Masukเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ผู้หญิงหรือแม่มดสาวๆ สวยๆ ต่างไม่พ้นถูกเกี้ยวพาราสีจากอูลก้าเป็นประจำ แต่เขายังมีข้อดีอยู่บ้างคือเป็นคนตลก แล้วเก่งเรื่องการปรุงยาวิเศษ รอบรู้เรื่องสมุนไพรทุกชนิดบนโลกเวทมนตร์
“ท่านอาจารย์” ซินนี่เรียกอาจารย์ด้วยความดีใจ เธอคิดว่าอูลก้ารู้เรื่องโลกมนุษย์ดีทีเดียว คงมีวิธีที่ทำให้ผู้ชายสารภาพรักแน่นอน
“เจ้าคงถึงเวลามีคู่แล้วล่ะสิ” อูลก้ากอดอกมองลูกศิษย์ไม่วางตา
“ท่านรู้รึ” ซินนี่ตาโตทึ่งในความสามารถของอาจารย์
“มีเรื่องอันใดบ้างที่ข้าจะไม่รู้”
“แต่บางทีท่านก็ทายผิด” ซินนี่เถียงเบาๆ แต่อูลก้าหูไวยังแอบได้ยินว่าลูกศิษย์ค่อนขอดเอา
“ข้าแกล้งหรอก อยากให้เจ้าได้เรียนรู้เอาเองบ้าง หากให้ข้าบอกหมด เจ้าก็ไม่ได้แสดงความสามารถน่ะสิ” อูลก้ารีบแก้ตัวทันควัน คำพูดของอาจารย์ทำให้หญิงสาวแอบเกาหัวไปมา ไม่ค่อยเชื่อถือสักเท่าไหร่นัก
“หากเจ้าไม่เชื่อข้าแบบนี้ เรื่องที่ทำยังไงให้มนุษย์โลกคนนั้นสารภาพรักกับเจ้า ข้าคงไม่ช่วย อุตส่าห์จะมาช่วยด้วยความหวังดี แถมของวิเศษที่ยายเจ้าให้ไปเอากับข้าก็อด”
“ไม่ใช่นะท่านอาจารย์ อย่าเพิ่งน้อยใจสิ ท่านเก่งและรอบรู้ที่สุด” ซินนี่รีบอ้อนอาจารย์
“นี่เห็นว่าเจ้าเป็นศิษย์รักของข้านะ ไม่งั้นข้าคงไม่ช่วย” โดนออดอ้อนเข้าหน่อย อูลก้าก็ยอม โดยเฉพาะลูกศิษย์แสนสวยแบบซินนี่ แถมยังเป็นหลานสาวของแม่มดที่ตนแอบหลงรักตอนวัยหนุ่ม
“ข้ารู้ว่าอาจารย์เก่งกาจ ต้องช่วยเหลือข้าได้แน่” ซินนี่รีบพูดเอาใจอาจารย์ เพราะรู้ว่าวิธีนี้แหละ อูลก้าถึงยอมช่วย อาจารย์ของเธอบ้ายออย่างหนักเลยทีเดียว
“เจ้าไม่ต้องมาแกล้งยอ เนื้อคู่เจ้าอยู่โลกมนุษย์ก็ดีเหมือนกัน วันเพ็ญนี้ ข้ากะว่าจะชวนเจ้าไปเที่ยวผับอยู่พอดี” อูลก้าอมยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นไว้ตัวเล็กน้อย แต่ที่จริงชอบคำยอของลูกศิษย์สาวจนหน้าบาน
“วันเพ็ญที่จะถึง ข้าต้องเดินทาง คงไม่มีเวลาไปเที่ยวกับท่านหรอก ท่านยายให้ข้าไปเอาของวิเศษจากท่านและท่านอาจารย์คูลโซ่” ซินนี่บอกอาจารย์ด้วยความกังวล พอนึกถึงเรื่องการเดินทาง
“ระยะเวลาอีกตั้งนาน เจ้านี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ จะเคร่งเครียดไปไย รับรองว่าไปเที่ยวกับข้าสนุกจะตาย อย่ากังวลไปเลย รับรองว่าเจ้าจะต้องเจอเนื้อคู่ที่โลกมนุษย์แน่นอน แต่เจ้าจะไปให้ไอ้คูลโซ่มันบ่นอีกแล้วเรอะ ข้าละเบื่อแทนเจ้าจริงๆ แทนที่จะไปหาข้าก่อน กลับไปหามันก่อน” อูลก้าส่ายหน้าด้วยความระอา เขาไม่ค่อยกินเส้นกับคูลโซ่สักเท่าไหร่ แค่ได้ยินชื่อก็ระคายหูกับชื่อของมันแทบจะทันที แถมน้อยใจที่ลูกศิษย์คนสวยเลือกไปหาคูลโซ่ก่อน
“ท่านอย่าน้อยใจไปเลย ที่ข้าไปหาอาจารย์คูลโซ่ก่อนเพราะจะได้มีเวลาคุยกับท่านนานๆ ยังไงเล่า อีกอย่างเป็นคำสั่งของท่านยาย ให้ข้าไปเอาของวิเศษจากท่านอาจารย์คูลโซ่” ซินนี่ไม่ค่อยอยากไปพบคูลโซ่สักเท่าไหร่ เพราะเธอต้องสงบเสงี่ยม ไม่เป็นตัวของตัวเองสักครั้งเดียว เธอรู้ว่าอาจารย์คูลโซ่เก่งและหวังดี แต่เธอไม่ชอบอะไรที่อยู่ในกฎระเบียบแบบที่ท่านเป็น
“งั้นตามใจเจ้า แต่เสร็จแล้วอย่าลืมไปหาข้าล่ะ ข้ามีของให้เจ้าเหมือนกัน รีบๆ มา อย่าให้ข้ารอนาน” อูลก้ากำชับอีกครั้ง เขาไม่ยอมน้อยหน้าคูลโซ่ มีของวิเศษให้ลูกศิษย์เช่นเดียวกัน
“ค่ะ ท่านอาจารย์” ซินนี่รับคำรีบไปหาอาจารย์อีกคนทันที
“มาแล้วรึซินนี่”
คูลโซ่ทักทายลูกศิษย์สาวเสียงเรียบติดจะขรึม เขาหยั่งรู้อนาคตว่าเดือนเพ็ญนี้ ซินนี่ต้องออกเดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อไปหาเนื้อคู่ของเธอ แม้ซินนี่จะซุกซน แอบหนีเที่ยว ไม่ค่อยขยันฝึกฝนวิชาสักเท่าไหร่ แต่เขารู้ว่าเธอเป็นแม่มดที่มีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือแม่มดและสัตว์ทั้งหลายที่เดือดร้อนอยู่เสมอ แต่เพราะความรักสนุก มีความคิดไม่เหมือนแม่มดตนอื่นจึงเรียนวิชาได้ล่าช้า เวลาท่องเวทมนตร์ผิดๆ ถูกๆ ต้องโดนเขาตำหนิเป็นประจำ แต่หากเขาปล่อยปละละเลย ลูกศิษย์สาวคงแย่กว่านี้ เหตุผลที่สำคัญอีกประการคือเธอเป็นหลานสาวคนเดียวของแม่มดที่เขาปักใจรักไม่เสื่อมคลายตั้งแต่ยังหนุ่ม
“ค่ะ ท่านอาจารย์” ซินนี่สงบเสงี่ยมมากพอสมควรขณะอยู่กับอาจารย์คูลโซ่ หากแก่นนักจะโดนตำหนิเอาอีก แถมบางทีถูกสาปให้ยืนนิ่งเหมือนท่อนไม้ตั้งครึ่งค่อนวันจนเธอขยาด จึงไม่กล้าทำอันใดให้อาจารย์ไม่พอใจ
“เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าหน่อยสิ ข้าจะให้ของวิเศษแก่เจ้า” คูลโซ่เรียกลูกศิษย์สาวเข้ามารับของวิเศษที่ต้องพกติดตัวไปโลกมนุษย์นอกจากของที่แม่มดควรมีอยู่ก่อนแล้ว
“สร้อยอะไรคะท่านอาจารย์” ซินนี่มองสร้อยที่เป็นโลหะวงกลมสีดำสนิท ด้านในเป็นรูปดวงดาวห้าแฉกฝังอยู่ด้วยความฉงน
“นอกจากของวิเศษที่ติดตัวเจ้าแล้ว สร้อยเส้นนี้จะช่วยเหลือเจ้ายามคับขัน” คูลโซ่มอบสร้อยโลหะที่เป็นเครื่องรางสำคัญให้ซินนี่ ซึ่งจะต้องใช้ในอนาคตอันใกล้หลังจากเดินทางไปยังโลกมนุษย์
“ช่วยเหลือเช่นไรเหรอคะ” ซินนี่อยากรู้ว่าสร้อยเส้นนี้มีความสำคัญ และมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
“เจ้าสามารถขอพรจากสร้อยเส้นนี้ได้สามครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นยามคับขันจริงๆ แล้วต้องเป็นคนละวันกันด้วย หากวันนั้น เจ้าขอไปแล้วจะขอซ้ำอีกไม่ได้ เจ้าต้องช่วยเหลือตัวเองเอาแล้วกัน ส่วนนี่กระจกวิเศษ สามารถทำให้เจ้าหยั่งรู้อดีตและอนาคตได้ แต่เจ้าต้องท่องเวทมนตร์เอาเอง ที่สำคัญ เจ้าต้องสำเร็จวิชาขั้นสูงถึงจะรู้อนาคตได้ อาจารย์ให้เจ้าติดตัวเอาไว้ อย่างไรเสียก็ต้องให้เจ้าอยู่แล้ว”
ซินนี่รับกระจกมาถือไว้ เธอจำได้ว่าอาจารย์สอนเวทมนตร์บทนี้ไปแล้ว แต่เธอท่องเวทมนตร์ไม่ค่อยถูก บางทีเวลาคับขันท่องผิด จนครั้งหนึ่งเคยทำให้พ่อมดตนหนึ่งกลายเป็นกระรอก จนตอนนี้ยังหาวิธีถอนคำสาปไม่ได้ ปิแอร์จึงต้องกลายมาเป็นทั้งเพื่อนทั้งสัตว์เลี้ยงของเธอในเวลาต่อมา เนื่องจากปิแอร์ในร่างกระรอกน้อยต้องเรียนวิชาไม่ต่างจากเธอเหมือนกัน ผู้เป็นยายและอาจารย์ไม่เคยสอนวิธีแก้คำสาปให้เธอจนถึงบัดนี้ แม้เธอจะพร่ำแก้ไขเช่นไรก็ไม่สามารถทำให้ปิแอร์กลับคืนร่างเดิมได้สักที
“อาจารย์สอนข้าอีกรอบได้ไหม” ซินนี่ถามอย่างเกรงๆ ผู้เป็นอาจารย์
คูลโซ่ส่ายหน้าไปมา ตอบลูกศิษย์ด้วยความเอ็นดูมากกว่าครั้งไหนๆ
“เวทมนตร์พวกนี้ข้าเคยสอนเจ้าไปแล้ว เจ้าไปอยู่โลกมนุษย์ให้หมั่นฝึกฝนวิชา ท่องเวทมนตร์เอาเอง อย่ามัวแต่เที่ยว ต่อไป เจ้าต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ คงไม่มีใครช่วยเจ้าได้ นอกจากตัวของเจ้าเอง” ประโยคหลังคูลโซ่แอบกระทบไปถึงใครอีกคนหนึ่ง ซินนี่เลือกเงียบไว้ รู้ว่าอาจารย์หมายถึงอาจารย์อีกคน
“อาจารย์จะไม่ช่วยข้าสักนิดเหรอ” ซินนี่แอบอ้อนด้วยความหวัง เธอไม่เคยอ้อนอาจารย์คูลโซ่เช่นนี้มาก่อน
“เจ้าไปได้ เวทมนตร์ ข้าสอนไปหมดแล้ว เจ้าเอาตัวเองให้รอดแล้วกัน” คูลโซ่บอกลูกศิษย์เสียงเฉียบขาด ไม่ยอมใจอ่อนแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงจะดุกับซินนี่เพียงใด เขารักและเอ็นดูซินนี่เสมอ เธอจะจำมนตร์ที่เขาสอนได้ดีเฉพาะบทที่สนใจจริงๆ แต่บทไหนไม่ชอบ ไม่สนใจ ไม่ยอมจำสักที ทั้งๆ ที่เป็นแม่มดที่หัวไวใช่เล่น ไปอยู่โลกมนุษย์คราวนี้ เขารู้ว่าซินนี่จะพัฒนาตัวเองได้มากทีเดียว
“ค่ะ ท่านอาจารย์”
ซินนี่จำใจรับคำ หน้าซึมนิดๆ หลังจากอ้อนอาจารย์ไม่สำเร็จ คูลโซ่รู้สึกสงสารแต่ใจแข็งเอาไว้ดังเดิม
“งั้นข้าลานะคะ” ซินนี่คอตกหมุนกายหันหลังให้อาจารย์เพื่อไปหาอาจารย์อูลก้าต่อ
“เดี๋ยว”
คำพูดของอาจารย์ทำให้ซินนี่หันไปมองด้วยความหวัง ดวงตาเป็นประกายคิดว่า อาจารย์คงใจอ่อนสอนเวทมนตร์บางบทเพื่อทบทวนให้อีกครั้ง
“ทำไมเจ้าไม่หัดหายตัวบ้าง”
ซินนี่หุบยิ้ม ผิดหวังกับคำถามของอาจารย์ เธออุตส่าห์ดีใจคิดว่าอาจารย์จะสอนเวทมนตร์ให้เสียอีก
“ข้ากำลังจะหายตัวอยู่เลย” ซินนี่รีบพูดกลบเกลื่อน เธอไม่อยากเสียหน้าถ้าจะบอกว่าจำเวทมนตร์บทนั้นไม่ค่อยได้ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีสมาธิจึงร่ายเวทมนตร์ไปโผล่อีกที่หนึ่ง
ชายหนุ่มกอดเมียสาวแนบอกทันทีที่เธอเกร็งกระตุกไปเยือนสวรรค์อีกครั้ง จับร่างสาวนอนตะแคงแล้วยกขาข้างหนึ่งพาดบนบ่า กายชายเข้าสอดแทรกส่วนลี้ลับที่เปิดรับด้วยความเต็มใจ คุกเข่าจับขาด้านบนของหญิงสาวอีกด้านหนีบใต้รักแร้ได้สำเร็จ เขาเริ่มขยับอีกหญิงสาวสะอื้นจวนเจียนขาดใจกับเรือนตัวตนองอาจที่บดเบียดล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม มือสาวขยำผ้าพรมจิกทึ้งระบายอารมณ์หวามไหวที่ก่อตัวขึ้นใจกลางสาว มือใหญ่เอื้อมไปนวดเฟ้นทรวงอกเคร่งครัดอวบตึง อีกข้างเคล้นคลึงสะโพกผายงอนงามไปพร้อมๆ กันกับลีลารักที่เน้นหนักเร่าร้อนสายลมเย็นรอบกายพัดมากระทบผิวเนื้อของหนุ่มสาว แต่ไม่ได้ช่วยลดความร้อนแรงในรสสัมผัสแม้แต่น้อย กลับยิ่งโหมกระพืออารมณ์ร้อนให้ยิ่งมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวครั้งนี้เอกภาพต้องการจับจูงเมียสาวเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกมิติหนึ่งพร้อมๆ กัน เขาจึงทุ่มสุดใจเพื่อทำให้เธอและเขามีความสุขไปด้วยกัน เวลายังผ่านไปเท่าไหร่ เขายิ่งได้เห็นความสุขสมที่ไหลบ่าสู่เรือนกายสาวที่ตอดรัดเขาทุกครั้งที่ไปถึงเส้นชัย ทิ้งให้เขาต้องวิ่งตามเอกภาพรั้งขาทั้งสองของหญิงสาวพาดบนบ่าให้เธอนอนหงายสบายในท่านั้น บั้นท้ายงอนงามลอยแทบไม่ติดพื้นพรมที่รอง
“ขา... คุณอะตอม” เสียงหวานขานรับด้วยดวงตาหยาดเยิ้มช่างยั่วเสียจริง เอกภาพได้ยินเสียงและเห็นสายตาหวาดหยดที่สบด้วยก็สะท้านในอก เรือนกายหนุ่มผงาดกล้าขึ้นมาทันที“แบบนี้ไม่ใส่เสียดีกว่า” เขาว่าให้“ไม่ใส่ก็ถอดสิคะ” หญิงสาวยิ้มแพรวพราวดวงตาเป็นประกาย คนอยากปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นน้อยตาเป็นประกายระยับ“งั้นก็ถอดออก” คนพูดทำท่าจะถอดคนที่ยั่วให้ถอดวิ่งหนี ร่ายมนตร์เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็หลุดออกปลิวไปตามสายลม คนวิ่งตามไม่อยากปลดอีกแล้วอยากทำอย่างอื่นมากกว่า เพราะตอนนี้สิ่งที่อยากเห็นล่อตาล่อใจกำลังสั่นไหวไปมาท้าทายให้เขาเข้าไปสัมผัสฟอนเฟ้น“หนีไม่รอดแล้ว” เอกภาพทำท่าจะตะครุบร่างที่แกล้งหยุดยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า เขาใช้ลำแขนแกร่งทั้งสองคว้าร่างเธอไม่ได้ ต้องผิดหวังคว้าอากาศแทน“ไปไหนแล้ว แน่จริงอย่าใช้เวทมนตร์สิ” เอกภาพเหลียวมองรอบกาย เห็นร่างเปลือยเปล่าขาวนวลชวนน้ำลายหกกำลังยืนยิ้มยั่วเขาอยู่“ความเร็วเท่ามด” เธอยอกย้อนให้เจ็บใจเล่น“คอยดู จะต้องจับให้ได้” เขาหมายมาดวิ่งตาม แต่เพียงยกมือขึ้นทำท่าจะโอบรัดร่างอวบ เธอใช้ความเร็วเกินมนุษย์ธรรมดาโดนการย่อตัวลงเพื่อหลบเขาได้สำเร็จอีกครั้งเอกภาพกะจากสายต
ณัฐรวีหยัดกายตอบสนองทุกจังหวะกดคลึงสัมผัส ใบหน้าคมเข้มเลื่อนลงประทับจุมพิตทั่วเรือนกายสาวอย่างเอาใจใส่“อืม” เสียงหวานบอกถึงอารมณ์หวามที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความรัญจวนใจ“เจ้าน่ารักเหลือเกินหนูนิ่ม” เขาผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้าสวยหวานที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์เสน่หาดวงตาพราวระยับณัฐรวียิ่งหน้าแดงมากขึ้นในคำชมนั้น แม้จะขัดเขินแต่ยกกายตอบสนองเขาทุกบทรัก เขากดริมฝีปากหนาที่ขมับชื้นเหงื่อของหญิงสาว เรือนร่างสาวสั่นคลอนตามแรงรักที่ยังโหมกระหน่ำมากขึ้น อุ้งมือใหญ่รั้งร่างของหญิงสาวเอาไว้ให้นั่งทาบทับบนเรือนกายหนุ่ม คล้องแขนกลมกลึงบนไหล่แกร่งกล้า โยกกายตามมือใหญ่ที่รั้งสะโพกผายงอนงามเพื่อขยับทั้งสองสบตากันลึกซึ้ง มือแกร่งทำหน้าที่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนระหว่างที่หยัดกายสอดแทรกกับร่างสาวที่ทิ้งกายลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ส่วนมือนุ่มนิ่มของณัฐรวีโอบกอดรอบคอเขาแน่นไม่คลาย“ข้าจะพาเจ้าเดินชมสวนดอกไม้” ร่างสูงสง่าของปิแอร์ยืนขึ้นด้วยความแข็งแรง มือทั้งสองโอบอุ้มบั้นท้ายงอนงามเอาไว้ หญิงสาวยิ่งเพิ่มแรงกระชับลำคอหนามากยิ่งขึ้น ทันทีที่เรือนร่างกำยำเดินย้ำไปด้านหน้าเพื่อพาเธอชื่นชมดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของธรรมชาติ เสีย
“กี่ตัวก็ลูกของเราจ้ะ กี่ตัวก็ได้” เสียงหวานของเมียรักทำให้เจ้าบิ๊กเลียเมียไม่หยุดทางด้านเจ้าโบ้หวานไม่น้อยหน้าเพื่อน แม้จะย้ายตามเมียมาอยู่อีกบ้าน แต่มันทำตัวน่ารัก เฝ้าบ้านให้วิภาเป็นอย่างดี ทั้งประสิทธิ์และวิภาต่างก็รักใคร่เป็นที่สุด“เมียจ๋า” เสียงหวานของเจ้าโบ้ที่เรียกเมียทำให้จำปาส่ายก้นยั่วเย้า“จ๋าพี่โบ้ มาสิจ๊ะ” เมียยั่วขนาดนี้ถึงจะกำลังท้องกำลังไส้อยู่ก็เถอะ ขอแอ้มเมียหน่อยเถอะ“พี่โบ้อย่ารุนแรงนะจ๊ะ จำปากำลังท้องอยู่ แต่เราไปหาที่เงียบๆ ดีกว่า เดี๋ยวแม่มาเห็นเข้า” แม่ในที่นี่หมายถึงวิภานั่นเอง แหม... เจ้าโบ้น้ำลายยืด ถ้ารู้ว่าจำปาร้อนแรงขนาดนี้จับเผด็จศึกทำเมียเหมือนเจ้าบิ๊กเพื่อนรักเสียตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนขนาดนี้ แต่ยังดีที่มันขยันขันแข็งปั๊มลูกได้รวดเร็วไม่แพ้เพื่อน“ได้สิจ๊ะ” เจ้าโบ้รีบวิ่งตามก้นงอนงามที่ส่ายยั่ว ไปอีกมุมหนึ่งของบ้าน ด้วยดวงตาแวววับ น้ำลายไหลไม่หยุดด้วยความกระหายในที่สุดการก่อสร้างโรงงานผลิตไม้อัดกันปลวกจากวัสดุเศษเหลือก็เกิดขึ้นด้วยเงินลงทุนหลายสิบล้านบาทงานนี้ทั้งปิแอร์และซินนี่ดูจะเป็นสปอนเซอร์สำคัญในการสมทบทุนด้านการเงิน เอกภาพปฏิเสธด้วยความเกรงใ
“ซินนี่” เสียงแหบห้าวทำให้หญิงสาวหยุดไม้กวาดเอาไว้ แล้วความแข็งแกร่งที่จิ้มอยู่ที่ก้นทำให้เธอรับรู้ แต่แกล้งไม่เข้าใจความต้องการนั้น“อะไรคะ” เธอแกล้งถามเขยิบไปด้านหน้าเหมือนหนี เอกภาพรั้งเอวคอดเอาไว้ไม่ให้หนี“หนีไปไหน” เขารัดร่างหญิงสาวแนบอก ระดมจุมพิตรุ่มร้อนเข้าจู่โจมที่ลำคอระหงและซอกหูหอมกรุ่น“อือ” เธอครางประท้วง“ไม่ให้หนี” เขาเบียดร่างแกร่งกับเรือนกายสาว“ไม่ได้หนีเสียหน่อย” คนอยากยั่วปฏิเสธเสียงหวานหยด“ซินนี่จ๋า” หญิงสาวรับรู้ความต้องการอันร้อนแรงของเรือนกายหนุ่ม แค่ได้ยินเสียงอ้อนก็ใจอ่อนยวบ เธอร่ายมนตร์เสกให้ท่อนล่างเปลือยเปล่าพร้อมๆ กับเขา เอกภาพครางด้วยความถูกใจจับร่างของหญิงสาวสวมสอดกับเรือนกายหนุ่ม หญิงสาวร่ายเวทมนตร์อีกครั้งเพื่อป้องกันใครเห็นเธอกับเขาเอกภาพใช้นิ้วแกร่งสะกิดยอดเกสรสวยสาวแสนสวยที่รัดรึงโอบล้อมเขาอยู่จนหญิงสาวครางสะท้านบิดกายในอ้อมกอดแกร่งไปมา ทำให้แผ่นหลังเปลือยเสียดสีกับผิวเรียบตึงของอกกว้างด้วยความวาบหวาม“ซินนี่”“คุณอะตอม”ทั้งสองครางพร้อมกันอย่างต่อเนื่องกับบทรักเร่าร้อนชวนตื่นเต้น ไม้กวาดน้อยพาทั้งสองมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ดวงจันทร์กับดวงดาวเปล่งแสงเ
“ที่รัก เบาๆ โอ้...” เอกภาพใบหน้าเหยเกกว่าเดิม หญิงสาวกระแทกกระทั้นบนเรือนกายหนุ่มไม่หยุดหย่อน“บอกมาว่าจะแต่งไม่แต่ง” หญิงสาวขู่เสียงกระเส่าหวานน่ารัญจวนใจยิ่งนัก ยิ่งเธอกดสะโพกใส่มากเท่าไหร่ เขาก็ได้เห็นแต่ความเซ็กซี่ของเธอ ใบหน้าสวยกำลังซ่านเสียวน่ามอง ทรวงอกอวบอิ่มเด้งไปมาส่ายตามแรงที่เธอโหมกระหน่ำใส่เขาอย่างเร่าร้อน“คนดี” เอกภาพใช้สองมือประคองบั้นท้ายงอนงามเพื่อให้เธอผ่อนแรงบ้างเนื่องจากเขากำลังจะขาดใจ“จะแต่งไม่แต่ง”“โอ๊ะ แต่งแล้วคนดี ฉันรักเธอที่สุดในโลก” หลังจากเอกภาพสารภาพเสียงแหบพร่า ซินนี่จึงหมุนวนกายไปบนเรือนกายหนุ่มเชื่องช้า ตอดรัดกลั่นแกล้งเขา“ซินนี่แกล้งอีกแล้วนะ” คนที่ควบขับเขาอยู่เหมือนจ๊อกกี้สาวกลายเป็นนั่งหมุนวนเสียดสีเขาแทน ชายหนุ่มจำต้องพลิกร่างสาวลงด้านล่าง“หมดเวลาเล่นแล้ว” เสียงห้าวทุ้มของเอกภาพสิ้นลง แล้วตามติดด้วยเสียงครางประสานกันระงมไปทั่วห้องเข้าจังหวะกับเสียงเนื้อกระทบกันสนั่นไปทั่ว ทั้งสองผลักดันร่างเข้าหากันอย่างร้อนแรง เอกภาพจับจูงมือของหญิงสาวไปพบกับเส้นรุ้งที่ขอบฟ้ากว้างไกลด้วยความสุขสมแสนหวาม ธารรักอุ่นร้อนเข้าประสานกับน้ำหวานที่ไหลรินออกมาชโลมเร







