เวินซูจิ่นถูกกักอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ
ทั้งสองยืนใกล้กันเกินไป กลิ่นสะอาดเย็นเฉพาะตัวของเขาเหมือนมีตัวตนจริง ๆ มันแผ่เขี้ยวเล็บรุกรานประสาทสัมผัสของเธอ
เหมือนตอนอยู่บนเตียง เขาครอบงำทุกอย่าง เด็ดขาด แข็งกร้าว เธอทำได้แค่ร้องไห้ขอร้อง
ต่อให้ผ่านไปหกปี ร่างกายเธอก็ยังจำกลิ่นนี้ได้
เธอตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“ทำไมไม่รับสายฉัน” เขาถามเสียงเย็น
น้ำเสียงเหมือนเมื่อหกปีก่อน
“ทำไมต้องขโมยเครื่องเพชรแม่ฉัน ขาดเงินทำไมไม่บอกฉัน”
ท่าทีหยิ่งทะนงและมั่นใจในตัวเองแบบนั้น เหมือนเข็มที่ค่อย ๆ แทงเข้าหัวใจเธอช้า ๆ ทุกครั้งที่นึกถึง แม้แต่หายใจก็ยังเจ็บ
เธอกดความขมขื่นไว้ “คุณชายฉี เราเลิกกันมาหกปีแล้ว ยังจะต้องติดต่อกันอีกทำไม”
นิ้วเรียวยาวขาวซีดของชายหนุ่มบีบไหล่เธอแน่นขึ้น ข้อนิ้วซีดขาว
“ต้องมาทำงานที่แบบนี้ เพราะคิดว่าใบหน้าตัวเองยังสร้างปัญหาไม่พอหรือไง”
หกปีแล้ว ใบหน้าของเวินซูจิ่นไม่เคยเลือนจากความทรงจำเขา
เธอผอมลงมาก คางแหลมขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังสวยสะดุดตา
ความสวยของเธอรุนแรง แค่เหลือบมองครั้งเดียว ก็ทำให้ผู้ชายจดจำไม่ลืม
ในใจฉีเหิงมีอารมณ์แปลกประหลาดปะทุ เขารู้ว่าเธอหมดสิทธิ์รับปริญญา แต่ไม่คิดว่าเธอที่เคยรักตัวเองขนาดนั้น จะมาสิ้นเปลืองวัยสาวในสถานที่มั่วสุมแบบนี้
รอบตัวเธอเต็มไปด้วยหมาป่าเสือร้าย เธอเหมือนเนื้อชิ้นหนึ่งที่พร้อมถูกกลืนกินได้ทุกเมื่อ
ไฟโทสะไร้ชื่อเอ่อล้นในอกเขา
เวินซูจิ่นหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาไม่เคยเปลี่ยน ส่วนโลกของเธอพังพินาศไปหมดแล้ว
คุณชายสูงส่งที่ไม่เคยรู้รสชาติความลำบาก แค่เหล้าบนโต๊ะหนึ่งแก้ว ก็เท่ากับค่าเหนื่อยทั้งปีของเธอ
ตอนที่เขาเห็นเธอสวมชุดมาสคอตหนาเทอะทะ ขยับท่าทางงุ่มง่ามเหมือนของเล่นไว้เรียกเสียงหัวเราะ คงรู้สึกว่าเธอน่าสมเพชและยอมต่ำเองสินะ
เขาจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าเธอถูกบีบให้ตกลงสู่โลกสามัญ ต้องดิ้นรนอยู่ชั้นล่างสุดอย่างเจ็บปวด
พวกเขาเป็นเส้นสองเส้นที่มุ่งไปคนละทิศ แค่ตัดกันชั่วครู่ แล้วก็หันหลังเดินจากกัน
เธอได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของการฝืนเข้าไปในโลกของเขามาแล้ว
เสียงถากถางของคุณนายฉียังดังก้องในหู
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าอย่าเลือกเด็กผู้หญิงจากบ้านเล็กบ้านน้อย สายตาตื้นเขิน ทำได้แต่เรื่องต่ำ ๆ แบบนี้”
เธอผลักฉีเหิงแรง ๆ หวังหลุดจากการควบคุม
ฉีเหิงคว้าสายกระเป๋าผ้าใบไว้ โมโห “เวินซูจิ่น หกปีแล้ว ท่าทีเธอไม่เปลี่ยนเลยหรือไง?”
ขอบตาเวินซูจิ่นร้อนผ่าว หลับตาหลายครั้งกว่าจะกดน้ำตาไว้ได้ เงยหน้าสบตาดำลึกของเขา “ฉีเหิง ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ขโมยเครื่องเพชรคุณนายฉี คุณจะเชื่อไหม”
ฉีเหิงชะงัก
เวินซูจิ่นรู้สึกประชดตัวเองเหลือเกิน “ท่าทีของคุณต่อฉัน ก็ไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
ลำคอเธอตีบแน่น หน้าอกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่ม เลือดหยดลงมาทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายพร่าเลือน
เมื่อความไว้ใจไม่เหลืออยู่แล้ว ความรักจะยึดโยงกันด้วยอะไร?
เพราะเธอจนพอ ในสายตาเขา แค่แรงล่อใจมากพอ เธอก็ต้องทำเรื่องผิดศีลธรรมแน่
“ปล่อย”
เธอดึงกระเป๋าผ้าใบแรง ๆ แต่ฉีเหิงไม่ยอมปล่อย
ยื้อกันไปมา ผ้าเก่าขาดผึง
ของร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น
ผ้าห่อทารกที่พิมพ์คำว่า “โรงพยาบาลศูนย์กลาง” ปลิวลงตรงหน้าฉีเหิง
นั่นคือผ้าที่ใช้ห่อเด็กแรกเกิด
รูม่านตาฉีเหิงหดวูบ
“นี่มันอะไร?”
เขาคว้าผ้าผืนนั้นไว้ ดวงตาไหวระริก จ้องใบหน้าซีดขาวของเวินซูจิ่น
หัวใจเธอแทบหยุดเต้น เลือดลมตีขึ้นศีรษะจนมึนงง
กว่าจะตั้งสติได้ เธอก็ดึงผ้าคืนจากมือเขา กำแน่น
“ของน้องสาวฉัน ตอนเธอนอนโรงพยาบาล พยาบาลหยิบมาให้คลุมเล่น ๆ”
ฉีเหิงรู้ว่าเธอมีน้องสาว อายุน้อยกว่าเธอ 10 ปี
หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ภาวนาให้สมองเฉียบคมของเขา อย่าเชื่อมโยงไปถึงใครอื่น
“อาเหิง อยู่นี่เอง ทำไมยังไม่เข้าไป ทุกคนรอนายอยู่นะ”
โจวหย่าเวยโผล่มา กอดแขนฉีเหิงยิ้มหวาน แต่สายตากลับจับจ้องเวินซูจิ่นอย่างระแวง
ของที่หล่นจากกระเป๋าถูกเธอเหยียบอย่างไม่ใส่ใจ
ฉีเหิงดึงแขนออกจากมือโจวหย่าเวยอย่างแนบเนียน สายตากวาดผ่านหน้าเวินซูจิ่น ดวงตาดำกลับมาเรียบสงบแล้ว
เขาพูดเสียงเรียบ “ไปเถอะ”
เงาสองเงาที่แนบชิดกัน เดินผ่านหน้าเวินซูจิ่นไปไกล
เธอก้มเก็บของ ยัดใส่กระเป๋าผ้าใบลวก ๆ
ตอนลุกขึ้น ขายังสั่นไม่หยุด
ฉีเหิงกลับเข้าห้องส่วนตัว
ทุกคนสัมผัสได้ว่าอารมณ์เขาไม่ค่อยดี
เขาควรเป็นตัวเอกของงานต้อนรับคืนนี้ แต่กลับนั่งมุมห่างไกล ศีรษะก้มต่ำ ร่างหลอมรวมกับความมืด
บรรยากาศเย็นเฉียบ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
เจ้าของงานหมดอารมณ์สนุก คนอื่นก็ทยอยแยกย้าย
หน้าประตูห้อง เมิ่งซือเซินเรียกเฉินจู่หมิงไว้
“มีสติหน่อยสิ คนเมื่อกี้คือแฟนเก่าฉีเหิง ถึงจะเลิกกันหกปีแล้ว ตอนนั้นก็จบไม่สวย อย่างน้อยนายก็ไม่ควรไปลวนลามต่อหน้าเขา”
เฉินจู่หมิงอ้าปากค้าง “แฟนเก่าพี่ฉีคือเวินซูจิ่นเหรอ”
ตอนนั้นข่าวที่ฉีเหิงมีแฟนในมหาวิทยาลัยดังสะเทือนทั้งวงการ
เขามีฉายามากมาย คุณชายตระกูลใหญ่ เดือนมหาวิทยาลัยจิงต้า ดอกไม้บนยอดเขา…
สี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย สาว ๆ ที่ตามจีบเขาต่อแถวยาวเป็นกิโล แต่เขาไม่ชายตาแล
พอเข้าเรียนปริญญาโทปีแรก จู่ ๆ ก็ประกาศสละโสด
แฟนไม่ใช่ลูกสาวนายกเทศมนตรี ไม่ใช่ลูกสาวอธิการบดี ไม่ใช่คุณหนูในแวดวง
แต่เป็นเด็กสาวจากเมืองเล็ก บ้านยากจน เข้าเรียนมาก็ต้องหางานพาร์ตไทม์สารพัด
ทุกคนคิดว่าเขาแค่ลองของใหม่ แต่คบกันยาวถึงสามปี
ฉีเหิงปกป้องเธอดีมาก ข่าวลือมีมากมาย แต่ไม่เคยมีรูปหน้าตรงของเวินซูจิ่นหลุดในเน็ต
เฉินจู่หมิงนึกถึงสายตาน่ากลัวตอนฉีเหิงยืนบังหน้าเธอ
สันหลังเย็นวาบ “พี่เมิ่ง ขอบคุณมาก”
เมิ่งซือเซินกลับเข้าห้อง ยักคางถามฉีเหิง “ยังไม่กลับอีก”
ฉีเหิงลุกขึ้น คลายสายนาฬิกาข้อมือ พูดเหมือนไม่ใส่ใจ “ช่วยฉันเช็กหน่อย มีคนชื่อเวินซูหยาง เคยนอนโรงพยาบาลพวกนายไหม”
เมิ่งซือเซินได้ยินชื่อนี้ คิ้วขมวดวูบหนึ่ง
“ฉีเหิง นายยังปล่อยเวินซูจิ่นไม่ลงใช่ไหม?”