LOGINใบบัวหนีจากคนใจร้ายมาหลายปี คิดว่าชีวิตนี้คงไม่หวนกับมาเจอกันอีก ที่ไหนได้โชคชะตากลับเล่นตลก ทำให้เธอกับเขาต้องกลับมาโคจรในชีวิตของกันและกันอีก ในฐานะเจ้าหนี้กับลูกหนี้
View Moreหลังจากพายุอารมณ์และความปรารถนาสงบลง เฟิงจูบซับเหงื่อที่หน้าผากมนของบัวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจำใจผละออกจากร่างนุ่มนิ่ม"กูไปก่อนนะ แล้วจะหาทางมาหาใหม่"เฟิงกระซิบสั่งลา สวมเสื้อเชิ้ตอย่างรวดเร็วแล้วปีนข้ามระเบียงหายวับไปในความมืดอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายจางๆ และความอบอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่บัวรีบดึงสติกลับมา หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงด้วยขาที่สั่นเทาเล็กน้อย รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยที่สุด มือเรียวคว้ากระดาษทิชชูที่หัวเตียงมาเช็ดคราบน้ำรักขุ่นข้นของเขาที่เปรอะเปื้อนอยู่หว่างขาและต้นขาด้านในออกอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าชุดเดิม จัดทรงผมให้เข้าที่ และสำรวจความเรียบร้อยหน้ากระจกอีกครั้ง"ตายแล้ว แดงเถือกเลย"บัวหน้าซีดเมื่อเห็นรอยจูบสีกุหลาบเด่นหราอยู่ที่ต้นคอขาวผ่อง เธอพยายามจัดปกเสื้อให้ปิดมิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ณ ห้องรับประทานอาหารบรรยากาศในห้องอาหารเงียบจนน่าขนลุก ที่หัวโต๊ะมี คุณนายหลิน นั่งตัวตรงรออยู่ ส่วนด้านขวาคือ อาเช็ง ที่นั่งเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลา เมื่อบัวเดินเข้ามา ทั้งสองคนก็หันมามองเป็นตาเดียว"ข ขอโทษค่ะที่มาช้า" บั
เฟิงคำรามต่ำในลำคออีกครั้ง ความหิวโหยในแววตาเข้มข้นขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโหม เขายกตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างเร่งรีบ ปุ่มกระดุมหลุดกระเด็นไปสองสามเม็ดเพราะความกระหายที่ไม่อาจยั้งใจได้อีกต่อไป เสื้อผืนนั้นถูกโยนทิ้งไปกองกับพื้นห้องอย่างไม่ใยดี เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเป็นมัดๆ รอยแผลเป็นเก่าๆ และเหงื่อที่ชโลมกายจนมันวาว“เฮีย” บัวครางแผ่ว สายตาหลงใหลมองเรือนร่างกำยำของเขา ก่อนที่เฟิงจะถอดกางเกงขาสั้นของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว จนทั้งคู่เปลือยเปล่าต่อหน้ากัน ร่างกายร้อนผ่าวของเขาประกบลงมาทับร่างบางอีกครั้ง ผิวหนังสัมผัสกันโดยไร้สิ่งกีดขวาง“กูทนไม่ไหวแล้วบัว” เขากระซิบเสียงแหบพร่า ขณะที่มือหนาเลื่อนลงไปจับสะโพกมนของเธอ รั้งให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะเคลื่อนไหวเข้าหาเธออย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ความคิดถึงที่อัดอั้นระเบิดออกมาผ่านสัมผัสที่รุนแรงและเร่าร้อนบัวกัดริมฝีปาก ครางเสียงแผ่วเบาในลำคอ ขณะที่ร่างกายเธอตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ มือเล็กจิกเล็บลงแผ่นหลังแกร่งของเขา เฟิงเคลื่อนไหวเร็วขึ้น แรงขึ้น จังหวะที่ประสานกันราวกับคลื่นที่
ณ ระเบียงห้องพักของใบบัวเฟิงปีนขึ้นมาถึงระเบียงชั้นสองจนได้ เขาหมอบต่ำลงทันทีเพื่อสังเกตการณ์ผ่านกระจกบานเลื่อนที่ไม่ได้ลงกลอน มือหนาค่อยๆ เลื่อนบานประตูออกช้าๆ เพียงนิดเดียว แล้วแทรกตัวผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้าไปในห้องภาพที่ปรากฏแก่สายตา ทำเอาลมหายใจของมังกรหนุ่มสะดุดกึก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนปีนกำแพงร้อยเท่าภายในห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ใบบัว เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เรือนร่างบอบบางขาวผ่อง มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันรอบอก อวดผิวเนียนละเอียดสีน้ำนมและช่วงไหล่ลาดมน หยดน้ำเกาะพราวตามไรผมและลำคอ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ฟุ้งไปทั่วห้องหญิงสาวเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หันหลังให้เขา เธอค่อยๆ บรรจงเทโลชั่นลงบนฝ่ามือ แล้วลูบไล้ไปตามท่อนแขนเรียวและเรียวขาขาววับๆ แวมๆ ที่โผล่พ้นชายผ้าขนหนูออกมาทุกจังหวะที่มือเธอลูบไล้ผิว เฟิงรู้สึกเหมือนคอแห้งผาก เลือดในกายสูบฉีดพล่าน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งสูงปรี๊ดเขาค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าไปหาเธอจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ สายตาจับจ้องไปที่เงาสะท้อนในกระจกบัวที่กำลังเพลิดเพลินกับการทาครีม เงยหน้าขึ้นมองกระจ
ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของ Dragon Club ปัง!!! ประตูห้องทำงานหรูถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด เฟิงเดินจ้ำอ้าวเข้ามาภายในห้องด้วยแววตาแดงก่ำที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนอากาศในห้องดูเหมือนจะบิดเบี้ยว โครมมมม!!! มือหนากวาดแฟ้มเอกสาร คอมพิวเตอร์ และข้าวของบนโต๊ะทำงานราคาแพงลงพื้นจนหมดเกลี้ยง แจกันลายครามใบละแสนถูกหยิบขึ้นมาขว้างใส่ผนังจนแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย "โธ่เว้ย!!! แม่งเอ๊ย!!!" เฟิงสบถลั่นห้องเหมือนสัตว์ป่าบาดเจ็บ เขาเตะเก้าอี้หนังตัวใหญ่จนปลิวไปกระแทกตู้โชว์ด้านหลัง "เฮีย ใจเย็นๆ ก่อนครับเฮีย!" เหล่าลูกน้องนับสิบคนที่ยืนอออยู่หน้าประตู รวมถึงอาเหลียงและไอ้จุก ต่างถอยกรูดไปยืนหลบมุมด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้รัศมีทำลายล้างของนายเหนือหัว เขาเดินวนไปวนมากลางห้องเหมือนเสือติดจั่น ความอัดอั้นตันใจที่ทำอะไรไม่ได้ ความเจ็บใจที่ถูกแม่ตัวเองหักหน้า และความผิดหวังที่ใบบัวเลือกที่จะเดินจากไป มันสุมอยู่ในอกจนแทบระเบิด เขายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่เคาน์เตอร์บาร์มุมห้อ
เฟิงกำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกง ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นในอกเมื่อนึกถึงหน้าซื่อๆ ของใบบัวที่กตัญญูกับผู้ชายสารเลวคนนี้ยอมทำงานงกๆใช้หนี้ เพราะคิดว่าเป็นผู้ให้กำเนิด"เลวจริงๆ นะมึง" เฟิงพึมพำเสียงต่ำ"เลวตรงไหนเฮีย? ผมอุตส่าห์เลี้ยงมันมา บุญคุณท่วมหัวมันแล้ว!" สมปองเถียงข้างๆ คูๆ "ที่ผมเลี้ยงมันไว้ ก็กะ
หลังจากหนีออกมาจากความวุ่นวายในไนต์คลับได้ รถตู้คันหรูก็แล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืนที่เงียบสงบลง บัวนั่งเงียบมาสักพักก่อนจะเอ่ยปากบอกทางกับคนขับรถ "เฮีย ช่วยพาบัวไปที่หนึ่งหน่อยได้ไหมคะ? ไม่ไกลจากแถวนี้หรอก" เฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดใจ "บอกทางมา" รถตู้เลี้ยวเลาะเข้าไปในซอยเล็กๆ แถบชานเ
รถตู้สีดำคันหรูของเฮียเฟิงแล่นออกจากโรงพยาบาลอย่างนิ่มนวล มุ่งหน้าสู่คอนโดมิเนียมหรูระฟ้าใจกลางเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าล็อบบี้อันโอ่อ่า ส้มโอก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความงุนงง "เอ่อ เฮียคะ นี่มันไม่ใช่หอพักหนูนี่คะ? เฮียมาส่งผิดที่หรือเปล่า?" ส้มโอทักท้วง
รถตู้สีดำคันหรูเคลื่อนตัวออกจากบริเวณท่าเรือ มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมือง บรรยากาศภายในรถเงียบสงบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานเบาๆ เฟิงหลงหลับตาพิงเบาะ พยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลงเพื่อกลับไปหาใบบัวที่เพนท์เฮาส์ ครืด ครืด โทรศัพท์เครื่องหรูในมือสั่นเตือนอีกครั้ง เฟิงขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นเรื่อ