Masukแสงทองของดวงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องลงมาร่างเปล่าเปลือยของหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งตอนนี้ยังคงหลับใหลเพราะความเหนื่อยล้า จากเหตุการณ์ของเมื่อคืนวานนี้
พริมาเริ่มรู้สึกตัวเพราะความเคยชินที่เธอมักจะตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าแบบนี้ทุกวัน แต่ทันทีที่พริมารู้สึกตัวและความรู้สึกหนักราวกับมีบางสิ่งบางอย่างทาบทับอยู่ที่เอวคอดของหญิงสาวทำให้เธอได้มองสำรวจเล็กน้อย
“จะลุกออกไปยังไงเนี่ย” พริมานึกในใจเพราะตอนนี้เธออยากจะกลับตอนโดของตัวเองแล้วแต่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ตัว หนุ่มโฮสต์ที่เธอลากมาด้วยเมื่อคืนนี้ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ที่จริงเขามีสิทธิ์เต็มที่ในการใช้ห้องนี้เพราะเขาเปิดห้องที่แพงเอาเรื่องเอง
มือเรียวได้พยายามยกมือของชายหนุ่มที่พาดบนเอวของเธออย่างช้าๆ มีแรงยื้อจากเขาอยู่เล้กน้อย เธอหยุดและค่อยๆคลายมือออกไปจากแขนแข็งแกร่งของเขาและเพราะเขาอาจจะเกิดความรำคาญทำให้ร่างหนาได้ขยับตัวเองพลางยกแขนออกจากเอวคอดของเธอเพื่อที่เขาจะนอนในท่าที่สบายกว่าเดิม
การลุกขึ้นนั่งของพริมาเป็นอย่างยากลำบากไม่น้อยเพราะความรู้สึกเจ็บที่ท้องน้อย และเจ็บตรงกลางสาวของเอ
“คนบ้า ไม่คิดจะเบามือเลยหรือไง” พริมามองเจ้าของใบหน้าอันหล่อเหล่าอยู่ครู่หนึ่งอย่างคาดโทษ ก่อนเธอจะขยับตัวเองลงจากเตียงนอน เธอมองใบหน้าที่กำลังหลับอยู่ตอนนี้เธอเองอดคิดไม่ได้เลยว่า โฮสต์หนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาและลีลา สมกับเป็นตัวท็อปของร้านจริงๆและไหนจะรถหรู การเปิดห้องของเขา แต่เขารับงานที่ราคาสามพันห้าร้อยบาทได้ยังไงกัน
แต่พอเท้าของเธอแตะลงที่พื้นร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะความเจ็บปวดทันที ขาไม่มีแรงซะอย่างนั้น พริมายกมือปิดที่ปากของเธออย่างรวดเร็ว เธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินและตื่นขึ้นมา
“โอ้ย ซี้ด เจ็บเป็นบ้าเลย” ร่างบางพูดออกมาเบาๆก่อนขยับตัวเองลุกขึ้นเพื่อจะไปแต่งตัวและออกไปจากที่นี่ ทั้งๆ ที่เธอแทบจะลุกขึ้นไม่ไหว
พริมาใช่เวลาเพียงไม่นานกับการแต่งตัวและพร้อมจะออกมาจากห้องพักของโรงแรม ก่อนออกจากห้องเธอไม่ลืมที่จะวางเงินจำนวนห้าพันบาทไว้ให้ชายหนุ่ม แต่เธอไม่บอกกล่าวเพราะไม่อยากทำความรู้จักกับชายหนุ่ม
ต่างจากร่างหนาที่เขาอดยอมรับกับตัวเองไม่ได้เลย เขาอยากจะรู้จักหญิงสาวคนนี้เหลือเกิน คิมหันต์รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ตอนที่พริมาได้ลงจากเตียงและลงไปกองที่พื้นแล้วเพียงแค่ชายหนุ่มไม่ได้เข้ามาดูเท่านั้น เพราะไม่อยากทำให้หญิงสาวตกใจกลัว ถึงอย่างไรเขาต้องหาโอกาสทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้แน่นอน
“หึ….เธอเนี่ยมันเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ แม่สาวขุนศึก” คิมหันต์เอ่ยออกมาพร้อมมองจำนวนเงินที่พริมาตั้งทิ้งเข้าไว้ให้เขา
ทั้งๆ ที่เหตุการณ์เมื่อคืนนี้พริมาเป็นคนเสียความสาวให้เขาแท้ๆแต่กลับทำเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ คิมหันต์ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความคิดของเธอนักแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะเป็นการตัดสินใจที่เต็มใจของเธอเอง จากนั้นเขาจึงลุกอาบน้ำและแต่งตัวออกจากห้องไป
ทางด้านของพริมาเธอได้เดินเข้ามาภายในห้องพักภายในคอนโดของตัวเองแล้ว พริมาทิ้งตัวเองลงนอนไปกับเตียงแทนก่อนการลุกไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้เธออยากพักมากกว่าทำอย่างอื่นเสียอีก เธอมองไปที่กระเป๋าและคิดว่าจะกินยาคุมฉุกเฉินไหมเพราะมีการใช้ถุงยางแล้ว
“ไม่กินก็แล้วกัน” พอตัดสินใจได้ก็พยายามบิ้วตัวเองให้ขยับตัวไปอาบน้ำ หลังจากชะล้างร่างกายเรียบร้อยเธอสวมชุดนอนแล้วล้มตัวนอนพักผ่อน
“โอ้ยเจ็บจริงๆ ไม่คิดจะยั้งมือเลยหรือไง” พริมาเอ่ยออกมาพร้อมจับลงที่หน้าท้องของตัวเอง เธอพอจะรู้ว่าการมีอะไรกับผู้ชายครั้งแรกมันจะมีความเจ็บได้ แต่ไม่ได้คิดว่าจะเจ็บเท่านี้ ถ้าคนที่เธอมีอะไรด้วยไม่ทำจนหมดไปหลายน้ำและเรียกว่าทั้งคืนเลยก็ว่าได้
พริมาที่หมดแรงได้เผลอหลับไปอย่างหมดแรงแม้ว่าเธอจะมีเรียนก็ตาม
สองวันต่อมา
คิมหันต์ยังคงใช้ชีวิตปกติไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากที่เขาได้สัมผัสร่างกายของพริมาแล้วคิมหันต์กลับไม่ได้อยากจะสนใจผู้หญิงคนไหนเลย
“หายไปไหนเนี่ย สองวันแล้วไม่ได้มาลงงานหรือจะเป็นอะไรหรือเปล่า” คิมหันต์พูดลอยๆ ออกมาเมื่อสายตาของเขายังคงจับจ้องยู่ที่ห้องแอคเคาร์ของขุนศึกซูซ่าแต่ไร้การเคลื่อนไหวของเจ้าของแอคเคาร์
แต่คิมหันต์ก็ยังได้เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองเพื่ออ่านงานขอขุนศึกซู่ซ่าอย่างฆ่าเวลา ก่อนเขาจะได้ลุกจากเตียงนอนของตัวเองเพื่อจะเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย
ทางด้านของพริมาหลังจากที่เธอกลับมาจากโรงแรม เธอไข้ขึ้นจนไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่จะไปเรียนเธอยังไปไม่ไหวทำให้เธอเอาแต่เก็บตัวพักผ่อนอยู่ในห้อง โชคดีที่มียาสามัญประจำบ้านอยู่ จนตอนนี้เธอเริ่มดีขึ้นจนใกล้หายปกติแล้ว
พริมาแต่งตัวไปมหาวิทยาลัยเพราะวันนี้มีเรียน โดยที่เธอยังไม่ได้สนใจเรื่องงานเขียนที่เธอไม่ได้ลงงานต่อจากตอนล่าสุดเลย หากเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตลอดจะทราบกันว่าหากเปิดเรื่องแล้วเธอจะลงงานวันละ 1 ตอนทุกวันจนกว่าจะจบเรื่องแต่ครานี้หายเงียบไปกว่า 2 วันแล้ว
“ไงคุณเพื่อนไปไหนมา แกไม่มาสองวันพวกฉันเหงารู้ไหม” เพื่อนอย่างชะเอมเอ่ยทักทายสาวแว่นเพื่อนสนิทของตัวเอง ที่เดินเข้ามาหาเธอตรงบริเวณโต๊ะม้านั่งหน้าคณะ
“พอดีไม่สบาย เลยไม่ได้มาเรียน ว่าแต่ที่บ่นคิดถึงนี่เพราะรายงานยังไม่มีคนทำใช่ไหม” ร่างบางเอ่ยถามออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย ทำให้เพื่อนสนิทของเธอที่นั้นยิ้มออกมาแก้เขินทันที
“ก็ใช่...ยังไม่มีใครทำเลยพริมจ๋า รอความเห็นของพริมก่อน”
“ขอโทษที่ทำให้รอ OK งั้นเดี๋ยวเราดูเนื้อหาก่อนแล้วเรามาเริ่มทำไปด้วยกัน” เมื่อพริมาพูดจบเธอก็สนใจที่หนังสือที่เธอถือมาด้วยทันที แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นจากเพื่อนสนิททำให้พริมาอดมองใบหน้าของชะเอมอีกครั้งไม่ได้
“ชะเอม มองอะไรมองตาไม่กระพริบเลย” ร่างบางเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
“อ๋อ มองคนหล่อคนนั้นไง” ชะเอมไม่เพียงแค่เอ่ยออกมาเพราะเธอชี้ไปที่เจ้าของร่างสูง ที่มีใบหน้าหล่อเหลาจนทำให้สาวๆ ในมหาวิทยาลัยต่างหลงใหลและหมายปอง แต่เขาคนนั้นก็มองผู้หญิงเป็นเพียงเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทิ้งเท่านั้น ไม่คิดจะใช้ซ้ำอีก
พริมามองตามเพื่อนสนิทไปแต่ก็ต้องตกใจเพราะคนที่เพื่อนสนิทของเธอพูดถึงดันเป็นคนเดียวกับที่เธอเพิ่งมีความสัมพันธ์ด้วย พรางนึกในใจก็จะใช้ซ้ำได้ยังไงในเมื่อเขารับงานไปด้วยอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาไม่ผูกพันกับใครคนใดคนหนึ่ง พริมาไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของใครเธอจึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยผ่านไป
“มีอะไรเหรอ” ชะเอมเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นว่าพริมดูตกใจเมื่อเห็นรุ่นพี่มหาลัย
“อ๋อ...เปล่าไม่มีอะไร ว่าแต่เขาคือ...” ยังไม่ทันที่พริมาจะถามจบประโยคเพื่อนสาวก็รีบทำการแนะนำทันที
“เป็นรุ่นพี่เราอยู่ปี 3 เรียนคณะนิเทศ ที่สำคัญรูปหล่อหล่อและบ้านรวยมาก” ประโยคสุดท้ายของชะเอมที่เอ่ยออกมาทำให้พริานึกถึงตอนเปิดห้องที่โรงแรมทันที แต่ย้อนแยงอยู่นะ ทำไมรับงานโฮสต์ หรือทำเอาสนุก หยุดๆ พริมาไม่ต้องไปอยากรู้เหตุผลของเขา พริมาบอกตัวเองในใจ
“อ๋อ ว่าแต่สองวันที่ผ่านมามีงานหรืออะไรใหม่ๆ ที่อาจารย์สอนบ้างเอามาแบ่งกันสิ” ร่างบางเอ่ยพร้อมหยิบสมุดจุดดบันทึกของเพื่อนมาดู
พริมาเรียนจนถึงเย็นและเมื่อเธอเลิกเรียนแล้วจึงแวะไปซื้อของเข้าห้องก่อนกลับมาที่คอนโด แต่แล้วเธอต้องตกใจเมื่อเดินเข้ามาภายในคอนโดได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอเจอกับคนร่างหนาหน้าคุ้นที่ยืนรอลิฟต์
“อะไรกันว่ะเนี่ย อย่าบอกนะว่ามาหาเรา ไม่น่าจะใช่มั้ง พี่เขาจะรู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่นี่ แถมวันนั้นแต่งตัวแต่งหน้าซะขนาดนั้น ” พริมาอดพูดกับตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นคิมหันต์อยู่ที่คอนโดของตัวเอง
พริมาไม่ได้ทำให้ตัวมีพิรุธเพราะยังไงเสียเธอมั่นใจมากว่าคิมหันต์ไม่มีทางจำเธอได้
สาวแว่นกระโปรงยาวและเสื้อตัวใหญ่ เดินเข้าไปยืนข้างคิมหันต์เพื่อรอลิฟต์ด้วยความมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางจำเธอได้แน่นอน
“ชั้นไหนครับ” คิมหันต์เอ่ยถามคนข้างกายออกมาเมื่อเขาเดินเข้าไปภายในลิฟต์แล้ว เขายังคงทำเหมือนไม่รู้จักและจำคนข้างกายไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาจำเธอได้และรู้จักเธอเป็นอย่างดี
“ชั้น 24 ค่ะ” ร่างบางเอ่ยตอบออกมาอย่างไม่ได้มองคนร่างสูงเลย
“บังเอิญจังเลยนะครับอยู่ชั้นเดียวกับผมเลย” คิมหันต์จงใจเอ่ยออกมาพร้อมกดชั้นให้กับตัวเอง แต่คำพูดของเขาทำให้พริมาได้มองเขาผ่านแว่นหนาของตัวเองด้วยความตกใจ
“ค่ะ บังเอิญจริงๆค่ะ” พริมาเอ่ยแค่นั้นก่อนก้มใบหน้าลงอย่างไม่คิดจะมองใบหน้าของอีกฝ่าย แต่คิมหันต์ยังคงมองร่างบางอยู่เป็นระยะ
ภายในลิฟท์ที่ทั้งเงียบทั้งอึดอัดได้เกิดขึ้นกับพริมาเพราะความกลัวว่าชายหนุ่มจะจำเธอได้นั้นเอง ตอนนี้รู้สึกว่าลิฟท์มันเคลื่อนตัวอย่างช้าผิดว่าที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ
“เรียนมหาลัยเดียวกันกับผมเหรอครับ” คิมหันต์เอ่ยถามออกมาท่ามกลางความเงียบ
“คงใช่มั้งคะ พริมไม่ได้ใจว่าอยู่ที่เดียวกันหรือเปล่า” พริมาเอ่ยตอบออกมาอย่างปัด ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ความจริงอยู่แล้วว่าเธออยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับชายหนุ่ม
“อ๋อครับ เดี๋ยวยังไงก็คงได้เจอกันครับ ถ้าอยู่มหาลัยเดียวกัน” คิมหันต์เอ่ยออกมาก่อนลิฟท์จะเปิดออก ทำให้พริมาได้ก้าวเท้าหวังจะเดินไปที่ห้องพักทันที แต่เมื่อเห็นว่าคิมหันต์เดินตามเธอมาเธอก็ต้องตกใจไม่น้อย ยังไม่ทันเอ่ยถามอะไรคิมหันต์ได้แตะคีย์การ์ดลงตรงห้องข้างห้องของเธอ
“บังเอิญจังเลยนะครับ อย่าลืมลงงานนะครับคืนนี้ คนรออ่านใจจะขาด คุณขุนศึกซู่ซ่า” คำพูดของคิมหันต์ทำให้พริมายืนนิ่งสตั้นไปชนิดที่เรียกว่าทำอะไรไม่ถูกเลยก็ว่าได้
หลังจากการพูดคุยของคิมหันต์และพริมาได้จบลง หญิงสาวก็สบายใจไม่น้อยเพียงแต่เธอก็ยังคงมีอาการงอนๆ อีกฝ่ายอยู่เหมือนเดิม“บ้าจริง....” คิมหันต์เอ่ยย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยได้โทรเข้ามาหาเขาอีกครั้ง“หมายความว่าไงคะ พี่คิมหันต์มีเบอร์พีวีด้าด้วยเหรอคะ” พริมามองใบหน้าของคิมหันต์อย่างไม่พอใจ พร้อมต้องการคำอธิบายจากชายหนุ่ม“น่าจะมีค้างไว้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่ถ้าพริมไม่โอเครพี่ไม่รับก็ได้นะคะ” คิมหันต์ยังคงเอ่ยเพื่อให้พริมาสบายใจ และเขาต้องการจะทำอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขาก็ไม่อยากจะรับสายของอีกฝ่าย“เอามานี่ค่ะ พริมรับเอง” พริมาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากมือของคิมหันต์ ก่อนนำมากดรับสายเอง“คิมหันต์ อยู่ไหน ถึงบ้านยังคะ คิดถึงจังค่ะ ” วีด้าเอ่ยถามอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับสายแล้ว“นี่พริมค่ะ ไม่ใช่พี่คิมหันต์ พอดีพี่คิมหันต์ไม่วางรับ สาย พี่วีด้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยพร้อมสายตาของเขายังคงมองที่คิมหันต์อย่างไม่ละสายตา“อ๋อ พี่แค่ถามเพราะเป็นห่วงคิมหันต์นะ”“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่คิมหันต์หรอกค่ะ แฟนพริม พริมดูแลเป็นอย่างดีค่ะ” พริมาเอ่ยออกมาอย่า
ผ่านมาเกือบ 4 ปีหลังจากที่คิมหันต์และพริมาได้ตกลงคบหาดูใจกันโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองได้รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งสองได้คบหากันอย่างเปิดเผย จวบจนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะ 4 ปีแล้วซึ่งพริมาเรียนจบออกมา ตอนแรกก็ไม่ได้หางานประจำทำเพราะความตั้งใจเดิมจะเป็นนักเขียนอิสระพอมีรายได้ แต่กลายเป็นว่าเวลาของเธอว่างเกินไป ดังนั้นคิมหันต์จึงอยากให้เธอมาช่วงทำงานเป็นเลขาของคิมหันต์และตอนนี้ชายหนุ่มกลายป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่มารับตำแหน่งแทนผู้เป็นพ่อ โดยที่คิมหันต์ยังคงรับหน้าที่เป็นเจ้าของแอคเขาขุนเขาซู่ซ่าให้กับพริมาเช่นเดิม“ตามคุณพริมาหาผมหน่อย” คิมหันต์เอ่ยบอกผู้ช่วยของเขาหลังจากออกมาจากห้องประชุมแล้วไม่พบเลขาอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงานซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาจากนั้นชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะทำงานของเขาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเพราะงานที่มากมายจนคิมหันต์แทบจะไม่เหลือเวลาให้ได้พัก“พี่คิมหันต์ให้คนไปตามพริมามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของคิมหันต์พร้อมเอ่ยถามอย่างสงสัย“มาหาพี่หน่อยเร็ว” แม้ว่าพริมาจะสงสัยในการกระทำของชายหนุ่ม แต่เธอก็เลือกจะเดินเข้าไปหาอย่างไม่คิดจะถามอะไร
ช่วงเย็นของวันคิมหันต์มารับพริมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อจะพาเธอกลับไปที่บ้านของตัวเองอย่างตามที่เขาได้บอกหญิงสาวเอาไว้ตอนเช้า“พี่คิมหันต์คะ พี่ไม่คิดจะให้พริมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหรือไงคะ” พริมาเอ่ยถามหลังจากนั่งรถมาได้สักพัก และคิมหันต์ไม่ได้พาเธอกกลับไปที่คอนโดอย่างที่เคยเป็น แต่กลับขับรถมุ่งหน้ามาที่บ้านของเธอ“ไม่จำเป็นครับ”คิมหันต์ใช้เวลาเพียงไม่นานกับการขับรถกลับมาที่บ้านของเขา และเมื่อมาถึงบ้านพริมาก็เริ่มประหม่ามากกว่าเดิม เพราะบ้านของคิมหันต์ใหญ่โต กว้างขวางและจนทำให้พริมาเริ่มทำตัวไม่ถูก“เป็นอะไรครับ ลงจากรถได้แล้ว” คิมหันต์ที่ลงมาจากรถและยังเห็นว่าพริมายังนั่งอยู่บนรถอยู่ก็ได้เปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย“พี่คิมหันต์พาพริมกลับตอนนี้เลยได้ไหมคะ” พริมาเอ่ยด้วยเสียงที่ติดความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเธอยังมองไปยังผู้เป็นแม่ของคิมหันต์อย่างไม่วางตา“อะไรกันยังไม่ทันจะลงมาคุยกับพ่อแม่พี่เลยนะ จะกลับแล้วเหรอ” แม่ของคิมหันต์เดินเข้ามาหาเจ้าของร่างบางพร้อมเอ่ยถามออกมา“เอ่อคือว่า” พริมาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาของหญิงวัย 40 กว่าๆ เลยแม้แต่น้อย“ลงมาได้แล้วพ
คิมหันต์ให้เพื่อนๆ ของเขาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ จนทำให้ตอนนี้ เขาได้กลายเป็นเจ้าของแอคเคาน์นักเขียนขุนเขาซู่ซ่าอย่างจำใจไปแล้ว“พี่คิมหันต์คะ วันนี้พริมมีเรียนนะคะ” พริมามองใบหน้าของคนที่พยายามซุกไซ้ลำคอของเธอในขณะที่เธอกำลังเช็กเรื่องกระแสของตัวเองอยู่“ครับพี่รู้แล้ว ว่าแต่ให้พี่ไปส่งไหมครับ” คิมหันต์เอ่ยถามอย่างสงสัยพร้อมมองใบหน้าของพริมาอย่างต้องการคำตอบ“ถ้าพี่คิมหันต์ว่างก็ไปส่งพริมได้นะคะ” พริมาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ทำให้อีกฝ่ายอดจะขโมยหอมแก้มเธอไม่ได้“พริมไปเตรียมตัวก่อนนะ จะได้ไม่เอาเรียนสาย” คิมหันต์เอ่ยขึ้นหลังจากโทรศัพท์ของเขาดังเพราะเพื่อนสนิทอย่างราเชนทร์“ได้ค่ะ”“ว่าไง” คิมหันต์รอพริมาเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนเขาจึงได้กดรับโทรศัพท์ของเพื่อนตัวเอง“เรื่องที่มึงให้กูตามนะเว้ย เรื่องแรก กระเป๋าของน้องพริมตกตรงที่มึงเข้าไปหาน้อง แล้วไอ้มาร์คเอามาให้ใบเฟิร์น แต่ก่อนหน้ามันหยิบโทรศัพท์น้องพริมออกไป” ราเชนทร์เล่าให้คิมหันต์ได้ฟังในสิ่งที่เขาเพิ่งไปเจอมา“แล้วเรื่องแอคเคาร์เป็นมันใช่ไหม ที่ปล่อยออกไป” คิมหันต์เอ่ยถามในขณะที่กำลังกำโทรศัพท์แน่น อย่างต้องการระบายความโมโหภายในใจตอนนี้“ใช
เช้าวันต่อมาแสงของแดดยามเช้าที่สอดส่องเข้ามาภายในห้องพักของพริมาถูกระทบลงบนตัวของพริมา ทำให้เจ้าของร่างบางเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา สายตาคู่สวยได้มองสำรวจไปทั่วทั้งห้องนอน เมื่อเธอได้ลุกขึ้นมานั่งลงบนเตียงแล้วนอน“ตื่นแล้วเหรอครับ จะทานอะไรก่อนไหม” คิมหันต์ได้เอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องนอนของพริมา“พริมยังไม่หิวค่ะ เอ่อ พี่คิมหันต์เห็นโทรศัพท์ของพริมไหมคะ” พริมาเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าของคิมหันต์“พี่ไม่เห็นครับ แล้วก็กระเป๋าน่าจะอยู่กับเพื่อนของพริม” คิมหันต์พูดก่อนเดินเข้ามาหาพริมา“มองหน้าหนูแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติคิมหันต์จะไม่มองใบหน้าของเธอแบบนี้“ดูนี่สิ” คิมหันต์ส่งโทรศัพท์ของเขาให้กับพริมา ทำให้พริมาหยิบโทรศัพท์ขอชายหนุ่มขึ้นมาดู และมันทำให้คนที่ได้เห็นต้องตกใจ เพราะมีคนปล่อยข่าวเกี่ยวกับแอคขุนศึกซู่ซ่าในบอร์ดมหาวิทยาลัย เริ่มมีลงโพสต์ในแอพพลิเคชั่น เรื่องการเปิดเผยตัวตนและการหลอกลวงตัวตนของเจ้าของแอคนี้สายตาคู่สวยได้จับจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูของคิมหันต์ ก่อนเลื่อนดูข้อความมากมายที่แสดงความคิดเห็น“มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” พริม
“พริมร้อนค่ะ พี่คิมหันต์ช่วยพริมหน่อย”พริมาและคิมหันต์ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกจนหมดแล้ว พริมาลงจากเตียงนอนไปหยิบเครื่องป้องกันที่เธอมีเตรียมพร้อมเอาไว้มากพอสมควรมาสวมใส่ให้กับคิมหันต์ และเมื่อเธอทำทุกอย่างเสร็จ พริมาก็ยังคงมองที่คิมหันต์ด้วยสายตาที่ชายหนุ่มไม่อาจจะคิดได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จนเธอขยับตัวเองคร่อมบนตัวของอีกฝ่าย“จะทำอะไร” คิมหันต์เอ่ยถามทั้งๆ ที่เขาคาดเดาได้ว่าคนตัวเล็กคิดจะทำอะไร แต่เขาก็ยังคงอยากได้คำตอบจากเธออยู่ดี“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” พริมมาขยับตัวเองเล็กน้อยจนตอนนี้ท่อนรักของคิมหันต์แนบชิดไปกับร่องสวาทของพริมาเธอพยายามถูไปมาราวกับต้องการปลุกอารมณ์ให้กับตัวเอง จนน้ำรักจากร่องสวาทไหลออกมามากพอสมควร พริมาโน้มใบหน้าของตัวเองลงไปจูบคนตัวโตซึ่งการจูบที่ของพริมาได้ถูกปลุกเร้าอารมณ์โดยคิมหันต์ พร้อมมือหนาของชายหนุ่มได้เอื้อมมาจับลงที่หน้าอกอวบคู่สวยของหญิงสาวก่อนเขาจะออกแรงในการบีบเคล้นอย่างเบามือการกระทำของคิมหันต์ทำให้อารมณ์ของพริมาที่มีอยู่แล้วได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จนตอนนี้เธอนั้นแทบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้“พริมไม่ไหวแล้วพี่คิมหันต์ พริมขอนะคะ” พริมเอ







