Share

คนโฉด

Penulis: Twomeow
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-05 12:55:10

"โลกมันกลมดีฉิบหายเลยว่าไหม ใบบัว"

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นทำลายความเงียบ เฟิงโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้มันซ้ำๆ สายตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่าที่แฝงไปด้วยความดูแคลน

"นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ลูกสาวไอ้ขี้คุกนั่นเอง ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี ดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยนี่ เป็นไง ออกจากบ้านฉันไปแล้วชีวิตดีขึ้นมากไหม หรือต้องไปเที่ยวหลอกจับผู้ชายรวยๆ?"

คำพูดร้ายกาจที่พุ่งเข้าใส่หน้าเหมือนน้ำกรดสาด ทำให้บัวได้สติ เธอเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ

"ถอยไป อย่ามายุ่งกับฉัน" บัวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ"

หญิงสาวขยับตัวจะเดินเลี่ยงหนีเข้าตึก แต่มีหรือที่คนอย่างเฟิงหลงจะปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็กแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างบางเซถลามาปะทะอกแกร่ง

"จะรีบไปไหน!" เฟิงตวาดเสียงกร้าว บีบแขนเธอแน่นจนบัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "ฉันยังคุยธุระกับเธอไม่จบ"

"ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!" บัวพยายามแกะมือเขาออก แต่มือเขาราวกับคีมเหล็ก "ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ฉันไม่เกี่ยวข้องกับพ่อ พ่อทิ้งฉันไปตั้งนานแล้ว!"

"ทิ้งงั้นเหรอ?" เฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นช่างบาดลึกและน่ากลัว "งั้นเธอก็คงไม่รู้สินะ ว่าพ่อบังเกิดเกล้าของเธอ มันเอาชื่อลูกสาวกตัญญูอย่างเธอไปค้ำประกันเงินกู้ไว้ ห้าล้านบาท"

บัวชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อก "มะ ไม่จริง พ่อไม่มีทาง"

"อย่ามาโลกสวยหน่อยเลย!" เฟิงตะคอกใส่หน้า จนบัวสะดุ้งสุดตัว "หลักฐานมีครบ ลายเซ็น สำเนาบัตรประชาชนของเธอ พ่อเธอมันระยำแค่ไหน เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ? มันเอาเงินกูไปเสวยสุข แล้วตอนนี้มันก็หอบเงินหนีไปแล้ว ทิ้งขี้กองโตไว้ให้ลูกสาวรับเช็ดไง!"

บัวเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นถ้าไม่ได้มือของเฟิงที่บีบแขนรั้งไว้ เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอเป็นคนยังไง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้

"ห้าล้าน" บัวพึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำใสๆ เริ่มเอ่อคลอเบ้าตา "ฉันไม่มี ฉันเป็นแค่นักศึกษา ฉันจะไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน"

เฟิงมองใบหน้าซีดเผือดที่เปื้อนน้ำตาด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งความสงสาร เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงคละคลุ้งกดดันความรู้สึก

"ไม่มีเงิน ก็ต้องจ่ายด้วยอย่างอื่น"

เสียงกระซิบของเขาแหบพร่ายิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าสวยหวานอย่างจาบจ้วงและถือสิทธิ์

"ในเมื่อพ่อเธอหนีไปแล้ว ลูกสาวก็ต้องรับผิดชอบแทน กฎของกูง่ายๆ ใบบัว"

บัวหน้าถอดสี รีบส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่! ฉันไม่ไปกับคุณ! ปล่อยนะ! ช่วยด"

ก่อนที่บัวจะได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เฟิงก็ใช้มืออีกข้างปิดปากเธอแน่น ร่างสูงดันเธอกระแทกกับกำแพงตึกอย่างแรง สายตาดุดันวาวโรจน์

"เงียบ! ถ้ามึงแหกปากแม้แต่แอะเดียว กูจะสั่งลูกน้องไปลากคอเพื่อนมึงที่เพิ่งเดินขึ้นห้องไปมาคุยด้วย อยากให้เพื่อนมึงเดือดร้อนไปด้วยไหม?"

คำขู่นั้นได้ผลชะงัก บัวหยุดดิ้นทันทีด้วยความกลัวว่าส้มโอจะเป็นอันตราย น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม เธอจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาตัดพ้อและเจ็บปวด

"ดี ว่าง่ายๆ แบบนี้สิถึงจะคุยกันรู้เรื่อง"

เฟิงลดมือที่ปิดปากลง แต่ยังคงตรึงร่างเธอไว้กับกำแพง เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เขาเคยผลักไสเมื่อสี่ปีก่อน แต่วันนี้ เธอกลับต้องมาตกอยู่ในกำมือเขาในฐานะ ลูกหนี้

"ไปเก็บของที่จำเป็น เสื้อผ้าไม่ต้อง เอาแค่เอกสารสำคัญ แล้วตามกูมา" เฟิงออกคำสั่งเด็ดขาด

"ถ้าฉันไม่ไปล่ะ?" บัวถามเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย

เฟิงเหยียดยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ก็ลองดู ถ้าอยากเห็นพ่อเธอโดนหั่นเป็นชิ้นๆ ส่งมาให้ดูเล่นทางไปรษณีย์ ก็ลองก้าวขาหนีดูสิใบบัว"

บัวกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอจำนนต่อคำขู่ของผู้ชายสารเลวตรงหน้า เธอรู้ดีว่าคนอย่าง เฮียเฟิง พูดจริงทำจริง เขาทำลายชีวิตเธอได้ และที่แย่กว่านั้นคือเขาทำลายชีวิตเพื่อนรักของเธอได้

ร่างบางเดินขึ้นบันไดหอพักไปด้วยขาที่หนักอึ้ง ทุกย่างก้าวเหมือนการเดินเข้าสู่ลานประหาร เธอใช้เวลาไม่นานในการเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ใบเก่า มือไม้สั่นเทาหยิบรูปถ่ายใบเล็กของแม่ใส่กระเป๋าสตางค์ และเขียนโน้ตสั้นๆ แปะไว้หน้าตู้เย็นให้ส้มโอ

พ่อป่วยหนัก บัวต้องรีบกลับไปดูพ่อที่ต่างจังหวัดด่วน ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวโทรหา

เมื่อบัวเดินลงมาถึงด้านล่าง เฟิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาโยนก้นบุหรี่มวนที่สองทิ้งแล้วใช้สายตาดุดันมองนาฬิกาข้อมือ

"ช้า" เขาบ่นสั้นๆ น้ำเสียงติดรำคาญ "ขึ้นมา"

เฟิงสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่น ก่อนจะตบเบาะคนซ้อนท้ายแรงๆ เป็นเชิงสั่ง บัวจำใจก้าวขาขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ โดยพยายามทิ้งระยะห่างจากแผ่นหลังกว้างนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ถ้าไม่อยากตกไปตายห่า ก็เกาะดีๆ"

สิ้นเสียงเตือนห้วนๆ เฟิงก็กระชากคันเร่งออกตัวอย่างแรงจนหน้าหงาย!

"ว้าย!" บัวร้องเสียงหลง สองแขนรีบคว้าเอวหนาของเขาไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้นถนน ร่างกายของเธอบดเบียดแนบชิดกับแผ่นหลังแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก

เฟิงบิดคันเร่งด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว

ไม่นานนัก รถคันเก่าก็พาเธอมาถึง คอนโดหรูระฟ้าใจกลางเมือง ซึ่งเป็นอาณาจักรส่วนตัวของเฮียเฟิง

ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าล็อบบี้ รปภ. และพนักงานต่างรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อม แต่เฟิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาเดินนำลิ่วเข้าลิฟต์ส่วนตัว ปล่อยให้บัวต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งแบกกระเป๋าตามไปให้ทัน

ชั้น 45 Penthouse

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ห้องชุดสุดหรูที่กินพื้นที่ทั้งชั้น การตกแต่งเน้นโทนสีดำและเทา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูมีราคาแพงระยับ จนบัวไม่กล้าแม้แต่จะวางเท้าแรงๆ

"โยนของไว้ตรงนั้น" เฟิงชี้ไปที่มุมห้องรับแขก ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกและรอยสักมังกรวูบวาบ เขาเอนหลังพิงพนัก หลับตาลงอย่างเหนื่อยหน่าย

บัววางกระเป๋าลงอย่างระมัดระวัง แล้วยืนตัวลีบอยู่กลางห้องกว้างใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนหนูตัวเล็กๆ ที่หลงเข้ามาในถ้ำเสือ

"ฉันจะนอนที่ไหนคะ?" บัวถามเสียงเบา

เฟิงลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง ปรายตามองเธอแล้วแค่นหัวเราะ "นอน? เพิ่งมาถึงก็จะหาที่สบายซุกหัวนอนเลยหรือไง? เธอมาที่นี่ในฐานะลูกหนี้ ไม่ใช่แขกนะ"

เขาดีดนิ้วดังเปาะ

"ไปเอาน้ำมาให้กูแก้วหนึ่ง น้ำเย็นจัดๆนะ"

บัวเม้มปากแน่น พยักหน้ารับคำแล้วรีบเดินไปที่โซนครัว เธอเปิดตู้เย็นที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำแร่ยี่ห้อดัง มือสั่นๆ รินน้ำใส่แก้วแล้วเดินกลับมาวางให้เขาที่โต๊ะตรงหน้า

"นี่ค่ะ"

เฟิงหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพียงนิดเดียว ก่อนจะวางกระแทกลงกับโต๊ะเสียงดังปัง! จนน้ำกระฉอก

"กูบอกว่าน้ำเย็นจัด นี่มันเย็นไม่พอ มึงโง่หรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง!"

บัวสะดุ้งโหยง "ตะ แต่ฉันเอาน้ำจากตู้เย็น"

เฟิงตวาดเสียงกร้าว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเงาทาบทับร่างของเธอ "กฎข้อแรกของการอยู่ที่นี่ ห้ามเถียง ห้ามถาม และทำตามที่กูสั่งทุกอย่าง ถ้ากูบอกว่าไม่เย็น มันก็คือไม่เย็น ไปเอามาใหม่!"

บัวกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อข่มความโกรธและความน้อยใจ เธอรู้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้ง จงใจหาเรื่องด่าเธอเพื่อความสะใจ แต่เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ารับกรรม

"ค่ะ จะไปเอามาให้ใหม่เดี๋ยวนี้"

"ดี" เฟิงกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม มองตามหลังร่างบางที่เดินกลับไปที่ครัวด้วยสายตาของผู้ชนะ

บัววางแก้วน้ำเย็นจัดลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าพูดในสิ่งที่เธอจำเป็นต้องต่อรอง

"คุณฟังฉันนะ ถึงฉันจะเป็นลูกหนี้คุณ แต่ฉันยังเป็นนักศึกษา ฉันต้องไปเรียน ฉันมีสอบ และฉันต้องทำเรื่องจบ" บัวจ้องหน้าเขาเขม็ง แววตาเด็ดเดี่ยว "คุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้"

เฟิงเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้สนใจเนื้อหาที่เธอพูดสักนิด แต่กลับไปสะดุดหูคำสรรพนามห่างเหินที่เธอใช้

"แทนตัวเองว่า บัว สิ"

คำสั่งเรียบๆ แต่เอาแต่ใจนั้นทำให้บัวชะงัก "คะ?"

"กูบอกให้แทนตัวเองว่าบัว เหมือนเมื่อก่อน" เฟิงย้ำเสียงเข้ม นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องลึกเหมือนจะกลืนกิน "กูไม่ชอบคำว่าฉัน มันฟังดูระคายหู"

บัวเม้มปากแน่น เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง "ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันคิดว่าใช้คำว่าฉันก็สุภาพดีแล้ว อีกอย่าง สถานะของเราตอนนี้คือ เจ้าหนี้ กับ ลูกหนี้ ฉันไม่อยากตีสนิทกับคุณจนเกินงาม"

เธอพยายามขีดเส้นแบ่งเขตแดนให้ชัดเจนที่สุด เพราะรู้ดีว่าการเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับไฟกองนี้ มีแต่จะทำให้เธอถูกเผาไหม้จนวอดวาย

"หึ" เฟิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย "ไม่อยากตีสนิท? แต่ก่อนเห็นมึงตามติดกูแจ ร้องเรียก เฮียเฟิงๆ เป็นลูกเป็ดเดินตามแม่ เดี๋ยวนี้อยากจะห่างเหินว่างั้น?"

คำพูดขุดคุ้ยอดีตทำให้บัวหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายผสมความเจ็บใจ ภาพจำในวัยเด็กที่เธอเคยวิ่งตามเขา คอยเอาใจเขา แล้วถูกเขาผลักไสไล่ส่ง มันย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง

หญิงสาวสะบัดหน้าหนี ไม่อยากสบตาคมคู่นั้น "เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อนค่ะ คนเรามันเปลี่ยนกันได้ และฉันก็ลืมเรื่องไร้สาระพวกรั้นไปหมดแล้ว"

"แน่ใจเหรอ ว่าลืมหมดแล้ว?"

เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู เฟิงขยับตัวเข้ามาประชิดรวดเร็วปานงูฉก กลิ่นกายหอมเย็นผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ โอบล้อมรอบตัวเธอไว้จนไร้ทางหนี

มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาเชยคางมนให้เงยขึ้น บังคับให้เธอสบตาเขาตรงๆ ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธออย่างถือวิสาสะ การกระทำนั้นคุกคามและชวนให้ใจสั่นระรัว

"มึงแน่ใจนะ ว่ามึงเลิกชอบกูแล้วจริงๆ" เขาถามลองเชิง แววตาแพรวพราวราวกับผู้ล่าที่มั่นใจว่าเหยื่อไม่มีวันหนีพ้น

บัวกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อเรียกสติตัวเอง เธอจะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้เขาปั่นหัวเล่นอีกต่อไป หญิงสาวตัดสินใจงัดไม้ตายออกมาใช้ เธอจ้องตาเขากลับอย่างไม่ลดละ แล้วเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"แน่ใจสิคะ"

น้ำเสียงของเธอหวานหยด แต่เนื้อความเชือดเฉือนบาดลึก

"เฮีย ไม่คิดบ้างเหรอว่าสี่ปีที่ผ่านมา บัว จะมีผัวกับเขาบ้าง?"

เธอจงใจใช้คำแทนตัวว่า บัว และเรียกเขาว่า เฮีย ตามที่เขาต้องการ แต่มันกลับเป็นประโยคที่ทำลายความมั่นใจของเขาจนย่อยยับ

ทันทีที่จบประโยค รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของเฟิงก็เลือนหายไปทันที แทนที่ด้วยความบิดเบี้ยวของโทสะ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสงบ หน้าดำหน้าคล้ำ ขึ้นมาอย่างน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนเห็นได้ชัด

บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากเย็นยะเยือกกลายเป็นร้อนระอุเหมือนภูเขาไฟกำลังจะระเบิด

"มึงว่าไงนะ" เฟิงกัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันออกมาเหมือนสัตว์ร้ายคำราม "มึงพูดใหม่อีกทีซิ!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โครตโหด โครตเถื่อน โครตเฮียเฟิง nc25+   คนโฉด

    "โลกมันกลมดีฉิบหายเลยว่าไหม ใบบัว"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นทำลายความเงียบ เฟิงโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้มันซ้ำๆ สายตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่าที่แฝงไปด้วยความดูแคลน"นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ลูกสาวไอ้ขี้คุกนั่นเอง ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี ดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยนี่ เป็นไง ออกจากบ้านฉันไปแล้วชีวิตดีขึ้นมากไหม หรือต้องไปเที่ยวหลอกจับผู้ชายรวยๆ?"คำพูดร้ายกาจที่พุ่งเข้าใส่หน้าเหมือนน้ำกรดสาด ทำให้บัวได้สติ เธอเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ"ถอยไป อย่ามายุ่งกับฉัน" บัวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ"หญิงสาวขยับตัวจะเดินเลี่ยงหนีเข้าตึก แต่มีหรือที่คนอย่างเฟิงหลงจะปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็กแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างบางเซถลามาปะทะอกแกร่ง"จะรีบไปไหน!" เฟิงตวาดเสียงกร้าว บีบแขนเธอแน่นจนบัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "ฉันยังคุยธุระกับเธอไม่จบ""ปล่อยนะ! ฉันเจ็บ!" บัวพยายามแกะมือเขาออก แต่มือเขาราวกับคีมเหล็ก "ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ฉันไม่เกี่ยวข้องกับพ่อ พ่อทิ้งฉันไปตั้งนานแ

  • โครตโหด โครตเถื่อน โครตเฮียเฟิง nc25+   คนเถื่อน

    1"เชิดหน้าขึ้นอีกนิดน้องบัว ดี! สายตาจิกกล้องหน่อย ขอฟีลนางพญา เยี่ยม! ค้างไว้ หนึ่ง สอง แชะ!"แสงแฟลชวูบวาบสาดกระทบใบหน้าหวานหยดที่ถูกแต้มแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ร่างระหงในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงโพสท่าอย่างมืออาชีพ แม้รองเท้าส้นสูงปรี๊ดจะกัดกินเนื้อตรงส้นเท้าจนแสบจี๊ด แต่ใบหน้านวลกลับไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดให้เห็น มีเพียงรอยยิ้มการค้าที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ"โอเคครับ! เรียบร้อย ขอบคุณทุกคนมาก วันนี้ปิดกอง!"สิ้นเสียงตากล้อง ร่างกายที่เกร็งมานานนับชั่วโมงก็ผ่อนคลายลงทันที ไหล่บางลู่ลงเล็กน้อยด้วยความเมื่อยล้า เสียงถอนหายใจแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสด"น้ำมึง แดกซะ หน้ามึงซีดเหมือนไก่ต้มแล้วเนี่ย"ขวดน้ำเย็นเจี๊ยบถูกยื่นมาแนบแก้ม ทำให้ บัว หรือ ใบบัว สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ให้กับ ส้มโอ เพื่อนสนิทสาวห้าวที่ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวจำเป็น"ขอบใจนะมึง วันนี้เหนื่อยชิบหายเลยว่ะ ยืนจนขาแข็งไปหมดแล้ว" บัวบ่นอุบพลางรับน้ำมากระดก"ก็เออสิ กูก็ยืนรอมึงจนรากงอกเหมือนกันเนี่ย" ส้มโอแสร้งบ่นกลบเกลื่อนความเป็นห่วง ก่อนจะมองเพื่อนด้วยสายตาเห็นใจ "แต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status