로그인อยู่ดี ๆ พ่อก็จะให้แต่งงาน เหตุผลเพราะครอบครัวของเธอกำลังจะล้มละลาย บ้า! ใครจะไปยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
더 보기“ความหวังคุณจักรชัยใกล้จะเป็นจริงแล้วสินะครับ” ธาราพูดใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม “อืม ขอให้เป็นอย่างที่คิดซะทีผมจะได้เลิกห่วงรามิล ติดที่หนูพราวนี่แหละจะยอมใจอ่อนให้รามิลหรือเปล่า” “อยู่ที่ความสามารถของคุณรามิลแล้วล่ะครับ” ธารายิ้มอบอุ่นให้กับคนตรงหน้าที่เป็นทั้งเจ้านายและคนรัก มาถึงบ้านหรรษรักษ์จอดรถเสร็จแพรวพราวก็รีบเดินเข้าบ้าน พอดีที่จักรชัยก็กำลังลงจากรถเช่นกัน “พราว! เดี๋ยวก่อนสิพราว” รามิลกำลังจะสาวเท้าตามร่างเธอไป “รามิล!” จักรชัยเอ่ยเสียงดุกับลูกชาย “ครับพ่อ”“พูดจาไม่ให้เกียรติหนูพราวเลยนะ คำว่าคุณหายไปไหน”“อยู่ในใจครับ” อยากจะพูดว่าก็เมียผมอะพ่อ จะให้เรียกคุณทำไมกัน“เมื่อไหร่จะโตซะที ไหนบอกกับพ่อว่าจะให้เกียรติหนูพราวในฐานะแฟนพ่อไง”“โธ่ คุณพ่อ”“อย่าให้พ่อได้ยินว่าเรียกหนูพราวแบบนี้อีก”จักรชัยพูดจบก็เดินเข้าบ้านไปก่อนลูกชาย อยากจะขำแหละแต่กลั้นไว้ก่อน“โธ่เว้ย!” เขาหงุดหงิดที่พูดอะไรไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ยืนหมุนคว้างอยู่สนามหน้าบ้าน คิดอะไรไม่ออกจึงโทรหาเพื่อนหวังหาที่พึ่ง
วันนี้มีประชุมนโยบายที่จะช่วยบริษัทคณาภิรมย์ฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งประชาก็มาร่วมประชุมด้วย รามิลได้แต่ชำเลืองมองใบหน้าสวยที่นั่งฝั่งตรงข้ามเขาเป็นระยะ จบการประชุมทุกคนรับทราบนโยบายทั้งหมดที่ร่วมกันช่วยบริษัทคณาภิรมย์ “เราไปทานข้าวกันดีกว่านะ” จักรชัยเอ่ยชวนประชา แพรวพราวและลูกชาย “ดีเหมือนกันค่ะคุณลุง เราไปกันเถอะค่ะ เมื่อเช้าพราวยังไม่ได้ทานอะไรเลยค่ะ” ว่าแล้วก็เดินมาเกาะแขนจักรชัยเดินออกจากห้องประชุม คนเดินตามหลังหวงก็หวงแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กัดฟันกรอด ๆ เธอช่างกวนประสาทเขานัก เดินตามหลังแล้วเอามือลูบหน้าตัวเองแรง ๆ หายใจเข้าออกลึก อดทนไว้ก่อนนะรามิล นั่นคุณพ่อเอง ประชาสังเกตการกระทำของลูกสาวกับสายตาของรามิลสลับกัน สองคนนี้จะต้องมีอะไรอย่างแน่นอน ตกตอนบ่ายแพรวพราวก็เปลี่ยนชุดไปสอนโยคะ เธอไม่เปิดช่องว่างให้เขาคุยกับเธอแม้แต่น้อย เสร็จจากงานรามิลเดินลงไปห้องฝึกโยคะ ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นาน จึงเริ่มทำท่าทางไปกับครูคนสวยด้านหน้า เธอรู้ว่าเขาเข้ามาในห้อง จังหวะที่เธอทำท่าสะพานโค้งนั้นเขาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี แทบอยากเอาฝ่าใหญ
เช้าวันรุ่งขึ้นแพรวพราวนอนตื่นสาย จึงรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเพราะกลัวไปทำงานไม่ทัน“พราวไม่ทานข้าวเช้าก่อนเหรอลูก”“ไม่ค่ะแม่ ไม่ทันแล้วค่ะ”“เฮ้อ! ทุกทีไม่เคยเห็นนอนตื่นสาย” ปกติแพรวพราวเป็นคนชอบตื่นเช้า ถึงบางครั้งจะเข้าทำงานบ่ายก็ตาม“เมื่อคืนนี้พี่พราวก็เข้านอนเร็วนะคะแม่” พรณภัทร์บอกแม่ แพรวพราวเข้านอนเร็วจริง แต่เธอเข้าไปเล่นโยคะเกือบทั้งคืน“วันนี้คุณเข้าไปประชุมร่วมกับหรรษรักษ์ไม่ใช่เหรอคะ” มณีถามสามี“ครับ แต่ยัยพราวไม่รู้หรอก ผมไม่ได้บอกลูก เดี๋ยวก็คงเจอกัน” ประชาคุยกับภรรยา ถึงอย่างไรพ่อลูกก็ต้องแยกกันไปอยู่ดี แพรวพราวมาถึงหน้าห้องทำงาน กลั้นใจรวบรวมความกล้าเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป คนร่างใหญ่แววตาเป็นประกายที่เห็นเธอมาทำงาน แต่เธอกลับวางหน้านิ่งเฉยจนรามิลอ่านไม่ออกว่าเธอรู้สึกอย่างไรกันแน่ “ทำไมไม่รับสายผม” เมื่อเช้าเขาทนไม่ไหวจึงตัดสินใจโทรหาเธอ “ฉันขับรถอยู่ค่ะ คุณรามิลมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ” เธอเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา พาร่างเล็กอรชรเดินไปด้านหลังโต๊ะทำงาน เธอต้องใจแข็งมากแค่ไหนที่ต้องมาทำงานทั้งที่ไม่อยากเจอหน้าเขา เพราะเห็นแก่บริษัทและเงินที
บ้านคณาภิรมย์พรณภัทร์เดินมาหาพี่สาวที่ศาลาหลังบ้าน ปากกาที่จัดแผนการสอนโยคะจรดอยู่ที่แผ่นกระดาษ แต่ดวงกลับตาเหม่อลอยออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย ภาพร่างสูงใหญ่เปล่าเปลือยที่ถาโถมเข้ามาหาเธอเมื่อคืนมันตามมาหลอกหลอนเธอ เธอจะทำอย่างไรไม่ให้แพ้เขา เธอต้องเข้มแข็งแค่ไหน“พี่พราว!” ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงน้องสาว“ว่าไง” เธอขานรับเสียงเรียบ แล้วก้มหน้ามองที่กระดาษพรณภัทร์นั่งลงฝั่งตรงข้ามพี่สาว“เปล่า แม่ถามหาพี่ พรก็เลยอาสามาตามให้ ทำไมดูหน้าไม่ค่อยสดชื่นเลยอะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” น้องสาวถามด้วยความเป็นห่วง เธอสังเกตพี่สาวตั้งแต่เช้าแล้ว พอกลับมาถึงบ้านแพรวพราวก็แยกตัวออกมานั่งเงียบ ๆ คนเดียว“ไม่มีอะไร เมื่อคืนไปเที่ยวกับเพื่อนก็เลยกลับดึกน่ะ”“แล้วคุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ”“ก็ดี”“พูดเหมือนไม่อยากแต่ง”“เปล่า คุณลุงก็อบอุ่นดี ไม่ได้หวือหวาอะไร” ไม่เหมือนกับอีกคน พยายามไม่ให้คิดถึงเขาแต่ก็อดคะนึงหาเขาไม่ได้ ทุกท่วงท่าลีลาที่เขาทำกับเธอเมื่อคืนมันติดอยู่ในห้วงความรู้สึกของเธอตลอดทั้งวัน แล้วยังไงล่ะ ก็ในเมื่อเขาเมา“ก็เขาโตแล้วอะนะ วันนี้พี่พราวนอนบ้านใช่ปะ” น้องสาวพูดเหมือนเข้าใจคนมาก





