เข้าสู่ระบบ#ในคืนนั้น
หลังจากที่โมจิได้ทานอาหารกับครอบครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ต้องเดินมาขึ้นรถของพี่ยูโรอย่างรู้สึกเซ็งๆ เพราะถูกคะยั้นคะยอจากคุณแม่ของพี่เขาให้เป็นคนขับรถมาส่งเธอ ที่คอนโดด้วยตัวเอง
แต่ในระหว่างทางกลับนั้น พี่ยูโรก็ได้หักรถจอดแวะข้างทาง พร้อมกับเอ่ยปากไล่โมจิให้ลงไปนั่งรถอีกคันที่พี่เขาได้ให้คนขับรถมาจอดรอรับเธอเพื่อไปส่งที่คอนโด
(รีบลงไปซะ เพราะที่นั่งข้างฉันมีให้เมียของฉันนั่งได้แค่คนเดียว เด็กอย่างเธอไม่เหมาะที่จะมานั่งรถของฉันด้วยซ้ำ)
“ไอ้พี่ยูโรบ้า คิดว่าฉันอยากจะนั่งรถพี่มากนักหรือไง ชิ! ฉันก็เสนียดตูดตัวเองเหมือนกัน”
โมจิที่นึกถึงคำพูดทิ้งท้ายที่ด่าทอเธอของพี่ยูโร ก็พูดบ่นพึมพำขึ้นมาอย่างนึกเจ็บใจตัวเอง ที่ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณแม่ เพราะกลัวท่านจะเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนสนิท จึงได้ทำตัวไร้ค่าเดินตามผู้ชายที่เขาไม่สนใจด้วยแบบนี้
เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้า แต่ก็ไม่ทันจะได้ขยับตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมาแบบรัวๆ
…ติ๊ง…ติ๊ง...ติ๊ง!
โมจิ ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าใบหรูออกมาดู แต่ก็ต้องถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมาด้วยความสงสัย เมื่อข้อความที่ส่งมาไม่ใช่เพื่อน และไม่ใช่คนรู้จักกับเธอด้วยซ้ำ แถมเขายังแท็กส่งเนื้อหาจากสตอรี่ที่เธอโพสต์ลงในโซเซียลส่วนตัวของเธอเพราะเกิดหมั่นไส้พี่ยูโรในตอนนั้น
PK59: ไหนบอกไม่มีคนที่ชอบไง แล้วนี่อะไร (ไฟล์ที่แนบ)
PK59: หน้าตาก็ดี ทำไมถึงไม่มีสมองล่ะ
PK59: หรือว่าสมองเธอ คงเรียบหรูเป็นคุณหนูเกินไป มันถึงไม่มีรอยหยักให้คิดแยกแยะ
PK59: ทำไมต้องทำตัวเป็นมือที่สาม แย่งแฟนคนอื่นแบบนี้ด้วยวะ
MOJI: คุณเป็นใครคะ
MOJI: แล้วมาด่าฉันทำไม
PK59: อย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉันอีก ถ้าเตือนแล้วยังไม่ฟังกัน เธอได้เจอดีแน่!
โมจิที่เริ่มหัวร้อน เพราะอยู่เฉย ๆ ก็ถูกใครก็ไม่รู้ทักสตอรี่มาด่าเธอแบบนี้แต่เมื่อเห็นข้อความที่อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทของพี่ยูโร ก็ทำให้เธออดที่จะหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้
MOJI: นี่ใช่เพื่อนจริงๆ เหรอคะ พิมพ์มาด่ากันขนาดนี้ ทำตัวยังกับเป็นเมียพี่ยูโรอย่างนั้นแหละ
PK59: เด็กปากดี
MOJI: ฉันก็ไม่ได้ มีดีแค่ปาก
PK59: ผู้หญิงปากดีแบบเธอ สักวันจะต้องเจอฉันเย-xxจนสลบคา K- ของฉันแน่
MOJI: ทำไงดี ฉันอยากสลบคาไอ้นั่นจังเลย
PK59: เดี๋ยวเธอได้สลบแน่ ยัยเด็กปากดี
MOJI: น่ากลัวจังเลย ไอ้คนโรคจิต
MOJI: ส่งสติกเกอร์แมวแลบลิ้นปลิ้นตา
โมจิ พิมพ์ตอบกลับอย่างปั่นประสาท และนั่งจ้องโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อรอให้อีกฝ่ายตอบกลับมา แต่ทว่า เขาก็ไม่ตอบกลับอะไรมาอีกแล้ว เธอจึงกดเลื่อนเข้าไปส่องโปรไฟล์ของผู้ชายคนนั้นที่บอกว่าเป็นเพื่อนของพี่ยูโรด้วยความอยากรู้
“ชิ! อีตาบ้า ใช้ชื่อ PK59 ทำเลขมงคลของฉันพังหมด” เธอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะแอบรู้สึกช๊อก ขึ้นมาเมื่อเห็นรูปภาพใบหน้าอันแสนหล่อเหลา ที่เธอจำได้ดีว่าเคยเจอกันในช่วงวันแรกของการรับน้องที่คณะของเธอ
“นี่มันพี่แบดบอยสุดหล่อ คนนั้นนี่หน่า” โมจิถึงกับนั่งนิ่งและเลื่อนดูภาพถ่ายและคอมเมนต์ที่ระบุตัวเจ้าของภาพว่าชื่อ เพลิงกันต์ อย่างรู้สึกแสนเสียดาย เพราะมีผู้ชายน้อยคนนักที่จะทำให้เธอรู้สึกแอบปลื้มและหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอได้ขนาดนี้
“ทำไมพี่เขาถึงกลายไปเป็นเพื่อนกับพี่ยูโรไปได้ล่ะ”
#อีกด้านของเพลิงกันต์
“คอยดู! ฉันจะเอาเธอจนให้หายร่านไปเลย ยัยลูกคุณหนู”
เพลิงกันต์ เอ่ยขึ้นอย่างคาดโทษเมื่อเห็นข้อความตอบกลับอย่างปั่นประสาทจากแมวขี้ดื้อของเขา
เพราะหลังจากที่เพลิงกันต์ รู้ว่า ยูโร เพื่อนสนิทของเขาต้องออกไปทานข้าวพร้อมกันกับครอบครัวของโมจิ มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและเกิดความไม่พอใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
จนเมื่อเขากลับมายังที่ร้านสัก ก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าไปแอบส่องโซเซียลของเธอ ด้วยความอยากรู้การเคลื่อนไหวของแมวขี้ดื้อ แต่ทว่าเขาก็แทบอยากจะขว้างปาโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโมโห เมื่อเห็นสตอรี่ที่เธอลงภาพของเพื่อนสนิทพร้อมกับแคปชัน ที่แสนกำกวมจนเขาเผลอกดแคปภาพนั้นเก็บไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งนั่งส่องในโซเซียลของเธอมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น ก่อนที่ตัวของเขาเองจะทนไม่ไหว จึงได้ทักแชตส่งข้อความไปด่ายัยเด็กขี้ดื้อในทันที
“แม่งเอ๊ย!!...”
เพลิงกันต์ ร้องตะโกนออกมาพร้อมกับโยนโทรศัพท์หรูทิ้งลงบนโซฟาอย่างรู้สึกโมโห ก่อนที่เขาจะกระเด้งตัวลุกขึ้นเดินไปหยิบเบียร์ในตู้เย็น ออกมาเปิดกระดกดื่ม เพื่อดับความร้อนรุ่มที่อยู่ภายในใจของเขาในทันที
#สามปีต่อมา“ไอ้ม่อน วันนี้เหลือคิวสักอีกกี่คิว” เพลิงกันต์ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายละเอียดงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บริเวณเคาน์เตอร์ร้านสัก PK หลังจากเรียนจบ เพลิงกันต์ก็ไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ให้ เขาตัดสินใจกว้านซื้อตึกอาคารพาณิชย์เกือบทั้งแถบที่ตั้งเรียงรายติดกัน เพื่อเปิดเป็นสถาบันสอนศิลปะการสักลายจนปัจจุบันเขามีสาขาเกือบสี่สิบแห่งทั่วประเทศและกลายเป็นแบรนด์ที่คนรักรอยสักต่างยอมรับในฝีมือและเป็นมาตรฐานในระดับประเทศ“วันนี้คิวของพี่เพลิง เหลือแค่ช่วงเย็นอีกหนึ่งคิวครับ”ม่อนเงยหน้าขึ้นตอบ แต่เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของพี่เพลิงกันต์ที่ดูไม่ค่อยสู้ดีจนเขาอดที่จะพูดถามออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“พี่เพลิง ทำไมหน้าพี่ซีดขนาดนี้ล่ะครับ พี่ไม่สบายหรือเปล่า”“สงสัยเมื่อคืนกูจะนอนน้อย วันนี้เลยรู้สึกมึนๆหัวน่ะ”ชายหนุ่ม พูดอย่างไม่ใส่ใจกับอาการพะอืดพะอมและอาการเวียนหัวราวกับบ้านหมุนที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงนี้เขากำลังวุ่นวายกับการสร้างตึกเพื่อเปิดสาขาใหม่ จึงคิดว่าตัวเองคงจะโหมงามหนักมากไปหน่อย“ไม่ไหวก็ไปพักดีกว่าไหม คิวที่เหลือเดี
#หนึ่งปีต่อมา@วิลล่าสุดหรูติดทะเล“อ๊า..พี่เพลิง…”เสียงครางกระเส่าพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ของเพลิงกันต์และโมจิที่กำลังร่วมกิจกรรมรักกันอย่างร้อนแรง ภายในวิลล่าหรูติดริมทะเลที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาได้ชวนกันมาพักผ่อนและร่วมแสดงความยินดีหลังจากที่ยูโรได้ขอแต่งงานกับพี่โยเกิร์ตแฟนสาวของมันกลางงานรับปริญญาจนสำเร็จยิ่งเสียงครางร้องเรียกชื่อของเขาดังมากเท่าไร สะโพกหนาของเพลิงกันต์ที่แนบชิดก็ตอกอัดใส่ในความคับแน่นที่ตอด และบีบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างหนักหน่วงมากเท่านั้น“อ๊ะ~ พี่เพลิงเร็วอีกค่ะ”“ทำไมเมียพี่ถึงได้ร่านแบบนี้ อ่าห์...เอามันสัสๆ” เขาพูดจบก็พลางยกมือ กอบกุมบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนิ่มที่เด้งกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงจังหวะอย่างมันมือ ในขณะที่มือเล็กของโมจิก็เคลื่อนมาจับตรงข้อมือหนาทั้งสองข้างเพื่อระบายความเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหวเพลิงกันต์ค่อยจับผสานมือเล็กเข้าด้วยกันและกดฝังมือแนบลงบนที่นอนก่อนจะโน้มตัวประกบริมฝีปากอิ่มบดขยี้ไปมาอย่างดูดดื่มอีกครั้ง“พี่เพลิงขา อ๊ะ… อือ…โมไม่ไหวแล้ว”“พี่ก็จะแตกแล้วที่รักของพี่ ซี๊ด~” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็จับเรียวขาเล็กกางแยกออกให้กว้างม
#สามเดือนต่อมาณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่เป็นบ้านพักของครอบครัวโมจิ ที่ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องรับแขก มีผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในขณะที่เพลิงกันต์และโมจิก็นั่งนิ่งรับฟังพร้อมกับแอบชำเลืองสบตามองกันอย่างไม่มีใครพูดอะไร“คือ เรื่องที่ตาเพลิงทำนิสัยไม่ดี ใส่คุณพี่ทั้งสอง น้องต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยจริงๆ หวังว่าคุณพี่จะไม่ถือสาหาความลูกชายของฉันคนนี้นะคะ”คุณหญิงพิมล แม่ของเพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความเกรงใจ เพราะหลังจากที่เธอทราบเรื่องที่ลูกชายตัวดีของเธอไปเผาบ้านพักชานเมืองของครอบครัวนักธุรกิจชื่อดังจากสามี ก็ทำเอาเธอลมแทบจับ จนต้องเรียกลูกชายมาอบรมซะยกใหญ่แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่า ก็คือ ลูกชายตัวดีดันเอ่ยปากขอให้เธอมาสู่ขอเมียให้ ซึ่งคำขอนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนรับนิสัยของลูกชายเธอได้ แถมลูกชายเธอก็เรียกสาวน้อยคนนี้ว่าเมียได้เต็มปาก จึงทำให้เธอต้องรีบชวนสามีมาสู่ขอลูกสะใภ้ให้อย่างเร่งรีบในทันที“ฉันก็ไม่ได้อยากจะถือสาอะไรหรอกค่ะ ถึงภาพที่เห็นมันจะค่อนข้างดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่พวกพี่สองคนก็พอเข้าใจได้”มธ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา@มหาลัยK คณะสถาปัตย์“ว้าย! ตายแล้ว นังโมจิ!” เสียงของจอมใจร้องตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังเดินตรงมายังโต๊ะมุมประจำที่พวกเธอชอบนั่งข้างตึกสถาปัตย์ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้ามาสวมกอดไว้แน่นด้วยความคิดถึงโดยมีฟ้าใสที่ขยับตัวลุกขึ้นตามแล้วเข้ามายกแขนโอบกอดเพื่อนด้วยเช่นกัน“นังเพื่อนบ้า กูคิดว่ามึงจะไม่มาเรียนที่นี่แล้วซะอีก” ฟ้าใส เอ่ยขึ้นตามประสาด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอด้วยความดีใจ“กูเพิ่งทำเรื่องอะไรเสร็จน่ะและกูก็คิดถึงพวกมึงเหมือนกันกูขอโทษที่กูหายไปโดยไม่บอกอะไรพวกมึง” โมจิ พูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคนอย่างรู้สึกผิดเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอก็ยุ่งวุ่นวายกับเอกสารที่ต้องยื่นให้กับมหาลัยเพื่อใช้ในการลาหยุดเรียนของเธอ โดยเพื่อนของเธอ ต่างคอยส่งข้อความมา และโทรหาเธอด้วยความเป็นห่วงจนเธอรู้สึกซึ้งใจที่มีเพื่อนที่รักเธอมากถึงขนาดนี้ ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะพากันมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเสียงของจอมใจเอ่ยดังแทรกขึ้นมาเบาๆ“ต่อจากนี้ไปไม่ว่ามึงจะเจอเรื่องห่าเหวอะไร ขอแค่บอก พวกกูสองคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมึงเสมอเข้าใจหรือเปล่า” จอมใจ เอ
หลังจากที่เพลิงกันต์ขับรถออกมาจากบ้านพักชานเมืองของครอบครัวโมจิ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ออกมาจากคนทั้งคู่ รวมทั้งชายหนุ่มก็ไม่อาจทนฝืนต่อความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไป เขารีบหักรถและจอดรถอยู่ข้างทางในทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าของโมจิที่เขาเฝ้าตามหาและคิดถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา พร้อมกับยกมือคว้าคอเล็กของเธอเข้ามาประกบริมฝีปากจูบอย่างรวดเร็ว“อื้อ~” ชายหนุ่ม ที่ได้ยินเสียงครางประท้วงเขาจึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกพร้อมกับพูดกระซิบแนบชิดเรียวปากอิ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่เขาจะสบตามองดวงตากลมโตที่เขาแสนรักแสนหลงใหลอย่างโหยหา“พี่คิดถึงเรามากเลยนะ โมจิ”“…..” โมจิถึงกับนิ่งเงียบและกวาดสายตามองใบหน้าหล่อของพี่เพลิงกันต์ ที่ดูโทรมและอิดโรยจากการอดนอนมาหลายวัน ด้วยแววตาวูบไหวพร้อมกับรอฟังคำแก้ตัวจากพี่เขาอย่างไม่พูดอะไร“ใจพี่มันแทบบ้าเลยรู้ไหม ตั้งแต่รู้ว่าเราหายไปอย่างนั้น เรื่องวันนั้นที่เกิดขึ้นเป็นเพราะน้องรหัสพี่เข้ามาบอกว่า เค้กก้อนนั้นเธอเป็นคนทำมาให้และพี่ก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้พี่ นอกจากผู้หญิงของพี่ พี่ก็เลยทำแบบนั้นลงไป โมจิพี่ไม่รู้ว่าเค้กนั้นเป็น
#เช้าวันต่อมาเพลิงกันต์ที่เมื่อคืนนี้โทรสั่งให้เลขาส่งลูกน้องเกือบสิบคนมายังบ้านพักชานเมืองของโมจิเพื่อมาคอยเฝ้าและเช็กดูการเข้าออกทั้งหมด เพราะกลัวว่าเธอจะแอบหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่ตัวของเขาเองก็นอนหลับอยู่ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ข้างบ้านตลอดทั้งคืน และพระรามที่กลับไปกับลูกน้องของเขาเพื่อไปจัดการเปิดร้านในช่วงเช้าชายหนุ่มมาหยุดยืนมองอยู่ที่หน้าบ้านก่อนจะเห็นแม่ของโมจิที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้าน จึงรีบเข้าไปทักทายด้วยในทันที“สวัสดีครับคุณน้า คุณน้าจำผมได้ไหม”“นายทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ นายกลับไปเถอะและอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” แม่ของโมจิ พูดตอบกลับและมองหน้าของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจ“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมต้องขอโทษจริงๆ และผมต้องการที่จะอธิบายให้โมจิเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น” เพลิงกันต์ ที่พยายามจะพูดอธิบายแต่ก็ถูกแม่ของเธอ พูดปฏิเสธสวนขึ้นมาในทันที“ลูกสาวฉัน ไม่อยากคุยกับนายแล้ว”“ขอผมเข้าไปหาเธอสักครั้งได้ไหม” เขายังคงพูดขึ้นอย่างต่อรอง“เธอกลับไปเถอะ”“ถ้าคุณน้าไม่อนุญาต ผมคงจะต้องขอปีนเข้าไปหาเธอเอง”เพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นก่อนที่เขาจะกระโจนเกาะ







