LOGINเสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูที่ถูกดัดแปลงให้เป็นรถแข่งดังกระหึ่มไปทั่วลานแข่ง ความตึงเครียดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ‘โจฮัน’ ไม่ได้ต้องการเข้าร่วมการแข่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะถูกคะยั้นคะยอจากกลุ่มเพื่อนให้เขาลองลงแข่งบ้างก็ไม่เสียหาย
“ไม่เอาหน่อยเหรอ ไหน ๆ มึงก็แต่งรถมาขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้เสียของหรือไงวะ” วาตะพูดขึ้นพร้อมกับปรายตามองไปยังรถหรูของโจฮัน
“นั่นดิ เอาหน่อยน่าแพ้ก็ไม่เสียหายปะวะ ถือว่าซ้อมมือ” ธามเองก็เสริมเช่นกัน
ทำเอาโจฮันถึงกับคิดไม่ครุ่นคิดไม่ตก… วันนี้เขาไม่ได้ตั้งใจมาแข่งเลยสักนิด แต่เป็นเพราะเพื่อน ๆ ชวนกันออกมาสังสรรค์เสียมากกว่า ทว่าในจังหวะนั้นเอง ความสนใจของเขาก็ถูกดึงกลับไปด้วยเสียงเรียกจากใครบางคนในกลุ่ม โจฮันหันไปมอง และพบว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เป็นเพียงเพื่อนของเพื่อนที่เคยรู้จักกันผ่าน ๆ เท่านั้น
“งั้นเอางี้ไหม กูก็มือใหม่เหมือนกันอยากลองสนาม แต่สู้พวกมือโปรไม่ได้ เท่ากับว่ามึงก็มือใหม่ กูก็มือใหม่ถูกปะ… งั้นมาลองกันสักรอบแต่กูมีข้อแม้นะ”
“อะไร?”
“ก็ไม่ยากอะไรหรอก คือกูไปได้ยินพวกรุ่นน้องสาว ๆ คุยกัน มีน้องคนหนึ่งชื่อ ‘กระต่าย’ คนในมหา’ลัยรู้จักกันดีเลยนะ ว่าเธอเรียนเก่งแถมสวยน่ารักด้วย แต่จะเป็นไปได้เหรอวะ ว่าไม่เคยมีแฟนมาเลย แถมยังบอกด้วยนะว่าจะเก็บไข่แดงไว้ให้คนที่รักในวันแต่งงาน บ้าไหมวะ”
“มึงหมายความว่ายังไง” โจฮันถามขึ้นทันทีหลังจากฟังจบ เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไรกับท่าทีของอีกฝ่าย
“ก็ไม่ทำไม แค่… ถ้ามึงแพ้ มึงก็เข้าไปจีบน้องกระต่ายให้ติดก็เท่านั้นเอง”
“แล้วถ้ากูชนะละ”
“ก็แล้วแต่มึงเลย กูยังไงก็ได้”
“นี่มึงจีบเขาไม่ติดแล้วคิดว่ากูจะเหมือนมึงนี่อ่ะนะ”
เมื่ออีกฝ่ายพูดจบและเงียบไปราวกับยอมรับสิ่งที่โจฮันบอกออกมา ก่อนที่โจฮันจะหยิบกุนแจรถของตัวเองพร้อมกับเดินไปที่รถทันที วาตะและเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เห็นแบบนั้นก็รีบเดินตามไป ไม่นานสนามแข่งก็ถูกเตรียมพร้อมทันที
เสียงเครื่องยนต์ถูกเร่งเพื่อเตรียมพร้อมกระหึ่มไปทั่วทั้งสนาม เรซควีนในชุดวาบหวิดบาดใจเดินไปลงยังกลางสนาม ก่อนจะชูธงขึ้นทั้งสองข้างเพื่อรอสัญญาณออกตัว เมื่อสัญญาณทุกอย่างเตรียมพร้อมเธอก็สะบัดธงในมือพร้อมกับรถของโจฮันที่เคลื่อนตัวออกจากจุดสตาร์ททันที
ไม่นานเสียงหวีดร้องเชียร์ข้างสนามก็ดังขึ้น เมื่อรถคันแรกเข้าถึงเส้นชัยเป็นที่เรียบร้อย… โจฮันก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ ผิดกับคู่แข่งที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเพื่อน ๆ ที่เข้ามาแสดงความยินดี
“เอาน่ามึง รอบแรกก็ไม่แย่นะ มึงแค่ต้องฝึกบ่อย ๆ เอง เอาไว้กูสอนเทคนิคเอาไว้แก้มือ” วาตาปลอบใจเพื่อนทันที แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไร
โจฮันเดินกลับไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นดื่มจนหมด เพื่อระงับความไม่พอใจเอาไว้ เช่นเดียวกับผู้ชนะที่เดินกลับมาที่โต๊ะเช่นกัน
“อย่าลืมที่รับปากด้วยละ เดี๋ยวกูเอาไอจีน้องเขาให้”
“เออ”
โจฮันรับปากแบบส่ง ๆ แต่ไม่นานเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ดวงตาคมปรายตามองหน้าจอที่กระพริบ เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความของเพื่อนที่ส่งคอนแท็กกลับมาก็เลิกสนใจมันทันที ก่อนจะยกแก้วเหล้าที่ถูกเติมใหม่กระดกเข้าปาก เพื่อหวังว่าจะระงับความหงุดหงิดได้บ้าง
“มันจะไปยากอะไรวะ เดี๋ยวจีบให้พวกอ่อนหัดดูเป็นตัวอย่าง”
ตอนพิเศษ 4แปดเดือนผ่านไป หลังจากวันที่ชีวิตค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง งานแต่งของโจฮันและกระต่ายก็ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพ ทุกอย่างภายในงานถูกแต่งแต้มด้วยบรรยากาศพิเศษ โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเลือกให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่อบอุ่น เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าจนเกินไป ดอกไม้สีขาวครีมประดับเรียงราย แซมด้วยใบสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว กระต่ายนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานกว่าที่เคยเป็น ดวงตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความกลัว วันนี้กลับนิ่งและมั่นคง“แก… สวยจริง สวยแบบคนที่ผ่านอะไรมาเยอะแล้วรอดมาได้” คะนิ้งพูดเสียงสั่น พร้อมกับเดินมาใกล้ ๆ กระต่าย“ฉันภูมิใจในตัวแกมากนะกระต่าย” มินพยักหน้า น้ำตาคลอ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้” กระต่ายยิ้มตอบรับเพื่อนเสียงอ่อนไม่ต่างกัน“พวกแกไม่ได้ต้องให้ซองนะ ฉันยังติดค้างพวกแกคนละแสน จะโอนให้เลย ”“ยัยเจ้าสาว อย่ามาทำแบบนี้ ฉันรับขวัญหลานชาย” มินย้ำความตั้งใจของเธอ“ฉันก็ด้วย ห้ามโอนกลับมานะ” คะนิ้งเสริมมินเข้าไปอีกคน“ขอบใจพวกแกนะ รักพวกแกที่สุด ถ้าพวกแกแต่งงาน ฉันจะจัดให้หนักๆเลย” กร
ตอนพิเศษ 3สามวันผ่านไปคำปรึกษาของหมอถือว่าช่วยให้โจฮันผ่อนคลายลงไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอแต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง ความต้องการของเขามันไม่ได้ระบายเลยสักครั้ง ตั้งแต่กระต่ายท้องจนกระต่ายคลอดลูกออกมานั่นแหละโจฮันอดทนมาโดยตลอด เขาไม่เคยเร่งเร้าหรือรบเร้าเธอเลยสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าการคลอดลูกมันทั้งเจ็บและเหนื่อยไม่น้อยเลย แต่หลังจากที่ปรึกษากับหมอมาแล้ว กระต่ายเองก็พอจะเดาได้เหมือนกัน เธอเองก็สบายใจไม่ต่างจากโจฮันเท่าไร ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เสียที่ไหนว่าอีกฝ่ายต้องการเรื่องแบบนั้นไม่ต่างจากเธอนักหรอกหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น วันนี้กระต่ายและโจฮันก็ฝากลูกไว้กับแม่ครู แม่ครูเองก็เข้าใจว่าทั้งสองคนไม่ได้พักกันเลยสักวัน ตั้งแต่ช่วยกันเลี้ยงลูกมาโดยตลอด ไหนเลยจะเรื่องงานจึงเอาหลานไปนอนด้วยทั้งแต่ฟ้ายังไม่ค่ำ“พี่โจฮัน หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เสียงหวานบอกกับอีกฝ่าย ขณะที่เธอจัดข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อเช้าให้เข้าที่เข้าทางโจฮันที่ดูสรุปงานของบริษัทเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่ออย่างเร่งรีบ ระยะหลังนี้เขาเอาแต่เลี้ยงลูกและดูแลกระต่ายมากกว่าการทำงานเสียอีก
ตอนพิเศษ 2หลังจากทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลาย พ่อกับแม่ของโจฮันก็จัดการเคลียร์งานทั้งหมด ก่อนจะเดินทางมาที่บ้านแม่ครูด้วยตัวเอง การมาเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงของฝากหรือความเป็นห่วง แต่มีหัวใจของผู้ใหญ่ที่ตั้งใจมารับผิดชอบอย่างแท้จริงบ้านไม้หลังเล็กอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย พ่อแม่โจฮันยกมือไหว้แม่ครูด้วยความนอบน้อม ก่อนจะหันมามองกระต่ายที่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน สายตาที่เคยมองผ่านเพียงในภาพถ่าย วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน“ขอบคุณที่ดูแลลูกสะใภ้กับหลานของเราอย่างดีนะครับ” พ่อของโจฮันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจคำว่าลูกสะใภ้ทำให้กระต่ายชะงัก ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โจฮันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันการพูดคุยเป็นไปอย่างเปิดใจ ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการตัดสินพ่อแม่โจฮันยอมรับความผิดพลาดของลูกชาย และขอบคุณกระต่ายที่เข้มแข็งอดทนและให้กำเนิดหลานที่น่ารักเช่นนี้“เรื่องแต่งงาน เราไม่อยากเร่งอะไรทั้งนั้น” แม่ของโจฮันพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ขอแค่กระต่ายพร้อมเมื่อไร เราจะเป็นผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างถูกต้อง แม่ครูคิดเห
ตอนพิเศษ 1คำสั่งของประธานบริษัทถือว่าเป็นเด็ดขาด กระต่ายถูกเรียกให้เข้ามาในห้องทำงานของเขาตั้งแต่เริ่มงาน เธออยากท้วงอยู่เหมือนกัน เมื่ออีกฝ่ายบอกให้เข้ามาช่วยงาน แต่ดูเหมือนว่าภายในห้องทำงานจะจัดปาร์ตี้เสียมากกว่าอาหารเครื่องดื่มและขนมถูกจัดเตรียมเอาไว้เยอะแยะ ราวกับว่ากำลังจะเลี้ยงคนทั้งแผนก ทั้ง ๆ ที่ภายในห้องมีเธอและเขาอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น ส่วนเรื่องทำงานอย่าพูดถึง เธอถามตั้งแต่เข้าห้องมาในตอนเช้าแล้ว ว่ามีอะไรให้เธอทำหรือเปล่า แต่เธอกลับได้ทำเพียงแค่งานเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น“จะให้ฉันเข้ามานั่งเฉย ๆ เหรอคะ” กระต่ายทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามกลับไปแทนนี่จะเข้าช่วงเที่ยงอยู่แล้ว เธอได้แต่นั่ง ๆ จับ ๆ เอกสารที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด อีกไม่กี่วันเธอก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่โจฮันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ… กำลังกลั่นแกล้งเธอหรือเปล่าร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เอกสารที่ให้จัดเสร็จแล้วเหรอ”“มันไม่มีอะไรเลยนะคะ เอกสารพวกนี้ไม่ใช่เอกสารสำคัญด้วยซ้ำ” กระต่ายยกเอกสารในมือขึ้นมาให้เขาดู ใบหน้าของเ
ตอนที่ 37 ปรับความเข้าใจ (ตอนจบ)แสงไฟสีขาวนวลในห้องพักฟื้นสาดลงมาบนใบหน้าที่อ่อนล้าของกระต่าย เธอนอนเอนศีรษะอยู่บนหมอน มือหนึ่งวางทาบอกอีกมือแตะเปลเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวเล็กในนั้นหลับสนิท หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนและความหวั่นไหวเพียงใดโจฮันนั่งอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาแทบไม่ขยับไปไหน นอกจากลุกไปอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหยิบน้ำอุ่นมาให้กระต่ายจิบเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยน ทุกการกระทำเหมือนผ่านการคิดมาแล้วอย่างดี ราวกับกลัวว่าเพียงพลาดนิดเดียวทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งคืนแล้วคืนเล่าโจฮันยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้หมอจะบอกว่ากระต่ายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้แต่โจฮันก็อยากให้กระต่ายได้พักผ่อนและอยู่จนครบ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจแผลฝีเย็บให้หายสนิทก่อนกลับบ้าน แม้พยาบาลจะบอกว่าเขากลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็แค่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า บอกว่าไม่เป็นไรเขาอยู่ได้กระต่ายมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ในใจมีทั้งความอุ่นและความสับสนปนกันไปหมด เธอไม่ใช่คนไม่รู้สึก เธอเห็นทุกอย่างเห็นวิธีที่เขาอุ้มลูกอย่างท
ตอนที่ 36 ดูแลสามสัปดาห์ต่อมาหลังจากวันนั้น โจฮันก็ไม่หายไปไหน ทุกเช้าเขาจะขับรถมาจอดหน้าบ้านไม้ของแม่ครูอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยก้าวก่ายเขาเพียงยืนรออยู่หน้ารั้วพร้อมถุงเต็มไปด้วยของในมือ บางวันเป็นผลไม้บางวันเป็นอาหารที่กระต่ายชอบ บางวันก็เป็นแค่นมสำหรับคนท้องกับวิตามินที่เขาศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเขาแค่ ‘อยู่ตรงนั้น’ ต้องขอบคุณแม่ครูที่เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือเขา ขอบคุณที่ไม่ไล่เขาออกไปและยังให้กำลังใจเขาด้วยแต่ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระต่ายเท่านั้นกระต่ายมองภาพเหล่านั้นจากในบ้านอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออก เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจฮันชัดเจน จากผู้ชายที่เคยพูดทุกอย่างตามใจและไม่สนใจใครเลย กลายเป็นคนที่ระวังคำพูดทุกคำ ราวกับกลัวว่าเพียงประโยคเดียวอาจทำให้เธอถอยห่างไปไกลกว่าเดิมเขาไม่ถามเรื่องอดีต ไม่พูดถึงอนาคต และไม่เอ่ยถึงคำว่า ‘คืนดี’ กลับแค่ถามว่า“วันนี้ปวดหลังไหม”“กินข้าวหรือยัง”“อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”แม่ครูเองมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะโจฮันยกถุงของเข้าไปวางในครัว เขาหันมาหาแม่ครูอย่างสุภาพ“ผ







