แชร์

บทที่ 2 เด็กกำพร้า

ผู้เขียน: ทิพย์วารี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-09 21:07:32

สองหนุ่มสาระเบิดเข้าใส่กันอย่างท่วมท้นแต่ไม่มีใครสนใจนอกจากเซ็กส์ที่เร่าร้อนก่อนสาวสวยจะยกสะโพกออกจากแกนกายอวบแล้วนอนข้างๆชายหนุ่มที่จับตัวพลิกค่ำหน้าลงแล้วสอดใส่ทางด้างหลังดึงสะโพกงอนขึ้นมาจนเลนนี่อยู่ในท่านคลานเข่าแล้วกระแทกกระทั้นแกนกายอวบใหญ่เข้าใส่อย่างแรง

“ตั้บบๆๆ ตั้บบๆๆ..”

สองหนุ่มสาวขับเขี่ยวกันอย่างดุเดือดจนทั้งห้องลุกเป็นไฟไม่สนใจว่าห้องข้างๆเขาจะได้ยินหรือเปล่านอกจากสนองความต้องการปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนของตัวเองอย่างถึงอกถึงใจพลิกแพลงหลายท่าจนหมดแรงไปด้วยกันแล้วต่างก็หลับไปท่ามกลางกลิ่นคาวน้ำรักคละคลุ้ง

เช้ามาเลนนี่ตื่นก่อนก็กลับที่พักเลยไม่ได้สนใจธามไทที่ยังนอนสลบไสลเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลจนกระทั่งสิเอ็ดนาฬิกาแม่บ้านของโรงแรมมาเคาะประตูห้องเพื่อบอกให้เขาเช็คเอาท์ก่อนเที่ยง

“โอ้ย.ปวดหัวฉิบหาย” ธามไทลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งขึ้นมาใส่แล้วเสยผมก่อนจะเดินไปห้องน้ำล้างหน้าล้าตาแล้วกลับห้องพัก

หลังจากวันนั้นเขาก็นัดเจอกับเลนนี่อีกสองครั้งก่อนจะยุติความสัมพันธ์กันเพราะเลนนี่เจอลูกชายเศรษฐีและเขาก็ไม่ได้สนใจเพราะต่างก็แค่แลกเปลี่ยนความสุขกันเท่านั้นก่อนจะคบสาวฝรั่งคนใหม่และคบๆเลิกๆกันเป็นเรื่องปกติ

เวลาผ่านไปเข้าปีที่สามที่ธามไทมาเรียนต่อที่นิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วพ่อแม่ก็มาเยี่ยมเขาพร้อมกับน้องชายที่กำลังเรียนมัธยมปีสุดท้ายและจะมาเรียนต่อต่างประเทศเช่นกันแต่จะเรียนปริญาตรีที่เมืองไทยก่อนแล้วจะมาต่อโทที่อังกฤษ

“นายไม่อยากมาเรียนที่นี่จริงเหรอซี” ธามไทถามน้องชายขณะรอพ่อแม่แต่งตัวเพราะวันนี้จะต้องกลับเมืองไทยแล้วหลังจากมาอยู่ได้สิบวัน

“ผมว่าเรียนที่อังกฤษดีกว่าเดินทางไปกลับเมืองไทยแค่สิบชั่วโมงนิวยอร์กไกลเกินไปผมขี้เกียจนั่งเครื่องบินนานแบบนี้ไม่ไหวครับ” คนเป็นน้องตอบพี่ชายเพราะการเดินทางนาน

“ก็แล้วแต่นายนะ ที่จริงคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาเยี่ยมพี่ก็ได้สมัยนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยจะอยู่ไหนก็โทรคุยกันได้ตลอดเวลาและเห็นหน้าด้วยจะได้ไม่ต้องนั่งเครื่องบินนาน” ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่อยากให้พ่อแม่มาหายังไงก็คุยกันบ่อยๆ

“พ่อก็เบื่อนั่งเครื่องบินนานเหมือนกันนะตาแซนด์ งั้นพ่อกับแม่จะรอแกอยู่ที่เมืองไทยก็แล้วกันเรียจบเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับบ้านเราดีมั้ยล่ะ” วิกรมเดินออกมาจากห้องได้ยินลูกชายคนโตพูดพอดีจึงพูดกับลูกชายซึ่งเขาได้เห็นแล้วว่าธามไทโตแล้วรับผิดชอบตัวเองได้และอีกปีหนึ่งก็จบปริญญาตรีแล้วต่อโทอีกสองปี

“ครับคุณพ่อ แต่ผมว่าจบแล้วจะทำงานหาประสบการณ์ที่นี่ก่อนสักปีสองปีแล้วค่อยกลับเมืองไทยครับ หากผมเรียนจบแล้วกลับไปทำงานเลยอาจจะไม่มีใครยอมรับเพราะผมไม่มีประสบการณ์” ธามไทตอบพ่อตามที่เขาคิดไว้หาก

“แซนด์จะเอาอย่างนั้นเหรือลูก” นันทิดาหน้าม่อยลงเธออุตส่าห์ดีใจว่าลูกชายเรียนอีกสามปีจบก็กลับบ้าน

“ครับคุณแม่ ผมไม่อยากให้ใครมาพูดได้ว่าเพราะเป็นลูกคุณพ่อถึงได้ตำแหน่งผมอยากทำให้ทุกคนเห็นว่าผมก็มีความสามารถที่จะบริหารงานช่วยคุณพ่อได้และต้องได้ตำแหน่งมาด้วยฝีมือไม่ใช่เพราะเป็นลูกคุณพ่อครับ” เขาคิดมาตลอดว่าการที่เป็นลูกชายนักธุรกิจคนดังจะต้องถูกจับตามองและพ่อของเขาก็เก่งสามารถนำบริษัทในเครือฟันฝ่าอุปสรรคมาได้เป็นเบอร์หนึ่งของเมืองไทยซึ่งมันไม่ง่ายเลยและเขาต้องทำให้ได้เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อปู่และพ่อ

“ดีลูก งั้นพ่อจะรอวันที่ไทสำเร็จการศึกษาแล้วกลับบ้านเรานะลูก” วิกรมพูดกับลูกชายแล้วตบไหล่เบาๆให้กำลังใจลูกชายเขาให้อิสะรทั้งการตัดสินใจและความคิดวันข้างหน้าธามไทจะต้องเป็นผู้บริหารบริษัทต่อจากเขา

“ขอบคุณครับคุณพ่อที่เข้าใจผม” ธามไทยิ้มให้พ่อกับแม่ที่เข้าใจการตัดสินใจของเขาซึ่งวันข้างหน้าเขาจะต้องสานงานต่อจากพ่อและจะพัฒนามันมันล้ำหน้าคู่แข่งยืนอันดับหนึ่งของประเทศเหมือนที่พ่อทำ

“ถ้าแซนด์ว่างก็กลับไปเยี่ยมพ่อแม่และคุณย่าบ้างนะลูก” นันทิดาพูดกับลูกชายด้วยความเป็นห่วงตามประสาแม่ “แม่ขออย่างหนึ่งได้มั้ยลูก”

“อะไรครับคุณแม่”

“แซนด์อย่ามีเมียฝรั่งนะลูก” นันทิดาบอกลูกชายทำให้สามีกับลูกชายทั้งสองหัวเราะขำ

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมยังไม่มีเมียจนกว่าผมจะทำงานประสบความสำเร็จครับ” ธามไทตอบแม่อย่างจริงจัง

“ขอบใจลูก” นันทิดายิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของลูกชาย

“กันเถอะคุณแอ๋ว เดี๋ยวจะตกเครื่อง” วิกรมบอกภรรยาที่ห่วงลูกชายเรื่องผู้หญิงและอยากคุยมาตั้งแต่มาถึงแล้วแต่ไม่มีโอกาสจนมาถึงวันกลับ

ธามไทไปส่งพ่อแม่และน้องชายที่สนามบินJFK ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณครึ่งชั่วโมงเมื่อส่งพ่อแม่เสร็จชายหนุ่มก็ไปมหาลัยตามที่นัดกับเพื่อนๆไว้เพราะต้องหาข้อมูลเพื่อนทำงานส่งอาจารย์

ที่เมืองไทย

บ้านปูนสองชั้นหลังใหญ่ติดชายทะเลมีเขตติดต่อค่ายทหารเรือสัตหีบเป็นที่ดินส่วนบุคคลบนเนื้อที่สิบห้าไร่ติดชายทะเลเป็นแนวยาวบ้านหลังดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดจากพ่อของคุณปรียามล วรางค์กุล หรือย่ากุ้ง ที่ซื้อไว้ตั้งแต่เธอยังไม่เกิดและเป็นบ้านที่เธอเติบโตมาและยังเป็นลูกสาวคนเดียวของพลเรือเอกสมมาตรกับคุณหญิงพิไลวรรณ วรางค์กุล และได้พบรักกับ คุณนิยม แสงไท นักธุรกิจหนุ่มไฮโซรูปหล่อตอนไปเรียนที่กรุงเทพกก่อนจะแต่งงานกันแล้วไปใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพมีลูกด้วยกันสามคน

เมื่อคุณนิยมเสียชีวิตทำให้คุณปรียามลกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านเดิมที่ท่านให้น้ำทิพย์และจักรี ภพาพิรุณ สองสามีภรรยาที่ไว้ใจเพราะจักรีเป็นลูกชายนายทหารเรือคนสนิทของพ่อที่อยู่ด้วยกันมานานดูแลบ้านให้ หลังจากพ่อแม่จากไปแล้วท่านอยู่กรุงเทพก็จะแวะมาดูบ้านทุกสองเดือนบางทีก็เดือนล่ะครั้งจนกระทั่งสามีจากไปท่านก็มาอยู่ที่บ้านหลังนี้แม้ลูกๆจะห้ามแต่ท่านก็ขอมาอยู่บ้านเกิดและแบ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดของสามีให้ลูกๆทุกคนตามสัดส่วนที่จะได้รับ ในส่วนของท่านก็มีเงินสดในบัญชีและที่ดินบ้านหลังนี้ไว้เท่านั้นระยะห้าปีที่ท่านมาอยู่ลูกๆหลานๆก็แวะเวียนมาเยี่ยมประจำแต่ช่วงหลังๆก็งานเยอะจึงมากันเฉพาะวันสำคัญยกเว้น วิกรม แสงไท ลูกชายคนโตที่แวะเวียนมาหาแม่ทุกเดือนด้วยความเป็นห่วงบางครั้งก็มาพร้อม นันทิดา แสงไท ภรรยาซึ่งเป็นสาวสังคมออกงานทุกวี่ทุกวันส่วนหลานๆก็แล้วแต่ใครสะดวก

“สวัสดีค่ะคุณย่ากุ้ง” เสียงใสดังขึ้นขณะที่คุณปรียามลกำลังนั่งคิดถึงความหลังอยู่ที่ศาลาหลังบ้านที่ท่านชอบมานั่งดูน้ำทะเลขึ้นลงและวิ่งเล่นชายหาดแถวนี้ทุกวันหลังเลิกเรียนเหมือนกับเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังเรียนมัธยมปีสุดท้ายและกำลังสอบเอนทรานซ์เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยดังตามรอยคุณย่ากุ้งของเธอที่จบคณะนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศและเป็นดาวของคณะอีกด้วย

“สวัสดีแม่ปูลม ทำไมวันนี้กลับแต่วันล่ะลูก” น้ำเสียงแหบดังขึ้นอย่างอ่อนโยนมองเด็กสาวกำพร้าที่ท่านรับอุปการะเพราะญาติทางพ่อของแม่ของเด็กสาวไม่มีใครสนใจจะรับไปอยู่ด้วยเพราะไม่มีสมบัติติดตัวซึ่งไม่มีใครรู้ว่าท่านเก็บสมุดบัญชีและที่ดินของจักรีกับนัดดาไว้ไม่ได้บอกใครและท่านก็รักเด็กสาวเหมือนหลานแท้ๆจึงอยากเลี้ยงดูเพื่อตอบแทนพ่อแม่ของเด็กสาวที่ดูแลบ้านให้อย่างดีและท่านก็ได้ดูแลเด็กสาวมาตั้งแต่อายุ12ปีจนตอนนี้อายุ18ปีและชื่อเทียนหอมท่านก็เป็นคนตั้งให้และยังตั้งชื่อเล่นว่าปูจะได้เหมือนท่านที่ชื่อกุ้งเพราะเป็นลูกหลานชาวเลพอโตมาทั้งแก่นและซนท่านจึงเรียกว่าปูลม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 248 รักเธอสุดหัวใจ

    ราเมนทร์กับอิสรียาก็มีลูกชายสองคนน้องลาเต้วัยสี่ขวบกับน้องไอซ์วัยสองขวบอนันดาแต่งงานกับพาเมล่าไฮโซสาวสวยญาติของป้าสะใภ้มีลูกวัยสาวหนึ่งคนน้องอันดามันวัยสองขวบธานิตกับเรืองรินก็แต่งานหลังเทียนหอมคลอดน้องปลาดาวได้หนึ่งปีมีลูกสองคนน้องแหว๋วหรือแป๋วแหว๋วสาวน้อยวัยสามขวบและลูกชายน้องโต้งวัยหนึ่งขวบอิทธิพลก็แต่งงานกับวีรยาได้สองปีหลังจากวีรยาเรียนจบปริญญาโทและมีลูกสาวหนึ่งคนน้องยิ้มวัยขวบครึ่งและยังรับงานแสดงเหมือนเดิมแต่น้อยลงเพราะหันมาทำธุรกิจท่องเที่ยวดีลงานกับบริษัทของลุคส์ที่อเมริกาวริทก็กำลังจะแต่งงานกับปิยะดาลูกสาวของผู้จัดรุ่นใหญ่ของทีวีช่องสองและธนาทิปก็เพิ่งแต่งงานกับอุมารินลูกสาวของนักธุรกิจชาวฮ่องกงที่เข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทยได้สองเดือนและแพลนมีลูกเลยดาริกาก็คบหากับลีออนมหาเศรษฐีหม้ายวัยสี่สิบชาวอเมริกาและจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ ส่วนรัชนนท์ก็หมั้นกับมุกรินทร์ลูกสาวของคุณหญิงมุนินท์เพื่อนของคุณหญิงนันทิดาก็มีแต่รัชนนท์กับรณกรที่ยังโสดและวันนี้ทุกคนมาฉลองวันคล้ายวันเกิดของคุณย่ากุ้งอายุแปดสิบสี่ปีครบเจ็ดรอบมีลูกๆหลานๆที่สนิทมาร่วมงานกันพร้อมหน้ารวมถึงพ่อแม่ของเพื่อนธามไทที่สนิท

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 247

    “แม่เป็นห่วงแทบแย่แน่ะ ดีนะที่เจ็บท้องไม่นานสงสัยน้องปลาดาวอยากมาเล่นกับพี่เทรย์แน่ถึงคลอดก่อนคุณหมอนัด” คุณหญิงลูบศีรษะลูกสะใภ้เบาๆ“หลานพ่อน่าชังมากเลยหนูปูลม” วิกรมยิ้มให้ลูกสะใภ้“ใช่ปูลม น้องปลาดาวน่ารักมากตัวแดงๆปากนิดจมูกหน่อยแก้มยุ้ยน่าฟัดมากเลย” ธนาทิปเห่อหลานสาวอย่างออกนอกหน้าและถ่ายรูปอวดทุกคนในไลน์กลุ่มและยังอัพลงเฟส ไอจีของตัวเองอีกทำให้สาวๆที่ติดตามกดไลค์ชื่นชมน้องปลาดาวไปด้วย“หลานยังเล็กอยู่เขาไม่ให้พูดว่าน่ารักนะตาซี ลูกต้องบอกว่าหลานน่าเกลียดน่าชัง อ้าว,มัวแต่คุยกันคุณพยาบาลพาลูกสะใภ้เดี้ยนไปนอนที่เตียงเถอะค่ะ” คุณหญิงบอกพยาบาลและเจ้าหน้าที่ให้พาลูกสะใภ้ไปนอนบนเตียงในห้องพักแล้วเดินตามไปดูทำให้คุณย่ากุ้งตื่นนอนพร้อมกับเหลนน้อยที่ลุกขึ้นนั่งมองทุกคนสะลืมสะลือ“ม่ามี้,น้องปลาดาวล่ะครับ” เทรย์ลืมตาขึ้นก็ถามหาน้องสาวทันทีทำให้ทุกคนยิ้มขำ“น้องปลาดาวยังอยู่ที่ห้องเด็กครับลูก เดี๋ยวน้องตื่นแล้วคุณพยาบาลจะพามหาพี่เทรย์ครับ” เทียนหอมตอบลูกชายอย่างรักใคร่“พี่เทรย์นอนต่อเถอะลูก เดี๋ยวน้องมาแด๊ดจะปลุก” ธามไทเดินไปหาลูกชายลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน พี่เทรย์ก็ล้มตัวลงนอนด้วยความง่

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 246 เห่อน้อง

    นอนใน้องพักฟื้นหลังคลอดที่คุณหมอต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิดอาจจะตกเลือดหลังคลอดได้และพาทารกน้อยไปอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิร่างกายส่วนคุณพ่อก็ออกไปบอกคุณทวดของลูก“แด๊ดดี้ครับน้องคลอดแล้วใช่มั้ยครับ” เทรย์ถามพ่ออย่างตื่นเต้นอยากเห็นน้องตั้งแต่พี่พยาบาลคนสวยเดินมาบอกว่าน้องปลาดาวคลอดแล้ว ปลอดภัยทั้งคุณแม่คุณลูก“ครับลูก น้องปลาดาวของพี่เทรย์แข็งแรงมากร้องเสียงดังลั่นเลยครับ” ธามไทบอกลูกชายด้วยความดีใจอุ้มร่างอวบมานั่งตักกอดไว้อย่างรักใคร่ไม่แพ้ลูกสาว“เดี๋ยวเราไปดูน้องปลาดาวที่ห้องเด็กแรกเกิดนะครับคุณย่า แล้วเราไปรอที่ห้องพักอีกสองชั่วโมงถ้าปูลมไม่มีอาการแทรกซ้อนคุณหมอจะพาไปส่งที่ห้องพักครับ” ธามไทบอกย่าด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข“ไปพี่เทรย์ ทวดก็อยากเห็นน้องปลาดาวแล้วลูก” คุณทวดลุกขึ้นมีสมพรประคองอยู่ข้างๆเพราะท่านนั่งดมยาดมตลอดเวลาลุ้นว่าเมื่อไหร่เทียนหอมจะคลอดพอพยาบาลเดินมาบอกว่าคลอดแล้วปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกท่านก็ลืมยาดมทันที“น้องตัวเล็กแค่ไหนครับแด๊ดดี้ เท่าน้องมิกซ์มั้ยครับ” คนเป็นพี่ถามถึงน้องสาวตัวน้อยตอนที่เจอน้องมิกซ์ก็ตัวเล็กและลุงลุคส์ให้อุ้มด้วยแต่เขากลัวทำน้องตกจึงนั่งตัวแข็งกอด

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 245 พี่เทรย์

    “พี่เทรย์ไปดูม่ามี้ก่อนนะครับคุณทวด” พี่เทรย์ก็วิ่งกลับไปที่ห้องนอนเพื่อดูว่าพ่อแม่แต่งตัวเสร็จหรือยังจากที่ง่วงนอนตอนนี้ตื่นเต้นจะได้เจอน้องปลาดาวมากกว่าธามไทหยิบเสื้อยืดมาใส่และหยิบชุดคลุมท้องสีชมพูมาใส่ให้ภรรยาเสร็จสมพรก็เข้ามาช่วยหิ้วตะกร้าของใช้เตรียมคลอดไปใส่รถที่นายจวบกับนายพ่วงติดเครื่องรอและทุกคนก็พากันตื่นมาให้กำลังใจว่าที่คุณแม่จนกระทั่งรถตู้หรูแล่นออกไปจากบ้านริมทะเลไปโรงพยาบาลใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึงเพราะถนนโล่ง พอไปถึงคุณหมอก็ตรวจร่างกายของว่าที่คุณแม่เสร็จก็ส่งตัวไปที่ห้องพักเพราะน้ำคร่ำยังไม่แตกแต่คิดว่าอีกไม่นานก็คลอดแน่“เป็นยังไงบ้างปูลม” ธามไทถามภรรยาอย่างอ่อนโยนมองร่างบางอวบอิ่มบนเตียงคนไข้ที่เจ็บท้องเป็นพักๆและเขาก็โทรไปบอกปู่ย่าของลูกเรียบร้อย“ก็เจ็บเป็นพักๆค่ะ” เสียงหวานตอบสามีที่นั่งเฝ้าข้างเตียงไม่ห่างและเธอยังทนได้และตอนนี้เจ็บถี่มากกว่าเดิมท้องเกือบทุกสิบนาทีแต่ละครั้งก็เป็นนาทีทำให้ร่างบางผุดลุกผุดนั่งเพื่อบรรเทาความเจ็บและมีเมือกไหลออกมาจากช่องคลอด“น้องปลาดาวออกมาเร็วๆนะครับ พี่เทรย์รออยู่ครับ” พี่เทรย์พูดกับน้องสาวมองม่ามี้อย่างสงสารที่เจ็บท้องจนน้ำตา

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 244 น้องปลาดาว

    เมื่อรับประทานอาหารเย็นอิ่มแล้วเทียนหอมก็ไปนั่งเล่นย่อยอาหารที่โซฟามุมบ้านคุยกับคุณย่ากุ้งและดูลูกชายเล่นเกมต่อคำภาษาอังกฤษหากเป็นวันหยุดถึงจะเล่นเกมอื่นได้และคุยกับดาริกาที่โทรมาถามเรื่องลูกว่าใกล้คลอดหรือยังเธอบอกเพื่อนไปว่าน่าจะเร็วๆนี้ก่อนจะวางสายพอสามทุ่มแยกย้ายกับคุณทวดของลูกเข้าห้องพักเพราะสามีโทรมาบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง“น้องปลาดาวนอนหรือยังครับ พี่เทรย์จะนอนแล้วน้า ฝันดีครับ” พี่เทรย์ถามน้องในท้องม่ามี้มือก็ลูบหน้าท้องโตไปมาแล้วก้มจูบเบาๆอย่างทะนุถนอมและตั้งแต่ไปอเมริกามาก็โทรสไก้ปหาน้องมิกซ์ก่อนไปโรงเรียนทุกวัน“น้องปลาดาวบอกว่าฝันดีค่ะพี่เทรย์” เทียนหอมตอบลูกชายแล้วจูบหน้าผากเบาๆแล้วห่มผ้าให้ช่วงนี้น้องเทรย์มานอนเฝ้าน้องทุกวัน“ฝันดีครับม่ามี้” เทรย์ยิ้มให้ม่ามี้แล้วหลับตาลง"ฝันดีครับพี่เทรย์" เทียนหอมพูดเบาๆก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วปิดไฟดวงใหญ่เปิดแต่ไฟหัวเตียงเพื่ออ่านหนังสือเด็กรอสามีกลับมาก็น่าจะไม่เกินสี่ทุ่ม“อู้ยย..ลูกจ๋าใจเย็นค่ะรอแด๊ดดี้มาก่อนนะคะ” เทียนหอมลูบท้องไปมาเบาๆพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนหวานและรู้สึกว่าเจ็บถี่ขึ้นหากยังเจ็บไม่หายเธอคงต้องไปโรงพยาบาลธ

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 243 เตรียมพร้อม

    นักข่าว...คุณอิทไม่คิดว่าเรียกร้องมากเกินไปเหรอครับ”“มากตรงไหนครับ ถ้าเป็นผมจะเรียกมากกว่านี้อีกเพราะอะไรรู้มั้ย กว่าคุณอิทจะสร้างชื่อเสียงมาถึงขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ถูกทำลายด้วยปลายปากกาไม่กี่บรรทัดมันถูกต้องแล้วเหรอ ไหนจะทางลูกค้าโฆษณาเข้าใจผิดจะยกเลิกสัญญาอีกแค่สิบล้านมันน้อยไปด้วยซ้ำและน้องแยมก็เป็นลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดังไม่มีประวัติด่างพร้อยกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายยอมให้ผู้ชายหิ้วขึ้นห้องทั้งที่ไม่เป็นความจริงใครทำอะไรไว้ก็ออกมายอมรับผิดด้วยก่อนที่จะไปโดดเดี่ยวหน้าบัลลังก์ ผมจะไม่ร่วมงานกับคนไร้จรรยาบรรณและคุณอิทเป็นดาราในสังกัดทีวีช่องสองผมไม่ปล่อยเรื่องนี้แน่ ทางช่องกำลังจัดการเรื่องนี้อยู่ครับ” วริทลุกขึ้นพูดแทนรุ่นน้องเพื่อปกป้องทั้งอิทธิพลดาราในช่องและวีรยาน้องสาวของเพื่อน“วันนี้เราขอจบการแถลงข่าวไว้แค่นี้นะคะ ฉันหวังว่านักข่าวทุกท่านจะให้ความเป็นธรรมกับน้องอิทและน้องแยมนะคะ” ปลาวาฬพูดกับนักข่าวทุกท่านที่มาร่วมสัมภาษณ์ในวันนี้นักข่าวทุกคนก็ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอเพื่อทำข่าวและขอสัมภาษณ์ทุกคนเล็กๆน้อยส่วนตัวต้นเรื่องก็ร้อนก้นนั่งไม่ติดหากไม่ทำตามที่ดาราหนุ่มต้องการก็จะถูกฟ้อง

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 15 วางแผนจับคู่

    “ผมพูดตรงๆนะ ผมไม่อยากให้ความหวังใครตอนนี้ผมยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยและอีกอย่างผมยังไม่คิดจะมีครอบครัวตอนนี้ ส่วนเรื่องอนาคตมันยังมาไม่ถึงเพราะฉะนั้นเราก็อยู่กับปัจจุบันก่อนนะครับ”“ก็ได้ค่ะมิลค์เข้าใจ ถ้าคุณกลับเมืองไทยเราก็นัดเจอกันกินข้าวดูหนังด้วยกันได้ใช่มั้ยคะ” รัชนกถามอย่างออดอ้อนหา

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 14 ดวงดี

    “โอ้ยมิลค์เธอทำบุญมาด้วยอะไรนะถึงได้เจอแจ็คพอตแบบนี้อ่ะ” สมาพรก็อิจฉาเพื่อนที่คว้าหนุ่มหล่อพ่อรวยกล้วยใหญ่ไปกิน“ฉันอยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆจริงๆ” รัชนกพูดกับเพื่อนอย่างมีความสุขและคิดว่าจะใช้เสน่ห์ของตัวเองมัดใจหนุ่มหล่อพ่อรวกล้วยใหญ่อย่างธามไทให้อยู่หมัด“งั้นตอนนี้ซื้อของฝากก่อนเถอะย่ะ” มินตราบอกเพ

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 13 หวังสูง

    “เล่นตัวจริงๆนะพ่อคุณ ถ้ากล้วยไม่ใหญ่ถูกใจจ้างนังมิลค์ไม่เอาต่อหรอกย่ะ” ดาราสาวพูดตามหลังหนุ่มหล่อเธอไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็นใครแค่ให้ความสุขเธอได้ก็พอ เมื่อเธอกลับเมืองไทยก็จบกันธามไทลงลิฟต์ไปถึงชั้นล่างก็เจอบอดี้การ์ดของลุคส์สี่คนนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ก็เดินไปบอกว่าเขาจะกลับเพนท์เฮ้าส์ก่อนเพื่อนทั้งสอ

  • แม่เลี้ยงสาวเจ้าเสน่ห์   บทที่ 12 หนุ่มแซ่บ

    “แล้วจะเหลือไอ้สองชิ้นนั้นไว้ทำไมครับคนสวย” ธามไทพูดขึ้นเมื่อสาวสวยเลื้อยคลานขึ้นมาหาเขาบนเตียงอย่างกับนางแมวยั่วสวาทและรู้เลยว่าดาราสาวไม่ธรรมดา“เอาไว้ให้ไทถอดค่ะ อ่า..” รัชนกตอบชายหนุ่มแล้วนั่งคร่อมต้นขาแกร่งวางมือลงบนแผงอกหนั่นแน่นลูบไล้ไปมาแผ่วเบาบดคลึงสะโพกลงบนกล้วยยักษ์ของเขาช้าๆสูดปากครางออ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status