Masuk“ไม่รู้สิคะ อาบน้ำเสร็จแล้วใช่ไหมคะ…เอ่อคือว่า พริมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” พริมาตัดสินใจเอ่ยออกมาเพราะตอนนี้เธออยากจะคุยกับชายหนุ่ม ในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว
“เรื่องอะไรเหรอครับ” คิมหันต์เอ่ยถามออกมาทั้งๆ ที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าพริมาจะพูดอะไรกับเขา มันคงไม่พ้นเรื่องคืนนั้นแน่นอน
“ก็เรื่องคืนนั้น คุณคงไม่ได้รับลูกค้าจนลืมไปหรอกนะคะ หรือจะบอกว่าจำพริมไม่ได้ ” พริมาจับจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา
“แล้วจะให้ผมรับผิดชอบหรือไง” คิมหันต์เอ่ยถามออกมาด้วยเสียงที่จริงจังพร้อมมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ พริมแค่อยากจะให้คุณเก็บเป็นความลับในทุกเรื่องเท่านั้น ” พริมาเอ่ยปฏิเสธออกมาเพราะเธอไม่ได้อยากให้ชายหนุ่มรับผิดชอบเธอ แค่อยากให้เขารับปากว่าจะไม่เอาเรื่องของเธอไปพูดต่อเท่านั้น
“ความลับ แล้วเรื่องไหนบ้างที่อยากจะให้เก็บเป็นความลับ” คิมหันต์เอ่ยถามออกมาอย่างกวนๆ แต่ใจของเขานั้นรู้สึกว่าเขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ก็เรื่อง…ทุกเรื่องที่คุณรู้ค่ะ” พริมานิ่งลงพร้อมมองใบหน้าของคิมหันต์อย่างตั้งคำถาม เพราะเธอลืมไปว่าชายหนุ่มยังรู้อีกว่าเธอเป็นเจ้าของนามปากกาขุนศึกซู่ซ่า
“ขอความชัดเจนในคำว่าทุกเรื่องได้ไหมครับ ตอนนี้มันก็ดึกมาแล้วด้วย” คิมหันต์เอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“เรื่องแรก คุณก็ช่วยเก็บเรื่องที่คุณกับฉันเปิดโรงแรมนอนด้วยกันได้ไหม”
“ได้สิ เพราะพูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างถ้าพริมอยากให้พี่รับผิดชอบก็ได้นะครับ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” คิมหันต์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มออกมาทำให้คนที่ได้เห็นแบบนั้นนิ่งลงทันที
“แล้วมีอะไรอีกไหมครับ” คิมหันต์รู้ว่าหญิงสาวมีเรื่องที่ต้องการจพูดอีก เขาจึงได้เอ่ยถามอย่างเปิดประเด็นให้เธอ
“และอีกเรื่อง....นามปากกานั้น ” พริมมาเอ่ยด้วยเสียงที่เบาเพราะความกังวลใจ
“ตกลงว่าเราเป็นเจ้าของจริงๆ ใช่ไหม”
“อย่าบอกให้คนอื่นรู้ได้ไหมคะ ” พริมาเอ่ยด้วยความกังวลใจ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใครและเขามีนิสัยแบบไหน ถ้าเขาพูดเรื่องของเธอออกไปมันคงเป็นกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน
“ได้ ไม่มีปัญหา แลกกับการไปกินข้าว เป็นเพื่อนพี่มื้อหนึ่ง” คิมหันต์เอ่ยอย่างเสนอข้อแลกเปลี่ยนทันที
“ได้ เอ่อ…พี่จะไปวันไหนคะ” พริมมาเอ่ยอย่างลังเลเธอไม่รู้ว่าควรเรียกคิมหันต์ว่าคุณหรือพี่ดี แต่เมื่อชายหนุ่มเอ่ยแทนตัวเองว่าพี่พริมาก็เลือกที่จะเรียกชายหนุ่มตาม สรรพมานแทนตัวทันที
“พรุ่งนี้ตอนเย็นรอรับที่หน้าคอนโด เอาไลท์มาให้พี่ด้วย” คิมหันต์พูดก่อนหยิบโทรศัพท์ของร่างบางขึ้นมากดเบอร์ของเขาเข้าไปในเครื่องของเธอ
“เรื่องนามปากกา ที่จริงไม่เห็นว่าจะเป็นอะไรเลย เป็นนักเขียนก็ดีออก” คิมหันต์สงสัยเล็กน้อย
“พริมมีเหตุผส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ค่ะ” พริมาคิดในใจ นิยายแต่เรื่องที่ลงติดเรตทั้งนั้นจึงสบายใจที่จะไม่เปิดเผยตัวตน
หลังจากคิมหันต์ออกมาจากห้องพักคอนโดของพริมา เจ้าของห้องก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องนอนทันที เธอคิดทบทวนในคำพูดของชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะได้ทิ้งตัวเองลงนอน
วันต่อมา
พริมาไปเรียนที่มาหาลัยหมือนปกติ และกลับมายังคอนโดเพื่อที่เตรียมตัวไปทานข้าวความที่นัดกับคิมหันน์เอาไว้
โดยการไปในวันนี้เธอไม่ได้จะไปเพียงแค่ทานข้าวกับชายหนุ่มเท่านั้น เพราะเธออยากจะเสนอให้ชายหนุ่มมาช่วยเธอเรื่องงานเขียนที่เธอยังไม่รู้ว่าคิมหันต์จะทำได้หรือเปล่า
พริมาเดินลงมาจากห้องพักเมื่อคิมหันต์ได้ส่งข้อความไปให้กับเธอ
“มองพริมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจตัวเองเลยสักนิดเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย
“ไม่มีอะไร ก็น่ารักดี” การแต่งตัวที่อยู่ในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายของเธอ และการผูกผมเป็นปมของเธอ ไร้ซึ่งแว่นหนามันทำให้เธอดูน่ารักต่างจากที่คิมหันต์ได้เจอให้ครั้งแรก
“จะยืนมองอีกนานไม่คะ หรือไม่ไปแล้ว” หญิงสาวเอ่ยถาม เมื่อเห้นว่าคิมหันต์ยังนิ่งเหมือนเดิม
“ไปสิ เชิญครับ” คิมหันต์เอ่ยพร้อมเปิดประตูรถหรูให้กับพริมา แม้เธอจะพยายามทำใจในตอนแรก แต่ก็อดประหม่าเหมือนเดิมไม่ได้
“เป็นโฮสต์ต้องรวยขนาดนี้เลยเหรอคะ” พริมาเอ่ยถามก่อนมองใบหน้าของอีกฝ่าย หลังจากรถขับมาได้สักพักแล้ว
“ไม่รู้นะ เพราะพี่ไม่ได้เป็น” คิมหันต์เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง
“หมายความว่ายังไงคะ ในเมื่อวันนั้น” พริมามองใบหน้าของคิมหันต์อย่างต้องการคำตอบ
“พี่หมายความอย่างที่พูด พี่ไม่ได้เป็นโฮสต์อย่างที่เราเข้าใจ และวันนั้นพี่ไม่อยากให้เราไปกับคนอื่น ก็เลยอาสา” คิมหันต์เอ่ยตอบด้วยใบหน้านิ่งเชย แต่มันทำให้คนที่ได้ยินแบบนั้นนิ่งลงทันที
“งั้นก็ดีเลยค่ะ พี่ก็ควรจะรับผิดชอบพริม” พริมาเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เพราะยังไงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดอยู่แล้ว
“รับผิดชอบเหรอ”
“ใช่ค่ะ พริมจะให้พี่มาช่วยพริมลงทรีทเมนต์เขียนนิยายเรื่องที่พริมเขียนอยู่ และเรื่องอื่นๆ ค่ะ อยากให้จบเรื่องนี้ มันไปต่อไม่ได้ จะทิ้งก็ทำไม่ลง จะทักหาใครก็เขิน” พริมาเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเรียบ และคำพูดของเธอทำให้คิมหันต์ที่ดีใจตอนแรก ยิ่งดีใจขึ้นทวีคูณแต่ต้องเก็บสีหน้าไม่แสดงออกไว้
“ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ” คิมหันต์ยินดีจะช่วยพริมาทำงานอย่างไม่คิดจะปฏิเสธ และมันจะทำให้ชายหนุ่มได้เข้าใกล้อีกฝ่ายด้วย
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยพริม”
“ว่าแต่เราจะให้พี่อยู่ในฐานะอะไรโฮสต์ หรือแฟนดี” คิมหันต์ได้เอ่ยหยอดร่างบางทันที
“ที่ปรึกษาดีกว่าค่ะ”
ตลอดการทานอาหารของทั้งสอง คิมหันต์เอาใจใส่ร่างบางตลอดเวลาไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย จนทำให้คนตัวเล็กที่ได้รับการกระทำของเขา อดรู้สึกดีไม่ได้ และจะว่าไปแล้วเธอไม่เคยทานอาหารกับชายหนุ่มสองต่อสองเลยเพราะโสดมาตลอด
“วันนี้จะได้ลงงานอีกไหม” คิมหันต์ที่รออ่านงานของพริมาเอ่ยถาม เพราะเธอไม่ลงงานมาหลายวันแล้ว
“ยังไม่รู้ค่ะ เพราะพริมยังไม่มีทรีทเมนต์งานเลยค่ะ” พริมาเอ่ยเสียงเศร้าลง เธอไม่ได้เขียนงานเลยช่วงนี้ด้วยที่เธอไม่มีไอเดียและคิดอะไรไม่ออกด้วย
“งั้น พี่ไปช่วยเขียนไหม” คิมหันต์เสนอตัวเองทันที เขาอยากจะอยู่ใกล้หญิงสาว
“อ๋อจริงสิ พี่คิมเรียนนิเทศนิคะ แถมเคยชนะรางวัลงานเขียนต่างๆของคณะด้วย” พริมาคิดไม่ผิดที่ให้ชายหนุ่มมาช่วยเธอเขียนทรีมเมนต์
“นั่นไง พริมอยู่มหาลัยเดี๋ยวกับพี่จริงๆ ด้วย ไม่สืบมาว่างั้น ” คิมหันต์รู้แต่แรกแล้วได้เอ่ยขึ้นเพราะพริมาปากแข็งและยังปฏิเสธเขาอีก
“ก็รู้มาบ้างค่ะ แต่พริมไม่รู้จักพี่ จะไปบอกได้ยังไงว่าเรียนที่เดียวกัน” พริมาเอ่ยอย่างเบี่ยงเบนความสนใจ
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปหาพริมที่ห้องนะ” คิมหันต์เอ่ยพร้อมยิ้มเล็กน้อย
ทั้งสองดูสนิทขึ้นมากกว่าเดิมไม่น้อย พร้อมทั้งพริมาที่เป็นคนเก็บตัวไม่พูดไม่จาก็พูดเยอะขึ้น และชวนอีกฝ่ายคุยเก่งมากกว่าเดิม
จนตอนนี้ทั้งสองสนิทกันอย่างไม่ทันตั้งตัว และพริมาก็ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ข้างกายตอนนี้มีแผนจะจีบเธอ
ช่วงทุ่มกว่าๆ คิมหันต์มาเคาะประตูห้องพักของพริมาตามที่เขาพูดไว้
“ทำไมชอบเปิดประตูตอนกำลังอาบน้ำ” คิมหันต์เอ่ยพร้อมมองสำรวจคนตัวเล็กไปด้วย
“แล้วทำไมชอบมาไม่ดูเวลาแบบนี้ล่ะคะ” พริมาเอ่ยประชด ก่อนเดินเข้าไปภายในห้อนนอนทันที เธอทิ้งให้คิมหันต์ได้เดินเข้ามาพร้อมมองตามร่างบาง
พริมาเดินหายเขาไปได้เพียงไม่นานก็เดินออกมาพร้อมชุดนอนที่เป็นเสื้อยืด กางเกงขาสั้นแบบเมื่อวานนี้และเมื่อชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็ค่อนข้างพอใจ
“เลิกมองได้แล้วค่ะ ไหนบอกว่าจะมาช่วยเขียนงานไงคะ” พริมาเอ่ยออกมาก่อนทิ้งตัวเองลงนั่งที่โซฟา คิมหันต์ที่เห็นแบบนั้นก็เดินมานั่งลงข้างๆ เธอทันที
“ให้พี่เขียนต่องานที่เราเขียนค้างเอาไว้เลยนะ” คิมหันต์ทิ้งตัวเองลงนั่งข้างหญิงสาว ก่อนหยิบโน๊ตบุ๊คที่พริมาหยิบมาด้วยมาไว้กับตัวเอง
“ใช่ค่ะ พริมอยากต่องานนั้นให้เสร็จ แล้วจะเริ่มเขียนงานใหม่ เข็ดแล้วไม่เขียนไปลงงานไปอีกแล้ว ” พริมามองใบหน้าคมที่ตอนนี้ให้ความสนใจอยู่โน๊ตบุ๊คอย่างไม่คิดสนใจอย่างอื่น
“ได้เลย งั้นรอพี่เขียนงานสักครู่นะ” คิมหันต์ลงมือเขียนงานให้พริมาทันที
ชายหนุ่มที่ดูขี้เล่นไม่จริงจังกับสิ่งใด แต่ปลกมากเมื่ออยู่หน้าคอมทำงานเขียน สีหน้าแววตาดูจริงจังน่ามองมากขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าที่หล่อเหลา สายตามุ่งมั่นสะกดพริมาให้หยุดเพ่งที่ใบน้าของเขาไม่ได้เลย
“จะขอรางวัลค่ามองแล้วนะครับคนสวยขา”
หลังจากการพูดคุยของคิมหันต์และพริมาได้จบลง หญิงสาวก็สบายใจไม่น้อยเพียงแต่เธอก็ยังคงมีอาการงอนๆ อีกฝ่ายอยู่เหมือนเดิม“บ้าจริง....” คิมหันต์เอ่ยย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยได้โทรเข้ามาหาเขาอีกครั้ง“หมายความว่าไงคะ พี่คิมหันต์มีเบอร์พีวีด้าด้วยเหรอคะ” พริมามองใบหน้าของคิมหันต์อย่างไม่พอใจ พร้อมต้องการคำอธิบายจากชายหนุ่ม“น่าจะมีค้างไว้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่ถ้าพริมไม่โอเครพี่ไม่รับก็ได้นะคะ” คิมหันต์ยังคงเอ่ยเพื่อให้พริมาสบายใจ และเขาต้องการจะทำอย่างที่พูดจริงๆ เพราะเขาก็ไม่อยากจะรับสายของอีกฝ่าย“เอามานี่ค่ะ พริมรับเอง” พริมาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากมือของคิมหันต์ ก่อนนำมากดรับสายเอง“คิมหันต์ อยู่ไหน ถึงบ้านยังคะ คิดถึงจังค่ะ ” วีด้าเอ่ยถามอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับสายแล้ว“นี่พริมค่ะ ไม่ใช่พี่คิมหันต์ พอดีพี่คิมหันต์ไม่วางรับ สาย พี่วีด้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยพร้อมสายตาของเขายังคงมองที่คิมหันต์อย่างไม่ละสายตา“อ๋อ พี่แค่ถามเพราะเป็นห่วงคิมหันต์นะ”“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่คิมหันต์หรอกค่ะ แฟนพริม พริมดูแลเป็นอย่างดีค่ะ” พริมาเอ่ยออกมาอย่า
ผ่านมาเกือบ 4 ปีหลังจากที่คิมหันต์และพริมาได้ตกลงคบหาดูใจกันโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองได้รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งสองได้คบหากันอย่างเปิดเผย จวบจนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะ 4 ปีแล้วซึ่งพริมาเรียนจบออกมา ตอนแรกก็ไม่ได้หางานประจำทำเพราะความตั้งใจเดิมจะเป็นนักเขียนอิสระพอมีรายได้ แต่กลายเป็นว่าเวลาของเธอว่างเกินไป ดังนั้นคิมหันต์จึงอยากให้เธอมาช่วงทำงานเป็นเลขาของคิมหันต์และตอนนี้ชายหนุ่มกลายป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่มารับตำแหน่งแทนผู้เป็นพ่อ โดยที่คิมหันต์ยังคงรับหน้าที่เป็นเจ้าของแอคเขาขุนเขาซู่ซ่าให้กับพริมาเช่นเดิม“ตามคุณพริมาหาผมหน่อย” คิมหันต์เอ่ยบอกผู้ช่วยของเขาหลังจากออกมาจากห้องประชุมแล้วไม่พบเลขาอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงานซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาจากนั้นชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะทำงานของเขาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเพราะงานที่มากมายจนคิมหันต์แทบจะไม่เหลือเวลาให้ได้พัก“พี่คิมหันต์ให้คนไปตามพริมามีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของคิมหันต์พร้อมเอ่ยถามอย่างสงสัย“มาหาพี่หน่อยเร็ว” แม้ว่าพริมาจะสงสัยในการกระทำของชายหนุ่ม แต่เธอก็เลือกจะเดินเข้าไปหาอย่างไม่คิดจะถามอะไร
ช่วงเย็นของวันคิมหันต์มารับพริมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อจะพาเธอกลับไปที่บ้านของตัวเองอย่างตามที่เขาได้บอกหญิงสาวเอาไว้ตอนเช้า“พี่คิมหันต์คะ พี่ไม่คิดจะให้พริมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหรือไงคะ” พริมาเอ่ยถามหลังจากนั่งรถมาได้สักพัก และคิมหันต์ไม่ได้พาเธอกกลับไปที่คอนโดอย่างที่เคยเป็น แต่กลับขับรถมุ่งหน้ามาที่บ้านของเธอ“ไม่จำเป็นครับ”คิมหันต์ใช้เวลาเพียงไม่นานกับการขับรถกลับมาที่บ้านของเขา และเมื่อมาถึงบ้านพริมาก็เริ่มประหม่ามากกว่าเดิม เพราะบ้านของคิมหันต์ใหญ่โต กว้างขวางและจนทำให้พริมาเริ่มทำตัวไม่ถูก“เป็นอะไรครับ ลงจากรถได้แล้ว” คิมหันต์ที่ลงมาจากรถและยังเห็นว่าพริมายังนั่งอยู่บนรถอยู่ก็ได้เปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย“พี่คิมหันต์พาพริมกลับตอนนี้เลยได้ไหมคะ” พริมาเอ่ยด้วยเสียงที่ติดความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเธอยังมองไปยังผู้เป็นแม่ของคิมหันต์อย่างไม่วางตา“อะไรกันยังไม่ทันจะลงมาคุยกับพ่อแม่พี่เลยนะ จะกลับแล้วเหรอ” แม่ของคิมหันต์เดินเข้ามาหาเจ้าของร่างบางพร้อมเอ่ยถามออกมา“เอ่อคือว่า” พริมาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาของหญิงวัย 40 กว่าๆ เลยแม้แต่น้อย“ลงมาได้แล้วพ
คิมหันต์ให้เพื่อนๆ ของเขาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ จนทำให้ตอนนี้ เขาได้กลายเป็นเจ้าของแอคเคาน์นักเขียนขุนเขาซู่ซ่าอย่างจำใจไปแล้ว“พี่คิมหันต์คะ วันนี้พริมมีเรียนนะคะ” พริมามองใบหน้าของคนที่พยายามซุกไซ้ลำคอของเธอในขณะที่เธอกำลังเช็กเรื่องกระแสของตัวเองอยู่“ครับพี่รู้แล้ว ว่าแต่ให้พี่ไปส่งไหมครับ” คิมหันต์เอ่ยถามอย่างสงสัยพร้อมมองใบหน้าของพริมาอย่างต้องการคำตอบ“ถ้าพี่คิมหันต์ว่างก็ไปส่งพริมได้นะคะ” พริมาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ทำให้อีกฝ่ายอดจะขโมยหอมแก้มเธอไม่ได้“พริมไปเตรียมตัวก่อนนะ จะได้ไม่เอาเรียนสาย” คิมหันต์เอ่ยขึ้นหลังจากโทรศัพท์ของเขาดังเพราะเพื่อนสนิทอย่างราเชนทร์“ได้ค่ะ”“ว่าไง” คิมหันต์รอพริมาเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนเขาจึงได้กดรับโทรศัพท์ของเพื่อนตัวเอง“เรื่องที่มึงให้กูตามนะเว้ย เรื่องแรก กระเป๋าของน้องพริมตกตรงที่มึงเข้าไปหาน้อง แล้วไอ้มาร์คเอามาให้ใบเฟิร์น แต่ก่อนหน้ามันหยิบโทรศัพท์น้องพริมออกไป” ราเชนทร์เล่าให้คิมหันต์ได้ฟังในสิ่งที่เขาเพิ่งไปเจอมา“แล้วเรื่องแอคเคาร์เป็นมันใช่ไหม ที่ปล่อยออกไป” คิมหันต์เอ่ยถามในขณะที่กำลังกำโทรศัพท์แน่น อย่างต้องการระบายความโมโหภายในใจตอนนี้“ใช
เช้าวันต่อมาแสงของแดดยามเช้าที่สอดส่องเข้ามาภายในห้องพักของพริมาถูกระทบลงบนตัวของพริมา ทำให้เจ้าของร่างบางเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา สายตาคู่สวยได้มองสำรวจไปทั่วทั้งห้องนอน เมื่อเธอได้ลุกขึ้นมานั่งลงบนเตียงแล้วนอน“ตื่นแล้วเหรอครับ จะทานอะไรก่อนไหม” คิมหันต์ได้เอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องนอนของพริมา“พริมยังไม่หิวค่ะ เอ่อ พี่คิมหันต์เห็นโทรศัพท์ของพริมไหมคะ” พริมาเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าของคิมหันต์“พี่ไม่เห็นครับ แล้วก็กระเป๋าน่าจะอยู่กับเพื่อนของพริม” คิมหันต์พูดก่อนเดินเข้ามาหาพริมา“มองหน้าหนูแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” พริมาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติคิมหันต์จะไม่มองใบหน้าของเธอแบบนี้“ดูนี่สิ” คิมหันต์ส่งโทรศัพท์ของเขาให้กับพริมา ทำให้พริมาหยิบโทรศัพท์ขอชายหนุ่มขึ้นมาดู และมันทำให้คนที่ได้เห็นต้องตกใจ เพราะมีคนปล่อยข่าวเกี่ยวกับแอคขุนศึกซู่ซ่าในบอร์ดมหาวิทยาลัย เริ่มมีลงโพสต์ในแอพพลิเคชั่น เรื่องการเปิดเผยตัวตนและการหลอกลวงตัวตนของเจ้าของแอคนี้สายตาคู่สวยได้จับจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูของคิมหันต์ ก่อนเลื่อนดูข้อความมากมายที่แสดงความคิดเห็น“มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” พริม
“พริมร้อนค่ะ พี่คิมหันต์ช่วยพริมหน่อย”พริมาและคิมหันต์ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกจนหมดแล้ว พริมาลงจากเตียงนอนไปหยิบเครื่องป้องกันที่เธอมีเตรียมพร้อมเอาไว้มากพอสมควรมาสวมใส่ให้กับคิมหันต์ และเมื่อเธอทำทุกอย่างเสร็จ พริมาก็ยังคงมองที่คิมหันต์ด้วยสายตาที่ชายหนุ่มไม่อาจจะคิดได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จนเธอขยับตัวเองคร่อมบนตัวของอีกฝ่าย“จะทำอะไร” คิมหันต์เอ่ยถามทั้งๆ ที่เขาคาดเดาได้ว่าคนตัวเล็กคิดจะทำอะไร แต่เขาก็ยังคงอยากได้คำตอบจากเธออยู่ดี“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” พริมมาขยับตัวเองเล็กน้อยจนตอนนี้ท่อนรักของคิมหันต์แนบชิดไปกับร่องสวาทของพริมาเธอพยายามถูไปมาราวกับต้องการปลุกอารมณ์ให้กับตัวเอง จนน้ำรักจากร่องสวาทไหลออกมามากพอสมควร พริมาโน้มใบหน้าของตัวเองลงไปจูบคนตัวโตซึ่งการจูบที่ของพริมาได้ถูกปลุกเร้าอารมณ์โดยคิมหันต์ พร้อมมือหนาของชายหนุ่มได้เอื้อมมาจับลงที่หน้าอกอวบคู่สวยของหญิงสาวก่อนเขาจะออกแรงในการบีบเคล้นอย่างเบามือการกระทำของคิมหันต์ทำให้อารมณ์ของพริมาที่มีอยู่แล้วได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จนตอนนี้เธอนั้นแทบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้“พริมไม่ไหวแล้วพี่คิมหันต์ พริมขอนะคะ” พริมเอ







