INICIAR SESIÓNเช้าวันใหม่เรียมกำลังจัดโต๊ะอาหารเช้า จักรชับจึงถาม “รามิลกลับมาหรือยังเรียม”
“ยังเลยค่ะคุณท่าน สงสัยจะงอนหนักนะคะ น่าจะไปทำงานต่อเลยมั้งคะ” เรียมพูดขึ้นเพราะปกติรามิลไม่เคยทำตัวแบบนี้
“ทำตัวเหมือนเด็ก”
“ถ้าคุณรามิลไม่ยอมแต่งงานละคะคุณท่าน”
“ฉันก็คงต้องแต่งเอง”
“หา! คุณท่านพูดจริงเหรอคะ” เรียมมีท่าทีตกใจ
“จริงสิ แม่เรียมเคยเห็นฉันพูดเล่นหรือไง”
“แต่ก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณท่านยังหนุ่มยังแน่น จะมีนายผู้หญิงของบ้าน ฉันก็ว่าดีนะคะ จะได้ไม่ต้องบังคับคุณหนูด้วยค่ะ” เรียมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อไม่ต้องเป็นคนกลางที่ต้องระงับศึกของเจ้านายต่างวัยทั้งสอง
“ฉันก็คิดแบบนั้น บอกเจ้านพเตรียมรถไว้ ฉันจะไปบ้านประชา”
จักรชัยจะต้องไปเจรจาเรื่องแต่งงานกับเพื่อนให้เข้าใจตรงกัน ทั้งที่ในใจรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ใครจะรู้ว่าเขาก็ลำบากใจแค่ไหน ตลอดเวลาที่เขาหย่าขาดจากภรรยาเก่า เขาก็มีเหตุผลส่วนตัวเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมมีผู้หญิงคนใหม่สักที ที่เขาจะไปบ้านคณาภิรมย์ครั้งนี้ ก็เพื่อไปเจราจากับแพรวพราว เขาหวังว่าเธอจะเข้าใจ และให้ความร่วมมือกับเขา
“ค่ะคุณท่าน”
ภายในบ้านคณาภิรมย์ หลังจากจักรชัยกลับไปแล้ว ประชากับมณีนั่งหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาว จักรชัยมาบอกว่าเขาจะแต่งงานกับลูกสาวคนโตของทั้งสองเองเพราะรามิลไม่ยอมแต่งงานกับแพรวพราว ไม่ใช่ว่าไม่ยินดีแต่ก็ไม่ได้อยากให้ลูกสาวต้องแต่งงานกับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อ แต่ลูกสาวกลับตอบตกลงซะงั้น
“พราวคิดดีแล้วเหรอลูก พ่อกับแม่เห็นแก่ตัวมากเกินไปรึเปล่า ที่ต้องให้ลูกมารับผิดชอบในสิ่งที่ลูกไม่ได้ก่อแบบนี้”
แพรวพราวเห็นพ่อกับแม่เป็นแบบนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ ตอนนี้ครอบครัวอยู่ในขั้นวิกฤต ถ้าเธอไม่ช่วยในขณะที่ยังพอช่วยได้ ครอบครัวเธอก็จะไม่เหลืออะไร ถ้าปล่อยให้บริษัทล้มละลายไปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะสร้างขึ้นมาได้แบบนี้อีก
การแต่งงานกับจักรชัยก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เขาเป็นคนอบอุ่นใจดี และน่าจะไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ ภรรยาจากไปแต่งงานใหม่เขาก็ยังเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมาตั้งนาน เขาอุตส่าห์ลดตัวลงมาช่วยขนาดนี้เธอจะปฏิเสธได้อย่างไร
อีกอย่างหน้าตาเขาก็ยังดูไม่แก่เลยสักนิด ที่สำคัญเขามีความลับบางอย่างที่บอกลูกชายไม่ได้ และเขาก็เป็นผู้ชายที่น่านับถือจริง ๆ ที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อคนอื่นได้ขนาดนี้
ตอนนั้นจักรชัยคุยกับเธอว่า
‘หนูพราวอย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะ ลุงไม่อยากให้รามิลรู้’
‘พราวสัญญาค่ะคุณลุง’
‘ลุงเชื่อว่าไม่เกินห้าปี บริษัทคณาภิรมย์จะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิม ในระหว่างนี้หนูพราวจะคบกับใครก็ได้’
คราแรกที่คิดไว้อยากให้จริงจังกับลูกชาย แต่ในเมื่อเขาปฏิเสธจักรชัยจึงต้องรับผิดชอบเอง
“คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดมากสิคะ พราวคิดดีแล้วค่ะ” แพรวพราวไม่อยากให้พนักงานกว่าห้าร้อยชีวิตต้องมาตกงานในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะแต่ละคนก็มีภาระมีครอบครัวที่ต้องดูแลอีกหลายชีวิตเช่นกัน อีกอย่างเธอไม่ชอบโดนผู้ชายปฏิเสธ เพราะแพรวพราวคิดว่าตัวเองเป็นคนมีคุณค่า การที่เธอได้เสียสละตัวเองคนเดียวแล้วสามารถช่วยคนอีกหลายร้อยชีวิตเธอก็ยินดีที่จะทำ
และการแต่งงานครั้งนี้เธอก็ไม่จำเป็นต้องเป็นภรรยาจักรชัยไปตลอดชีวิต แต่เรื่องนี้มีเพียงเธอกับจักรชัยเท่านั้นที่รู้
ภายในผับวันนี้รามิลเลือกที่จะนอนที่นี่อีกคืน
“เป็นอะไรไปคะทำไมทำหน้าเครียดจัง” ตาหวานหญิงคู่ขาของรามิลเอ่ยถามเสียงออดอ้อน ร่างนุ่มนิ่มบดเบียดเข้ากับร่างใหญ่อย่างคุ้นชิน มือบางลูบไล้ไปตามแผงอกเปลือยแน่นหนั่น นิ้วหัวแม่มือบดคลึงยอดอกของชายหนุ่มเบา ๆ แต่คลึงเท่าไรมันก็ไม่ตื่นตัวสักที
“เปล่า มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”
“ตาหวานช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้นะคะ”
ว่าจบมือเล็กก็เลื่อนไล้ไปตามลอนกล้ามท้องสวย เรื่อยมาจนถึงเข็มขัด และกำลังจะปลดมันออก
หมับ!
มือหนาของเขากลับตะครุบมือเธอไว้ก่อน
“อย่าเลยตาหวานวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จริง ๆ” บอกเธอเหมือนรำคาญนิด ๆ
“อุ๊ย อะไรของคุณเนี่ย แล้วเรียกตาหวานมาทำไมกันคะ” ตาหวานเริ่มหงุดหงิด
“ผมขอโทษ วันนี้คุณกลับไปก่อนนะ เดี๋ยววันหลังผมชดเชยให้ก็แล้วกันนะครับ”
“ฮึ อารมณ์เสีย” เธอชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ
“ผมไม่มีอารมณ์จริง ๆ ถึงคุณปลุกมันทั้งคืนมันก็ไม่มีทางตื่นหรอก”
“ก็ได้ค่ะ งั้นตาหวานกลับก่อนนะคะ”
“ครับผม เดี๋ยวผมให้ลูกน้องไปส่งนะครับ” บอกเธอแต่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนั้นนัก
“ค่ะ”
พ้นร่างหญิงสาว ร่างใหญ่ยังนอนเอามือก่ายหน้าผาก เป็นไปได้อยากจะเอาขาทั้งสองขึ้นมาก่ายด้วย
เอาเถอะยังไงเขาก็คิดดีแล้วว่าเขาจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อพราวอะไรนั่นตามที่พ่อของเขาบอกอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น
คนบนร่างยิ้มพรายเธอพร้อมจะปรนเปรอให้เขา ริมฝีปากบางกดจูบลงบนเรียวปากเขาและเป็นฝ่ายดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างหื่นกระหายผละจากปากก็เลื่อนกายลงต่ำ ใช้อกอวบอิ่มและปลายลิ้นลากไล้ตามแผงอกเรื่อยลงมาตามหน้าท้องและแก่นกายแข็งขึงของเขา “อา” ความนุ่มหยุ่นสัมผัสกับความแข็งของความเป็นชายทำให้คนตัวโตต้องส่งเสียงครางออกมา ปากเล็ก ๆ งับแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดเม้มปากแน่นแล้วรูดปากขึ้นจนสุด จนเกิดเสียงน่าอาย บ๊อก! “อา พราว” เธอปล่อยให้มันตั้งโด่อยู่แบบนั้น อกเนียนนุ่มเลื่อนไล้ไปตามต้นขาแกร่งทั้งสองข้าง ปัดป่ายผ่านตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เธอกำลังปลุกปั่นไฟราคะของเขา จากนั้นใช้อกอวบทั้งสองข้างเข้าครอบครองท่อนเอ็นร้อนให้อยู่กลางทั้งสองเต้า มือเล็กทั้งสองดันอกให้แนบชิดความเป็นชายแล้วนวดคลึงแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงช้า ๆ บางจังหวะใช้ปากดูดดึงหัวปลายบานช่วย “ซี้ดดดด อา” คนตัวใหญ่สูดปาก เขากำลังโดนเธอทรมาน แต่เป็นการทรมานที่เขาเต็มใจ เธอเปลี่ยนจากเนินอกนุ่มเป็นปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดมังกรยักษ์ของเขา ปาดเลียลากไล้ลงมา
สามเดือนต่อมา หลังจากทั้งสองแต่งงานกันรามิลเข้าไปบริหารงานช่วยพ่อตาอย่างจริงจัง โดยมีแพรวพราวเป็นผู้ช่วยของเขา ธุรกิจครอบครัวเธอกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหยุดรามิลพาภรรยาไปบ้านชานนท์ พักหลังเขาไม่ค่อยได้เข้าไปผับ เพราะปารียาใกล้จะคลอด รามิลแนะนำให้แพรวพราวรู้จักกับภรรยาของเพื่อนสนิท เขาปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวรามิลก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมาก มือบางลูบคลำท้องปารียาเบา ๆ “โอ๊ะ คุณแบมคะ” แพรวพราวตกใจถึงกับชักมือกลับเมื่อเห็นท้องของปารียาบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งเพราะเด็กในท้องกำลังดิ้น “หึ หึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปารียาขำท่าทางตกใจของแพรวพราวด้วยความเอ็นดู “เจ็บไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าโดนถีบแรงหน่อยก็มีแปลบ ๆ เหมือนกันค่ะ” ปารียาบอกพร้อมลูบท้องตัวเองเบา ๆ เธอชินแล้วกับการที่ต้องอุ้มลูกคนที่สอง แพรวพราวยิ้มแหยรู้สึกหวั่น ๆ กับการที่ต้องอุ้มท้อง “เหมือนพราวจะอยากมีลูกนะ” ชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองสาวนั่งคุยกันอย่างถูกคอ “กูทำทุกวัน” “เอาให้ทันกูนะ”
“โอ้ย ผมเจ็บนะ” ทำเป็นร้องเสียงหลงแล้วดึงร่างนุ่มเข้ามากอด“อ๊ะ โยคะมันเกี่ยวกับกล้ามที่ไหนละคะ” มองเขาแววตาหวานเยิ้ม“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าเกี่ยวนี่นา”“ทะเล้นจริง ๆ ปล่อยได้แล้วค่ะพราวจะไปเปลี่ยนชุด”“เปลี่ยนด้วย”“ไม่ได้ค่ะ อาย”“อาย?”“อือฮึ”“ฮ่า ฮ่า ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า” ทั้งพูดทั้งจูบหน้าผากเธอหนัก ๆ พร้อมเม้มริมฝีปากทำท่าทางมันเขี้ยว แทงแตกไปไม่รู้กี่น้ำยังจะมีหน้ามาบอกว่าอาย คิดแล้วก็ขำคนรัก เขารู้สึกทั้งรักทั้งเอ็นดูคนตัวเล็กรามิลเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมแพรวพราว เตรียมที่จะฝึกโยคะแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิตแพรวพราวเรียงลำดับการฝึกจากท่านั่งก่อน ตามด้วยนอนราบ นอนคว่ำ ท่ายืน ปิดท้ายด้วยท่าไหว้พระอาทิตย์ตามเดิม ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง รามิลอยากจะบอกคุณครูว่าเขาจำได้แค่ท่าศพกับท่าต้นไม้แค่นั้น กระนั้นตอนทำท่าต้นไม้ก็ยังยืนโอนเอียงเพราะยังใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนักไม่ได้“ไม่คิดว่าจะได้เหงื่อเยอะขนาดนี้” เขาเดินออกมาจากสตูดิโอโยคะแล้วพูดกับเธอ เมื่อเช้าใช้เอวกระแทกไปเยอะด้วยสิ ตกเย็นมาก็เล่นโยคะแบบจัดเต็มอีก“ให้พราวขับรถให้นะคะ” วันนี้เขาไม่ได้ให้คนขับรถมาด้วย“ไม่เป็นไ
“แค่เนี้ย?”“ค่ะ” ยลรดีกำลังจะเดินออกไปรามิลจึงเอ่ย “คุณรดีครับ”“คะ”“ออกไปฝากล็อกห้องให้ด้วยนะครับ และอย่าเพิ่งให้ใครเข้ามารบกวนผม” เขาบอกเธอเสียงเรียบแววตาเป็นประกายจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้า“ค่ะ”ว่าแล้วก็พาเธอเดินไปตรงระเบียงห้อง ยืนกอดเธอจากด้านหลัง สายตาทอดมองวิวด้านนอก รู้สึกวันนี้มันสวยเป็นพิเศษ“พราวยังไม่บอกผมเลยว่าคุณกินยาคุมทำไม” ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ติ่งหูอ่อนนุ่ม“อือ ก็คุณมักง่ายนี่คะ ไม่เคยจะป้องกันอะ” ขนอ่อนกำลังเริ่มตื่นตัวเมื่อโดนจมูกซุกซนก่อกวน“ก็ป้องกันแล้วไง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยหลั่งข้างในน้า”“แหมมมม! แล้วเจ้ารามิลน้อยมันมองเห็นด้วยตาเปล่าไหมละคะ มีเป็นล้าน ๆ แต่ละคืนก็ใช่ว่าจะแทงครั้งเดียวซะเมื่อไหร่” เจ้ามังกรก็ใช้แล้วใช้อีกแล้วใครจะไปมองเห็นล่ะจริงไหม“ทะลึ่ง” เขาพูดเสียงงุ้งงิ้งอยู่ข้างซอกคอ ดอมดมผิวเนียนไม่หยุด“หรือไม่จริง?”“ก็ผมอยากมีลูกกับคุณนี่นา”“หือ จริงอะ”“จริงดิ ถ้าพราวท้องกับผม ผมก็จะได้เนียน ๆ บอกกับคุณพ่อไปเลยไงว่าพราวเป็นเมียผม”“แล้วไม่พูดให้มันดี ๆ ละคะ ง่ายกว่าไหม”“ก็คนมันอายอะ ยกพราวให้คุณพ่อไปแล้วด้วย จะกลับคำก็ไม่ได้” ทำเสียง
ตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อคืนรามิลกับแพรวพราวกลับมาดึก จึงไม่ได้เจอกับพ่อ รามิลเดินลงมาทานอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนกลับมาจากผับก็จัดเต็มกับคนรักอีกหลายยก ที่เขาขู่เธอไว้ไม่เกินจริง จักรชัยมองลูกชายที่เดินลงมาหน้าตาเรียบเฉย แววตาไม่ได้สื่อว่ารู้สึกเช่นไร แค่ลูกกลับมานอนบ้านเขาก็ดีใจมากแล้ว “คุณธาราไม่ได้มาค้างด้วยเหรอครับพ่อ” รามิลเอ่ยถามผู้เป็นพ่อแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือบมองดวงหน้าหวานละมุนของสาวตรงข้ามแววตากรุ้มกริ่ม เมื่อคืนเธอทำให้เขาอิ่มเอมมาก อิ่มจนล้นออกมาทางสายตาจักรชัยอึ้งกับคำถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้นธารายังไม่กล้ามาที่บ้านหรรษรักษ์อีก เพราะเขาโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้รามิลต้องเสียใจ “รามิล!” “ครับพ่อ” “แกไม่โกรธพ่อเหรอ” “โกรธเรื่องอะไรครับ” เขาทำหน้าเฉไฉ “ก็เรื่องที่พ่อ…” พูดแค่นั้นแล้วปรายตามองหน้าแพรวพราว รามิลไม่ตอบแต่กลับลุกจากเก้าอี้ตัวเองแล้วเดินไปหาพ่อ จักรชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลูกชายโอบกอดพ่ออย่
“อื้อ ซี้ดดด” แพรวพราวส่งเสียงครางเสียวไม่ขาดปาก มันเสียวและทรมานในคราเดียวกัน ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงส่ายวนไปมา มือหนาก็ยิ่งกดและละเลงลิ้นเร็วรัว สอดเข้าไปเสียดสีกับปุ่มกระสันในโพรงรักร้อนอย่างไม่ปรานีเธอ “อื๊อ เสียว ซี้ดดด อา” แพรวพราวครางเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างเปลี่ยนไปขยุ้มบนที่นอนแน่น ลิ้นซุกซนของเขาก็รัวไม่หยุด “พราวไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด” สิ้นเสียงร่างเล็กก็กระตุก ร่องรักคับแคบตอดรัดเรียวลิ้นสากแน่น “พราว ผมอยากแตกข้างในตัวพราว นะ…ได้ไหม?”เขาจับร่างเล็กนอนตะแคงซ้ายแล้วยกขาข้างขวาขึ้นสูงแทรกกายเข้าไปคุกเข่าคร่อมตรงหว่างขา จับขาขวาเธอขึ้นพาดบ่า จับแก่นกายถูไถกับกลีบสาวก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอยู่ในตัวเธอ “ได้ค่ะ อื๊อ” ตอบเขาโดยไม่ต้องคิด “ผมอยากมีลูกกับพราว” “พราวกินยาคุมค่ะ” คำบอกกล่าวเหมือนดับฝันของเขาลง แต่ถึงอย่างไรก็ขอกระแทกก่อนก็แล้วกัน “หื้อ พราวอะ อ้า” เข้าไปได้สุดก็ขยับบั้นท้ายเนิบช้า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับเธอ โน้มกายลงมาบีบค







