로그인วันนี้เธอสอนโยคะคลาสสุดท้ายเสร็จตอนหนึ่งทุ่ม แล้วมีนัดกับเพื่อน ๆ ต่อ
“รอนานยัง” แพรวพราวเอ่ยถามเพื่อนที่มารอเธอที่สตูดิโอ
“ไม่นานหรอก แต่ไตรกับวรรณไปรอเราที่ผับเรียบร้อยแล้ว” ดาลินบอก ถึงแพรวพราวจะไม่ค่อยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่เธอก็สามารถไปเที่ยวตามผับตามบาร์กับเพื่อน ๆ ได้อย่างไม่มีข้อกังขา เพราะด้วยอาชีพและเพื่อสุขภาพของตัวเองเธอจึงเลี่ยงที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
“เหรอ อาบน้ำแป๊บนึงนะ แต่งตัวไม่นานหรอก”
“อืม ตามสบาย” ดาลินรู้ว่าถ้ารีบแพรวพราวไม่ใช่คนที่จะแต่งตัวนาน เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆได้ดี จะเปรี้ยวจะหวานเธอจัดให้ได้เสมอ
สิบห้านาทีต่อมาสองสาวก็เข้ามาอยู่ในรถพร้อมที่จะออกเดินทาง แพรวพราวมาในชุดเดรสกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีแดงเข้ารูป สวยเปรี้ยวเหมือนนักท่องราตรีมืออาชีพ ดาลินขับรถเกือบสี่สิบนาทีก็ถึงที่หมาย ทั้งสองเดินเข้าไปใน The Racha ผับอย่างเร่งรีบ
ที่นี่เป็นที่ที่พวกเขามาเที่ยวเป็นประจำ แต่เธอไม่เคยเจอกับเจ้าของสักที เพราะส่วนมากเขาจะอยู่ชั้นสองของผับตลอด และแพรวพราวก็ไม่คิดอยากจะรู้จักด้วย บอกเลยว่าไม่ใช่แนวของเธอ
“พราว ลิน ทางนี้” วรรณวนัชกวักมือไว ๆ ให้เพื่อนเห็น
ดาลินจับมือแพรวพราวเดินไปยังโต๊ะที่ทั้งสองจองไว้ แพรวพราวนั่งลงข้างไตรทศ ส่วนดาลินนั่งคู่กับวรรณวนัช
“เราสั่งแตงโมปั่นให้พราวแล้วนะ” ไตรทศกล่าว
“แหมม อะไรก็พราว ๆ” ดาลินเอ่ยเย้า เพราะรู้ว่าไตรทศคิดอย่างไรกับแพรวพราว จีบมาตั้งแต่ตอนเรียนปีสอง จนตอนนี้ทำงานมาสามปีรวมแล้วห้าปีก็ยังจีบไม่ติดสักที ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะเพื่อนมีแฟน แต่ตอนนี้แพรวพราวเลิกกับแฟนแล้วแต่ไตรทศก็ยังกินแห้วเหมือนเดิม
“ขอบใจมากจ้ะ” แพรวพราวยิ้มละมุนให้ ไม่ได้รู้สึกกับไตรทศไปมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน
“ก็ลินดื่มกับพวกเราได้นี่นาก็เลยไม่ได้สั่งอะไรพิเศษให้”
“จ้า พ่อคนดี” ดาลินเอ่ยขึ้น เพื่อนทั้งสามรู้ว่าไตรทศเป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ หล่อใจดี ถ้าเขาจีบคนอื่นที่ไม่ใช่แพรวพราวก็น่าจะมีแฟนไปนานแล้ว
“อีกหน่อยพราวคงไม่ได้มาเที่ยวกับทุกคนบ่อยนัก” แพรวพราวกล่าวออกเสียงเศร้า
“ทำไมเหรอ?” ไตรทศถามขึ้น
“หรือว่าจะเกี่ยวกับที่บริษัทพ่อพราว…” วรรณวนัชถาม เพราะเพื่อนทุกคนก็ได้ยินข่าวนี้อยู่เหมือนกัน
“ก็ไม่เชิง แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น”
ทุกคนต่างจ้องมาที่เธอ แพรวพราวยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร
“พราวต้องแต่งงาน”
“แต่งงาน!!” เพื่อนทั้งสามประสานเสียงพูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน
“ใช่ แต่งงาน” ไตรทศหน้าสลดวูบจากที่ไม่มีหวังตั้งแต่แรกตอนนี้กลายเป็นสิ้นหวังที่จะได้คบเธอเป็นแฟนอย่างสิ้นเชิง
“พราวมีแฟนตั้งแต่เมื่อไร ไม่เห็นบอกพวกเราบ้างเลย” ดาลินถามด้วยความสงสัย อยู่ดี ๆ เพื่อนก็ประกาศแต่งงาน เพราะล่าสุดที่รู้ก็คือเพื่อนเลิกกับแฟนไปเป็นปีแล้ว
“ไม่ได้เกิดจากความรักหรอก แต่มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ไม่มีใครทำแทนพราวได้” น้องสาวของเธอยังเรียนอยู่ปีสี่ เธอจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายของครอบครัว
“อย่างนั้นเหรอ” วรรณวนัชกล่าว คนที่เศร้าที่สุดน่าจะเป็นไตรทศ ทุกคนไม่อยากจะคิดว่าชีวิตของแพรวพราวผู้ที่มีพร้อมทุกอย่าง วันหนึ่งจะต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แถมคนที่ต้องแต่งงานด้วยกลับเป็นเพื่อนพ่ออีกต่างหาก
ค่ำคืนนี้ทุกคนจึงดื่มและมีสีหน้าที่ไม่ค่อยสนุกสนานสักเท่าไร ไม่ใช่ไม่ยินดีที่เพื่อนจะแต่งงาน แต่เพราะการแต่งงานครั้งนี้มันเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพราะความสุขส่วนตัวต่างหาก
“มึงมองใคร กูเห็นมึงนั่งมองอยู่ตั้งนานละ” ชานนท์ถามเพื่อนเมื่อเห็นรามิลนั่งอัดบุหรี่เข้าปอดแต่สายตามองสาวสวยเซ็กซี่สวมเดรสสีแดงไม่ละสายตา วันนี้เขาออกมาดูงานที่ผับจึงมีโอกาสมานั่งดื่มกับเพื่อน
“ผู้หญิงที่คุณพ่อจะให้กูแต่งงานด้วย”
“หือ! สวยว่ะ เซ็กซี่ด้วย คุณอานี่ตาถึงจริง ๆ”
“แต่ตอนนี้หล่อนคือแฟนพ่อกู”
“อ้าว ไงเป็นงั้นล่ะ”
“ก็กูไม่ยอมแต่ง พ่อกูก็เลยแต่งเอง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชานนท์หัวเราะเหมือนสะใจอยู่ลึก ๆ แต่ความจริงก็รู้สึกเอ็นดูเพื่อนด้วย ที่ดูเหมือนจะแอบผิดหวังนิด ๆ ที่ตัวเองไม่ได้แต่งงาน
“แม่เลี้ยงมึงโคตรหน้าเด็กเลยว่ะ คุณอาโชคดีชิบเป๋ง” ชานนท์ยังเย้าต่อ
“มึงเยาะเย้ยกู” หรี่ตามองเพื่อนแบบเคือง ๆ
“ไม่ช่ายยย กูยินดีกับมึงต่างหากล่ะ ที่ไม่ต้องโดนพ่อบังคับให้แต่งงานแล้วไง” ทั้งพูดทั้งยิ้มเหมือนไม่ได้หมายความตามนั้น
“จะแต่งงานกับพ่อกูอยู่แล้วยังมานั่งอี๋อ๋อกับผู้ชาย แล้วแบบนี้จะให้กูเชื่อได้ยังไงว่าอยากแต่งงานกับพ่อกูจริง ๆ ไม่ได้หวังฮุบสมบัติพ่อกูด้วย” พูดกับเพื่อนแต่สายตากลับเหล่มองอีกคน
“มึงก็คิดมากเกินไป เขาเป็นเพื่อนกันมั้ง”
“ไม่ใช่เพื่อนอะ กูมองสายตาผู้ชายออก” รามิลพูดออกมาเหมือนหงุดหงิด จี้ก้นบุหรี่เข้ากับจานแก้ว แล้วสาดไวน์ลงคอรวดเดียวหมด
“มึงห่วงพ่อมึงว่างั้น?” คิ้วเข้มของชานนท์เลิกสูงขึ้น
“ก็แน่สิ พ่อกูนะจะไม่ให้ห่วงได้ยังไง” ชานนท์หรี่ตามองเพื่อนเหมือนไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขารู้ว่าคนอย่างจักรชัยพ่อของเพื่อนไม่ยอมให้ใครมาหลอกง่าย ๆ เหมือนลูกชายของเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาหลอกได้ง่าย ๆ เช่นกัน นอกจากเขาจะหลอกตัวเอง
คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา
สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”
“โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ
“แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง
ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่
“อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค







