ログイン#วันเสาร์
@ร้านสักลาย PK
โมจิหักเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของร้านสักชื่อดัง ตามเวลาที่ได้นัดหมายไว้เธอรีบก้าวลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปภายในร้านอย่างรวดเร็ว เมื่อผลักประตูเข้าไปด้านในก็พบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับขนาดกลาง พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้น มามองเธอด้วยความสงสัยเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยทักทายออกมาเบาๆ
“ขอโทษครับคุณลูกค้า พอดีตอนนี้ร้านใกล้จะปิดแล้วไม่รับคิวเพิ่มแล้วครับ” ม่อน ลูกน้องในร้านสัก PK เอ่ยถามลูกค้าสาวคนสวยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ฉันนัดคิวไว้แล้วค่ะ ตอนสองทุ่มวันนี้”
“งั้นผมรบกวนขอชื่อคุณลูกค้าหน่อยครับ”
“ฉันจองไว้ ชื่อโมจิค่ะ”
“แอดมิน ที่จองคิวได้บอกไหมครับ ว่านัดคิวกับช่างคนไหนไว้ พอดีผมเช็กในระบบแล้ว ไม่มีชื่อของลูกค้าเลยครับ” ม่อน ยังคงเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจ ในขณะที่มือก็เลื่อนหาชื่อของลูกค้าคนสวยไปด้วย
“เขาไม่ได้บอก พะ...” โมจิ พูดตอบกลับ แต่ยังไม่ทันจะจบประโยคเสียงเข้มดุก็เอ่ยแทรกดังออกมาจากกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่ตั้งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“ไอ้ม่อน! ให้เธอขึ้นมา”
“พี่เพลิง เป็นคนลงคิวนัดใช่ไหมครับ”
“มึงบอกให้เธอ เดินขึ้นมารอที่ห้องกูด้านบนได้เลย”
“ครับพี่เพลิง เอ่อ...เชิญคุณลูกค้า เดินขึ้นไปรอด้านบนที่ชั้นสอง โดยที่ห้องสัก จะอยู่ทางด้านซ้ายมือนะครับ” ม่อนที่ได้ยินคำตอบก็ขานรับก่อนจะหันไป พูดบอกกับลูกค้าวีไอพีของร้านด้วยรอยยิ้มกว้างในทันที
“ขอบคุณค่ะ” โมจิ เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มแล้วค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นไปยังทางด้านบนชั้นสองอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ทำไมดูลึกลับจัง”
เธอบ่นคนเดียวในใจแล้วเมื่อเอื้อมมือผลักประตูเข้าไปในห้องสักแบบส่วนตัวที่ถูกจัดตกแต่งด้านในไว้อย่างเป็นระเบียบ โต๊ะเครื่องมือมีอุปกรณ์และขวดหมึกหลากหลายสีที่วางพร้อมใช้งาน โดยที่ใกล้ๆโต๊ะก็มีเตียงและเก้าอี้สำหรับช่างสักตั้งอยู่ รวมทั้งภาพร่างลายสักสวยงามที่ถูกออกแบบวางไว้อยู่บนเตียง
“เข้ามาแล้ว ก็ขึ้นไปนั่งรอบนเตียงเลย”
น้ำเสียงราบเรียบ ที่แฝงไปด้วยคำสั่ง ทำเอาโมจิที่กำลังยืนสำรวจห้องอยู่ก็ถึงกลับสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะรีบหันกลับไปมองตามเสียง แต่ภาพที่เห็นเธอก็ต้องนิ่งชะงักตัวแข็งทื่อขึ้นมา
เมื่อเห็นชายหนุ่ม รูปร่างสูงใหญ่และต้นแขนเต็มไปด้วยกล้ามแน่นๆ เขาสวมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ แต่มีแมสปิดบังใบหน้า ทำให้เห็นแค่เพียงดวงตาคมดุอันแสนเย็นชาที่ทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้นในทันที
“กรี๊ด! เจ้าของร้านหล่อมากจริงๆ หล่อแบบไม่จกตา แค่เห็นแววตาแค่นี้ก็ทำเอาใจสั่นแบบสุดๆ โอ๊ย.!!สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยลูกช้างด้วย ถ้าเขาจะจีบก็ให้ลูกช้างได้ขอให้ลูกช้างโดน ลูกช้างพร้อมถวายซิงให้เขาเลย กรี๊ด..หล่อเยี่ยวมากแม๊.!!”
โมจิจ้องมองเจ้าของร้านสักด้วยแววตาเป็นประกายและส่งเสียงกรีดร้องในใจตัวเองอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่าใบหน้าของเธอกลับต้องฝืนทำนิ่งเพื่อเก็บอาการบ้าคนหล่อไว้อย่างมิดชิด
“ไม่สักแล้ว?” เพลิงกันต์ พูดถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสายตาของยัยลูกคุณหนูที่จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ
“แต่งค่ะ เฮ้ย!...สักค่ะ” โมจิที่เผลอหลุดพูดเสียงในหัวของตัวเอง ก็รีบพูดตอบอีกครั้งก่อนจะเดินมายืนข้างเตียงอย่างว่าง่าย
“งั้นก็เดินมานั่งที่เตียงได้เลย” เพลิงกันต์ เอ่ยขึ้นและเผลอ อมยิ้มกับท่าทางเงอะงะของโมจิ ออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มที่วางอยู่บนเตียงยื่นส่งให้ในทันที
“นี่เป็นภาพที่ฉันออกแบบวาดไว้ เธอลองเลือกดูสิ”
“ทำไมถึงมีแต่ลายน้องแมวล่ะคะ” โมจิ ที่เปิดดูแฟ้มก็อดที่จะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยไม่ได้
“เพราะ ฉันชอบเลี้ยงแมวน่ะ” เพลิงกันต์พูดตอบและสบตามองดวงตากลมโตอย่างสื่อความหมาย
“ถ้างั้นเอารูปนี้ ก็ได้ค่ะ” โมจิ ที่เขินอายจนแทบทำอะไรไม่ถูก ก็สุ่มเลือกภาพแล้วยื่นให้กับเจ้าของร้านสักด้วยหัวใจที่เต้นแรงระรัวจนแทบจะทะลุอกออกมา
“อยากจะสักตรงไหนล่ะ” เพลิงกันต์พูดและรับแบบจากมือของหญิงสาว มาวางลงบนโต๊ะก่อนขยับตัวลุกขึ้นเดินไปหยิบยาชา ที่อยู่บนตู้อีกฝั่งอย่างใจเย็น
“อยากสักที่ ข้างเอวค่ะ”
“…” เพลิงกันต์พยักหน้ารับไม่พูดตอบกลับอะไร ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับเจลยาชา
“นอนลงแล้วยกเสื้อขึ้นสิ จะทายาชาทิ้งไว้ให้ ระหว่างที่รอลอกลายน่ะ”
“อ๋อค่ะ” โมจิขานรับและนอนราบลงบนเตียงอย่างว่าง่าย
“…” เพลิงกันต์ที่นิ่งชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าท้องที่เนียนละเอียดจนแอบลมหายใจสะดุดขึ้นมา เขารีบตั้งสติแล้วใช้ปลายนิ้วเรียวทาเจลลงตรงจุดที่หญิงสาวต้องการจะสักอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะหันมาลอกลายที่เธอต้องการในทันที
เวลาผ่านไป เขาก็ดึงกระดาษลอกลายที่วาดทับลงบนเอวเล็กเสร็จเรียบร้อย ก็หันไปดึงถุงมือยางขึ้นมาสวมใส่อย่างชำนาญ ก่อนจะหยิบจับเตรียมอุปกรณ์การสัก จัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
โมจิที่คอยแอบชำเลืองมองเจ้าของร้านสัก ด้วยหัวใจที่เต้นแรงระรัวอย่างรู้สึกตื่นเต้น อีกทั้งบรรยากาศภายในห้องที่ไร้บทสนทนา ก็ทำให้เธอค่อนข้างอึดอัด จึงต้องเอ่ยถามเจ้าของร้านสักขึ้นมาเบาๆ
“มันจะเจ็บไหมคะ”
“ทายาชาแล้วไม่เจ็บหรอก หรือเธอกลัวเข็มอย่างงั้นเหรอ”
“ก็มีกลัวบ้าง นิดหน่อยค่ะ”
“กลัวเข็มสัก หรือว่า กลัวเข็มของช่างสักล่ะ” เพลิงกันต์ แกล้งเอ่ยขึ้นอย่างทีเล่นทีจริงแล้วเงยหน้าสบตามองหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเขาอย่างตื่นตะลึง
“เอ่อ...คือ” โมจิ ถึงกับพูดอะไรไม่ออกก่อนจะได้ยินเสียงเข้มของช่างสักเอ่ยดังแทรกขึ้นมาเบาๆ
“นอนนิ่งๆ ล่ะ ฉันจะเริ่มสักแล้ว” เพลิงกันต์ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเริ่มลงมือสักลายในทันที
ในเวลาต่อมา เสียงของเครื่องสักที่ดังอย่างต่อเนื่องจนกลบเกลื่อนความเงียบรอบๆตัวได้เป็นอย่างดี ในขณะที่สายตาของโมจิกลับจ้องมองไปยังเจ้าของร้านสักที่แม้จะถูกปกปิดด้วยแมสก็ไม่สามารถกลบออร่าความหล่อที่แสนแบดบอยของเขาได้เลย
“ยิ่งมองใกล้ๆ โคตรหล่อแบบแตกแตน จนฉันอยากได้เขาสักครั้งไม่เกินจริง”
โมจิส่งเสียงหวีดอยู่ภายในหัวของตัวเองตามประสาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เจ้าของร้านก็เงยหน้าขึ้นมาสบตามองกับเธอ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าจ้องมองจนแทบจะกลืนกินกันขนาดนี้ ฉันอาจจะขอคิดเงินเธอเพิ่มด้วยนะ”
เพลิงกันต์ พูดขึ้นและเหลือบสายตามองหญิงสาวตรงหน้า ด้วยแววตาเจือไปด้วยความขบขัน โดยที่เธอก็พูดตอบกลับ อย่างไม่เต็มเสียง แล้วรีบหันหน้าหนีราวกับเขินอายเขาจนใบหน้าเริ่มแดงก่ำ
“ฉันก็แค่มองรอยสักเฉยๆไม่ได้มองพี่ซะหน่อย”
“งั้นเหรอ หึหึ” เพลิงกันต์พูดและหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ พร้อมกับหันไปวางเครื่องสักที่เขาสักรูปน้องแมวแบบมินิมอลเสร็จพอดี ก่อนจะหยิบเจลเคลือบแผลหลังจากการสัก และค่อยๆทาลงบนรูปอย่างแผ่วเบา
“อ๊ะ..” โมจิถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อถูกความเย็นของเจลและสัมผัสจากปลายนิ้วมือของช่างสักที่แตะลงบนหน้าท้องของเธอแบบไม่ทันตั้งตัว
“ทำไมเสียวเหรอ”
“เปล่าค่ะมันเย็นๆ น่ะ”
“ฉันสักเสร็จแล้ว เธอลองดูก่อนว่าถูกใจไหม” เพลิงกันต์ พูดขึ้นและหยิบกระจกยื่นส่งให้หญิงสาวในทันที
“งือ...ภาพน้องแมวน่ารักมากเลยค่ะ”
“ภาพที่ออกแบบให้ ทางร้านมีคิดค่าบริการพิเศษด้วย เธอยังจำได้หรือเปล่า”
“จำได้ค่ะ ฉันยอมจ่ายเงินให้สองเท่าเลย เพราะลายนี้น่ารักถูกใจฉันมากๆค่ะ”
โมจิเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับจ้องมองรอยสักน้องแมวเหมียวที่ข้างเอวของตัวเองอย่างพึงพอใจ
“ฉันไม่ได้บอกเหรอ ว่าค่าออกแบบพิเศษนี้ ฉันไม่เอาเป็นเงิน” เพลิงกันต์พูดขึ้นและแสร้งทำเป็นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
“ถ้าพี่ไม่เอาเงิน แล้วพี่จะเอาอะไรเหรอคะ” โมจิ รีบวางกระจกลงแล้วหันไปสอบถามพี่เขาด้วยความสงสัย ก่อนที่หัวใจเธอจะต้องเต้นแรงระรัวอย่างบ้าคลั่ง เมื่อจู่ๆ เจ้าของร้านสักก็ยื่นใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้พร้อมกับสบตามองเธออย่างมีเลศนัย แล้วพูดตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอาเธอ....”
#สามปีต่อมา“ไอ้ม่อน วันนี้เหลือคิวสักอีกกี่คิว” เพลิงกันต์ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายละเอียดงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บริเวณเคาน์เตอร์ร้านสัก PK หลังจากเรียนจบ เพลิงกันต์ก็ไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ให้ เขาตัดสินใจกว้านซื้อตึกอาคารพาณิชย์เกือบทั้งแถบที่ตั้งเรียงรายติดกัน เพื่อเปิดเป็นสถาบันสอนศิลปะการสักลายจนปัจจุบันเขามีสาขาเกือบสี่สิบแห่งทั่วประเทศและกลายเป็นแบรนด์ที่คนรักรอยสักต่างยอมรับในฝีมือและเป็นมาตรฐานในระดับประเทศ“วันนี้คิวของพี่เพลิง เหลือแค่ช่วงเย็นอีกหนึ่งคิวครับ”ม่อนเงยหน้าขึ้นตอบ แต่เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของพี่เพลิงกันต์ที่ดูไม่ค่อยสู้ดีจนเขาอดที่จะพูดถามออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“พี่เพลิง ทำไมหน้าพี่ซีดขนาดนี้ล่ะครับ พี่ไม่สบายหรือเปล่า”“สงสัยเมื่อคืนกูจะนอนน้อย วันนี้เลยรู้สึกมึนๆหัวน่ะ”ชายหนุ่ม พูดอย่างไม่ใส่ใจกับอาการพะอืดพะอมและอาการเวียนหัวราวกับบ้านหมุนที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงนี้เขากำลังวุ่นวายกับการสร้างตึกเพื่อเปิดสาขาใหม่ จึงคิดว่าตัวเองคงจะโหมงามหนักมากไปหน่อย“ไม่ไหวก็ไปพักดีกว่าไหม คิวที่เหลือเดี
#หนึ่งปีต่อมา@วิลล่าสุดหรูติดทะเล“อ๊า..พี่เพลิง…”เสียงครางกระเส่าพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ของเพลิงกันต์และโมจิที่กำลังร่วมกิจกรรมรักกันอย่างร้อนแรง ภายในวิลล่าหรูติดริมทะเลที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาได้ชวนกันมาพักผ่อนและร่วมแสดงความยินดีหลังจากที่ยูโรได้ขอแต่งงานกับพี่โยเกิร์ตแฟนสาวของมันกลางงานรับปริญญาจนสำเร็จยิ่งเสียงครางร้องเรียกชื่อของเขาดังมากเท่าไร สะโพกหนาของเพลิงกันต์ที่แนบชิดก็ตอกอัดใส่ในความคับแน่นที่ตอด และบีบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างหนักหน่วงมากเท่านั้น“อ๊ะ~ พี่เพลิงเร็วอีกค่ะ”“ทำไมเมียพี่ถึงได้ร่านแบบนี้ อ่าห์...เอามันสัสๆ” เขาพูดจบก็พลางยกมือ กอบกุมบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนิ่มที่เด้งกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงจังหวะอย่างมันมือ ในขณะที่มือเล็กของโมจิก็เคลื่อนมาจับตรงข้อมือหนาทั้งสองข้างเพื่อระบายความเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหวเพลิงกันต์ค่อยจับผสานมือเล็กเข้าด้วยกันและกดฝังมือแนบลงบนที่นอนก่อนจะโน้มตัวประกบริมฝีปากอิ่มบดขยี้ไปมาอย่างดูดดื่มอีกครั้ง“พี่เพลิงขา อ๊ะ… อือ…โมไม่ไหวแล้ว”“พี่ก็จะแตกแล้วที่รักของพี่ ซี๊ด~” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็จับเรียวขาเล็กกางแยกออกให้กว้างม
#สามเดือนต่อมาณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่เป็นบ้านพักของครอบครัวโมจิ ที่ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องรับแขก มีผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในขณะที่เพลิงกันต์และโมจิก็นั่งนิ่งรับฟังพร้อมกับแอบชำเลืองสบตามองกันอย่างไม่มีใครพูดอะไร“คือ เรื่องที่ตาเพลิงทำนิสัยไม่ดี ใส่คุณพี่ทั้งสอง น้องต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยจริงๆ หวังว่าคุณพี่จะไม่ถือสาหาความลูกชายของฉันคนนี้นะคะ”คุณหญิงพิมล แม่ของเพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความเกรงใจ เพราะหลังจากที่เธอทราบเรื่องที่ลูกชายตัวดีของเธอไปเผาบ้านพักชานเมืองของครอบครัวนักธุรกิจชื่อดังจากสามี ก็ทำเอาเธอลมแทบจับ จนต้องเรียกลูกชายมาอบรมซะยกใหญ่แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่า ก็คือ ลูกชายตัวดีดันเอ่ยปากขอให้เธอมาสู่ขอเมียให้ ซึ่งคำขอนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนรับนิสัยของลูกชายเธอได้ แถมลูกชายเธอก็เรียกสาวน้อยคนนี้ว่าเมียได้เต็มปาก จึงทำให้เธอต้องรีบชวนสามีมาสู่ขอลูกสะใภ้ให้อย่างเร่งรีบในทันที“ฉันก็ไม่ได้อยากจะถือสาอะไรหรอกค่ะ ถึงภาพที่เห็นมันจะค่อนข้างดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่พวกพี่สองคนก็พอเข้าใจได้”มธ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา@มหาลัยK คณะสถาปัตย์“ว้าย! ตายแล้ว นังโมจิ!” เสียงของจอมใจร้องตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังเดินตรงมายังโต๊ะมุมประจำที่พวกเธอชอบนั่งข้างตึกสถาปัตย์ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้ามาสวมกอดไว้แน่นด้วยความคิดถึงโดยมีฟ้าใสที่ขยับตัวลุกขึ้นตามแล้วเข้ามายกแขนโอบกอดเพื่อนด้วยเช่นกัน“นังเพื่อนบ้า กูคิดว่ามึงจะไม่มาเรียนที่นี่แล้วซะอีก” ฟ้าใส เอ่ยขึ้นตามประสาด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอด้วยความดีใจ“กูเพิ่งทำเรื่องอะไรเสร็จน่ะและกูก็คิดถึงพวกมึงเหมือนกันกูขอโทษที่กูหายไปโดยไม่บอกอะไรพวกมึง” โมจิ พูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคนอย่างรู้สึกผิดเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอก็ยุ่งวุ่นวายกับเอกสารที่ต้องยื่นให้กับมหาลัยเพื่อใช้ในการลาหยุดเรียนของเธอ โดยเพื่อนของเธอ ต่างคอยส่งข้อความมา และโทรหาเธอด้วยความเป็นห่วงจนเธอรู้สึกซึ้งใจที่มีเพื่อนที่รักเธอมากถึงขนาดนี้ ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะพากันมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเสียงของจอมใจเอ่ยดังแทรกขึ้นมาเบาๆ“ต่อจากนี้ไปไม่ว่ามึงจะเจอเรื่องห่าเหวอะไร ขอแค่บอก พวกกูสองคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมึงเสมอเข้าใจหรือเปล่า” จอมใจ เอ
หลังจากที่เพลิงกันต์ขับรถออกมาจากบ้านพักชานเมืองของครอบครัวโมจิ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ออกมาจากคนทั้งคู่ รวมทั้งชายหนุ่มก็ไม่อาจทนฝืนต่อความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไป เขารีบหักรถและจอดรถอยู่ข้างทางในทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าของโมจิที่เขาเฝ้าตามหาและคิดถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา พร้อมกับยกมือคว้าคอเล็กของเธอเข้ามาประกบริมฝีปากจูบอย่างรวดเร็ว“อื้อ~” ชายหนุ่ม ที่ได้ยินเสียงครางประท้วงเขาจึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกพร้อมกับพูดกระซิบแนบชิดเรียวปากอิ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่เขาจะสบตามองดวงตากลมโตที่เขาแสนรักแสนหลงใหลอย่างโหยหา“พี่คิดถึงเรามากเลยนะ โมจิ”“…..” โมจิถึงกับนิ่งเงียบและกวาดสายตามองใบหน้าหล่อของพี่เพลิงกันต์ ที่ดูโทรมและอิดโรยจากการอดนอนมาหลายวัน ด้วยแววตาวูบไหวพร้อมกับรอฟังคำแก้ตัวจากพี่เขาอย่างไม่พูดอะไร“ใจพี่มันแทบบ้าเลยรู้ไหม ตั้งแต่รู้ว่าเราหายไปอย่างนั้น เรื่องวันนั้นที่เกิดขึ้นเป็นเพราะน้องรหัสพี่เข้ามาบอกว่า เค้กก้อนนั้นเธอเป็นคนทำมาให้และพี่ก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้พี่ นอกจากผู้หญิงของพี่ พี่ก็เลยทำแบบนั้นลงไป โมจิพี่ไม่รู้ว่าเค้กนั้นเป็น
#เช้าวันต่อมาเพลิงกันต์ที่เมื่อคืนนี้โทรสั่งให้เลขาส่งลูกน้องเกือบสิบคนมายังบ้านพักชานเมืองของโมจิเพื่อมาคอยเฝ้าและเช็กดูการเข้าออกทั้งหมด เพราะกลัวว่าเธอจะแอบหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่ตัวของเขาเองก็นอนหลับอยู่ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ข้างบ้านตลอดทั้งคืน และพระรามที่กลับไปกับลูกน้องของเขาเพื่อไปจัดการเปิดร้านในช่วงเช้าชายหนุ่มมาหยุดยืนมองอยู่ที่หน้าบ้านก่อนจะเห็นแม่ของโมจิที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้าน จึงรีบเข้าไปทักทายด้วยในทันที“สวัสดีครับคุณน้า คุณน้าจำผมได้ไหม”“นายทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ นายกลับไปเถอะและอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” แม่ของโมจิ พูดตอบกลับและมองหน้าของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจ“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมต้องขอโทษจริงๆ และผมต้องการที่จะอธิบายให้โมจิเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น” เพลิงกันต์ ที่พยายามจะพูดอธิบายแต่ก็ถูกแม่ของเธอ พูดปฏิเสธสวนขึ้นมาในทันที“ลูกสาวฉัน ไม่อยากคุยกับนายแล้ว”“ขอผมเข้าไปหาเธอสักครั้งได้ไหม” เขายังคงพูดขึ้นอย่างต่อรอง“เธอกลับไปเถอะ”“ถ้าคุณน้าไม่อนุญาต ผมคงจะต้องขอปีนเข้าไปหาเธอเอง”เพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นก่อนที่เขาจะกระโจนเกาะ







