แอบคลอดลูกแล้ว ประธานฉีคุกเข่าขอคืนดี

แอบคลอดลูกแล้ว ประธานฉีคุกเข่าขอคืนดี

โดย:  เจ็ดมะม่วงอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
27บท
2views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“สาวสวยยากจนแต่แกร่ง VS ท่านประธานผู้เย็นชาแต่รักลึกซึ้ง” “กลับมาพบกันหลังจากลาจาก / ดึงดันกันถึงขีดสุด / รักขมปนหวาน / คนอยู่สูงบ้าคลั่งเพราะความรัก” เมื่อหกปีก่อน เวินซูจิ่นใช้ความหยิ่งทะนงทั้งชีวิต คว้าตัวดอกฟ้าผู้สูงศักดิ์อย่างฉีเหิงมาได้ แต่กลับกลายเป็นเป้าถูกโจมตีของทุกคน โดนกล่าวหาว่าเป็นผู้หญิงหิวเงิน เกาะคนรวย ใช้ร่างกายไต่เต้า…คำครหาดั่งคมมีด แต่เพื่อความรักเธอกัดฟันทนรับมันทั้งหมด จนกระทั่งถูกใส่ร้ายว่าขโมยเครื่องเพชรตระกูลฉี คำถามเย็นเยียบเพียงประโยคเดียวจากฉีเหิง เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอจนแหลกสลาย “ถ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่บอกฉัน” ที่แท้ ความรักข้ามชนชั้นก็ต่ำต้อยราวฝุ่นผงอยู่แล้ว หัวใจเธอแหลกสลาย แล้วหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย หกปีให้หลัง เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เขาคือผู้กุมอำนาจแห่งตระกูลใหญ่ ยืนอยู่สูงเหนือฟ้า ควงคู่คู่หมั้นสาวเข้าสังคม พลางอุ้มลูกชายวัยห้าขวบ เขามีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ส่วนเธอ คือคนที่ถูกมหาวิทยาลัยไล่ออก ดิ้นรนทำงานแลกข้าวกินอยู่ปลายแถวของสังคม มอง “ครอบครัวสามคน” ที่ช่างบาดตาอยู่ไกล ๆ เวินซูจิ่นเพิ่งได้ลิ้มรสน้ำตาขมฝาดที่มาช้าถึงหกปี แต่สายตาคมดุจเหยี่ยวของชายคนนั้น กลับจับจ้องมาที่เธออย่างแม่นยำ โดยเฉพาะคิ้วตาของเด็กชายในอ้อมแขนที่ละม้ายคล้ายเธอ ทำให้ฉีเหิงเสียการควบคุมในพริบตา ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแคบอึดอัด เขารวบเอวเธอไว้ ลมหายใจร้อนผ่าว จูบอย่างเร่งร้อนและบ้าคลั่ง “นั่วนั่ว…คือลูกที่เธอคลอดใช่ไหม” ปลายนิ้วลูบผ่านรอยแผลเก่าบนหน้าท้อง รอยแผลจากการคลอดก่อนกำหนดที่เกือบคร่าชีวิต เวินซูจิ่นใจเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง วันนั้นเธอโทรขอความช่วยเหลือเพราะเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด แต่ปลายสายกลับเป็นเสียงออดอ้อนอย่างรำคาญของผู้หญิงอีกคน… วันนี้หัวใจเธอตายด้าน เหลือเพียงความคิดอยากหนีออกจากโลกของฉีเหิงให้ไกลที่สุด ทว่าผู้ชายที่เคยสูงเกินเอื้อมคนนั้น กลับบ้าคลั่งเพราะเธออย่างแท้จริง! ออดอ้อน แกล้งป่วย ใช้ทุกวิถีทาง… ถึงขั้นบุกแย่งตัวเธอในวันแต่งงาน! “ฉีเหิง พอได้แล้ว” “ซูจิ่น ได้โปรด…ให้โอกาสฉันไถ่โทษสักครั้ง” วันนั้นเขาเป็นคนเหยียบย่ำความหยิ่งทะนงและความรักของเธอด้วยมือตัวเอง วันนี้ เขาคุกเข่า ค่อย ๆ ประคองมันกลับมาวางแทบเท้าเธอ ขอให้เธอก้มลงเก็บมันอีกครั้ง

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

หกปีผ่านไป เวินซูจิ่นกับฉีเหิงได้พบกันอีกครั้ง

ในพิธีเปิดภาคเรียนของโรงเรียนอนุบาลอิงหวง เธอสวมชุดแมวส้ม แจกขนมให้เด็ก ๆ สร้างบรรยากาศคึกคัก

งานนี้เหนื่อยมาก ต้องใส่ชุดมาสคอตเดินวนไปวนมาทั่วสนาม

เธอทำงานเต็ม ๆ หกชั่วโมง แถมยังต้องคอยรับมือกับคำขอสารพัดจากเด็ก ๆ

ค่าแรงทั้งวัน 1500 บาท

เดือนกันยายนของเมืองหลวง อากาศยังอบอ้าว เธอเพิ่งถอดหัวมาสคอตออก ตั้งใจจะรับลมสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงอุทานดังระงมจากฝูงชน

“ใช่เขาจริง ๆ ด้วย คุณชายใหญ่ตระกูลฉี ทายาทกลุ่มเซิ่งเทียน ไม่คิดเลยว่าโรงเรียนจะเชิญคนใหญ่คนโตแบบนี้มาได้”

เธอมองตามสายตาของผู้คน หัวใจบีบรัดขึ้นทันที

ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ เข้ามา ท่ามกลางบอดี้การ์ดที่รายล้อม

รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อสะอาดตา บุคลิกสูงศักดิ์

สูทสีดำตัดเย็บเนี้ยบ ขับให้เห็นความสุขุมเย็นชาของผู้กุมอำนาจ

เวินซูจิ่นชะงัก ลมหายใจเหมือนหยุดไปชั่วขณะ

เลิกกันมาหกปีแล้ว ชีวิตของทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจอเขาอีก

ผู้คนกรูกันเข้าไป อยากเห็นมาดของซีอีโอหนุ่มใกล้ ๆ

“ลูกชายคุณชายฉีอายุห้าขวบ ปีนี้ก็เรียนที่อิงหวง ตอนเขาไปเรียนต่อต่างประเทศ คู่หมั้นของเขา โจวหย่าเวย เลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ได้ยินว่าทั้งสองบ้านกำลังคุยเรื่องวันแต่งงานกันแล้ว”

“โจวหย่าเวยนี่เรียกว่าแม่ได้อานิสงส์จากลูกจริง ๆ คบกันมาตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัยจนได้ใส่ชุดเจ้าสาว เหมือนนิทานเลย น่าอิจฉาจะตาย”

เสียงซุบซิบเหมือนลมหนาว พัดกรอกเข้าหูเธอ

ลำคอเหมือนมีหินอุดแน่น ความเจ็บกับความขมปนกัน แผ่ลามไปทั่วร่าง

ท่ามกลางความคึกคัก เวินซูจิ่นอยากหนีไปให้พ้น

เธอคว้าหัวมาสคอตสวมกลับ แล้วเดินสวนกระแสฝูงชน

จู่ ๆ ท้องก็ถูกชนอย่างแรง

เด็กผู้ชายราวห้าหกขวบ วิ่งเร็วเกินไปไม่มองทาง พุ่งเข้ามาในอ้อมแขนเธอ

เธอรีบพยุงเด็กที่ล้มขึ้นมา และในวินาทีที่เห็นหน้าเขาชัด ๆ เลือดทั้งร่างเหมือนจะแข็งตัว

สันจมูกโด่ง คิ้วตาลึกคม เหมือนฉีเหิงราวกับแกะจากพิมพ์เดียวกัน

มือของเธอที่สวมถุงมือมาสคอตหนา ๆ กำมือเด็กไว้แน่น ทั้งตัวสั่นไม่หยุด

เวินซูจิ่นจ้องเด็กชายไม่กะพริบตา อยากจดจำใบหน้านั้นให้ลึกลงในใจ

ไม่รู้ว่าเด็กจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเธอหรือเปล่า เขายิ้มตาหยี ลูบหัวแมวส้ม “แมวเหมียว ผมไม่เป็นไรเลย ไม่เจ็บสักนิด”

ในพื้นที่มืดแคบใต้หัวมาสคอต เธอร้องไห้เงียบ ๆ อวัยวะภายในเหมือนถูกบิดเข้าหากัน เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

เธอสั่นเทา กางแขนออก อยากกอดเด็กชายสักครั้ง

“นั่วนั่ว!”

เสียงฉีเหิงดังมาจากด้านหลัง ใบหน้าเวินซูจิ่นซีดเผือด

“พ่อครับ” นั่วนั่วกระโดดเข้ากอดฉีเหิงอย่างร่าเริง “เมื่อกี้ผมวิ่งไม่ดูทาง ชนแมวส้มเอง แมวส้มใจดีมาก ยังปลอบผมด้วย”

นิ้วของนั่วนั่วชี้มาทางเธอ

เธอรีบเช็กว่าหัวมาสคอตแน่นดีไหม กลัวเผลอเผยใบหน้าจริงแม้แต่นิดเดียว

“ต่อไปเดินระวังหน่อยนะ”

น้ำเสียงที่ฉีเหิงพูดกับนั่วนั่วอ่อนโยนมาก แล้วเขาก็มองมาที่เธอ “คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”

เวินซูจิ่นเงยหน้าขึ้นอย่างฝืดเคือง สบตากันในชั่วพริบตา หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก ฝ่ามือชื้นเหงื่อ

เขาดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหกปีก่อน โครงหน้าคมชัดขึ้น ใบหน้าหนุ่มในความทรงจำทับซ้อนกับใบหน้าเย็นขรึมตรงหน้า

บางความทรงจำถูกปลุกขึ้นมา ราวกับระลึกชาติ

ใครจะคิดว่า เมื่อหกปีก่อน หนุ่มหล่อจากตระกูลมหาเศรษฐีอย่างฉีเหิง จะคบหากับนักศึกษาสาวยากจนจากเมืองเล็ก ๆ

แต่ความรักข้ามชนชั้นครั้งนั้น กลับจบลงอย่างน่าอับอายที่สุด

เธอไม่กล้าเปล่งเสียง เพราะกลัวถูกจำได้

มองเด็กชายอย่างระมัดระวังอีกครั้ง แล้วรีบหนีไปอย่างไร้ทิศทาง

ขั้นตอนสุดท้ายของพิธี คือแขกรับเชิญถ่ายรูปร่วมกับคณะครูและนักเรียน

จากนั้นเป็นช่วงถ่ายรูปอิสระ

เวินซูจิ่นพยายามอยู่ให้ห่างจากฉีเหิง

เธอถูกเด็ก ๆ ล้อม ขอถ่ายรูปด้วยมากมาย

พอมีจังหวะว่าง เธอนั่งลงข้างแปลงดอกไม้ กำลังจะถอดหัวมาสคอตออกดื่มน้ำ

เพิ่งจะเปิดฝากระติก นั่วนั่วก็โผล่มาตรงหน้า

เขาโบกมือเรียกฉีเหิงอย่างร่าเริง “พ่อ เร็วเข้า พวกเรามาถ่ายรูปกับแมวส้มด้วยกัน”

ฉีเหิงเดินมาทางนี้

มือเวินซูจิ่นสั่น น้ำในกระติกหกใส่ชุดมาสคอต เธอลนลานใช้กรงเล็บแมวเช็ด หัวแมวชนเข้ากับอกชายหนุ่ม

หัวมาสคอตเอียงวูบ เธอรู้สึกถึงลมพัดผ่านใบหน้า คางเผยออกมาครึ่งหนึ่ง

สายตาฉีเหิงมองมา

ลมหายใจเธอแทบหยุด เลือดสูบฉีดขึ้นหน้า มือสั่นควบคุมไม่ได้

เธอรีบจัดหัวมาสคอตกลับ โลกกลับสู่ความมืดอีกครั้ง ใต้หน้ากากหนา เธอมีความปลอดภัยชั่วครู่

ฉีเหิงเพียงขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้จำเธอได้

ผ่านมาหกปีแล้ว เธอหน้าตาเป็นอย่างไร เขาอาจลืมไปหมด จะจำคางเพียงนิดเดียวได้อย่างไร

นั่วนั่วดึงมือเธอ “เจ้าแมวเหมียว ใส่ชุดนี้ร้อนไหม เหนื่อยหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวถอดหัวออกก็ได้นะ ไม่ใส่ก็ถ่ายรูปได้”

เวินซูจิ่นรีบส่ายหน้า

ได้ถ่ายรูปกับนั่วนั่วสักใบ แม้ใบหน้าเธอจะไม่ปรากฏในภาพ เธอก็พอใจแล้ว

ฉีเหิงยืนอยู่ด้านหลังนั่วนั่ว วางมือทั้งสองบนไหล่ลูก ใบหน้ามีรอยยิ้มเอ็นดูจาง ๆ

ช่างภาพยกกล้องขึ้น “แมวส้มขยับมาทางนี้หน่อย ยืนข้างคุณฉีหน่อยครับ”

เวินซูจิ่นกัดริมฝีปาก ตอนยืนข้างฉีเหิง รู้สึกได้ว่าหลังแข็งเกร็ง

พออยู่ใกล้ กลิ่นหอมเย็นจากตัวเขาลอยมาแตะปลายจมูก

ภาพตรงหน้า กลิ่นคุ้นเคย สำหรับเธอคือการทรมานอย่างโหดร้าย

อกแน่นปวดหนึบ

ถ่ายรูปกับลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง แต่กลับเผยหน้าไม่ได้

และฉีเหิงที่ยืนข้าง ๆ จะไม่มีวันรู้ว่า เธอให้กำเนิดลูกชายคนหนึ่งของเขา

เสียงชัตเตอร์ดังรัวหลายสิบครั้ง พอช่างภาพลดกล้อง เธอก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“พ่อ แมวเหมียวลืมกระติกน้ำไว้ตรงนี้”

นั่วนั่วชี้ไปที่กระติกบนขอบแปลงดอกไม้

ฉีเหิงหยิบขึ้นมา

กระติกเก่ามาก ผิวด้านนอกถลอกหนัก ลายแทบเลือน เห็นเพียงโครงร่างกวางตัวหนึ่งในป่า

แววตาเขาลึกลงเล็กน้อย นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน เวินซูจิ่นก็เคยมีกระติกแบบนี้ ลายคล้ายกันมาก

ในหัวพลันนึกถึงคางที่ผู้หญิงคนนั้นเผลอเผยออกมาเมื่อครู่

มุมโค้งคล้ายเวินซูจิ่นมาก

ความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านใจ

ไม่นาน เขาก็หัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ

เวินซูจิ่นจบจากมหาวิทยาลัยจิงต้า จะมาทำงานแต่งชุดมาสคอตหาเงินที่นี่ได้อย่างไร

เรื่องของพวกเขาเหมือนเกิดขึ้นในศตวรรษก่อน ตอนเลิกกัน เธอก็พูดจาทิ่มแทงเขาไม่น้อย

จะไปคิดถึงเธอทำไม

นั่วนั่วหาแมวส้มไม่เจอ จึงทำสีหน้าหม่นลงเล็กน้อย

ฉีเหิงพูดว่า “เราเอากระติกไปฝากที่จุดของหาย แล้วแมวส้มจะมารับเอง”

“ครับ” นั่วนั่วพยักหน้า

เขานำกระติกไปส่งให้ป้าเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง

จุดของหายอยู่ติดกับเคาน์เตอร์บริการตนเอง มีเครื่องดื่ม ขนม ผลไม้สำหรับเด็ก ๆ และกาแฟ ชา สำหรับผู้ปกครอง

ฉีเหิงหยิบขนมเล็กน้อยให้นั่วนั่ว แล้วหยิบแก้วกระดาษไปรินกาแฟ

“อาเหิง ขอโทษที่ฉันมาสายนะ!”

หญิงสาวสวมชุดชาแนลทั้งตัว ดูหรูหราประณีต รีบเดินเข้ามา “มีประชุมผู้บริหาร ปลีกตัวออกมาไม่ได้จริง ๆ ”

นั่วนั่วฮึเสียงหนึ่ง ไม่แม้แต่จะมองเธอ พึมพำว่า “มาสายอะไรกัน แม่ไม่ได้ตั้งใจจะมาเลยต่างหาก รู้ว่าพ่อมาเลยรีบมาสร้างภาพใช่ไหม”

ฉีเหิงเหลือบมองเธออย่างเรียบเฉย แววตาอ่านไม่ออก

โจวหย่าเวยหน้าซีด ราวกับถูกแทงใจ “นั่วนั่ว ลูกต้องเข้าใจแม่นะ แม่งานยุ่งมาก”

นั่วนั่วแค่นเสียง กัดลูกอม แล้ววิ่งไปเล่นกับเพื่อนในห้อง

โจวหย่าเวยเดินมาหาฉีเหิง หกปีมานี้ ทั้งสองเจอกันแค่ช่วงเทศกาล ความสนใจของฉีเหิงอยู่ที่นั่วนั่วเสมอ

เขาเพิ่งกลับประเทศไม่นาน ทุ่มเทให้เซิ่งเทียน แทบไม่กลับบ้าน

เธออยากมีเวลาสองต่อสองกับเขา

อยากคุยเรื่องแต่งงานของทั้งคู่

ยังไม่ทันอ้าปาก ฉีเหิงก็พูดเสียงเย็น “คุณเป็นแม่ แต่ไม่ทันเข้าร่วมงานพิธีเปิดเรียนของนั่วนั่ว ตอนนี้เขากำลังโกรธ คุณไม่ไปปลอบหน่อยเหรอ”

รอยยิ้มบนหน้าโจวหย่าเวยแข็งค้าง

เธอมองฉีเหิงอย่างกังวล ถูกแรงกดดันจากเขาจนหายใจไม่ทั่วท้อง รีบคว้าลูกอมกำหนึ่ง วิ่งไปหานั่วนั่ว

ฉีเหิงยกกาแฟขึ้น สายตาเผลอมองไปทางจุดของหายอีกครั้ง

อย่างไร้เหตุผล เขาอยากรู้ว่า ผู้หญิงที่แต่งเป็นแมวส้ม จะมารับกระติกหรือไม่

และเธอหน้าตาเป็นอย่างไร

“ฉีเหิง บังเอิญจริง ๆ”

ชายคนหนึ่งตบไหล่เขา ทักทายอย่างสนิทสนม

อายุราว 60 ปี สวมแว่นกรอบทอง บุคลิกสุภาพนุ่มนวล

“ศาสตราจารย์เจิ้ง” ฉีเหิงพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ “อาจารย์ก็มาด้วยหรือครับ”

ศาสตราจารย์เจิ้งเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของเขา ทั้งสองเป็นทั้งครูทั้งเพื่อน

“ใช่ หลานสาวผมเข้าเรียนปีนี้ ห้องเล็กน่ะ”

ศาสตราจารย์เจิ้งยิ้ม “เมื่อกี้ผมเห็นลูกคุณแล้ว หน้าตาเหมือนคุณมากจริง ๆ”

แต่กลับไม่คล้ายโจวหย่าเวยเลยสักนิด

กลับคล้ายอดีตแฟนของเขาอยู่บ้าง

แต่ศาสตราจารย์เจิ้งไม่ได้พูดตรง ๆ เพียงถามอ้อม ๆ ว่า

“ฉีเหิง คุณยังจำเวินซูจิ่นได้ไหม”
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
27
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status