Mag-log inณ ห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ภายในตำหนักคุนหนิง ของวังหลวงยามนี้สภาพแวดล้อมที่เคยหรูหราสง่างามสมฐานะ ที่ประทับของพญาหงส์คู่บัลลังก์ ได้แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสำนักงานใหญ่ของหอการค้าตระกูลหลี่ สาขาวังหลวงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วบนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวยาวไม่มีม้วนฎีกาการเมืองหรือคัมภีร์หลักธรรมคำสอนใดๆ วางอยู่หลงเหลือ ทว่ามันกลับถูกจับจองพื้นที่ด้วยตั๋วเงินกองมหึมา หีบทองคำแท่งที่เปิดฝาอ้าทิ้งไว้จนแสงทองสะท้อนวิบวับ และสมุดบัญชีปกหนังสีดำแบบตะวันตกนับสิบเล่มหลี่เฟิงมี่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่น นิ้วมือเรียวสวยรัวดีดลูกคิดเสียงดัง แต๊กๆๆๆ ราวกับกำลังสับไพ่ในกาสิโน ถัดจากนางไปไม่ไกลคือก้อนแป้งน้อย องค์หญิงเฟิงหวง วัยสามขวบที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพรม สองมือน้อยๆ พยายามตะครุบก้อนตำลึงเงินเอามาเรียงเป็นตึกสูงอย่างสนุกสนาน“เฟิงมี่ นี่เจ้ายังนับเงินของเดือนนี้ไม่เสร็จอีกหรือ?”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเยี่ยหมิงเฉิน ผู้เป็นโอรสสวรรค์ปกครองแผ่นดินแคว้นเยียนอันเกรียงไกร เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่ามังกรทะยานอันสง่างาม สายตาคมกริบกวาดมองกองเงินกองทองในห้องพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงด
ณ ตำหนักคุนหนิงอันหรูหราตระการตา ของวังหลวงแห่งแคว้นเยียนกลิ่นอายความตึงเครียดที่อบอวลอยู่เมื่อหลายเดือนก่อนได้มลายหายไปสิ้น บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยเสียงลั่นกลองรบของสมรภูมิรูปแบบใหม่ นั่นคือสมรภูมิตลาดแห่งวังหลัง ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมันสมองและวิสัยทัศน์อันแสนจะแสบสันของฮองเฮาหลี่เฟิงมี่สตรีนางใดในวังหลังที่เคยคิดว่าการได้ตำแหน่งพระสนมคือจุดสูงสุดของชีวิต บัดนี้ต่างต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หมดสิ้น เพราะสิ่งที่มีค่าและแสดงถึงอำนาจวาสนาในยามนี้ไม่ใช่ป้ายพระยศหยกทว่าคือบัตรสมาชิกแถบทองคำระดับวีไอพีสูงสุด ของระบบส่งด่วนข้ามวังหลังที่เฟิงมี่เป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว!“ฮองเฮาเพคะ ยอดสั่งซื้อชุดเครื่องหอมบำบัดอารมณ์และเครื่องประดับจำลองของเดือนนี้ พุ่งทะลุเป้าหมายไปมากกว่าสามเท่าตัวแล้วเพคะ” อาชิงเดินเข้ามารายงาน พลางยื่นสมุดบัญชีคู่เล่มหนาให้ผู้เป็นนายเฟิงมี่ที่กำลังเอนกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้โยกบุนวมนุ่มหนา นัยน์ตาคู่งามฉลาดเฉลียว ปรายมองตัวเลขสถิติกำไรสุทธิพลางคลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา“ดีมาก! พวกสนมเก่าที่เคยเข้าพวกกับตระกูลฮวา ยามนี้คงจะกระเป๋าฉีกจนแทบต้องจำนำของล้ำค่ากันหมดแล้ว
สำนักศึกษาหลวงเทียนอี่ พลันตกอยู่ในความเงียบงันยามค่ำคืน ทว่าภายในห้องอักษรส่วนตัวของซู่เหวิน แสงเทียนกลับยังคงสว่างไสวสะท้อนใบหน้าคมคายที่บัดนี้เรียบนิ่งสนิทจนน่ากลัวข้างกายของเขามีม้วนฎีกาลับและตารางบัญชีส่วยเกลือที่เขาแอบแกะรอยเชื่อมโยงมาเป็นเวลาหลายเดือน หลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดโปงความชั่วช้าของใต้เท้าเฉิน เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนัก ผู้ซึ่งเป็นคนส่งกลุ่มมือสังหารมาปลิดชีพตรั้งแล้วครั้งเล่า เขาจนทำให้ไป๋หลิงต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอดซู่เหวินจัดอาภรณ์สีครามเข้มอย่างประณีต มือหนาลูบไล้คัมภีร์ไม้ไผ่เคลือบเหล็กกล้าและกล่องกลไกขนาดพกพา ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยความรู้ล้ำลึกแววตาของอาจารย์หนุ่มไร้วรยุทธ์ในยามนี้ ไม่มีความลังเลหรือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความแค้นและปัญญาอันเฉียบแหลมที่พร้อมจะแผดเผาคนชั่วให้พินาศในเมื่อคนพวกนั้นยังไม่ยอมหยุด เขาก็จะทำให้มันจบเอง ครั้งก่อนที่ไป๋หลิงข่มขู่ไปดูเหมือนว่าใต้เท้าฉินผู้นี้ยังไม่เข็ดหลาบ เช่นนั้นเขาจะทำให้คนพวกนั้นรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวเอง ว่าเป็นเช่นไรซู่เหวินก้าวเดินไปที่เตียงกว้าง เขาทอดสายตามองดูไป๋หลิ
ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน บรรยากาศรอบเรือนพักท้ายสำนักศึกษาหลวงเทียนอี่แห่งเมืองกว่างโจว กลับยิ่งทวีความหนาวเหน็บและกดดันจนแทบหายใจไม่บอกซู่เหวิน อาจารย์หนุ่มผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านสติปัญญาและความรอบรู้ ทว่ากลับไร้ซึ่งกำลังภายในและวรยุทธ์โดยสิ้นเชิงยามนี้เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับชายชุดดำร่างยักษ์สามคนที่แผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรง ดาบเล่มโตในมือของพวกมันสะท้อนแสงสายฟ้าแปลบปลาบ ดูน่ากลัวราวกับยมทูตที่พร้อมจะพรากวิญญาณของเขาไปทุกเมื่อ“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ท่านอาจารย์ซู่เหวิน!” หัวหน้านักฆ่าแค่นเสียงเหี้ยม พลางตวัดดาบพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของซู่เหวินอย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยมซู่เหวินเบิกตากว้าง สองมือที่เคยจับพู่กันและคัมภีร์สั่นระริก สมองของเขาประมวลผลหาทางรอดอย่างรวดเร็วทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อด้วยสัญชาตญาณความกลัวของปุถุชนทั่วไป ที่ไม่เคยผ่านสมรภูมิเลือด คมดาบแหลมคมพุ่งตรงเข้ามาใกล้ในระยะไม่ถึงคืบ ความตายลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเองเคร้ง!เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุ
หลังจากเกลียวคลื่นแห่งความยินดีในงานมงคลสมรสอันแสนเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมสุขของกู้ไห่และถังเสี่ยวเป่า เพิ่งจะพัดผ่านผืนทรายชายหาดภาคใต้ไปได้ไม่นาน ทั่วทั้งอาณาบริเวณ ณ เมืองกว่างโจว ก็กลับคืนสู่ความคึกคักและตระการตาขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพื่อต้อนรับเทศกาลมงคลครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย นั่นก็คือพิธีสมรสของสายทหารปะทะคู่ค้าทิศประจิม ระหว่างคุณชายรองฉินอวี่ และคุณหนูใหญ่เหยาชิงชิงงานมงคลในครานี้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ยิ่งใหญ่อลังการดุจภาพวาดสวรรค์ เนื่องจากตระกูลเหยาเป็นถึงมหาคหบดีผู้ผูกขาดโรงเตี๊ยมและคลังสินค้าทางภาคประจิม ผสานเข้ากับทรัพย์สินกองเงินกองทองของหอการค้าตระกูลหลี่ที่หลี่เฟิงมี่ ซึ่งยามนี้ดำรงตำแหน่งฮองเฮาอยู่ในวังหลวง แอบส่งสารสั่งการให้คนส่งของขบวนพิเศษ ลำเลียงเอาเครื่องเรือนทองคำ ผ้าแพรไหมพะเยียชั้นเลิศ และของขวัญล้ำค่ามาสนับสนุนให้สหายอย่างเหยาชิงชิงอย่างเต็มที่ จนชาวบ้านนับหมื่นที่มามุงดูพากันแตกตื่นเลื่องลือไปทั่วทั้งชายแดนใต้ถนนทุกสายที่มุ่งสู่จวนถูกปูด้วยพรมสีเพลิง โคมไฟแพรทองฉลุลวดลายพยัคฆ์ขาวเหยียบเมฆานับพันดวงถูกจุดสว่างไสวเจิดจ้า แสงไฟสะท้อนผิวน้ำทะเลระ
หลังจากที่ขบวนเสด็จเกียรติยศของเยี่ยหมิงเฉินและหลี่เฟิงมี่ เคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่สะท้านราชสำนัก บรรยากาศ ณ เมืองท่าชายแดนใต้กว่างโจว ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขตามธรรมชาติของเมืองริมทะเลทว่าในความเงียบสงบนั้น กลิ่นอายมงคลระลอกใหม่กลับตลบอบอวลขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อถึงเวลาจัดงานมงคลสมรสอันแสนเรียบง่ายทว่าเปี่ยมสุข ของคู่น้องใหม่สายลุยจอมพลังอย่างกู้ไห่ บุตรชายรองแม่ทัพ และถังเสี่ยวเป่า บุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักคุ้มภัยตระกูลถังงานแต่งงานในครานี้ไม่ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ หาได้มีขันหมากทองคำหมื่นตำลึงมาตั้งวางขวางทางเดินจนคนแตกตื่นทั้งแคว้น ทว่ามันกลับถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและอบอุ่นที่สุด ณ ลานเรือนพักไม้หอมริมชายหาดส่วนตัวหลังจวนตระกูลหลี่ทั่วทั้งบริเวณถูกตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษเซวียนจื่อสีแดงมงคลนับร้อยดวงที่ส่องแสงสีส้มสลัว ระยิบระยับไปกับเกลียวคลื่นทะเลใต้ที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเป็นจังหวะ กลิ่นหอมของอาหารมงคลรสเลิศจากตี้อี้เว่ย และน้ำแกงสมุนไพรอุ่นโชยมาตามสายลมฤดูร้อน ชวนให้จิตใจของทุกคนพรั่งพรูไปด้วยรอยยิ้มความสุขภายในห้องโถงพิธ







