INICIAR SESIÓN“มีผัวใหม่แล้วหรือยังครับ” “หมอก!!” “นี่เป็นคำถาม กำลังสัมภาษณ์อยู่ เพราะงั้น...ก็ช่วยตอบด้วยครับ”
Ver másคนหนึ่งทิ้งเเมวไว้เป็นตัวเเทนของเธอ
แต่เขาไม่รู้เลยว่าเขาฝากตัวเเทนรักไว้ในท้องของเธอด้วย
เขาดูแมวต่างหน้าทุกครั้งที่คิดถึงเธอ
แต่เธอต้องดูลูกต่างหน้า และคิดถึงเขาทุกครั้ง
เพราะลูกโคตรจะเหมือนเขาเลย
ทั้งคู่เลิกกันทั้งที่ยังรัก
โดยที่เธอเป็นคนบอกเลิกเอง
ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่าเหตุผลที่เธอขอจบความสัมพันธ์คืออะไร
จนกระทั่ง...
วันที่เธอกลับมาเพื่อมาสัมภาษณ์งานในสายการบินของเขา
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนต้องสานสัมพันธ์รักกันอีกครั้ง
โดยมีแมวและลูกชายเป็นสื่อกลางในความรักครั้งนี้
แฝ่บๆๆๆ ครืด แฝ่บๆๆ ครืด
เสียงสตาร์ทรถคันหรู ที่พยายามสตาร์ทครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะติดเลย ทุกครั้งที่เหมือนจะติด ก็ต้องดับเช่นเดิม สุดท้ายร่างสูงจึงจำต้องล้มเลิกความพยายาม แล้วหยิบสัมภาระที่สำคัญออกจากรถ โดยไม่ลืมหยิบขนมสุดโปรดอย่างคุกกี้บราวน์นี่บราวน์ชูการ์ติดมือไปด้วย
“ฮัลโหล...ไอ้พาย...มึงออกจากมหาลัยยัง” ยกโทรศัพท์แล้วต่อสายหาแฝดพี่อย่างพะพาย
[ออกมาแล้ว มีอะไร]
“เออๆ ช่างเถอะ...แค่นี้แหละ” เมื่อได้คำตอบก็รีบกดตัดสายไป จากนั้นก็เดินไปรอรถเมล์ ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่มากนัก ยืนรอเพียงไม่นานรถเมล์สายที่เขาต้องขึ้นก็มาพอดี โชคดีหน่อยที่วันนี้รถไม่แน่น ทั้งที่ปกติเวลาเลิกงานแบบนี้ควรจะเต็มเอี๊ยดแล้ว
แคว่ก!
เจ้าของร่างสูงโปร่ง ดูสง่างาม กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพปั้น อยู่ในชุดนักศึกษา พร้อมกับเสื้อยีนที่สวมทับเอาไว้ ยิ่งทำให้เขาดูเท่ และมีสไตล์ เขาค่อยๆ หย่อนกายลงนั่งที่ว่างริมหน้าต่าง ก่อนที่จะหยิบคุกกี้รสโปรดขึ้นมาฉีกซองแล้วเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
กุ๊ก กั๊ก!
ขณะที่เขาเคี้ยวขนมด้วยท่าทีสบายอารมณ์ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อบลูทูธกับหูฟังไร้สายเพื่อฟังเพลง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กน้อยที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้ามองมาที่เขา ผ่านช่องแคบๆ ระหว่างเบาะและหน้าต่าง
เขาจึงหยิบขนมคุกกี้ชิ้นใหม่ยื่นให้ พร้อมกับรอยยิ้มใจดี นึกเอ็นดูเด็กผู้ชายคนนั้น ไม่น่าเชื่อแค่เพียงแววตาใสซื่อนั่น จะทำให้เขายอมมอบขนมรสโปรดนั้นให้โดยที่ไม่คิดจะเสียดายเลย
ผ่านไปไม่นานหลังจากที่เด็กน้อยคนนั้นรับคุกกี้ไป สักพักมือน้อยๆ ป้อมๆ ขาวๆ ก็ยื่นนมผ่านช่องเล็กๆ นั้นส่งให้สายหมอก เพื่อตอบแทนที่สายหมอกมอบขนมแสนอร่อยให้เขา วินาทีนั้นก็ทำสายหมอกถึงกับหลุดขำ ก่อนที่จะยื่นมือไปรับนมโรงเรียนจากเด็กน้อยคนนั้นมาถือไว้ ตามด้วยพูดกับตัวเองในใจว่า ‘คิดได้ไงที่เอานมรสชาติห่วยๆ นั่นมาแลกกับขนมแสนอร่อยของเขา’ นมโรงเรียนคือนมที่เขาไม่เคยคิดที่จะกินมันเลยด้วยซ้ำทั้งชีวิตนี้
“ไปครับรันเวย์ ถึงคอนโดมี๊แล้ว” เสียงของหญิงวัยเกษียณอายุเอ่ยบอกกับหลานชาย พร้อมกับลุกขึ้น และบอกให้หลานชายเตรียมตัวลง เพราะถึงที่หมายแล้ว
“อ๊ะ...เจ้าเวย์ไปเอาขนมนั่นมาจากไหนครับ” แต่ทว่าขณะที่กำลังจะดึงแขนหลานให้ลุกจากเบาะ เธอก็หันไปเห็นขนมคุกกี้ที่กัดไปแล้วจนเกือบหมดอยู่ในมือหลานชาย ด้วยความสงสัยจึงถามขึ้น
“คุณลุงสุดหล่อให้ครับ” ตอบอย่างสุภาพแล้วชี้ไปทางด้านเบาะหลัง ที่มีสายหมอกมองดูเหตุการณ์อยู่
“ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม แหมหล่อแล้วยังใจดีอีก...” หันมาเอ่ยขอบคุณสายหมอกด้วยความเป็นมิตร สายหมอกเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน “รันเวย์ครับ...แล้วขอบคุณคุณลุงหรือยัง” ไม่วายยังหันไปเอ่ยถามหลานชาย
“เราแลกเปลี่ยนของกันแล้วครับ” เด็กน้อยตอบ พร้อมชี้ไปที่มือของสายหมอกที่ถือนมโรงเรียนของเขาอยู่ ดูแววตาของเด็กน้อยไร้เดียงสานั้นค่อนข้างภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนทำอยู่ไม่น้อย
“ว๊ายตายแล้ว เจ้าเด็กคนนี้...พอไม่กินก็เที่ยวเอาไปให้คนอื่น...ขอโทษด้วยนะพ่อหนุ่ม...ค่าคุกกี้เท่าไหร่เดี๋ยวน้าจ่ายให้”
“ไม่เป็นไรครับคุณน้า...” เขาตอบกลับไป และไม่คิดที่จะถือสาเด็กน้อยนั่นเลย ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้น น้าต้องขอบใจพ่อหนุ่มมากๆ เลยนะจ๊ะ...อุ๊ย...ถึงป้ายที่น้าต้องลงแล้ว...ขอบคุณคุณลุงเร็ว” เขย่าแขนหลานและกำชับให้ขอบคุณ
“ขอบคุณครับคุณลุง...ไว้เจอกันวันหลังนะครับ...คุกกี้อร่อยมากครับ...รสชาติเหมือนของมี๊เวย์เลย” ยกมือไหว้ขอบคุณอย่างอ่อนน้อม ไม่พอยังหยิบยกอวดความสามารถของแม่ตัวเองอีก
ดวงตาคู่คมมองเด็กน้อยและคุณยายของเขาจนสุดสายตา ก่อนที่รถเมล์ที่เขานั่งจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปด้านหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่หางตาของเขาเห็นแม่ของเด็กชายคนนั้น ด้วยความอยากรู้จึงหันกลับไปเพื่อจะมอง แต่กลับถูกใครบางคนสะกิดไหล่ของเขาเสียก่อนจึงเปลี่ยนจุดสนใจใหม่
“พ่อหนุ่ม...ตรงนี้มีคนนั่งไหม” เสียงหญิงแก่คนหนึ่งเอ่ยถาม พร้อมกับมองไปที่นั่งข้างๆ เขา ที่มีกระเป๋าเป้ของเขาวางก่อนหน้านั้น
“อะ...อ๋อ...ไม่มีครับ” ตอบกลับแล้วดึงกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาวางบนตัก แล้วหันไปด้านหลังหวังมองเด็กน้อยกับแม่ของเขาอีกครั้ง ทว่ามันกลับไกลเกินกว่าจะมองเห็นแล้ว
พอมาถึงป้ายที่เขาต้องลง เขาก็เดินขึ้นคอนโดทันที ก่อนที่จะเข้าลิฟต์ก็เดินไปที่ถังขยะเพื่อทิ้งนมโรงเรียน แต่อยู่ๆ ความรู้สึกของเขามันกลับทำให้หยุดการกระทำนั้นลง แล้วจับนมกล่องนั้นยัดเข้าไปในกระเป๋าเป้ จากนั้นก็เดินกลับไปที่ลิฟต์และขึ้นห้องไป
แกร๊ก แอ๊ด!!
เหมียว~~
เจ้าแมวอ้วนนามว่านมสดเดินมาคลอเคลียทันทีที่เจ้าของเปิดประตูและก้าวเข้ามาในห้อง ส่วนเขาก็ก้มลงไปอุ้มเจ้าแมวอ้วนขนฟูขึ้นมากอดเอาไว้ ตามด้วยจุมพิตไปที่ศีรษะของเจ้านมสด
“หิวยังครับ...”
เหมียว~
ร้องตอบรับราวกับว่าทั้งคู่พูดคุยกันรู้เรื่อง จากนั้นเขาก็วางนมสดลง แล้วรีบเดินไปเตรียมอาหารใส่ชามให้อย่างเช่นทุกวัน
ครืด ครืด!!
‘คุณพ่อ’
ขณะที่กำลังมองเจ้านมสดกินอาหารที่เขาทำให้อย่างเพลิดเพลิน เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ดึงความสนใจจนต้องล้วงจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับ
“ครับพ่อ”
[หมอก...พรุ่งนี้ว่างไหม]
“ว่างครับ คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ”
[พรุ่งนี้มีนักบินใหม่มาสัมภาษณ์ พ่อไม่ว่างเลย ลูกไปแทนพ่อได้ไหม]
“ไอ้พายล่ะครับ ไม่ว่างเหรอ”
[พายพาเฟอร์ไปเที่ยวต่างประเทศ หมอกมาสัมภาษณ์แทนพ่อหน่อยนะ จริงๆ ทางออนไลน์ก็ผ่านหมดแล้วแหละ แต่ต้องกรองและประเมินด้านทักษะปัญญาและความสามารถทางการบินด้วย บททดสอบอยู่ในแฟ้มที่โต๊ะทำงานพ่อนะ...พ่อมอบอำนาจให้หมอกเซ็นอนุมัติแทนได้เลย]
“พ่อก็รู้ว่าหมอกสัมภาษณ์โหด” ใช่เรื่องจะรับนักบินใหม่ หรือผู้ช่วยนักบินเขาสแกนอย่างละเอียด หากไม่มีประสิทธิภาพตามที่เขาตั้งไว้ เขาไม่ปล่อยให้ขึ้นบินให้เสียชื่อสายการบินของครอบครัวเด็ดขาด
บางคนแม้จะผ่านการสัมภาษณ์ก็ใช่ว่าจะได้ขึ้นบินเลย เขาต้องทำการทดสอบแรงกดดัน ประเมินความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอีก สำหรับเขาความพลาดเท่ากับความปลอดภัยของผู้โดยสาร และเขาไม่มีทางปล่อยให้ความพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด
[พ่อว่าคนนี้เก่งนะ ประเมิน สัมภาษณ์ได้เต็มทุกขั้นตอนเลย ที่สำคัญเป็นผู้หญิงด้วย หมอกก็รู้ว่านักบินหญิงตัดสินใจเด็ดขาด และมีความแม่นยำกว่าผู้ชาย บางทีคนนี้อาจจะเข้าตาหมอกก็ได้]
“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอกเข้าไปสัมภาษณ์แทนครับ”
สองเท้าของผู้เป็นแม่ก้าวฉับๆ ไปด้วยความร้อนใจ ดวงตาที่ร้อนผ่าวพยายามมองลอดผ่านม่านน้ำตาที่กำลังจะทลายลงมาในเวลาต่อมา หัวใจด้วยน้อยสั่นไหวราวกับมันกำลังจะขาดใจ ความห่วงใยของเธอมันทำให้เธอนั้นอยู่แทบไม่เป็นสุข กระวนกระวายใจกลัวว่าลูกชายของตนนั้นจะเป็นอันตรายในขณะที่สายหมอกเองก็มีทีท่าเป็นห่วงไม่ต่างจากเธอเช่นกัน พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ตนนั้นก็ไม่รอบคอบ เผลอเปิดห้องอ้าเอาไว้จนเจ้าแมวนมสดหนีออกจากห้องได้“รันเวย์ลูก...รันเวย์อยู่ไหน...” เดินไปก็เรียกรันเวย์ไปด้วยครืน ครืน ครืน!!เสียงฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเมื่อครู่เป็นสีเทาและครึ้มเพราะถูกเมฆฝนที่กำลังจะตั้งเคล้ามาแทนที่“รันเวย์...รันเวย์ครับ...” สายหมอกเร่งฝีเท้าแล้ววิ่งพล่านหาลูกด้วยความร้อนรน ยิ่งเมื่อเห็นว่าฝนฟ้าเริ่มจะตกก็ยิ่งพลันรู้สึกเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ซ่าส์!!!ในเวลาต่อมา ฝนก็กระหน่ำตกลงมาในทันที ทำให้ใบชาและสายหมอกจำต้องรีบเร่งฝีเท้าวิ่งตามหาลูกชายให้เจอ โดยที่ไม่คิดที่จะหยุดความพยายามลงเลยสักวินาทีเดียว ตอนนี้ที่น่าห่วงไม่ใช่เรื่องเปียก แต่เป็นลูกชายของเขาต่างหากที่ต้องตามหาให้เจอ“ฮือ...รันเวย์...รันเวย์อยู่ไหนลูก...”
“คุณพ่อครับ...คุณพ่อทานข้าวหรือยัง” เสียงเด็กน้อยเอ่ยถามผู้เป็นพ่อที่ดูง่วงๆ แถมผมก็ยุ่งเพราะเพิ่งตื่น“ยังครับ...รันเวย์หิวเหรอ...” โน้มตัวลงไปถาม จากนั้นก็เดินไปเททรายให้นมสดและเทอาหารเตรียมไว้ให้“ครับ...เวย์ยังไม่ทานมื้อเที่ยงเลย นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วใช่ไหมครับ”“โอเค...งั้นเวย์อยากกินอะไรครับเดี๋ยวพ่อสั่งให้”“เรา...กินไก่ทอดกันไหมครับ...”“ได้ครับ...งั้นสั่งเผื่อมี๊ด้วยดีไหม”“เย่ๆ ...เราจะได้กินข้าวด้วยกันอีกแล้ว” แววตาของรันเวย์ทอประกายด้วยความสุข เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็พลันทำให้ผู้เป็นพ่อเผลอยิ้มตามขึ้นมาในทันที“เวย์ชอบให้พ่อแม่อยู่ด้วยกันเหรอครับ”“ครับ...”“พ่อก็ชอบให้เราอยู่ด้วยกัน...อุ๊ยลืมเลย...เดี๋ยวพ่อสั่งอาหารให้นะครับ...เล่นกับพี่ชายรอไปก่อนนะ” แล้วสายหมอกก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งอาหารให้ลูกชาย จากนั้นก็ขอตัวเข้าไปอาบน้ำและแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้พออาหารมาส่งที่หน้าห้อง เขาก็จัดแจงใส่จานให้ลูก จากนั้นก็ให้ลูกชายกินไปก่อน ส่วนเขาก็เดินไปหาใบชาที่ห้องเพื่อเรียกให้มาทานมื้อกลางวันด้วยกันก๊อก ก๊อก ก๊อก!!แกร๊ก แอ๊ด!!“ลูกกวนเหรอ...งั้นให้ลูกมาเล่นที่ห้องพี่ก็ได้
“คือว่า...พอดีว่าน้องสาวให้หมอกลองน้ำหอมกลิ่นใหม่น่ะ...หมอกบอกแล้วนะว่าไม่ฉีด”“ไหนบอกว่าไปทำธุระไง...”“ก็ไปธุระไง”“ธุระที่ไหนเหรอ...”“ก็ที่บริษัทนั่นแหละ” และนั่นยิ่งเป็นคำตอบที่ย้ำชัดเจนว่าเขาโกหก ก็เธอเห็นกับตาว่าเขาไปกับผู้หญิงคนอื่น แล้วผู้หญิงที่เธอเจอที่ห้างก็ไม่ใช่น้องสาวของเขา แล้วทำไมต้องโกหกเธอด้วย ตั้งใจจะเอาเธอมาเป็นเมียน้อย หรือที่เข้ามาเพราะแค่มารับผิดชอบเรื่องลูกกันแน่ ร่างเล็กคิด แต่ก็ยอมนิ่งไปไม่ยอมพูดมันออกมา อยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะโกหกเธอไปถึงเมื่อไหร่“แน่ใจใช่ไหม?” เลิกคิ้วแล้วมองหน้าเขานิ่ง แล้วถามเขาอีกครั้ง“นะ...แน่ใจสิ...ทำไมครับ...พี่ชาคิดว่าหมอกไปกับผู้หญิงคนอื่นเหรอ...หึงหมอกเหรอครับหืม” ทำตีเนียนแล้วเดินมากอดเธอ ทำทรงออดอ้อน แต่วินาทีที่เธอรู้ว่าเขาโกหก ความรู้สึกของเธอมันก็เปลี่ยนไป เธอไม่อาจรู้สึกอย่างก่อนหน้านี้ได้เลยแต่จะให้เธอทำยังไงในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างเธอเป็นรองเขาหมดเลย ไม่ว่าจะเรื่องลูก เรื่องงาน และยังเผลอเซ
ผ่านไปสักพักใหญ่สายหมอกก็เดินกลับเข้ามาในห้อง จากที่ตอนแรกบอกว่าจะอยู่ต่ออีกวันให้เธอดีขึ้นอีกหน่อยก่อน ทว่าเขาก็ต้องเปลี่ยนแผนและรีบกลับแถมยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้มีเรื่องด่วนที่ต้องเข้าบริษัทอีก“พี่ชา...ไม่โกรธหมอกนะครับ...”“พี่มีเหตุผลนะหมอก พี่ไม่ใช่เด็กงี่เง่า ถ้าหมอกไม่ว่าง มีธุระก็ไปทำเลย ไม่ต้องห่วงพี่หรอก” ใบชาเอ่ยบอกด้วยความเข้าใจ ส่วนสายหมอกก็วางใจที่เธอไม่ได้งี่เง่า หรือน้อยใจอะไรเขา“งั้นเดี๋ยวหมอกเช็ดตัวให้พี่ แล้วพี่ก็นอนพักผ่อนนะครับ” กล่าวจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำมาเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนให้เธอและขณะนั้นเอง อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของสายหมอกก็ดังขึ้นมา ด้วยความอยากรู้เลยชะโงกหน้าไปมองที่ปลายสาย ที่เป็นรูปผู้หญิงปรากฏขึ้น และเธอจำได้ว่านั่น ไม่ใช่ประกายดาวคนที่สายหมอกเคยโกหกแน่ๆหมับ!!“อะ...เอ่อ...มาครับหมอกเช็ดตัวให้พี่ชานะ” โทรศัพท์มือถือถูกสายหมอกจับมันปิดเสียงแล้วคว่ำหน้าลงอย่างมีพิรุธ“ทำไมไม่รับสาย?” เธอเลิกคิ้วแล้วถาม ภายในใจตอนนี











