Masukเช้าวันหนึ่งจักรชัยมีโอกาสได้นั่งดื่มกาแฟด้วยกันก่อนไปทำงานจึงตัดสินใจบอกลูกชาย
“สรุปพ่อจะแต่งงานกับหนูพราวนะ”
“ครับผม” แววตาเป็นประกายเหมือนยกภูเขาออกจากอก จักรชัยเองก็ยังโสดไม่เห็นต้องถึงมือเขาสักนิด แถมหน้าตาหล่อเหลา สาว ๆ คนไหนเห็นก็ต้องยอมแต่งงานด้วยทั้งนั้น
“ยังไงแกก็ให้เกียรติพราวในฐานะแม่เลี้ยงของแกด้วยล่ะ”
“โธ่พ่อ เห็นผมเป็นคนยังไง เมียพ่อทั้งคนนะครับ จะไม่ให้เกียรติได้ยังไง” หน้าตึงมาหลายวัน วันนี้ดูอารมณ์ดีขึ้นมาจนเห็นได้ชัด
“เออ ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน”
สองวันต่อมาจักรชัยชวนแพรวพราวมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน และเธอก็อาสาเข้าครัวเองกับเรียม รามิลเลิกงานกลับมาพอดี
“รามิลมาพอดีเลย มากินข้าวด้วยกันสิวันนี้พราวลงมือทำกับข้าวเองเลยนะ”
จักรชัยบอกกับลูกชาย วันนี้พ่อของเขาก็บอกล่วงหน้าแล้วว่าเธอจะมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านด้วย
รามิลถกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นแล้วนั่งลงฝั่งขวามือของผู้เป็นพ่อ แพราพราวเดินยกถาดอาหารออกมาพร้อมกับเรียมและคนใช้อีกสองคน วางอาหารลงบนโต๊ะแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้ามเขา
“นี่หนูพราวคนที่พ่อจะแต่งงานด้วย และนี่รามิลลูกชายของลุง” จักรชัยแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน รามิลเงยหน้าขึ้นมอง กะจะมองแค่แป๊บเดียวแต่กลายเป็นจ้องเจ้าของใบหน้าเนียนใสจนไม่อาจละสายตาได้
สายตาคมกริบมองเธอไม่วางตา ผู้หญิงอะไรสวยน่ารักน่าดึงดูดขนาดนี้ ผิวขาวเนียนละเอียด ทรวดทรงองเอวดูดีไปหมด ผมยาวสลวย ใครได้ลองสบตาคู่นั้นก็เหมือนราวกับต้องมนตร์สะกด เขาเคยคิดว่าผู้หญิงที่ยอมแต่งงานกับหนุ่มใหญ่วัยเดียวกันกับพ่อคงจะต้องหน้าตาธรรมดา รูปร่างอวบอ้วน ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องหน้าตาและอายุของฝ่ายชายนัก แต่ผิดคาดเธอสวยและสวยมาก ๆ ด้วย
ไม่สิรามิล ห้ามมาเสียดายตอนนี้เด็ดขาด พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น
“สวัสดีค่ะคุณรามิล” แพรวพราวกระพุ่มมือไหว้คนที่อายุมากกว่าเธอเกือบห้าปี แล้วยิ้มกว้าง ผู้ชายคนนี้หล่อมาก ผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่ คิ้วเข้ม สันจมูกโด่งรับกับใบหน้าคมเข้ม แต่ไม่คิดว่าเขาจะใจดำได้ขนาดนี้
รามิลยังนั่งตาค้าง
“รามิล!” จักรชัยเรียกสติลูกชายกลับมา
“ครับ สวัสดีครับ” กลืนน้ำลายลงคอแล้วจับช้อนส้อมของตัวเอง เขาไม่คิดว่าเธอจะสวยปานนี้ แต่ก็ช่างเถอะอย่างไรเธอก็ทำเพื่อเงินอยู่ดี
“อาทิตย์หน้าหนูพราวจะย้ายเข้ามาอยู่กับเรา” มือกำลังตักข้าวชะงักไปชั่วขณะก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ครับ” ตอบสั้น ๆ ทำตัวเหมือนไม่สนใจคนตรงหน้า แต่ในใจนั้นกลับรู้สึกประหม่าจนบอกไม่ถูก
ทั้งสามทานข้าวด้วยกันอย่างเป็นกันเอง แพรวพราวเอาใจใส่พ่อของเขาตลอดเวลา เดี๋ยวตักกับข้าวให้ เดี๋ยวหยิบกระดาษทิชชูให้ โดยไม่สนใจว่ามีเขานั่งอยู่ด้วย เห็นเขาเป็นอากาศหรือไง
กินข้าวเสร็จเขาก็ขอตัวขึ้นไปบนห้อง เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงานที่ผับตามเดิม
“พอจะรับมือไหวไหมหนูพราว” มองหน้าเธออย่างเอ็นดู เขาไม่เข้าใจลูกชายจริง ๆ อุตส่าห์หาผู้หญิงดี ๆ มาให้กลับไม่ชอบ
“สบายมากค่ะคุณลุง”
แพรวพราวเดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่เตรียมจะกลับบ้านหลังจากคุยกับจักรชัยต่อพักใหญ่
รามิลเดินคามออกมา เอ่ยว่า “คงดีใจจนเนื้อเต้นที่พ่อผมยอมแต่งงานด้วย” ดูจากการเอาอกเอาใจพ่อของเขาแล้วเธอก็คงจะเป็นเช่นนั้น ดูแล้วรามิลก็คิดว่าทั้งสองเหมาะสมกันดี แต่แค่รู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เวลาเห็นผู้หญิงคนนี้ปรนนิบัติพ่อตัวเองเป็นอย่างดี แต่กลับรู้สึกขุ่นเคืองในใจ
เท้าเล็กชะงักกึก แล้วหันกลับมาประจันหน้ากับเขาที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอห่างกันไม่ถึงสองก้าว กลิ่นกายหอมของคนตัวใหญ่ ทำให้เธอว้าวุ่นใจเล็กน้อย
“แน่นอนค่ะ เพราะคุณลุงใจดี ไม่ใจดำเหมือนใครบางคน”
“นี่คุณ” มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วบีบแน่น
“โอ๊ยคุณ ฉันเจ็บนะ” ใบหน้าเนียนสวยบิดนิ่ว
“คุณจะเจ็บมากกว่านี้ถ้าขืนยังปากดีแบบนี้อีก และอย่าคิดว่าคุณพ่อให้ท้ายแล้วคุณจะพูดอะไรกับผมก็ได้” รามิลขบกรามแน่น ไม่ชอบเอาเสียเลยเวลาที่เห็นเธอทำออเซาะใส่พ่อตัวเอง มันหมั่นไส้ระคนอิจฉายังไงชอบกล
“แล้วฉันจะคอยดู” ว่าจบแพรวพราวสะบัดมือแรงแล้วเดินไปที่รถโดยเร็ว
นี่เธอกล้าท้าทายอำนาจมืดกับเขาอย่างนั้นเหรอ
ช่วงบ่ายวันหนึ่งแพรวพราวเตรียมตัวเพื่อไปสอนโยคะที่สตูดิโอของเธอตามปกติ ที่เธอคิดบวกและมีกำลังใจที่เข้มแข็งอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอเอาโยคะเข้าช่วย เธอหลงใหลในศาสตร์แห่งโยคะตั้งแต่เรียนปริญญาตรี พอเรียนจบจึงไปเรียนครูสอนโยคะต่ออีกหกเดือน เมื่อจบหลักสูตรก็เปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง และสอนเองสัปดาห์ละสามวัน ส่วนวันอื่น ๆ เธอจ้างครูมาสอนด้วย ซึ่งแพรวพราวโยคะเปิดทำการทุกวัน
คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา
สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”
“โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ
“แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง
ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่
“อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค







