Masukคูลโซ่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อลูกศิษย์สาวก็หายตัวไปเสียแล้ว
“อ้าว ผิดที่เหรอนี่” ซินนี่เกาหัวไปมา แต่ก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นรอบตัว
“ลูกศิษย์ของอาจารย์คูลโซ่ผู้เก่งกาจ ขนาดร่ายเวทมนตร์หายตัว ยังร่ายมาโผล่ผิดที่เลย” ยูริเบ้ปากส่งสายตาดูถูกดูแคลนให้ซินนี่
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า แล้วไม่เกี่ยวกับเจ้าด้วย” ซินนี่โต้กลับด้วยความไม่ชอบใจ
“มันไม่ใช่เรื่องของข้าหรอก แต่ข้าแค่สมเพชเวทนาเจ้า ฝึกเวทมนตร์มานานขนาดนี้ยังร่ายเวทมนตร์ผิดๆ ถูกๆ เสียชื่ออาจารย์ของเจ้าหมด” ยูริกอดอกเยาะเย้ยซินนี่ด้วยความสะใจ
“เจ้าเถอะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ฝึกวิชาแล้วทำเรื่องไม่ดี อีกไม่นาน เวทมนตร์จะเสื่อม”
“ปากดีนักนะ อยากลองดีกับข้าใช่ไหม” ยูริปล่อยพลังใส่ซินนี่ด้วยความโมโห
“หยุดนะ” จอร์จรีบเข้ามาขวางช่วยเหลือซินนี่เอาไว้
“เจ้ากล้ามาช่วยมันรึ” ยูริพูดด้วยความโมโห ดวงตาวาวโรจน์
“เจ้าไม่ควรใช้เวทมนตร์ทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้” จอร์จตำหนิตรงๆ
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” ยูริเถียงด้วยความเคืองแค้น
“ไปกันเถอะซินนี่ อย่าไปยุ่งกับพวกอันธพาลเลย” จอร์จรีบพาซินนี่หายตัวไปทันที
ยูริได้แต่เจ็บใจซินนี่รอดไปอีกแล้ว
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างซินนี่” จอร์จถามลูกศิษย์อาจารย์เดียวกันด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร ขอบใจเจ้ามาก”
“เจ้าเป็นอะไรรึ ทำไมสีหน้าไม่สู้ดีนัก”
“ข้าต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์ ท่านยายบอกว่าได้เวลาที่ข้าจะมีคู่แล้ว”
“งั้นขอให้เจ้าโชคดี ดูแลตัวเองด้วย” จอร์จอวยพรให้หญิงสาว
“ขอบใจเจ้ามาก อีกไม่นานเจ้าคงเจอเนื้อคู่ของเจ้าด้วยเช่นกัน”
“คงแบบนั้น ข้าคงต้องไปแล้ว อาจารย์คูลโซ่นัดฝึกวิชาเอาไว้ อีกไม่นาน ข้าคงสำเร็จขั้นสูง”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง คงอีกไม่นาน ส่วนข้าไม่ค่อยเอาไหนเสียเลย” ซินนี่พูดเสียงแผ่ว
“เจ้าอย่าคิดมาก ถึงไปอยู่โลกมนุษย์เจ้าก็สามารถฝึกวิชาได้นี่ ข้ารู้ว่าเจ้าหัวดี” เขาให้กำลังใจเธอ
“ขอบใจเจ้าอีกครั้ง”
“ข้าไปก่อนละ วันที่เดินทางข้าจะมาส่งเจ้าอีกที” จอร์จบอกด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ก่อนเขาจะหายตัวไปหาอาจารย์คูลโซ่เพื่อฝึกวิชาตามที่ได้นัดหมายเอาไว้
จอร์จไปแล้ว ซินนี่จึงนั่งลงอย่างหมดแรง คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วถอนใจติดกันหลายครั้ง
“ถอนใจแรงเชียวนะ ซินนี่” ปิแอร์พ่อมดหนุ่มที่โดนสาปเป็นกระรอกกระโดดมาเกาะบนไหล่ของหญิงสาวด้วยความห่วงใย
“ปิแอร์ คืนเดือนเพ็ญนี้เราต้องเดินทางลงไปยังโลกมนุษย์กัน” ซินนี่บอกปิแอร์ กระรอกน้อยที่เกาะอยู่บนบ่า
“ไปทำไมรึ จะไปเที่ยวกับอาจารย์อูลก้าอีกเหรอ ข้าไม่ไปด้วยแล้ว เดี๋ยวโดนท่านยายเล่นงานเอาอีก คราวนี้สงสัยคงโดนหนักกว่าครั้งก่อน” ปิแอร์รีบปฏิเสธทันทีด้วยความขยาด ครั้งก่อน เวทมนตร์ของอูลก้าที่กำบังตัวเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นว่าแอบหนีไปเที่ยวยังโลกมนุษย์หมดก่อนที่จะเดินทางกลับมาเสียอีก จนถูกนาเนียร์ลงโทษเอา
“ท่านยายให้ข้าไปตามหาเนื้อคู่ภายในสามเดือน แล้วยังบอกอีกว่า หากหาไม่เจอเขา ข้าจะต้องกลายเป็นแมวป่าตลอดชีวิต ไม่ใช่จะหนีเที่ยวแบบที่เจ้าว่าหรอก” ซินนี่เท้าคางปฏิเสธความคิดของปิแอร์
“อ๋อ... เจ้าคงถึงเวลามีคู่แล้ว แต่เจ้าคงชอบละสิ ปกติเจ้าชอบหนีเที่ยวโลกมนุษย์กับท่านอาจารย์อูลก้าเป็นประจำอยู่แล้วนี่” ปิแอร์ดักคอ
“ชอบน่ะชอบหรอก แต่มีภาระแบบนี้ข้าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แถมเวทมนตร์ข้าไม่ค่อยได้เรื่อง หากไม่เจอเนื้อคู่ของข้าก่อนกำหนด ข้าคงต้องถูกสาปตลอดไป ที่สำคัญคือ ข้าห้ามใช้เวทมนตร์ทำให้เขาบอกรักด้วย”
“เจ้าอย่าเครียดไปเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งเสมอ เอาตัวรอดได้สบาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ชวนเสียวไส้เจ้าก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ข้าเคยได้ยินอาจารย์อูลก้าบอกว่า มนุษย์โลกที่เป็นเพศชายสามารถยั่วยวนได้ง่ายกว่าพ่อมด คงไม่เกินความสามารถของเจ้าหรอก เจ้าสวยและเซ็กซี่ขนาดนี้”
“ข้าถือว่าเป็นคำชมของเจ้านะปิแอร์” ซินนี่ลูบหัวปิแอร์ยิ้มๆ เมื่อเขาชมว่าเธอสวยและเซ็กซี่
“ข้าอยากรู้ว่าเนื้อคู่ของเจ้าจะเป็นหนุ่มรูปงามคนใดในโลกมนุษย์” ปิแอร์กระโดดไปนั่งบนพนักเก้าอี้อีกตัวขณะคุยกับหญิงสาว
“ข้าอยากรู้มากกว่าเจ้าอีก แต่ในความไม่มั่นใจของข้า ข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องเจอเขาในระยะเวลาที่กำหนด”
“นั่นไง เจ้าเก่งหรอกซินนี่ เจ้ามั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์”
“หนึ่งเปอร์เซ็นต์”
คำตอบของซินี่ทำให้ปิแอร์หัวเราะกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น
“เจ้าไม่ต้องมาหัวเราะขำข้าเลย” ซินนี่กอดอกงอนๆ
“ซินนี่ เจ้าทำอะไรชักช้านัก ข้าบอกให้เจ้ามาหา รอแล้วรออีกก็ไม่มา” อูลก้าแหวกผนังห้องเข้ามาแบบไม่ทันให้คนที่อยู่ในห้องได้ตั้งตัว
“ท่านอาจารย์ตกใจหมด” ซินนี่สะดุ้งกับการมาของอาจารย์สุดหล่อจริงๆ แทนที่จะหายตัวมาแบบพ่อมดตนอื่น กลับแหวกผนังห้องมาเสียแบบนั้น
“เจ้านี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ต้องให้ข้ามาหาเจ้าเอง” อูลก้ายังบ่นไม่เลิก
“ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะลืม แต่ข้ามีเรื่องต้องคิดมากมาย”
“เจ้าจะคิดอะไรมากมายให้ปวดหัว เดี๋ยวนี้ เจ้าจะดำเนินรอยตามเจ้าคูลโซ่แล้วเรอะ เอ้านี่ ข้ามีของให้เจ้า” อูลก้ายื่นขวดขนาดจิ๋วให้ซินนี่
“อะไรหรือท่านอาจารย์” ซินนี่รับขวดใบเล็กมาถือด้วยความงุนงง
“ยาเสน่ห์สูตรใหม่ของข้า รับรองแค่แตะนิดเดียวเห็นผลเกินคาด” อูลก้ากอดอกมองลูกศิษย์สาวด้วยความภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง หากจะเอ่ยถึงยาสมุนไพรทุกชนิด โลกเวทมนตร์ไม่มีพ่อมด แม่มดตนใดสู้เขาได้เลยแม้แต่คูลโซ่ผู้เก่งกาจก็เถอะ
“แต่ท่านให้ข้าทำไมรึ” ซินนี่มองตามด้วยความสงสัย
“เจ้านี่ ให้ๆ ก็รับไปเถอะ อาจารย์ให้ของแทนที่จะขอบใจ เอาเก็บไว้เถอะเผื่อเจ้าต้องใช้ แล้วเอาอันนี้ไปด้วย” อูลก้ายื่นขวดขนาดเล็กอีกใบให้ซินนี่
“อะไร” ซินนี่ขมวดคิ้วมองขวดใบเล็กที่บรรจุน้ำสีแดงสดเอาไว้ด้านใน ซึ่งแตกต่างจากขวดยาเสน่ห์ซึ่งเป็นขวดน้ำสีเขียว
“เจ้านี่ถามมากจริงๆ” อูลก้าแสร้งทำเป็นรำคาญ
“ก็ข้าอยากรู้นี่” ซินนี่รบเร้าถาม คิดว่ามันต้องสำคัญมากแน่นอน ไม่งั้น อาจารย์อูลก้าคงไม่ทำท่าทางกอดอกยืดเสียขนาดนั้น แสดงว่ามันต้องเป็นสิ่งที่วิเศษสุดยอดแน่นอน
“สมุนไพรชุบชีวิต เป็นยาวิเศษที่ข้าคิดค้นสูตรเอง เจ้าเอาเก็บไว้ หากอยู่โลกมนุษย์อาจต้องใช้”
ซินนี่จึงรีบขอบคุณอาจารย์ด้วยความตื้นตัน “ท่านยอดเยี่ยมมาก” ซินนี่เก็บยาสองขวดเอาไว้เป็นอย่างดี
“ถึงข้าจะไม่ได้มีมนตร์วิเศษมากมายเหมือนเจ้าคูลโซ่มัน แต่ยาของข้ารับรองได้ว่าสุดยอดจริงๆ” อูลก้ากอดอกหยิ่งๆ เมื่อเอ่ยชื่อถึงพ่อมดอีกตน ซินนี่กับปิแอร์แอบหัวเราะคิกคัก รู้ทันอูลก้าที่ไม่ค่อยต่างจากคูลโซ่เท่าใดนักหากได้โอกาสที่จะข่มอีกฝ่าย เธอและปิแอร์เลือกที่จะเงียบเอาไว้
“ท่านอาจารย์ของข้าเก่งอยู่แล้ว” ซินนี่ชมอูลก้าจากใจจริง เธอรู้ว่าเรื่องสมุนไพร ถึงเป็นคูลโซ่ก็สู้อูลก้าไม่ได้
“เจ้าไม่ต้องมาแกล้งยอ ข้าไม่บ้ายอหรอก ข้ารู้หรอกว่าตัวเองเก่งกาจขนาดไหน แต่ไม่ยกตนเท่านั้น” คำพูดของอูลก้าทำให้ซินนี่กับปิแอร์แอบหลิ่วตาหากัน ว่าขี้โม้ไม่เคยเปลี่ยน หากอยากได้อะไรจากอูลก้า ยอสักหน่อยก็ประเคนให้หมด
“ข้าไปละ คืนวันเพ็ญนี้ ข้าจะไปส่งเจ้าเอง” อูลก้าหายตัวออกจากห้องของลูกศิษย์สาวทันทีหลังจากให้ของสำคัญแก่นาง คำพูดที่บอกว่า จะไปส่งเจ้าเอง ทำให้ซินนี่มองปิแอร์อีกครั้ง ทั้งสองรู้ว่าไม่ใช่ไปส่งธรรมดาแน่นอน
ซินนี่ลาผู้เป็นยาย แม่ อาจารย์และเพื่อนๆ ในโลกเวทมนตร์ก่อนออกเดินทาง โดยมีปิแอร์เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง ส่วนอูลก้าก็ตามลูกศิษย์สาวไปด้วย แต่อยากตามไปเที่ยว แล้วก็ต้องการไปทดลองยาเสน่ห์สูตรใหม่กับสาวๆ สวยๆ ยังโลกมนุษย์นั่นเอง
“ท่านอาจารย์เสียงดังชะมัด” ซินนี่พยายามตะโกนฝ่าเสียงเพลงในผับที่เปิดดังจนแสบแก้วหู
ชายหนุ่มกอดเมียสาวแนบอกทันทีที่เธอเกร็งกระตุกไปเยือนสวรรค์อีกครั้ง จับร่างสาวนอนตะแคงแล้วยกขาข้างหนึ่งพาดบนบ่า กายชายเข้าสอดแทรกส่วนลี้ลับที่เปิดรับด้วยความเต็มใจ คุกเข่าจับขาด้านบนของหญิงสาวอีกด้านหนีบใต้รักแร้ได้สำเร็จ เขาเริ่มขยับอีกหญิงสาวสะอื้นจวนเจียนขาดใจกับเรือนตัวตนองอาจที่บดเบียดล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม มือสาวขยำผ้าพรมจิกทึ้งระบายอารมณ์หวามไหวที่ก่อตัวขึ้นใจกลางสาว มือใหญ่เอื้อมไปนวดเฟ้นทรวงอกเคร่งครัดอวบตึง อีกข้างเคล้นคลึงสะโพกผายงอนงามไปพร้อมๆ กันกับลีลารักที่เน้นหนักเร่าร้อนสายลมเย็นรอบกายพัดมากระทบผิวเนื้อของหนุ่มสาว แต่ไม่ได้ช่วยลดความร้อนแรงในรสสัมผัสแม้แต่น้อย กลับยิ่งโหมกระพืออารมณ์ร้อนให้ยิ่งมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวครั้งนี้เอกภาพต้องการจับจูงเมียสาวเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกมิติหนึ่งพร้อมๆ กัน เขาจึงทุ่มสุดใจเพื่อทำให้เธอและเขามีความสุขไปด้วยกัน เวลายังผ่านไปเท่าไหร่ เขายิ่งได้เห็นความสุขสมที่ไหลบ่าสู่เรือนกายสาวที่ตอดรัดเขาทุกครั้งที่ไปถึงเส้นชัย ทิ้งให้เขาต้องวิ่งตามเอกภาพรั้งขาทั้งสองของหญิงสาวพาดบนบ่าให้เธอนอนหงายสบายในท่านั้น บั้นท้ายงอนงามลอยแทบไม่ติดพื้นพรมที่รอง
“ขา... คุณอะตอม” เสียงหวานขานรับด้วยดวงตาหยาดเยิ้มช่างยั่วเสียจริง เอกภาพได้ยินเสียงและเห็นสายตาหวาดหยดที่สบด้วยก็สะท้านในอก เรือนกายหนุ่มผงาดกล้าขึ้นมาทันที“แบบนี้ไม่ใส่เสียดีกว่า” เขาว่าให้“ไม่ใส่ก็ถอดสิคะ” หญิงสาวยิ้มแพรวพราวดวงตาเป็นประกาย คนอยากปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นน้อยตาเป็นประกายระยับ“งั้นก็ถอดออก” คนพูดทำท่าจะถอดคนที่ยั่วให้ถอดวิ่งหนี ร่ายมนตร์เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็หลุดออกปลิวไปตามสายลม คนวิ่งตามไม่อยากปลดอีกแล้วอยากทำอย่างอื่นมากกว่า เพราะตอนนี้สิ่งที่อยากเห็นล่อตาล่อใจกำลังสั่นไหวไปมาท้าทายให้เขาเข้าไปสัมผัสฟอนเฟ้น“หนีไม่รอดแล้ว” เอกภาพทำท่าจะตะครุบร่างที่แกล้งหยุดยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า เขาใช้ลำแขนแกร่งทั้งสองคว้าร่างเธอไม่ได้ ต้องผิดหวังคว้าอากาศแทน“ไปไหนแล้ว แน่จริงอย่าใช้เวทมนตร์สิ” เอกภาพเหลียวมองรอบกาย เห็นร่างเปลือยเปล่าขาวนวลชวนน้ำลายหกกำลังยืนยิ้มยั่วเขาอยู่“ความเร็วเท่ามด” เธอยอกย้อนให้เจ็บใจเล่น“คอยดู จะต้องจับให้ได้” เขาหมายมาดวิ่งตาม แต่เพียงยกมือขึ้นทำท่าจะโอบรัดร่างอวบ เธอใช้ความเร็วเกินมนุษย์ธรรมดาโดนการย่อตัวลงเพื่อหลบเขาได้สำเร็จอีกครั้งเอกภาพกะจากสายต
ณัฐรวีหยัดกายตอบสนองทุกจังหวะกดคลึงสัมผัส ใบหน้าคมเข้มเลื่อนลงประทับจุมพิตทั่วเรือนกายสาวอย่างเอาใจใส่“อืม” เสียงหวานบอกถึงอารมณ์หวามที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความรัญจวนใจ“เจ้าน่ารักเหลือเกินหนูนิ่ม” เขาผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้าสวยหวานที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์เสน่หาดวงตาพราวระยับณัฐรวียิ่งหน้าแดงมากขึ้นในคำชมนั้น แม้จะขัดเขินแต่ยกกายตอบสนองเขาทุกบทรัก เขากดริมฝีปากหนาที่ขมับชื้นเหงื่อของหญิงสาว เรือนร่างสาวสั่นคลอนตามแรงรักที่ยังโหมกระหน่ำมากขึ้น อุ้งมือใหญ่รั้งร่างของหญิงสาวเอาไว้ให้นั่งทาบทับบนเรือนกายหนุ่ม คล้องแขนกลมกลึงบนไหล่แกร่งกล้า โยกกายตามมือใหญ่ที่รั้งสะโพกผายงอนงามเพื่อขยับทั้งสองสบตากันลึกซึ้ง มือแกร่งทำหน้าที่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนระหว่างที่หยัดกายสอดแทรกกับร่างสาวที่ทิ้งกายลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ส่วนมือนุ่มนิ่มของณัฐรวีโอบกอดรอบคอเขาแน่นไม่คลาย“ข้าจะพาเจ้าเดินชมสวนดอกไม้” ร่างสูงสง่าของปิแอร์ยืนขึ้นด้วยความแข็งแรง มือทั้งสองโอบอุ้มบั้นท้ายงอนงามเอาไว้ หญิงสาวยิ่งเพิ่มแรงกระชับลำคอหนามากยิ่งขึ้น ทันทีที่เรือนร่างกำยำเดินย้ำไปด้านหน้าเพื่อพาเธอชื่นชมดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของธรรมชาติ เสีย
“กี่ตัวก็ลูกของเราจ้ะ กี่ตัวก็ได้” เสียงหวานของเมียรักทำให้เจ้าบิ๊กเลียเมียไม่หยุดทางด้านเจ้าโบ้หวานไม่น้อยหน้าเพื่อน แม้จะย้ายตามเมียมาอยู่อีกบ้าน แต่มันทำตัวน่ารัก เฝ้าบ้านให้วิภาเป็นอย่างดี ทั้งประสิทธิ์และวิภาต่างก็รักใคร่เป็นที่สุด“เมียจ๋า” เสียงหวานของเจ้าโบ้ที่เรียกเมียทำให้จำปาส่ายก้นยั่วเย้า“จ๋าพี่โบ้ มาสิจ๊ะ” เมียยั่วขนาดนี้ถึงจะกำลังท้องกำลังไส้อยู่ก็เถอะ ขอแอ้มเมียหน่อยเถอะ“พี่โบ้อย่ารุนแรงนะจ๊ะ จำปากำลังท้องอยู่ แต่เราไปหาที่เงียบๆ ดีกว่า เดี๋ยวแม่มาเห็นเข้า” แม่ในที่นี่หมายถึงวิภานั่นเอง แหม... เจ้าโบ้น้ำลายยืด ถ้ารู้ว่าจำปาร้อนแรงขนาดนี้จับเผด็จศึกทำเมียเหมือนเจ้าบิ๊กเพื่อนรักเสียตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนขนาดนี้ แต่ยังดีที่มันขยันขันแข็งปั๊มลูกได้รวดเร็วไม่แพ้เพื่อน“ได้สิจ๊ะ” เจ้าโบ้รีบวิ่งตามก้นงอนงามที่ส่ายยั่ว ไปอีกมุมหนึ่งของบ้าน ด้วยดวงตาแวววับ น้ำลายไหลไม่หยุดด้วยความกระหายในที่สุดการก่อสร้างโรงงานผลิตไม้อัดกันปลวกจากวัสดุเศษเหลือก็เกิดขึ้นด้วยเงินลงทุนหลายสิบล้านบาทงานนี้ทั้งปิแอร์และซินนี่ดูจะเป็นสปอนเซอร์สำคัญในการสมทบทุนด้านการเงิน เอกภาพปฏิเสธด้วยความเกรงใ
“ซินนี่” เสียงแหบห้าวทำให้หญิงสาวหยุดไม้กวาดเอาไว้ แล้วความแข็งแกร่งที่จิ้มอยู่ที่ก้นทำให้เธอรับรู้ แต่แกล้งไม่เข้าใจความต้องการนั้น“อะไรคะ” เธอแกล้งถามเขยิบไปด้านหน้าเหมือนหนี เอกภาพรั้งเอวคอดเอาไว้ไม่ให้หนี“หนีไปไหน” เขารัดร่างหญิงสาวแนบอก ระดมจุมพิตรุ่มร้อนเข้าจู่โจมที่ลำคอระหงและซอกหูหอมกรุ่น“อือ” เธอครางประท้วง“ไม่ให้หนี” เขาเบียดร่างแกร่งกับเรือนกายสาว“ไม่ได้หนีเสียหน่อย” คนอยากยั่วปฏิเสธเสียงหวานหยด“ซินนี่จ๋า” หญิงสาวรับรู้ความต้องการอันร้อนแรงของเรือนกายหนุ่ม แค่ได้ยินเสียงอ้อนก็ใจอ่อนยวบ เธอร่ายมนตร์เสกให้ท่อนล่างเปลือยเปล่าพร้อมๆ กับเขา เอกภาพครางด้วยความถูกใจจับร่างของหญิงสาวสวมสอดกับเรือนกายหนุ่ม หญิงสาวร่ายเวทมนตร์อีกครั้งเพื่อป้องกันใครเห็นเธอกับเขาเอกภาพใช้นิ้วแกร่งสะกิดยอดเกสรสวยสาวแสนสวยที่รัดรึงโอบล้อมเขาอยู่จนหญิงสาวครางสะท้านบิดกายในอ้อมกอดแกร่งไปมา ทำให้แผ่นหลังเปลือยเสียดสีกับผิวเรียบตึงของอกกว้างด้วยความวาบหวาม“ซินนี่”“คุณอะตอม”ทั้งสองครางพร้อมกันอย่างต่อเนื่องกับบทรักเร่าร้อนชวนตื่นเต้น ไม้กวาดน้อยพาทั้งสองมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ดวงจันทร์กับดวงดาวเปล่งแสงเ
“ที่รัก เบาๆ โอ้...” เอกภาพใบหน้าเหยเกกว่าเดิม หญิงสาวกระแทกกระทั้นบนเรือนกายหนุ่มไม่หยุดหย่อน“บอกมาว่าจะแต่งไม่แต่ง” หญิงสาวขู่เสียงกระเส่าหวานน่ารัญจวนใจยิ่งนัก ยิ่งเธอกดสะโพกใส่มากเท่าไหร่ เขาก็ได้เห็นแต่ความเซ็กซี่ของเธอ ใบหน้าสวยกำลังซ่านเสียวน่ามอง ทรวงอกอวบอิ่มเด้งไปมาส่ายตามแรงที่เธอโหมกระหน่ำใส่เขาอย่างเร่าร้อน“คนดี” เอกภาพใช้สองมือประคองบั้นท้ายงอนงามเพื่อให้เธอผ่อนแรงบ้างเนื่องจากเขากำลังจะขาดใจ“จะแต่งไม่แต่ง”“โอ๊ะ แต่งแล้วคนดี ฉันรักเธอที่สุดในโลก” หลังจากเอกภาพสารภาพเสียงแหบพร่า ซินนี่จึงหมุนวนกายไปบนเรือนกายหนุ่มเชื่องช้า ตอดรัดกลั่นแกล้งเขา“ซินนี่แกล้งอีกแล้วนะ” คนที่ควบขับเขาอยู่เหมือนจ๊อกกี้สาวกลายเป็นนั่งหมุนวนเสียดสีเขาแทน ชายหนุ่มจำต้องพลิกร่างสาวลงด้านล่าง“หมดเวลาเล่นแล้ว” เสียงห้าวทุ้มของเอกภาพสิ้นลง แล้วตามติดด้วยเสียงครางประสานกันระงมไปทั่วห้องเข้าจังหวะกับเสียงเนื้อกระทบกันสนั่นไปทั่ว ทั้งสองผลักดันร่างเข้าหากันอย่างร้อนแรง เอกภาพจับจูงมือของหญิงสาวไปพบกับเส้นรุ้งที่ขอบฟ้ากว้างไกลด้วยความสุขสมแสนหวาม ธารรักอุ่นร้อนเข้าประสานกับน้ำหวานที่ไหลรินออกมาชโลมเร







