Masukหลังจากพริมาและคิมหันต์ได้ตกลงกับเรื่องราคาและสถานที่แล้ว คิมหันต์ก็ได้พาพริมามายังลานจอดรถที่เป็นชั้น VIP ทำให้พริมาได้มองสำรวจรอบๆ แต่เธอก็ต้องมองคิมหันต์อย่างเป็นคำถามเมื่อชายหนุ่มได้มาหยุดยืนที่รถหรูของตัวเอง แต่มันหรูจนพริมาไม่กล้าเข้าใกล้
“เชิญครับคุณผู้หญิง” คิมหันต์เอ่ยอย่างติดตลกพร้อมเปิดประตูรถหรูให้กับพริมา
“รถคุณเหรอคะ” พริมาเอ่ยถามโดยไม่ได้คิดจะก้าวเท้าเดินขึ้นรถ
“ใช่ครับ ขึ้นไปเถอะครับ” คำพูดของคิมหันต์ทำให้คนที่ยังคงลังเลในตอนแรกได้ขึ้นไปบนรถ
หลังจากรถเคลื่อนตัวออกมาจากไน์คลับได้สักพัก ก็ยังคงไร้เสียงในการพูดคุยจากทั้งสอง แต่พริมากลับรู้สึกอึกอัดไม่เหมือนกับอีกฝ่ายที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย
“คุณเป็นโฮสต์จริงๆ เหรอ” เมื่อทนต่อความอยากรู้ไม่ไหวร่างบางก็ได้เอ่ยถามออกมาในที่สุด ทำให้คิมหันต์ได้มองมาที่พริมาเล็กน้อย ก่อนหันไปสนใจมองที่ถนนอีกครั้ง
“ทำไมเหรอ ผมดูไม่เหมือนเหรอ”
“ก็โฮสต์ที่ไหนเอารถหรูขนาดนี้มารับลูกค้าไม่ทราบคะ” พริมาเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่คำพูดของเธอทำให้คิมหันต์อยากจะขำออกมา
“ก็โฮสต์แบบผมนี่ไง….เลิกมองหน้าผมแบบนั้นได้แล้ว นั่งเงียบๆไปเลยครับคุณผู้หญิง” คิมหันต์พูดอย่างตัดบท เขาไม่อยากให้พริมาสงสัยตัวเองไปมากกว่านี้
และเหมือนคำพูดของชายหมุ่นจะใช้ได้ผลเป็นอย่างดีเพราะพริมาได้นั่งเงียบอย่างไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมาอีก
คิมหันต์ขับรถมุ่งหน้ามายังโรงแรมหรูระดับห้าดาว และเมื่อรถได้เลี้ยวเข้ามาภายในตัวโรงแรม มันทำให้พริมาทั้งต้องใจทั้งประหม่า เพราะจากที่ดูราคาห้องพักคงแพงหูฉี่แน่นอน
“คุณ…เปลี่ยนโรงแรมไหม” พริมาหันไปมองใบหน้าของคนขับรถก่อนเอ่ยถามออกมา
“จะเปลี่ยนทำไม ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว”
“แต่ว่า….”
“ลงไปเถอะ เดี๋ยวผมเปิดห้องเอง” คิมหันต์ลงจากรถทันทีอย่างไม่คิดให้หญิงสาวได้เอ่ยอะไรออกมาอีกและการกระทำของเขาทำให้พริมาได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“เอาไงดีเนี่ย กว่าเงินจะออกจะพอกินไม่นะ” พริมาบ่นกันตัวเองทันที เพราะค่าห้องคงแพงมาและเธอก็ต้องเป็นคนออกมา
แต่หญิงสาวยังไม่ทันจะได้คิดอะไรไปไกล คิมหันต์ที่เห็นว่าเธอไม่ยอมลงมาจากรถสักทีได้เคาะกระจกรถเพื่อเรียกเธอ ทำให้พริมาได้สติอีกครั้ง เธอก็ลงจากรถทันที
คิมหันต์ได้เดินนำพริมาไปี่เคาร์เตอร์ของโรงแรมโดยการเปิดห้องครั้งนี้ชายหนุ่มเป็นคนเปิดมันทั้งหมด และเขาได้จ่ายผ่านบัตรของตัวเอง ทำให้พริมามองอีกฝ่ายอย่างเป็นคำถาม เพราะค่าห้องที่แสนแพงจนเธอตกใจแต่คิมหันต์กลับจ่ายมันอย่างหน้าตาเฉย
“นี่คุณ คุณจ่ายแบบนั้นไม่ได้นะ” พริมาเอ่ยออกมาเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาภายในลิฟท์ของโรงแรมแล้ว
“ทำไมจะไม่ได้”
“ก็ฉันเป็นคนพาคุณมา แล้วยังจะมาจายแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” เมื่อได้ยินคำพูดของพริมา คิมหันต์ได้หันมาเผชิญหน้าพร้อมมองใบหน้าของหญิงสาวอย่างสำรวจเล็กน้อย
“ผมจ่ายให้อ่ะดีแล้ว อีกอย่างผมรวยมาก” คำพูดติดตลกของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกขบขันเหมือนชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
แต่พริมาไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมานอกจากการเดินตามเข้ามาที่ห้องพักของโรงแรม ภายในห้องพักที่ใหญ่โตได้ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ พร้อมการตกแต่งที่แสนหรูหรา ทำให้มันดูดีสมราคาหลักหมื่นที่คิมหันต์จ่ายไป
พริมาได้วางกระเป๋าลงที่โซฟา ก่อนมองร่างหนาที่เดินเข้าไปภายในห้องนอนราวกับต้องการสำรวจภายในห้อง
“เอาว่ะพริม แกจะมาทำเหมือนกลัวตอนนี้ไม่ทันแล้ว” พริมาเอ่ยปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องนอน
พริมาได้เดินเข้าไปจับลงบนแขนของชายหนุ่ม ก่อนจะให้เขาได้หันกลับมาหาเธอ ร่างบางได้เขย้งเท้าขึ้นก่อนจูบลงที่ริมฝีปากหนาสีแดงเข้มของคิมหันต์
ริมฝีปากเรียวได้พยายามขบเม้มที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนจะได้สอดลิ้นร้อนของตัวเองเข้าไปภายในโพรงปากของร่างหนา การเกี่ยวรัดที่ลิ้นหนาอย่างต้องการหยอกเอิญ อย่างที่พริมาได้เขียนลงบนนิยายของตัวเอง
ทำให้คิมหันต์ที่ได้รับสัมผัสจากหญิงสาวกระตุกยิ้มเล็กน้อย เพราะเธอเป็นขุนศึกซู่ซ่าอย่างที่เขาคิดจริงๆ แต่การจูบของเธอช่างจืดจนคิมหันต์อยากรู้แล้วว่าที่เขาคิดว่าพริมายังบริสุทธิอยู่นั้นมันจริงหรือเปล่า
จากที่ให้พริมาเป็นคนรุกอย่างต้องการดูเชิงของหญิงสาวในคราวแรก ชายหนุ่มก็ได้เปลี่ยนเป็นคนรุกแทน การเกี่ยวรัดลิ้นเล็กพร้อมออกแรงในการดูดดึงของคิมหันต์ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมือหนาของคิมหันส์ได้โอบลงที่เอวของหญิงสาวก่อนส่งไปบีบเค้นที่สะโพกของพริมา
“ให้ทำให้ไหมคะ” พริมาเอ่ยถามด้วยเสียงที่หอบถี่เล็กน้อย ก่อนมองใบหน้าของคิมหันต์อย่างต้องการคำตอบ แต่ชายหนุ่มไม่คิดจะเอ่ยตอบอะไรออกมา
เขาได้ดันให้หญิงสาวได้ทิ้งตัวเองลงไปนอนราบกับเตียง ก่อนจะขยับเข้าไปหาเธอ สายตาคมได้มองที่เรือนร่างของหญิงสาวอย่างต้องการสำรวจ แม้จะอยู่ในุดเดรสแต่คิมหันต์ก็พอจะรู้สัดส่วนของเธอ
คิมหันต์ได้ดึงเสื้อยืดที่สวมอยู่ออกจากตัวทำให้เผยให้กร้ามเนื้อบนตัวของเขา ซึ่งมันเรียงตัวกันเป็นอย่างดีจนน่าหลงใหล และเมื่อหญิงสาวได้เห็นแบบนั้นเธอก็เกิดความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
“คุณจ่ายเงินจ้างผมมาผมต้องเป็นคนทำสิครับ” คิมหันต์ขึ้นไปบนเตียงในขณะที่เอ่ยออกมา ชายหนุ่มได้จับสะโพกของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนลองสะโพกของเธอด้วยหมอน ทำให้ร่องสวาทของเธอได้โชว์เด่นตรงหน้าของคิมหันต์
คิมหันต์ได้ดึงชายเดรชของหญิงสาวขึ้นมาไว้ที่เอวคอด ก่อนจะได้ถอดซับในของเธอออกมา การกระทำของเขาอยู่ในสายตาของหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา
สายตาคมจับจ้องมองร่องสวาทที่กลีบกุหลาบยังคงมีการปิดเข้าหากันอย่างแนบแนน ราวกับไม่เคยมีใครได้สัมผัส ทำให้คิมหันต์เห็นแบบนั้นก็อยากที่จะต้องการสำรวจขึ้นมาทันที
สายตาที่จับจ้องมองมาอย่างไม่กระพริบตาของชายหนุ่มทำให้เจ้าของเนื้อเนินอวบอิ่มได้มีการเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พร้อมลมหายใจของเธอได้ส่งออกมาอย่างรุนแรง
คิมหันต์ได้เอื้อมมือของตัวเองไปวางที่เนื้อเนินอวบอิ่มที่มีแพรไหมปกคลุมเล็กน้อยก่อนนิ้วหัวแม่มือของร่างหนาได้กรีดลงที่ร่องสวาทของพริมา การกระทำลองเชิงของคิมหันต์ทำให้คนตัวเล็กเสียวอย่างบอกไม่ถูก
และเมื่อชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่บิดเบี้ยวอย่างเสียวซ่าน คิมหันต์ก็อยากจะแกล้งเธอมากกว่าเดิม เขาได้ก้มลงไปจูบที่เนื้อเนินของพริมาอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นได้เป่ารดลลงบนเนื้อเนินทำให้คนที่ได้รับสัมผัสเกิดความรู้สึกเสียวไปทั้งตัว พร้อมอารมณ์ความต้องการของเธอได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คิมหันต์ได้ใช้ลิ้นร้อนของเขา เขี่ยตวัดที่เม็ดทับทิมของพริมา ไปมาอย่างไม่เร็วมากหนักแต่เพียงไม่นานเขาก็ได้เพิ่มความเร็วมากขึ้น
จนร่างบางนั้นเกิดอาการเกร็งเล็กน้อย พร้อมกับยกสะโพกของตัวเองขึ้น คิมหันต์ที่เห็ยว่าหญิงสาวได้ทำแบบนั้นเขาได้ส่งนิ้วหัวแม่มือไปขยี้ลงที่เม็ดทับทิม พร้อมกับริมฝีปากของของเขาได้เคลื่อนตัวมาสัมผัสที่กลีบกุหลาบของพริมา คิมหันต์ได้พรมจูบเพียงเล็กน้อย ก่อทำการการขบเม้นและดูดดึงอย่างเมามันส์
พริมาถูกความเสียวซ่านจากสัมผัสของชายหนุ่มวิ่งเข้าเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนเธอได้แอ่นสะโพกเข้าหาริมฝีปากของคิมหันต์มากกว่าเดิม การกระทำอย่างเชิญชวนและพยายามเรียกร้อง ราวกับคนมีประสบการณ์ของพริมา ไม่ได้ทำให้คิมหันต์เชื่อเธอเลยสักนิด
“เร็วกว่านั้นหน่อยได้ไหมคะ อืมม์ มันเสียวซี้ด” เสียวหวานเอ่ยออกมาอย่างเรียกร้อง ทำให้คิมหันต์ไม่รอช้า ที่จะเพิ่มความเร็วเป็นเท่าตัว พร้อมทั้งหนักหน่วงมากกว่าเดิม
แม้ว่าริมฝีปากของร่างหนาจะได้พยายามดูดดึงอย่างไม่คิดหยุดหย่อนจนเรียกความสนใจของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี จนคิมหันต์ได้อาศัยจังหวะที่พริมาเผลอในการดันนิ้วร้ายของตนเข้าไปในรูรักของเธอ การกระทำของเขาทำให้พริมาแทบจะหยุดหายใจ
แต่เมื่อนิ้วร้ายของเขาสอดเข้าไปภายในได้เพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มก็ต้องชะลอการดัน เพราะความแน่นของรูรักที่ตอดเร็วอย่างไร้จังหวะ
ส่วนทางของพริมาเธอได้พยายามเม้มริมฝีปากเข้าหากันเพราะความเจ็บ จากการพยายามดันสิ่งใหม่เข้ามา
“อ้า….ซีดส์ อืมม์ ช้าหน่อยอ้ะ” พริมมาส่งเสียงประท้วงออกมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายได้พยายามดันนิ้วร้ายของเขาเข้ามาภายในรูรักของเธออีกครั้ง
แต่ชายหนุ่มที่ได้ยินของพริมาเขาไม่ได้คิดจะหยุดการกระทำของตนเอง แถมยังพยายามตวัดลิ้นหยอกเอิญที่เม็ดเสียวของพริมาเพิ่มขึ้น
“อุ้ย…เสียวไปทั้งตัวแล้ว อ่ะ ลิ้นดีจัง” พริมาพยายามส่งเสียงครางออกมาเพื่อหวังให้อีกฝ่ายคิดว่าเธอมีประสบการณ์ ทั้งๆ ที่คิมหันต์รู้แต่แรกอยู่แล้วว่าหญิงสาวไม่ได้มีประสบการณ์เลยแม้แต่จะช่วยตัวเอง
“ตอดดีจริงเลยนะครับ” คินหันต์พูดหลังจากผละห่างร่องสวาทของพริมพา ก่อนเธอจะได้ขยับนิ้วร้ายเพียงนิ้วเดียวของตัวเองเข้าและออกที่รูรักของหญิงสาว พร้อมการขยี้ที่เม็ดทับทิมของเธอ
“โอ้วว์ จะไม่ไหวแล้วอ่ะซีดส์อ่ะ ไม่ไหวแล้ว” เสียงหวานถูกส่งออกมาอย่างไม่คิดจะเก็บเอาไว้ การกระทำของคิมหันต์ที่เพิ่มความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ทำให้หญิงสาวที่ทรมานในตอนแรกได้รับการปลดปล่อยในที่สุด
หลังจากการพูดคุยของคิมหันต์และพริมาได้จบลง หญิงสาวก็สบายใจไม่น้อยเพียงแต่เธอก็ยังคงมีอาการงอนๆ อีกฝ่ายอยู่เหมือนเดิม“บ้าจริง....” คิมหันต์เอ่ยย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยได้โทรเข้ามาหาเขาอีกครั้ง“หมายความว่าไงคะ พี่คิมหันต์มีเบอร์พีวีด้าด้วยเหรอคะ” พริมามองใบหน้าของคิมหันต์อย่างไม่พอใจ พร้อมต้องการคำอธิบายจากชายหนุ่ม“น่าจะมีค้างไว้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่ถ้าพริมไม่โอเครพี่ไม่รับก็ได้นะคะ” คิมหันต์ยังคงเอ่ยเพื่อให้พริมาสบายใจ และเขาต้องการจะทำอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขาก็ไม่อยากจะรับสายของอีกฝ่าย“เอามานี่ค่ะ พริมรับเอง” พริมาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากมือของคิมหันต์ ก่อนนำมากดรับสายเอง“คิมหันต์ อยู่ไหน ถึงบ้านยังคะ คิดถึงจังค่ะ ” วีด้าเอ่ยถามอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับสายแล้ว“นี่พริมค่ะ ไม่ใช่พี่คิมหันต์ พอดีพี่คิมหันต์ไม่วางรับ สาย พี่วีด้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยพร้อมสายตาของเขายังคงมองที่คิมหันต์อย่างไม่ละสายตา“อ๋อ พี่แค่ถามเพราะเป็นห่วงคิมหันต์นะ”“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่คิมหันต์หรอกค่ะ แฟนพริม พริมดูแลเป็นอย่างดีค่ะ” พริมาเอ่ยออกมาอย่า
ผ่านมาเกือบ 4 ปีหลังจากที่คิมหันต์และพริมาได้ตกลงคบหาดูใจกันโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองได้รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งสองได้คบหากันอย่างเปิดเผย จวบจนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะ 4 ปีแล้วซึ่งพริมาเรียนจบออกมา ตอนแรกก็ไม่ได้หางานประจำทำเพราะความตั้งใจเดิมจะเป็นนักเขียนอิสระพอมีรายได้ แต่กลายเป็นว่าเวลาของเธอว่างเกินไป ดังนั้นคิมหันต์จึงอยากให้เธอมาช่วงทำงานเป็นเลขาของคิมหันต์และตอนนี้ชายหนุ่มกลายป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่มารับตำแหน่งแทนผู้เป็นพ่อ โดยที่คิมหันต์ยังคงรับหน้าที่เป็นเจ้าของแอคเขาขุนเขาซู่ซ่าให้กับพริมาเช่นเดิม“ตามคุณพริมาหาผมหน่อย” คิมหันต์เอ่ยบอกผู้ช่วยของเขาหลังจากออกมาจากห้องประชุมแล้วไม่พบเลขาอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงานซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาจากนั้นชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะทำงานของเขาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเพราะงานที่มากมายจนคิมหันต์แทบจะไม่เหลือเวลาให้ได้พัก“พี่คิมหันต์ให้คนไปตามพริมามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของคิมหันต์พร้อมเอ่ยถามอย่างสงสัย“มาหาพี่หน่อยเร็ว” แม้ว่าพริมาจะสงสัยในการกระทำของชายหนุ่ม แต่เธอก็เลือกจะเดินเข้าไปหาอย่างไม่คิดจะถามอะไร
ช่วงเย็นของวันคิมหันต์มารับพริมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อจะพาเธอกลับไปที่บ้านของตัวเองอย่างตามที่เขาได้บอกหญิงสาวเอาไว้ตอนเช้า“พี่คิมหันต์คะ พี่ไม่คิดจะให้พริมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหรือไงคะ” พริมาเอ่ยถามหลังจากนั่งรถมาได้สักพัก และคิมหันต์ไม่ได้พาเธอกกลับไปที่คอนโดอย่างที่เคยเป็น แต่กลับขับรถมุ่งหน้ามาที่บ้านของเธอ“ไม่จำเป็นครับ”คิมหันต์ใช้เวลาเพียงไม่นานกับการขับรถกลับมาที่บ้านของเขา และเมื่อมาถึงบ้านพริมาก็เริ่มประหม่ามากกว่าเดิม เพราะบ้านของคิมหันต์ใหญ่โต กว้างขวางและจนทำให้พริมาเริ่มทำตัวไม่ถูก“เป็นอะไรครับ ลงจากรถได้แล้ว” คิมหันต์ที่ลงมาจากรถและยังเห็นว่าพริมายังนั่งอยู่บนรถอยู่ก็ได้เปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย“พี่คิมหันต์พาพริมกลับตอนนี้เลยได้ไหมคะ” พริมาเอ่ยด้วยเสียงที่ติดความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเธอยังมองไปยังผู้เป็นแม่ของคิมหันต์อย่างไม่วางตา“อะไรกันยังไม่ทันจะลงมาคุยกับพ่อแม่พี่เลยนะ จะกลับแล้วเหรอ” แม่ของคิมหันต์เดินเข้ามาหาเจ้าของร่างบางพร้อมเอ่ยถามออกมา“เอ่อคือว่า” พริมาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาของหญิงวัย 40 กว่าๆ เลยแม้แต่น้อย“ลงมาได้แล้วพ
คิมหันต์ให้เพื่อนๆ ของเขาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ จนทำให้ตอนนี้ เขาได้กลายเป็นเจ้าของแอคเคาน์นักเขียนขุนเขาซู่ซ่าอย่างจำใจไปแล้ว“พี่คิมหันต์คะ วันนี้พริมมีเรียนนะคะ” พริมามองใบหน้าของคนที่พยายามซุกไซ้ลำคอของเธอในขณะที่เธอกำลังเช็กเรื่องกระแสของตัวเองอยู่“ครับพี่รู้แล้ว ว่าแต่ให้พี่ไปส่งไหมครับ” คิมหันต์เอ่ยถามอย่างสงสัยพร้อมมองใบหน้าของพริมาอย่างต้องการคำตอบ“ถ้าพี่คิมหันต์ว่างก็ไปส่งพริมได้นะคะ” พริมาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ทำให้อีกฝ่ายอดจะขโมยหอมแก้มเธอไม่ได้“พริมไปเตรียมตัวก่อนนะ จะได้ไม่เอาเรียนสาย” คิมหันต์เอ่ยขึ้นหลังจากโทรศัพท์ของเขาดังเพราะเพื่อนสนิทอย่างราเชนทร์“ได้ค่ะ”“ว่าไง” คิมหันต์รอพริมาเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนเขาจึงได้กดรับโทรศัพท์ของเพื่อนตัวเอง“เรื่องที่มึงให้กูตามนะเว้ย เรื่องแรก กระเป๋าของน้องพริมตกตรงที่มึงเข้าไปหาน้อง แล้วไอ้มาร์คเอามาให้ใบเฟิร์น แต่ก่อนหน้ามันหยิบโทรศัพท์น้องพริมออกไป” ราเชนทร์เล่าให้คิมหันต์ได้ฟังในสิ่งที่เขาเพิ่งไปเจอมา“แล้วเรื่องแอคเคาร์เป็นมันใช่ไหม ที่ปล่อยออกไป” คิมหันต์เอ่ยถามในขณะที่กำลังกำโทรศัพท์แน่น อย่างต้องการระบายความโมโหภายในใจตอนนี้“ใช
เช้าวันต่อมาแสงของแดดยามเช้าที่สอดส่องเข้ามาภายในห้องพักของพริมาถูกระทบลงบนตัวของพริมา ทำให้เจ้าของร่างบางเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา สายตาคู่สวยได้มองสำรวจไปทั่วทั้งห้องนอน เมื่อเธอได้ลุกขึ้นมานั่งลงบนเตียงแล้วนอน“ตื่นแล้วเหรอครับ จะทานอะไรก่อนไหม” คิมหันต์ได้เอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องนอนของพริมา“พริมยังไม่หิวค่ะ เอ่อ พี่คิมหันต์เห็นโทรศัพท์ของพริมไหมคะ” พริมาเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าของคิมหันต์“พี่ไม่เห็นครับ แล้วก็กระเป๋าน่าจะอยู่กับเพื่อนของพริม” คิมหันต์พูดก่อนเดินเข้ามาหาพริมา“มองหน้าหนูแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติคิมหันต์จะไม่มองใบหน้าของเธอแบบนี้“ดูนี่สิ” คิมหันต์ส่งโทรศัพท์ของเขาให้กับพริมา ทำให้พริมาหยิบโทรศัพท์ขอชายหนุ่มขึ้นมาดู และมันทำให้คนที่ได้เห็นต้องตกใจ เพราะมีคนปล่อยข่าวเกี่ยวกับแอคขุนศึกซู่ซ่าในบอร์ดมหาวิทยาลัย เริ่มมีลงโพสต์ในแอพพลิเคชั่น เรื่องการเปิดเผยตัวตนและการหลอกลวงตัวตนของเจ้าของแอคนี้สายตาคู่สวยได้จับจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูของคิมหันต์ ก่อนเลื่อนดูข้อความมากมายที่แสดงความคิดเห็น“มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” พริม
“พริมร้อนค่ะ พี่คิมหันต์ช่วยพริมหน่อย”พริมาและคิมหันต์ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกจนหมดแล้ว พริมาลงจากเตียงนอนไปหยิบเครื่องป้องกันที่เธอมีเตรียมพร้อมเอาไว้มากพอสมควรมาสวมใส่ให้กับคิมหันต์ และเมื่อเธอทำทุกอย่างเสร็จ พริมาก็ยังคงมองที่คิมหันต์ด้วยสายตาที่ชายหนุ่มไม่อาจจะคิดได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จนเธอขยับตัวเองคร่อมบนตัวของอีกฝ่าย“จะทำอะไร” คิมหันต์เอ่ยถามทั้งๆ ที่เขาคาดเดาได้ว่าคนตัวเล็กคิดจะทำอะไร แต่เขาก็ยังคงอยากได้คำตอบจากเธออยู่ดี“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” พริมมาขยับตัวเองเล็กน้อยจนตอนนี้ท่อนรักของคิมหันต์แนบชิดไปกับร่องสวาทของพริมาเธอพยายามถูไปมาราวกับต้องการปลุกอารมณ์ให้กับตัวเอง จนน้ำรักจากร่องสวาทไหลออกมามากพอสมควร พริมาโน้มใบหน้าของตัวเองลงไปจูบคนตัวโตซึ่งการจูบที่ของพริมาได้ถูกปลุกเร้าอารมณ์โดยคิมหันต์ พร้อมมือหนาของชายหนุ่มได้เอื้อมมาจับลงที่หน้าอกอวบคู่สวยของหญิงสาวก่อนเขาจะออกแรงในการบีบเคล้นอย่างเบามือการกระทำของคิมหันต์ทำให้อารมณ์ของพริมาที่มีอยู่แล้วได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จนตอนนี้เธอนั้นแทบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้“พริมไม่ไหวแล้วพี่คิมหันต์ พริมขอนะคะ” พริมเอ







