LOGINเด่นนภาก้าวเดินขึ้นมายังบนชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ เธอเดินเข้าไปในห้องด้านในหลังจากที่จิราพาเธอเดินดูมารอบหนึ่งเพื่อแนะนำสถานที่ในเพนท์เฮ้าส์แห่งนี้ ซึ่งมันกว้างใหญ่มากเลยทีเดียว แต่เธอเลือกเข้าไปในห้องนอนของเธอ ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันราวกับเธออยู่คอนโดของตัวเอง
เธอใช้มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนสีดำที่สวมใส่อยู่ แล้วนำโทรศัพท์ที่พ่อของเธอพึ่งซื้อให้ใหม่ก่อนที่เธอจะเก็บตัวเข้ากองประกวด “ฮาโหลพ่อ” เธอเอ่ยเรียกปลายสายด้วยน้ำเสียงตื่นต้น “เด่น เป็นอย่างไงบ้างพ่อไม่ได้ดูลูกประกวด พ่อพึ่งประชุมเสร็จ พ่อกำลังเปิดยูทูปดูอยู่ พรุ่งนี้พ่อจะบินกลับไป” พ่อของเธอเอ่ยบอก “พ่อรอฟังข่าวเลยค่ะ ข่าวน่าจะออกแล้วละค่ะ” “ชนะใช่ไหม?” “ค่ะ” “ดีใจด้วยนะ พรุ่งนี้พ่อจะเจอที่งานนะลูก” น้ำเสียงของเขาดูตื่นเต้นอย่างมาก “ค่ะพ่อ” เธอรอให้ปลายสายกดวาง เมื่อพ่อของเธอกดวางสายแล้ว เธอก็โน้มตัวนอนลงบนเตียงมองเพดานห้องนอน ในบรรดาเพื่อนของเธอ เธออายุน้อยที่สุด เธอแค่ยี่สิบห้าปีเอง ส่วนเพื่อนฉันยี่สิบแปด ยี่สิบเก้ากันแล้ว เธอเองก็จบปริญญาโทนะ เรื่องของเรื่องฉันเรียนพาสชั้นมาโดยตลอด เธอเรียนบริหารภาษาอังกฤษทั้งหมด ส่วนเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันจะมีพลอยเรียนในช่วงมัธยมมาด้วยกัน พลอยเป็นพี่เธอสี่ปี เพราะเธอเรียนตามโควตา ทุกคนในห้องจึงเรียกเธอว่าน้อง เธอเป็นเด็กสุดในกลุ่มคนเดียว ควรน่าภูมิใจที่สุด “จะให้ชุดนี้จริงๆ เหรอ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตกใจ เมื่อเธอเห็นมองชุดเดรสสีเทาหน้าตู้ที่กองประกวดได้เตรียมไว้ ลักษณะผ่าหน้าผ่าหลังแหวกข้างจนถึงบั้นเอวคอด “นี้มันชุดเดรสไม่ใช่ชุดว่ายน้ำนะ ชุดว่ายน้ำยิ่งกว่านี้อีก” ดาหลาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขันกับน้ำเสียงเธอที่ดูตื่นตระหนก ในขณะที่ช่างทำผมกำลังม้วนลอนให้หน้ากระจกบานใหญ่ โดยที่ใบหน้าหวานนั้นตบแต่งแล้ว “มันไม่เหมือนกันนี่หน่า” เด่นนภาเอ่ยเถียงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เธอใส่ชุดนี้มันต้องออกมางามจนผู้คนต้องตะลึงแน่นอน ฉันจะบอกกำหนดการเลยนะจ๊ะ วันนี้หนึ่งทุ่มไปที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ วรางกูรและมีเลี้ยงต้อนรับเธอ หลังจากนั้นมีเต้นรำหารายได้องค์กรแด่ผู้ยากไร้ ใครประมูลได้สูงสุด จะได้เต้นรำกับเธอเป็นรางวัล” ดาหลาเอ่ยบอกเช่นนี้ “แล้วพรุ่งนี้ละ” เด่นนภาเอ่ยถาม “พรุ่งนี้ไปให้สัมภาษณ์กับรายการ เซเลบคนดัง เห็นบอกว่าจะมีหมออะไรนะ ไปด้วยนะ” ดาหลาเอ่ยบอกเหมือนคนแก่ลืมเลือนในสิ่งที่จะพูด “หมออะไรเหรอ หรือสัตวแพทย์” เด่นนภาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน “บ้าเหรอ เขาเป็นหมอศัลยกรรมมือหนึ่งเรื่องผ่าตัดสมอง เห็นคนพูดกันหลายคนแล้วว่าเย็บแผลดีเยี่ยมแทบจะไม่เห็นรอยเลย” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เขามาช่วงที่สองของรายการนะ เธอเองก็รู้จักเขาไม่ใช่เหรอ เขาเองเป็นพี่ชายของคุณพลอยเพื่อนสนิทของเธอไม่ใช่เหรอ” “พี่ขุน ขุนศึก เตชะวงศ์วรากุลเหรอ” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลูกชายคนกลางของเตชะวงศ์วรากุล คุณหมออัฐพล เตชะวงศ์วรากุล” ดาหลาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าบ้านเตชะวงศ์วรากุลมีลูกสามคนเหรอ ไม่ใช่มีแค่ขุนศึกกับพลอยที่เธอรู้จัก หรือว่า ........................................ ขอย้ำอีกครั้ง เรื่องนี้ไม่เน้นเนื้อหา เน้นกระแทกเด้อ 555 ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ ท่าน อย่าลืมคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เม้นท์แล้ว อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะSpecial episodeกาลเวลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี ถึงกาลเวลาเปลี่ยนผันไปถึงสิบฤดูกาลก็ตามที แต่ความรักของอัฐพลก็ไม่เคยน้อยลงไปเลย ยิ่งกาลเวลาผ่านไปเขาเองก็ยิ่งรักเธอมากขึ้น อัฐพลยังคงทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยที่อังกฤษ โดยไปปีละสามถึงสี่ครั้งเพื่อไปยังแล็บอังกฤษ และยังทำมูลนิธิเช่นเดิมส่งเสริมเด็กเรียนดีไปเรียนต่างประเทศเพื่อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และมาทำงานในโรงพยาบาล และยังส่งเด็กนักเรียนไปยังโรงพยาบาลทั้งในประเทศและแถบแอฟริกาเพื่อหาประสบการณ์ส่วนเด่นนภาเธอก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกสามคน โดยลูกคนแรกและคนที่สองเป็นคู่แฝดชาทั้งคู่ โดยคนแรกชื่อน่านฟ้า และคนที่สองชื่อปฐพี เขาทั้งสองคนห่างกันไม่กี่นาที และเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยตีกันเท่าไหร่ เพราะเธอสอนให้รู้จักแบ่งปัน และไม่ค่อยได้ซื้อของเล่นให้พวกเขา เธอสอนให้ประดิษฐ์เอง เหมือนที่พ่อเธอสอนอยากได้สิ่งใดต้องทำด้วยตัวเอง เธอจึงยึดหลักคำนี้มาใช้ เขาทั้งสองเติบโตด้วยหนังสือส่วนใหญ่ เขาทั้งสองชอบหนังสือไม่ต่างจากอัฐพล ชอบเข้าไปอยู่ในห้องหนังสือกันสามคนพ่อและลูกๆ เขาชอบอธิบายเป็นภาษาอังกฤษด้วยกายภาพร่างกายของมนุษย์และวิทยาศาสตร์เคมีโดยการทดลองสารต่างๆ
สามเดือนต่อมาเธอได้เลือกชุดแต่งงานและของชำร่วย รวมไปถึงสถานที่แต่งงาน และเช้าครอสเจ้าสาวเพื่อจะแต่งงานอีกหกเดือนข้างหน้า ช่วงนี้เขาก็อยู่โรงพยาบาลหลักในกรุงเทพไม่ได้เป็นจิตอาสาออกไปนอกประเทศเหมือนเมื่อก่อนเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน แต่ว่าเวลาว่างของเขาก็แทบไม่มีเช่นเดิม คนที่ว่างสุดๆ ก็คงเป็นเธอมากกว่า ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากไปออกรายการและถ่ายแบบบ้างเป็นครั้งคราวเธอมองตารางงานของนายแพทย์อัฐพล เตชะวงศ์วรากุลในไอแพดเห็นว่าเขาเลิกเที่ยงตรง ช่วงบ่ายว่างเธอคิดว่าจะไปหาเขาและไปกินข้าวพร้อมกัน เธอจึงแต่งตัวด้วยเดรสสีขาวผ้าปาดไหล่แขนตุ๊กตา กระโปรงบานๆ เหนือหัวเข่า รองเท้าส้นสูงส้นแหลมสี่นิ้วสีขาวที่เธอใส่จนชิน พร้อมด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมสีขาวลายหนังจระเข้ที่เขาซื้อให้เธอเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลตั้งแต่รปภ. จนถึงบุคลากรภายในโรงพยาบาลต่างยกมือไหว้เธอ ทำให้เธอนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงยกมือไหว้ หรือจะเป็นเพราะการประกาศการแต่งงานเมื่อเดือนก่อน อีกทั้งพวกเขาเผยรอยยิ้มและดูนอบน้อมต่างจากครั้งก่อนที่เธอมา เธอจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสองตรงแผนกเดิมที่อัฐพลอยู่ เธอภาวนาไม่ให้น้ำค้างลาหยุดในวันนี้ด้วยเถิด“สวัสดี
“ก็เด่นไงเล่า เด่นนภา จันทร์วัชรโภคิน คนที่พี่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไปด้วยความเร่าร้อน เธอจึงหันใบหน้ากลับมาหาเขา“พี่หมอ...” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มองนัยน์ตาของเขาช่างทองแสงเป็นประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า“สุขสันต์วันเกิดนะเด่น ขอให้เด่นมีความสุขมากๆ นะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาหยิบสร้อยเงินเส้นเล็กจี้เพชรรูปหัวใจสีชมพู มันสวยและเลอค่ามาก และเธอเองก็ไม่ค่อยได้เห็นเพชรน้ำงามเช่นนี้มากนัก“ให้เด่นเหรอคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น“พี่ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเด่น แต่มีช่างเหมือนเพชรนำเพชรมาขายให้พี่สองเม็ด เห็นเขาบอกเป็นเพชรที่หายากมากๆ พี่เลยให้ช่างเพชรที่เป็นเพื่อนพี่ที่เป็นเจ้าของร้านเพชรดูให้ เขาบอกว่าเป็นเพชรน้ำงามทั้งสองเมตร พี่เลยให้เขาทำสร้างคอให้เด่น อีกเม็ดหนึ่งเป็นสีชมพูพี่ว่าจะให้เพื่อนทำเป็นแหวนแต่งงานของเรา” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“หันหลังสิ พี่จะใส่ให้” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอจึงหันกลับหลัง เขาจึงสวมสร้อยเพชรให้เธอ เมื่อเขาสวมเสร็จเธอจึงเดินไปที่หน้ากระจก เธอมองเพชรเม็ดนี้ แล้วจับจี้เพชรขึ้นมาดู เธอรู้ว่าเม็ดชิ้นนี
เด่นนภาก้าวเดินลงจากรถตู้หรู เธอเหยียบลงบนพื้นรันเวย์ เพื่อก้าวเดินขึ้นเครื่องบิน เพื่อบนต่อไปยังแอฟริกา โดยมีอัฐพล และคณะนักศึกษาแพทย์ตามมาอีกสิบคน ซึ่งได้ทุนของมูลนิธิของอัฐพล รวมไปถึงคนจากกองประกวด และบอดี้การ์ดตามไปอีกสิบกว่าคน“เด่น”ดาหลาและช่างแต่งตัวอีกสีคนที่เธอคุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอโดยพร้อมเพรียงกัน“สวัสดีค่ะทุกคน” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยยิ้มให้กลับทุกคน“สวัสดีครับหมออัฐ” ประสิทธิ์เอ่ยทักทายอัฐพล และยกมือไหว้กันและกัน เธอเองก็ยกมือไหว้ประสิทธิ์“สวัสดีครับ” อัฐพลเอ่ยทักทายประสิทธิ์ ส่วนเด่นนภาก้าวเดินไปนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ตรงข้ามของดาหลา“พักผ่อนเพียงพอไหม” ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยรอยยิ้ม กะพริบตาให้เธอข้างหนึ่ง เด่นนภาเผยรอยยิ้มด้วยความเขินอาย เพราะเธอพอจะเดาได้ว่าดาหลาหมายถึงสิ่งใด“พอสิจ๊ะ” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้ายังไม่ได้นอน นอนเลยนะ อีกประมาณสิบสี่ชั่วโมงกว่าจะถึง” ดาหลาเอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม มองเธออย่างรู้ทัน ส่วนพ่อตัวดีทำไม่ให้เธอได้พักผ่อนเกือบทั้งคืน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าอยู่กันสองคนจะตีให้ลายทั้งตัวเลย“สวัสดีครับ ผมสมเกียรติ ประกาศิต เป็นกัปตันเครื่องคนที่หน
เช้าวันต่อมาเธอนั่งรถตู้หรูคันสีดำออกจากคอนโดสำนักงานของอัฐพลไปยังกองประกวด ตอนแรกดาหลาพี่เลี้ยงของเธอจะมารับด้วยตัวเองที่คอนโด แต่อัฐพลโทรไปบอกดาหลาว่า ให้เธอไปกับเขา โดยให้ดาหลาไปรอที่กองประกวดเลย เพื่อการประชุมไปแอฟริกาวันจันทร์หน้า“เป็นไงบ้างลูกบอลที่อยู่ในตัวเด่น ยังอยู่ดีใช่ไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ข้างๆ ริมหูของเธอ ขณะที่เธอพยายามตั้งสติ เพราะลูกบอลสี่อยู่ในกลีบร่องของเธอ เธอใช้มือเรียวลูบไล้เรียวขาทั้งสองข้าง“พี่หมอ มันเสียวแปลกๆ เอาออกได้ไหม” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบา เขาใช้มือหนาลูบไล้เรียวขาของเธอเข้ามาในกระโปรงเดรสสีชมพูกลีบดอกบัวที่เธอสวมใส่อยู่ เธออยากร้องครางออกมาใจจะขาด แต่ทว่าเธอและเขาไม่ได้อยู่ในรถแค่สองคน เพราะมีบอดี้การ์ดและตะวันนั่งอยู่ข้างๆ คนขับ“เดี๋ยวพี่เอาออกให้” เขาเอ่ยบอกเธอ“อย่าค่ะ...เดี๋ยวพี่ตะวันได้ยิน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบาแตะมือเขาให้หยุด เขาใช้มือหนาล้วงเข้าไปเอาลูกบอลที่เลอะไปด้วยน้ำกามของเธอ เขาจึงดึงตัวจับทำให้ลูกบอลที่เชื่อมต่อจากโซ่หลุดออกมาหนึ่งลูก เธอใช้มือเรียวจับไหล่ของเขา และจิกเล็บด้วยความเสียว เม้ม
“ในเมื่อคุยไม่รู้เรื่องก็กลับไปคุยที่บ้าน” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง การกระทำของเขาทำให้คนทั้งร้านหันกลับมามองเขาอีกครั้ง เพราะเขาแบกเธอขึ้นหลัง“พี่หมอปล่อยนะ” เธอตะโกนใส่เขาอีกครั้ง อีกทั้งมือเรียวยังทุบหลัง ทั้งขวน ทั้งตบ เขาก็ปล่อยให้เธอทั้งทุบทั้งตีหลังของเขา“ปล่อย...ฮือ...” เธอปล่อยโฮระหว่างที่เขาก้าวเดิน คนในบาร์ก็ยังสนใจเขาและเธอ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะมองเขาและเธอ“พี่หมอไม่รักเธอแล้ว” เธอตะโกนเสียงดัง ขณะที่เขาเดินเงียบๆ ออกจากร้านไปลานจอดรถ บอดี้การ์ดของเขาเปิดประตูรถให้เขา เขาวางเธอลงบนที่นั่งใกล้คนขับ“ฉันกลับเอง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาคาดเบลท์ให้เธอ แล้วปิดประตูรถฝั่งของเธอ แล้วเดินไปยังฝั่งคนขับนั่งลงคาดเบลท์“คนบ้า คนใจร้าย ไอ้คนไร้หัวใจ” เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ เขากลับเงียบไม่พูดอะไร และขับรถออกไปจากตรงนี้“พี่หมอไม่รักเด่นแล้ว พี่หมอไม่รักฉันแล้ว...ฮือ....” เธอปล่อยโฮอีกครั้ง กลับเขานิ่งไม่พูดอะไรออกมาพี่ไม่พูดกับเด่น แสดงว่าพี่ชอบน้ำค้างใช่ไหม ถ้าพี่ชอบเธอ พี่ก็ปล่อยเด่นไปสิ” เธอเอ่ยบอกทั้งน้ำตา“พี่ไม่ปล่อยเด่นไปไหนง่า
เมื่อฉันมองเข้าไปในดวงตาของคุณ ฉันมีเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม ฉันอยากมีชีวิตอยู่ในวันต่อไป คุณทำให้ทุกอย่างมันง่ายดายด้วยมือของคุณ และสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ฉันจะเป็นเจ้าของ ผมสัมผัสได้ว่า ผมจะไม่อยู่คนเดียวอีกต่อไปที่รัก ผมรู้สึกเหมือนได้รับพรจากพระเจ้าคุณคือสิ่งพิเศษในชีวิตของผมที่รัก ผมรู้สึกเ
เธอยืนถ่ายภาพในส่วนของสระว่ายน้ำภายในโรงแรมหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโรงแรมที่จัดงานการกุศล คือโรงแรม โรงแรมเดอะ แกรนด์ วรางกูร นอกจากเป็นโรงแรมที่สวยแล้ว ยังมีโลเคชั่นต่างๆ ยังสวยอีกด้วย ทำให้โรงแรมนี้เป็นที่ถ่ายหนังอยู่บ่อยครั้ง เพราะด้วยคนไม่พลุกพล่านด้วยราคาแพงหูฉีกกันเลยทีเดียว สระว่ายน้ำแห่งนี้เ
เขาขับรถสปอร์ตหรูสีดำสนิท ขับออกจากห้างสรรพสินค้าไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอ อีกทั้งเขากำลังขึ้นทางด่านทางไปบางปะอิน-ชลบุรี ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจว่าเขาจะพาเธอไปไหนกันแน่“คุณจะพาฉันไปไหน” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ผมจะพาคุณไปที่ ที่หนึ่งคิดว่าคุณต้องชอบ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเสียงแจ๊
“เด่น ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยว่า เธอคุยอะไรกับหมออัฐพลบ้าง”ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยความสงสัย เพราะเธอมองเด่นนภาและอัฐพลตลอด และเธอชื่นชมในใจที่เขาสองคนราวกับกิ่งทองและใบหยก และอีกอย่างอัฐพลเองก็ไม่เคยขึ้นเต้นรำกับไฮโซคนไหน อีกทั้งยังโสดอีกด้วย“เปล่า” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไม่กล้าสบสายตาดา







