพนักงานที่รอรับออร์เดอร์ หลังสั่งเสร็จก็เดินมาหาแฮคที่โต๊ะ ยอมรับว่าเทสต์ในการเลือกที่นั่งของเขาค่อนข้างดี เพราะโต๊ะที่แฮคนั่งรออยู่ติดผนังกระจก วิวดี ที่สำคัญโต๊ะใกล้เคียงไม่ม
Read more
ปุบปับไหว้แม่ 1
ยะหยา : เกิดอะไรขึ้น แกอยู่ไหนเสียงเตือนข้อความดังขึ้นระหว่างทาง พอเปิดดูก็เห็นว่ายะหยาทักมาแต่ฉันไม่ได้ตอบ ปัดหน้าจอปิดแล้วเก็บเครื่องเข้ากระเป๋า มองแผงไหล่กว้างของคนตรงหน้า อดรนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ“นี่ ตกลงว่าเรื่องอะไร ฉันเดินตามนายมาสักพักแล้วนะ จะบอกได้หรือยัง”“....” จู่ๆ แฮคก็หยุดเดินแล้วหันกลับมา“...!!!” ฉันชะงักกึก เบรกเท้าแทบไม่ทัน เผลอสะดุดไปครึ่งจังหวะด้วยแต่ทรงตัวได้ไวก็เลยดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“แม่ฉันอยู่ร้านข้างหน้านี่เอง”“แม่? แม่นาย”งงแล้วนะ แม่แฮคมาเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย... รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล“เธอต้องแกล้งเป็นเมียฉัน”“ห๊า?”“ไม่สิ ก็เป็นไปแล้วนี่ แค่บอกแม่ว่าเราคบกันก็พอ”“หา!” ฉันเบิกตาค้าง ตอนแรกยังไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือเปล่า แต่ตอนนี้รู้สึกหน้าคันยิบๆ เหมือนโดนสาดด้วยน้ำเค็ม คำว่า “เมีย” จากปากแฮคมันระคายจิตใจคนฟังอย่างฉันมาก ถึงเราจะมีอะไรกัน แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นเมียใครตอนนี้ ต่อให้จะเป็นแฮคก็เถอะ“ซีเรียสอะไร ฉันไม่ได้จะเอาเธอมาเป็นเมียจริงๆ สักหน่อย แค่เล่นละครน่ะ อย่าคิดลึก”สายตาที่บอกว่าห้ามเข้าใจผิดหรือคิดล้ำเส้นกับเขาเด็ดขาด เล่นเอาจุกเสียดเหมื
Read more
ปุบปับไหว้แม่ 2
“สั่งอาหารกันเลย”แม่แฮคเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่เหมือนเป็นคำสั่งให้ใครสักคนเรียกพนักงานเสิร์ฟ แน่นอนว่าคงไม่คาดหวังให้ฉันเป็นคนเรียกหรอก ฉันยังคงนั่งนิ่ง ปิดปากเงียบ มีแอบมองข้างๆ บ้าง ไถจอเล่นบ้างเป็นการฆ่าเวลา คือพยายามทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองเหมือนไร้ตัวตนบนโต๊ะอาหารที่สุด“กินอะไร” แฮคถามหลังจากพนักงานมารอรับออร์เดอร์แล้ว ฉันยื่นหน้ามองเมนูเล่มเดียวกับเขา เพราะเมนูเล่มอื่นถูกยัยพัฟฟินอะไรนั่นกับแม่แฮคยึดเอาไว้หมด“อืม... เอา”“พัฟอยากทานอะไรสั่งเลยนะลูก”ยังไม่ทันตอบ เสียงเอาใจใส่ของแม่แฮคก็ดังขึ้นแต่ไม่ได้พูดกับฉัน“ค่ะ” พัฟฟินยิ้มรับ ใบหน้าดูอ่อนหวานเรียบร้อย น่าทะนุถนอมแต่เมื่อกี้เหมือนจงใจพูดขัดกันเลยแฮะ ฉันเหลือบมองพัฟฟินกับแม่แฮคสลับกันไปมา พัฟฟินไม่สบตาฉันเลยสักครั้งผิดกับแม่แฮคที่เหมือนจะมองฉันด้วยสายตาทิ่มแทงอยู่เนืองๆฉันอยากปฏิเสธแฮคว่าไม่หิว แต่รู้สึกเหมือนถ้าทำตัวมีประเด็นขึ้นมาจะยิ่งโดนเกลียด เลยตามน้ำสั่งไปแบบส่งๆช่วงที่กำลังรออาหารมาเสิร์ฟ บรรยากาศบนโต๊ะเงียบกริบ ต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเองพัฟฟินเล่นสมาร์ตโฟนเหมือนฉัน ต่างก็ตรงที่ยัยนั่นแทบไม่เงยหน้าเลย ผิดกับฉันที่ต้องคอ
Read more
ผลพลอยได้ 1
“สรุปว่าพาฉันมาเป็นไม้กันหมา?” ฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่อยู่กันตามลำพัง ทีแรกแม่แฮคจะให้แฮคไปส่งพัฟฟินด้วย แต่ว่าแฮคปฏิเสธเพราะต้องไปทำธุระกับฉันต่อ ธุระอะไรฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ช่างเป็นคนที่โกหกได้หน้าตายจริงๆ แล้วก็เป็นเหตุให้ฉันโดนแม่ของเขาเขม่นเพิ่มอีกเท่าตัว เฮ้อ!~ แม้จะไม่มีผลอะไรต่อชีวิตฉันก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากถูกเกลียดโว้ย“ฉลาดนี่” “ชม?” ฉันจ้องหน้าแฮคอย่างพร้อมจะเอาเรื่องถ้าเขายังพูดจาไม่เข้าหู หมอนั่นหัวเราะฮ่าๆ เห็นเป็นเรื่องตลกพูดออกมาเหมือนไม่ใส่ใจ“ฉันก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้แกล้งเล่นเป็นเมียน่ะ” “แต่... พัฟฟินก็ดูน่ารักดีออก ไม่ชอบเหรอ” “เรื่องของฉันเธอไม่ต้องสนใจหรอก” เหวอสิ!โดนตอกกลับมาแบบนั้นน่ะ“เออๆ แล้วเล่นเป็นเมียให้แล้วฉันได้อะไร?” ทวงมันซึ่งๆ หน้าเนี่ยแหละ ใครจะยอมโดนเกลียดฟรี เหอะ!“เคี่ยวจริงๆ เอาเบอร์มา เดี๋ยวโอนค่าตัวให้” “พูดจริงเหรอ?” “เร็ว” “พร้อมเพย์” อย่างไว ...หลังจากนั้นก็รอแฮคเข้าแอปฯธนาคารแล้วบอกเบอร์ไปติ๊ง~⇢ เงินเข้า +3,000 บาทสามพันเองเหรอ แต่ก็... ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย “น้อยไปเหรอ” แฮคท้วง นี่ฉันออกสีหน้าชัดขนาดนั้นเลยเหรอ“หื่อ ไม
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status