Mag-log inตอนที่ 1 อยากรู้จัก
เมื่อคาบบ่ายของคณะถูกอาจารย์ประจำวิชาประกาศยกเลิกคลาสอย่างกะทันหัน ‘กระต่าย’ นักศึกษาคณะนิเทศ สาขาการสื่อสารโฆษณา ปี 3 ที่ต้องง่วนอยู่กับการเก็บของใส่กระเป๋า เพื่อเตรียมตัวไปทานข้าวเที่ยงกับพร้อมกับเพื่อนของเธอ ที่ร้านประจำหน้ามหาลัยอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีบางสิ่งทำให้เธอต้องละสายตาจากสิ่งตรงหน้า และหันกลับไปมองเพื่อนของเธอที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูห้องเรียน
“กระต่าย ถ้างั้นพวกฉันไปรอแกอยู่ที่หน้าห้องนะ”
“อืม เดี๋ยวฉันตามออกไป”
“รีบ ๆ ล่ะ เพราะพวกฉันหิวแล้ว”
พูดจบเพื่อนของเธอก็พากันเดินออกไปยืนรอเธอที่หน้าห้องทันที เธอที่เห็นแบบนั้นก็รีบเก็บข้าวของตรงหน้าต่ออย่างรีบร้อน
เธอที่ทำทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเรียนอีกครั้งเพื่อนตรวจความเรียบร้อย ด้วยเพราะเธอได้รับหน้าที่ให้เป็นคนมาเปิดห้องเรียน เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีและไม่ได้ลืมอะไร ร่างบางก็ลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับสะพายกระเป๋าและเดินตามเพื่อน ๆ ออกไปทันที
ทว่าระหว่างที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการล็อคห้อง เพราะต้องเอากุญแจไปแลกบัตรนักศึกษาของเธอคืน จู่ ๆ มือของเธอก็ต้องชะงัก เมื่อมีมือของใครบางคนยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าของเธอ
กระต่ายเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของโทรศัพท์ด้วยความสงสัย แต่แล้วเธอก็ต้องนิ่งไปเมื่ออีกฝ่ายคือพี่ ‘โจฮัน’ รุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวกรรมศาสตร์
เธอและเขาไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ที่เธอรู้จักเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยอีก ส่วนเธอเป็นเด็กวิชาการมากกว่าเด็กกิจกรรมเหมือนกับอีกฝ่าย การเจอหน้ากันบ่อย ๆ เลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก
“มีอะไรเหรอคะ”
เธอเอ่ยถามพร้อมกับใช้นิ้วดันแว่นที่ไหลลงมาตรงจมูกให้กลับขึ้นไป เพราะเธอมักจะสวมแว่นทุกครั้งเวลาที่เข้าเรียนวิชาเลกเชอร์เสมอ
“ขอไอจีหน่อยได้ไหมครับ?”
เขารีบพูดเข้าประเด็นอย่างไม่รีรอ เพราะเขาเองก็ไม่อยากเสียเวลากับตรงนี้นานเสียเท่าไร
ทว่ากระต่ายกลับมองที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาไล่มองตั้งแต่เส้นผมและคิ้วสีเข้มที่ตัดกับผิวของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี แต่คำพูดของเขากลับทำให้กระต่ายต้องนิ่งไปเล็กน้อย อดคิดไม่ได้ว่าคนอย่างพี่โจฮัน ที่เป็นทั้งเด็กกิจกรรมแถมยังดูดีจนถึงขั้นที่อาจารย์ยังไหว้วานให้เขาไปถ่ายแบบช่วยบ่อย ๆ จู่ ๆ จะเดินเข้ามาขอแอคเคาน์เธอแบบนี้มันใช่แน่เหรอ
เขาขอไปให้เพื่อนของเขาเหรอ? พอกระต่ายคิดแบบนั้นมากกว่า ก่อนจะเอ่ยถามกับเขาไปตรง ๆ
“แล้วขอไปให้ใครเหรอคะ”
คนอย่างเขาไม่มีทางที่จะสนใจเธอแน่ ๆ ในเมื่อผู้หญิงรอบตัวของเขาล้วนแต่หน้าตาดีเต็มไปหมด ดังนั้นมันไม่มีทางอยู่แล้วที่หนุ่มฮอตอย่างเขา จะเป็นฝ่ายมาสนใจคนอย่างเธอ
“พี่อยากได้เองครับ ไม่ได้ขอให้ใคร”
“…”
“ขอได้ไหมครับ พอดีพี่อยากรู้จักเราน่ะ เห็นเราน่ารักดี” เขาถามย้ำอีกครั้ง พร้อมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง พร้อมกับส่งยิ้มให้เธอและจับต้องดวงตาของเธออย่างคาดหวัง
การกระทำของเขาทำเอากระต่ายถึงกับคิดหนัก เมื่อเธอไม่อยากให้ช่องทางการติดต่อของเธอกับใครเลย ยิ่งกับคนที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวด้วยแล้ว อีกทั้งเขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจกันจริง ๆ เสียเท่าไรด้วย เธอก็ยิ่งไม่สะดวกใจเท่าไรที่จะให้ไป
“ขอโทษนะคะ แต่พอดีไม่ได้เล่นค่ะ” แทนที่กระต่ายจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอไม่สะดวกใจที่จะให้ช่องทางการติดต่อของเธอกับเขา หญิงสาวก็เลือกที่จะให้เหตุผลกลับไปแบบนั้นแทน เมื่อเธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะปฏิเสธเขาตรง ๆ
“จริงเหรอครับ” ร่างสูงถามกลับมา คล้ายเจ้าตัวไม่ได้เชื่อคำพูดเธอเพราะเพื่อนส่งไอจีของเธอมาแล้วเพียงแต่เขาต้องการหาช่องทางพูดคุยกับเธอเท่านั้นเอง
“…”
“น่าเสียดาย แต่ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ขอโทษที่มารบกวนนะ”
โจฮันตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ของตัวเอง
เช่นเดียวกับกระต่ายที่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายเพียงครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็เดินไปที่กลุ่มเพื่อนของเธอบ้างเช่นกัน แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เพื่อนของเธอก็ทักขึ้นมาเสียก่อน
“เมื่อกี้พี่โจฮัน เขาเข้ามาพูดอะไรกับแกเหรอ” พวกเธอที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมด ก็ซักไซ้ทันทีด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอก พวกเราไปกันเถอะ ฉันหิวแล้ว” กระต่ายตอบกลับไปแบบส่ง ๆ พร้อมกับเบี่ยงเบนความสนใจจากเพื่อน ๆ โดยการเดินนำไปที่ลิฟต์ก่อน เมื่อสาว ๆ เห็นแบบนั้นก็ไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเดินตามกันไปติด ๆ
แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำท่าทีนิ่งเฉย ทว่าตอนนี้เธอกลับยังงุนงงไม่หายกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่เลย เธอไม่ได้ถึงกับจะวางใจปล่อยผ่าน คล้อยหลังไปเพียงนิดเธอก็ยังแอบหันกลับไปมองไปที่กลุ่มของรุ่นพี่ปีสามอีกครั้ง แต่แล้วความรู้สึกผิดภายในใจก็ก่อตัวขึ้นเสียอย่างนั้น เมื่อเธอได้ยินแวว ๆ ว่าพี่โจฮันถูกเพื่อนในกลุ่มแซวเล่นจนหูแดง ที่เธอไม่ยอมให้แอกเคานต์กับอีกฝ่ายไป
“นี่เราทำถูกหรือเปล่านะ”
เธอบ่นกับตัวเองตลอดทั้งวัน หลังจากที่แยกย้ายกับเพื่อนของเธอเรียบร้อย กระต่ายยังคิดไม่ตกกับเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน ทำเอาเธอรู้สึกว้าวุ่นไม่สบายใจเอาเสียเลย
กระต่ายทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยสภาพที่หมดแรง แต่ไม่ทันที่เธอจะพักหายใจ โทรศัพท์มือของเธอก็ก็แจ้งเตือนขึ้นเสียก่อน เธอปรายตามองหน้าจอเมื่อเห็นว่าชื่อที่ปรากฏบนนั้นเป็นแม่ครูของเธอที่เธอรักมาก ก็รีบรับสายทันที
“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานเอ่ยรับอย่างสดใส
พอกระต่ายเห็นว่าเป็นใคร เธอที่มักจะติดต่อกับแม่ครูของเธอในช่วงเวลานี้เสมอ ก็กดรับสายท่านอย่างไม่ลังเล
[ฮัลโหล กระต่ายกลับถึงห้องรึยังลูก?]
“เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เลยค่ะ”
[อ๋อ แม่ครูส่งลำไยกับมังคุดไปให้กินนะลูก เพิ่งส่งไปวันนี้น่าจะถึงไม่พรุ่งนี้ก็อีกวันหนึ่ง ยังไงกระต่ายก็อย่าลืมรับนะลูก แล้วก็กินให้หมดเลยนะ เดี๋ยวมันจะเน่าเอาก่อน]
ปลายสายรีบบอกทันที เพราะกลัวว่าจะลืมบอกเสียก่อน กระต่ายที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา ไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตามที่เป็นหน้าเก็บเกี่ยวผลไม้ในสวน แม่ครูของเธอก็มักจะเก็บและส่งมาให้เธออยู่เป็นประจำ
ตัวเธอนั้นเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กที่ต่างจังหวัด หลังเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หก เธอก็ย้ายมาเข้ามหาลัยที่กรุงเทพทันทีหลังจากที่เธอสอบคิดและได้ทุนของมหาลัย
เธอก็ได้แม่ครูนั่นแหละที่คอยช่วยเหลือและดูแล บ้านของแม่ครูเป็นบ้านสวน มีพื้นที่ไว้ทำไร้และสวนผลไม้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร เรียกได้ว่าแค่พอมีพอใช้และไม่มีหนี้มีสินให้ต้องเครียดก็เท่านั้น แม่ครูรักและเอ็นดูกระต่ายอย่างมาก จนกระทั่งเคยทำเรื่องขอรับกระต่ายเป็นบุตรบุญธรรม แต่ก็ติดปัญหาบางอย่างทำให้ไม่สามารถทำได้
“แม่ครูส่งมาอีกแล้ว ไม่เห็นต้องส่งมาเลยค่ะ ของซื้อของขายทั้งนั้น” กระต่ายบอกคนปลายสายกลับไปอย่างอ่อนใจ เมื่อเธอไม่อยากรบกวนแม่ครูเธอเลยสักนิด
[เอาน่า ผลไม้แค่ไม่กี่กิโลเอง อีกอย่างกระต่ายก็เหมือนลูกสาวเจ้าของสวนผลไม้เลยนะ แล้วจะให้ลูกสาวของแม่ครูไปกินผลไม้ของคนอื่นได้ยังไงกัน ใช่ไหม?] แม่ครูบอกกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ใช่ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ต่อให้เถียงไปอย่างไรดูเหมือนว่าเธอก็คงห้ามไม่ได้อยู่ดี กระต่ายไม่อยากขัดใจแม่ครูด้วยเธอจึงเลือกที่จะตอบรับน้ำใจ
[แล้วพรุ่งนี้กระต่ายมีเรียนหรือเปล่า?]
“มีค่ะ พรุ่งนี้หนูมีเรียนเช้าเลย”
[โอเค ถ้าอย่างนั้นแม่ครูไม่กวนแล้วดีกว่า ฝันดีนะลูก]
“ค่ะ ฝันดีนะคะ”
กระต่ายวางสายทันที ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับมานั่งอ่านแลคเชอร์ของวันนี้เพื่อทบทวน แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไรต่อ จู่ ๆ โทรศัพท์ของเธอที่มักจะมีแต่เสียงแจ้งเตือนจากเพื่อน ๆ หรือไม่ก็แม่ครู กลับดังขึ้นอีกครั้ง
เธอเดินไปที่โซฟาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที
“จากไอจีเหรอ?”
แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อแจ้งเตือนที่ปรากฏตรงหน้าของเธอก็คือ…
@JJohaan ส่งคำขอติดตามคุณ
เพียงแค่เห็นชื่อแอคเคานต์กระตายก็จำได้ทันที รูปโปรไฟล์ของผู้ชายที่เธอเพิ่งเจอเข้ามาหมาด ๆ ความคิดและความกังวลใจที่หายไปกลับเข้ามาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าวันนี้ค่อนข้างมีเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเธอเกิดขึ้นกับเธอไม่น้อยเลย
คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยและสับสน ดูเหมือนว่าพี่โจฮันจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจของเขาง่าย ๆ สินะ ถึงกับหาช่องทางติดต่อของเธอเจอได้เร็วขนาดนี้
‘ไปหาไอจีเรามาได้ยังไงนะ’
ตอนพิเศษ 4แปดเดือนผ่านไป หลังจากวันที่ชีวิตค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง งานแต่งของโจฮันและกระต่ายก็ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพ ทุกอย่างภายในงานถูกแต่งแต้มด้วยบรรยากาศพิเศษ โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเลือกให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่อบอุ่น เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าจนเกินไป ดอกไม้สีขาวครีมประดับเรียงราย แซมด้วยใบสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว กระต่ายนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานกว่าที่เคยเป็น ดวงตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความกลัว วันนี้กลับนิ่งและมั่นคง“แก… สวยจริง สวยแบบคนที่ผ่านอะไรมาเยอะแล้วรอดมาได้” คะนิ้งพูดเสียงสั่น พร้อมกับเดินมาใกล้ ๆ กระต่าย“ฉันภูมิใจในตัวแกมากนะกระต่าย” มินพยักหน้า น้ำตาคลอ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้” กระต่ายยิ้มตอบรับเพื่อนเสียงอ่อนไม่ต่างกัน“พวกแกไม่ได้ต้องให้ซองนะ ฉันยังติดค้างพวกแกคนละแสน จะโอนให้เลย ”“ยัยเจ้าสาว อย่ามาทำแบบนี้ ฉันรับขวัญหลานชาย” มินย้ำความตั้งใจของเธอ“ฉันก็ด้วย ห้ามโอนกลับมานะ” คะนิ้งเสริมมินเข้าไปอีกคน“ขอบใจพวกแกนะ รักพวกแกที่สุด ถ้าพวกแกแต่งงาน ฉันจะจัดให้หนักๆเลย” กร
ตอนพิเศษ 3สามวันผ่านไปคำปรึกษาของหมอถือว่าช่วยให้โจฮันผ่อนคลายลงไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอแต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง ความต้องการของเขามันไม่ได้ระบายเลยสักครั้ง ตั้งแต่กระต่ายท้องจนกระต่ายคลอดลูกออกมานั่นแหละโจฮันอดทนมาโดยตลอด เขาไม่เคยเร่งเร้าหรือรบเร้าเธอเลยสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าการคลอดลูกมันทั้งเจ็บและเหนื่อยไม่น้อยเลย แต่หลังจากที่ปรึกษากับหมอมาแล้ว กระต่ายเองก็พอจะเดาได้เหมือนกัน เธอเองก็สบายใจไม่ต่างจากโจฮันเท่าไร ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เสียที่ไหนว่าอีกฝ่ายต้องการเรื่องแบบนั้นไม่ต่างจากเธอนักหรอกหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น วันนี้กระต่ายและโจฮันก็ฝากลูกไว้กับแม่ครู แม่ครูเองก็เข้าใจว่าทั้งสองคนไม่ได้พักกันเลยสักวัน ตั้งแต่ช่วยกันเลี้ยงลูกมาโดยตลอด ไหนเลยจะเรื่องงานจึงเอาหลานไปนอนด้วยทั้งแต่ฟ้ายังไม่ค่ำ“พี่โจฮัน หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เสียงหวานบอกกับอีกฝ่าย ขณะที่เธอจัดข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อเช้าให้เข้าที่เข้าทางโจฮันที่ดูสรุปงานของบริษัทเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่ออย่างเร่งรีบ ระยะหลังนี้เขาเอาแต่เลี้ยงลูกและดูแลกระต่ายมากกว่าการทำงานเสียอีก
ตอนพิเศษ 2หลังจากทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลาย พ่อกับแม่ของโจฮันก็จัดการเคลียร์งานทั้งหมด ก่อนจะเดินทางมาที่บ้านแม่ครูด้วยตัวเอง การมาเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงของฝากหรือความเป็นห่วง แต่มีหัวใจของผู้ใหญ่ที่ตั้งใจมารับผิดชอบอย่างแท้จริงบ้านไม้หลังเล็กอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย พ่อแม่โจฮันยกมือไหว้แม่ครูด้วยความนอบน้อม ก่อนจะหันมามองกระต่ายที่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน สายตาที่เคยมองผ่านเพียงในภาพถ่าย วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน“ขอบคุณที่ดูแลลูกสะใภ้กับหลานของเราอย่างดีนะครับ” พ่อของโจฮันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจคำว่าลูกสะใภ้ทำให้กระต่ายชะงัก ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โจฮันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันการพูดคุยเป็นไปอย่างเปิดใจ ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการตัดสินพ่อแม่โจฮันยอมรับความผิดพลาดของลูกชาย และขอบคุณกระต่ายที่เข้มแข็งอดทนและให้กำเนิดหลานที่น่ารักเช่นนี้“เรื่องแต่งงาน เราไม่อยากเร่งอะไรทั้งนั้น” แม่ของโจฮันพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ขอแค่กระต่ายพร้อมเมื่อไร เราจะเป็นผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างถูกต้อง แม่ครูคิดเห
ตอนพิเศษ 1คำสั่งของประธานบริษัทถือว่าเป็นเด็ดขาด กระต่ายถูกเรียกให้เข้ามาในห้องทำงานของเขาตั้งแต่เริ่มงาน เธออยากท้วงอยู่เหมือนกัน เมื่ออีกฝ่ายบอกให้เข้ามาช่วยงาน แต่ดูเหมือนว่าภายในห้องทำงานจะจัดปาร์ตี้เสียมากกว่าอาหารเครื่องดื่มและขนมถูกจัดเตรียมเอาไว้เยอะแยะ ราวกับว่ากำลังจะเลี้ยงคนทั้งแผนก ทั้ง ๆ ที่ภายในห้องมีเธอและเขาอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น ส่วนเรื่องทำงานอย่าพูดถึง เธอถามตั้งแต่เข้าห้องมาในตอนเช้าแล้ว ว่ามีอะไรให้เธอทำหรือเปล่า แต่เธอกลับได้ทำเพียงแค่งานเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น“จะให้ฉันเข้ามานั่งเฉย ๆ เหรอคะ” กระต่ายทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามกลับไปแทนนี่จะเข้าช่วงเที่ยงอยู่แล้ว เธอได้แต่นั่ง ๆ จับ ๆ เอกสารที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด อีกไม่กี่วันเธอก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่โจฮันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ… กำลังกลั่นแกล้งเธอหรือเปล่าร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เอกสารที่ให้จัดเสร็จแล้วเหรอ”“มันไม่มีอะไรเลยนะคะ เอกสารพวกนี้ไม่ใช่เอกสารสำคัญด้วยซ้ำ” กระต่ายยกเอกสารในมือขึ้นมาให้เขาดู ใบหน้าของเ
ตอนที่ 37 ปรับความเข้าใจ (ตอนจบ)แสงไฟสีขาวนวลในห้องพักฟื้นสาดลงมาบนใบหน้าที่อ่อนล้าของกระต่าย เธอนอนเอนศีรษะอยู่บนหมอน มือหนึ่งวางทาบอกอีกมือแตะเปลเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวเล็กในนั้นหลับสนิท หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนและความหวั่นไหวเพียงใดโจฮันนั่งอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาแทบไม่ขยับไปไหน นอกจากลุกไปอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหยิบน้ำอุ่นมาให้กระต่ายจิบเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยน ทุกการกระทำเหมือนผ่านการคิดมาแล้วอย่างดี ราวกับกลัวว่าเพียงพลาดนิดเดียวทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งคืนแล้วคืนเล่าโจฮันยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้หมอจะบอกว่ากระต่ายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้แต่โจฮันก็อยากให้กระต่ายได้พักผ่อนและอยู่จนครบ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจแผลฝีเย็บให้หายสนิทก่อนกลับบ้าน แม้พยาบาลจะบอกว่าเขากลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็แค่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า บอกว่าไม่เป็นไรเขาอยู่ได้กระต่ายมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ในใจมีทั้งความอุ่นและความสับสนปนกันไปหมด เธอไม่ใช่คนไม่รู้สึก เธอเห็นทุกอย่างเห็นวิธีที่เขาอุ้มลูกอย่างท
ตอนที่ 36 ดูแลสามสัปดาห์ต่อมาหลังจากวันนั้น โจฮันก็ไม่หายไปไหน ทุกเช้าเขาจะขับรถมาจอดหน้าบ้านไม้ของแม่ครูอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยก้าวก่ายเขาเพียงยืนรออยู่หน้ารั้วพร้อมถุงเต็มไปด้วยของในมือ บางวันเป็นผลไม้บางวันเป็นอาหารที่กระต่ายชอบ บางวันก็เป็นแค่นมสำหรับคนท้องกับวิตามินที่เขาศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเขาแค่ ‘อยู่ตรงนั้น’ ต้องขอบคุณแม่ครูที่เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือเขา ขอบคุณที่ไม่ไล่เขาออกไปและยังให้กำลังใจเขาด้วยแต่ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระต่ายเท่านั้นกระต่ายมองภาพเหล่านั้นจากในบ้านอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออก เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจฮันชัดเจน จากผู้ชายที่เคยพูดทุกอย่างตามใจและไม่สนใจใครเลย กลายเป็นคนที่ระวังคำพูดทุกคำ ราวกับกลัวว่าเพียงประโยคเดียวอาจทำให้เธอถอยห่างไปไกลกว่าเดิมเขาไม่ถามเรื่องอดีต ไม่พูดถึงอนาคต และไม่เอ่ยถึงคำว่า ‘คืนดี’ กลับแค่ถามว่า“วันนี้ปวดหลังไหม”“กินข้าวหรือยัง”“อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”แม่ครูเองมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะโจฮันยกถุงของเข้าไปวางในครัว เขาหันมาหาแม่ครูอย่างสุภาพ“ผ







