LOGIN"ทำหน้าตึงบ่อยๆ... ระวังเจเจ้หน้าย่นก่อนวัยอันควรนะครับ" "นี่แก! ไอ้เด็กเปรต! แกเรียกใครว่าเจเจ้หน้าย่นฮะ!!" ...จากคู่กัดที่ด่ากันแทบตายในวันนั้น สู่คนที่ครวญครางชื่อเขาในวันนี้... "ได้ผมแล้วจะทิ้งเหรอเจ้? ผมเสียหายนะ เจ้ต้องรับผิดชอบดิ!"
View Moreแดดประเทศไทยตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะลานคอนกรีตหน้าคณะที่ไร้ซึ่งร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ไอความร้อนระอุเต้นเร่า ๆ อยู่เหนือพื้นถนน สะท้อนเข้ากับใบหน้าของเหล่านักศึกษาชั้นปีที่ 1 นับร้อยชีวิตที่กำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนอยู่ในสภาพเหงื่อโทรมกาย ใบหน้าแดงก่ำจากการถูกแดดเผา
“ผมสั่งให้พวกคุณจัดแถวให้ตรง! แค่นี้ทำไม่ได้หรือไง!”
เสียงทุ้มต่ำผ่านโทรโข่งจากพี่ว้ากผู้ชาย ทำเอาบรรดาน้องใหม่สะดุ้งเฮือก แต่สำหรับ 'นิริน' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง เธอเพียงแค่ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเบา ๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างพอดีนั้นเรียบตึง ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือความเห็นใจใด ๆ
นิรินอยู่ในชุดนักศึกษาที่เรียกได้ว่าถูกต้องตามระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว เสื้อนักศึกษา
สีขาวพอดีตัวติดกระดุมถึงเม็ดบนสุด กระโปรงทรงเอสีกรมท่าความยาวระดับเข่า รองเท้าคัตชูสีดำความสูงระดับสามนิ้ว สายตาคมกริบของเธอกวาดมองข้ามศีรษะของน้องปีหนึ่งไปทีละแถว คอยตรวจตราความเรียบร้อยในฐานะ 'พี่ระเบียบ' ประจำรุ่น
“แถวที่สาม คนที่ห้า นับจากซ้ายมือ!”
เสียงใสแต่เด็ดขาดของนิรินดังทะลุโทรโข่งในมือ เธอไม่ได้ตะคอก แต่ระดับเสียงและความเยือกเย็นนั้นมากพอที่จะทำให้ทั้งลานเงียบกริบ ทุกสายตาหันขวับไปมองยังเป้าหมายที่เธอระบุ
“ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว!”
ร่างสูงโปร่งของนักศึกษาชายคนหนึ่งก้าวออกมาตามคำสั่งอย่างไม่รีบร้อน ทว่าสิ่งที่ทำให้นิรินต้องขมวดคิ้วฉับ คือสภาพของไอ้เด็กปีหนึ่งตรงหน้า เสื้อนักศึกษาของเขาไม่ได้ยัดในกางเกง ปล่อยชายรุ่ยร่าย เนกไทที่ควรจะผูกให้เรียบร้อยก็ไม่...กระดุมถูกปลดออกและคลายปมจนห้อยต่องแต่ง แถมผมสีเข้มที่ควรจะเซตมาให้ดูเป็นทรง กลับยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
แต่ที่น่าโมโหที่สุด ไม่ใช่การแต่งกายผิดระเบียบแบบท้าทายรุ่นพี่แต่เป็น 'แววตา' ของมัน! แทนที่ไอ้เด็กเฟรชชี่ตรงหน้าจะก้มหน้าสำนึกผิด หรือมีอาการประหม่าเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ มันกลับยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อเหลาที่กวนอารมณ์ตั้งแต่แรกเห็นนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับจ้องตรงมาที่เธออย่างไม่หลบสายตา
“ชื่ออะไร รหัสนักศึกษาอะไร ทำไมแต่งกายผิดระเบียบ” นิรินเดินอาด ๆ
ก้าวยาว ๆ อย่างมั่นใจ เข้าไปหา หยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่สองก้าว พร้อมกับยกโทรโข่งขึ้นจ่อ ร่างสูงก้มลงมองโทรโข่งสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของเธอ ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นกระตุกยิ้มมุมปาก คล้ายกับกำลังเจอเรื่องสนุก
“ชีต้าห์ครับ รหัส 0345...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยตอบสบาย ๆ ไม่มีการสะทกสะท้าน “ส่วนเรื่องชุด... พอดีผมรีบวิ่งมาเข้าซุ้ม เลยไม่มีเวลายัดชายเสื้อครับพี่”
“ข้ออ้าง” นิรินสวนกลับทันควัน “เพื่อนคนอื่นเขาก็รีบเหมือนกัน ทำไมเขาแต่งตัวเรียบร้อยได้ กฎระเบียบมีไว้ให้ทำตาม ไม่ใช่มีไว้ให้แหก”
“โห พี่ครับ กฎบางอย่างมันก็ตึงไปนะ อากาศร้อนขนาดนี้ ยัดเสื้อในกางเกงไข่ผมก็สุกพอดี” “พรืดดด!”
เสียงหลุดขำดังมาจากแถวของน้องปีหนึ่ง ก่อนจะเงียบกริบลงทันทีเมื่อนิรินตวัดสายตาพิฆาตไปมอง นิรินหันกลับมาจ้องหน้าไอ้เด็กตัวต้นเหตุที่ชื่อ 'ชีต้าห์' อีกครั้ง ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าเส้นเลือดที่ขมับมันเต้นตุบ ๆ ความโกรธเริ่มตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย
“คุณคิดว่ามันตลกเหรอ การที่คุณมายืนพูดจาแบบนี้ในเวลากิจกรรม คุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่ ไม่ให้เกียรติรุ่นพี่ และไม่ให้เกียรติเพื่อนที่เขารักษากฎ!” นิรินลดโทรโข่งลง เพราะระยะแค่นี้เสียงของเธอก็ดังพอที่จะทำให้ไอ้เด็กเปรตนี่ได้ยินชัดเจนแล้ว
“บทลงโทษของการแต่งกายผิดระเบียบ และเถียงรุ่นพี่ คือลุกนั่งห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!”
บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นมาทันที เพื่อนปีหนึ่งต่างมองชีต้าห์ด้วยความเป็นห่วงสลับกับหวาดเสียวแทน แต่นอกจากชีต้าห์จะไม่หน้าถอดสีแล้ว เขายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้นิริน... ใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ไม่ได้ดูน่ารังเกียจ แต่กลับทำให้ใจแกว่งแปลก ๆ พูดจบ... มันก็ขยิบตาให้เธอหนึ่งที! วิ้ง! ...นิรินรู้สึกเหมือนโดนสตาฟฟ์ไปชั่วขณะ สมองประมวลผลการกระทำอันแสน อุกอาจนั้นไม่ทัน ไอ้เด็กนี่มันกล้าดียังไงมาขยิบตาให้พี่ระเบียบ แถมยังมาเรียกเธอว่า 'เจ้' อีก!
“ใครเป็นเจ้แกฮะ!” นิรินแหวขึ้นมา ลืมมาดพี่ระเบียบหน้าตึงไปชั่วขณะ
แต่ชีต้าห์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มกว้างกว่าเดิม แล้วถอยกลับไปยืนที่เดิม ก่อนจะเริ่มทำโทษตัวเองด้วยการลุกนั่งอย่างแข็งขัน แถมจังหวะที่ย่อตัวลงแล้วยืดตัวขึ้น สายตากวนๆ ของมันก็ยังคงล็อกเป้ามาที่เธอไม่วางตา นิรินเม้มปากแน่น กำโทรโข่งในมือจนข้อขาว หายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เด็กเปรต! อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ แม่จะเชือดให้จำทางกลับบ้านไม่ได้เลย!
“แก... ฉัน เกลียด มัน!”
ทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้หลังตึกคณะ นิรินก็กระแทกโทรโข่งลงบนโต๊ะเสียงดังปัง พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมายืดยาว
'กิ่ง' เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งพี่สวัสดิการรีบยื่นแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบให้
“ใจเย็นสิริน กินน้ำก่อน หน้าแกตอนนี้แดงยิ่งกว่าตูดลิงแล้ว”
“จะไม่ให้โมโหได้ไง แกเห็นสายตาไอ้เด็กที่ชื่อชีต้าห์นั่นป่ะ! มันกวนประสาทฉันชัดๆ สั่งทำโทษก็ไม่สลด แถมยังกล้ามาขยิบตาใส่ฉันอีก! เกิดมาเพิ่งเคยเจอเด็กปีหนึ่งที่หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้” นิรินร่ายยาวเป็นชุด มือก็คว้าแก้วน้ำมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับไฟในอก
“เอาน่า มันก็แค่เด็กผู้ชายห่ามๆ คนนึงแหละ ปล่อยผ่านๆ ไปบ้าง แกก็ตึงเกินไป ระวังเส้นเลือดในสมองแตกนะเว้ย”
กิ่งพยายามลูบหลังปลอบใจ
“ไม่ได้! เรื่องระเบียบมันยอมกันไม่ได้ ถ้าปล่อยไอ้เด็กนี่ไป คนอื่นก็จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง คอยดูนะ พรุ่งนี้ฉันจะจัดหนักมันคนเดียวเลย”
นิรินหมายมั่นปั้นมือ แววตามุ่งมั่นเอาชนะ ทว่า... เหมือนฟ้าจะส่งมารผจญมาทดสอบความอดทนของเธอเร็วเกินคาด
“จัดหนักเรื่องอะไรเหรอครับ?”
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาทางด้านหลัง ทำเอานิรินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองก็พบกับร่างสูงของไอ้เด็กเปรต 'ชีต้าห์' ที่กำลังเดินล้วงกระเป๋าสะพายเป้ใบเดียวเดินสวนมาพอดี สภาพของมันตอนนี้ไม่ได้ต่างจากตอนอยู่ลานหน้าคณะเท่าไหร่นัก เสื้อก็ยังหลุดลุ่ยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรอยยิ้มมุมปากที่เห็นแล้วชวนให้อยากกระโดดถีบขาคู่
“แอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน เสียมารยาท” นิรินเชิดหน้าขึ้น กอดอกมองเหยียดๆ
“ไม่ได้แอบฟังครับ เสียงพี่ดังไปถึงหน้าตึกนู่น”
ชีต้าห์ไหวไหล่เบาๆ เดินเข้ามาหยุดยืน ตรงข้ามโต๊ะม้าหินอ่อน ก้มหน้าลงมามองนิรินในระยะประชิดอีกครั้ง “ว่าแต่พี่เถอะ...”
“ฉันทำไม?” ชีต้าห์หรี่ตามองใบหน้าสวยจัดของนิริน พลางทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“ทำหน้าตึงบ่อยๆ... ระวังเจเจ้หน้าย่นก่อนวัยอันควรนะครับ แก่ไวไม่รู้ด้วยนะ”
“ตู้มมม!” เหมือนมีระเบิดนิวเคลียร์ลงกลางวง นิรินรู้สึกว่าเส้นฟางความอดทนเส้นสุดท้ายของเธอขาดสะบั้นลงดังผึง!
“นี่แก! ไอ้เด็กเปรต! แกเรียกใครว่าเจเจ้หน้าย่นฮะ!!”
นิรินผุดลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังปัง ชี้หน้าด่ากราดแบบลืมภาพลักษณ์พี่ระเบียบผู้แสนเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น ในขณะที่ข้าวหอมต้องรีบคว้าแขนเพื่อนเอาไว้ กลัวว่านิริน จะพุ่งเข้าไปหยุมหัวเด็กปีหนึ่งตายคามือ แต่แทนที่ชีต้าห์จะตกใจ เขากลับหัวเราะร่วนในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความขบขันและพอใจที่สามารถยั่วโมโหผู้หญิงเย็นชาคนนี้ได้สำเร็จ
“ผมเตือนด้วยความหวังดีนะเจ้ ไปละครับ... พรุ่งนี้เจอกันใหม่ หวังว่าจะไม่หน้าย่นกว่าวันนี้นะครับ”พูดจบ ก็หันหลังเดินผิวปากอารมณ์ดีจากไป ทิ้งให้นิรินยืนกำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธจัด
“ไอ้... ไอ้เด็กบ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!!” เสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจของนิรินดังก้องไปทั่วบริเวณหลังตึกคณะ เป็นสัญญาณเริ่มต้นของสงครามประสาทระหว่าง 'รุ่นพี่หน้าตึง' กับ 'เฟรชชี่หน้ามึน' ที่ดูท่าว่า... จะไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน!
กาลเวลาหมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภาพของเด็กปีหนึ่งจอมกวนประสาทที่คอยตามป่วนพี่ระเบียบหน้าตึงในวันนั้น กลายเป็นเพียงความทรงจำสีจางที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ชวนให้ยิ้มตามได้เสมอ ปัจจุบัน 'ชีต้าห์' เรียนจบและก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว ชายหนุ่มสลัดคราบ 'เด็กเปรต' ทิ้งไปจนหมดสิ้น กลายเป็นผู้ชายวัยทำงานที่หล่อเหลา ภูมิฐาน และมีความรับผิดชอบสูงเขาและนิรินช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว จับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันสองปี ไม่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับความรักของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ชีต้าห์ไม่ทำตัวงี่เง่าหรือเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตรงกันข้าม เขากลับกลายเป็นเสาหลักที่แสนมั่นคง คอยดูแลเอาใจใส่นิรินอย่างดีเยี่ยมในทุกๆเรื่องไม่ว่าเธอจะทำงานกลับดึกแค่ไหน เขาก็จะคอยทำกับข้าวอุ่นๆรอรับคอยนวดไหล่ที่ปวดเมื่อย และคอยเป็นเซฟโซนที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุดเสมอ ความรักที่เขามีให้เธอมันเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จนความคลั่งรักนั้นกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทั้งคู่ไปแล้วและวันนี้... ก็เป็นวันที่ชีต้าห์วา
"มะ... ไม่... อื้ออ... ไม่ได้หึง!" นิรินยังคงปากแข็ง กัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์"ปากแข็งนักนะ... ได้ งั้นผมจะทำให้เจ้ครางจนกว่าจะยอมรับ!"ชีต้าห์สอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปในความคับแน่นที่เปียกชุ่มรวดเดียวสองนิ้ว! นิรินสะดุ้งเฮือก เมื่อความแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามา ชายหนุ่มเริ่มขยับนิ้วเข้าออกด้วยจังหวะที่เร็วและรุนแรง รีดเค้นทุกความรู้สึกเสียวซ่านให้ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทานได้ ปลายนิ้วของเขากระแทกโดนจุดกระสันภายในซ้ำ ๆ จนร่างบางเกร็งกระตุก"อ๊า! ต้าห์! อื้ออ... ยะ... อย่าแกล้ง... ซี๊ดดด... พี่เสียว..." นิรินส่ายหน้าไปมา น้ำตาแห่งความซาบซ่านเอ่อล้นหางตา เธอพยายามจะขยับสะโพกหนี แต่ก็ถูกมือหนายึดเอวคอดเอาไว้แน่นเมื่อเห็นว่านิรินใกล้จะถึงฝั่งฝัน ชีต้าห์กลับจงใจถอนนิ้วออกกะทันหัน! ความรู้สึกวูบโหวงและค้างคาทำเอานิรินแทบขาดใจ เธอครางฮือ ลืมตาที่ฉ่ำเยิ้มขึ้นมองหน้าผู้ชายใจร้ายด้วยความขัดใจ"ทำไมหยุด... อื้อ... ต้าห์... พี่ทรมานนะ..." หญิงสาวเว้าวอน เสียงแหบพร่า"ก็เจ้ยังไม่ยอมสารภาพนี่นา... พูดมาสิครับคนสวย ว่าเจ้หึงผม เจ้เป็นของผมคนเดียวพูดมา แล้วผมจะให้รางวัล" ชีต้าห์ยิ้มร้ายกาจ
"ปัง!"ประตูห้องชุดสุดหรูในคอนโดมิเนียมของนิรินถูกเหวี่ยงปิดและกดล็อกอย่างแน่นหนาด้วยฝีเท้าของคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ ชีต้าห์ก้าวเดินดุ่ม ๆ ฝ่าความมืดเข้าไปในห้องนอนโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ ชายหนุ่มโยนร่างบางของสาวออฟฟิศลงบนเตียงนอนหนานุ่มอย่างไม่ออมแรง แม้ฟูกจะนุ่มแค่ไหนแต่แรงเหวี่ยงก็ทำให้นิรินจุกจนต้องนิ่วหน้า"โอ๊ย! ไอ้ต้าห์ ฉันเจ็บนะ! โยนลงมาได้..." นิรินแหวใส่ พยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ยังไม่ทันจะได้ขยับหนี ร่างสูงใหญ่ของหมาเด็กที่ตอนนี้กลายร่างเป็นหมาป่าจ่าฝูงก็โถมตัวลงมาคร่อมทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้แผงอกกว้างและท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างแสงสลัวจากไฟถนนภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ส่องให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังถมึงทึง นัยน์ตาคมกริบของชีต้าห์วาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะและความหึงหวงที่ยังไม่มอดดับ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวแก้มของเธอจนนิรินต้องลอบกลืนน้ำลาย ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมปนเปกับความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง"เจ็บสิดี จะได้จำ!" ชีต้าห์กดเสียงต่ำตวาดใส่ "ผมเคยบอกเจ้แล้วใช่ไหม ว่าอย่าไปทำตัวน่ารัก หรือไปควงแขนยิ้มหวานให้ผู้ชายคนไหนอีก โดยเฉพาะไอ้พี่แทนนั่น! เจ้เห็นคำพูดผมเป
“ขอโทษนะครับพี่แทน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกและเย็นเยียบจนน่าขนลุก “พอดี 'แฟนผม' เขามีธุระด่วนต้องไปเคลียร์กับผม... ตอนนี้ และ เดี๋ยวนี้!”พูดจบ ชีต้าห์ก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธหรือตั้งตัว เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของ นิริน ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างบางก็ปลิวหวือหลุดจากการควงแขนพี่แทน มาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขาทันที“อ๊ะ! ไอ้ต้าห์! ปล่อยนะ! ฉันจะไปคุยงานกับพี่แทน แกจะมาลากฉันทำไม!”นิรินแหวใส่ พยายามสะบัดมือออก แสร้งทำเป็นโวยวายทั้งที่ในใจลึกๆ แอบสะใจที่เห็นไอ้เด็กเปรตหน้าตึงเป็นตูดและหึงจนควันออกหู“คุยงานหรือคุยอะไร! ไปกับมันเหรอ? ฝันไปเถอะเจ้!” ชีต้าห์ตวาดเสียงสั่น ไม่สนมารยาทหรือสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น เขาช้อนร่างบางของนิรินขึ้นอุ้มพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นปุยนุ่น!“กรี๊ด! ปล่อยนะไอ้เด็กบ้า! คนมองเต็มไปหมดแล้ว ฉันใส่กระโปรงอยู่นะ อายเขา!” นิรินดิ้นขลุกขลัก ทุบหลังเขาดังอั้ก ๆ แต่ชีต้าห์กลับก้าวเดินดุ่ม ๆ ตรงไปที่ลานจอดรถอย่างไม่สะทกสะท้าน มือหนาของเขาตีเข้าที่สะโพกผายอย่างไม่เบานัก เป็นการปราม ทิ้งให้พี่แทนและแก๊งเด็กปีหนึ่งยืนอ้าปากค้างอยู่เบื้องหลัง ลืมภาพรุ่น





