LOGIN“พะ พิมท้อง” หลังจากที่รวบรวมความกล้าอยู่นานพิมพิกาก็เอ่ยบอกพายัพด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ฉันรู้” “…….” ประโยคนี้ของพายัพทำพิมพิกาชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาก่อนจะพบว่าเขาเองก็มองเธออยู่เหมือนกัน พายัพยิ้มเย้ยหยันในขณะเดียวกันนั้นพิมพิกากลับยิ้มไม่ออก ‘เขารู้ได้ยังไงกัน’ นั่นคือสิ่งที่พิมพิกากำลังสงสัยอยู่ในตอนนี้ก็ในเมื่อเธอไม่เคยบอกเขาเลย แล้วเขาไปรู้มันมาจากไหน รู้ได้ยังไงกัน แต่! เขาจะรู้ได้ยังไงมันคงไม่สำคัญแล้วล่ะเพราะประโยคต่อมาที่เขากำลังเอื้อนเอ่ยมันทำให้พิมพิกาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว “แต่ฉันไม่ยอมรับหรอกนะ เราจบกันแค่นี้เถอะ ส่วนเด็กนั่นเธอจะเอายังไงต่อก็เรื่องของเธอ จะเอาออกก็ได้นะ แล้วแต่เธอจะจัดการเลย”
View More「彼と結婚してからもう二十年が経つのね……」
暁(あかつき)家の令嬢であり、今は神宮司夫人である瀬奈(せな)は広い部屋でポツリと呟いた。
彼女は今日もある人物を待ち続けている。来るはずがないとわかっていながらも、瀬奈は二十年間ずっと彼の来訪を心待ちにしているのだ。
「一体どこから私は間違えてしまったのかしら……」
ベッドサイドに腰かけた瀬奈は、彼と初めて出会ったときのことを思い浮かべた。
「初めまして、神宮司湊斗です」
「……」
神宮司湊斗(じんぐうじみなと)と名乗った彼に、強く心惹かれたのを瀬奈は今でも覚えている。一目惚れだったのかもしれない。
サラサラの黒い髪、高い鼻梁、切れ長の美しい瞳、幼いながらに整った顔立ち。瀬奈は一瞬にして彼に心を奪われてしまった。
暁グループの令嬢だった瀬奈と、神宮司財閥の御曹司だった湊斗。
二人は許嫁だった。そのことを父親から聞かされたとき、瀬奈はとても喜んだ。彼女にとって初恋の相手であり、愛する湊斗と結婚できるのだと。
しかし、彼のほうはそうではなかった。
湊斗は瀬奈との婚約中、多くの女性と浮名を流した。学校の同級生、年上の社会人、父親が経営する会社の社員にまで。彼は相手の身分関係なく手を出した。
瀬奈は自分には指一本触れないにもかかわらず、他の女性と関係を持ち続ける湊斗に不満がないわけではなかった。しかし、彼に嫌われるのを恐れていた瀬奈は何も言うことができなかった。
「結婚前に遊びたいだけだろう。神宮司家の正妻になれるのだから、それくらいは目を瞑りなさい」
父親は湊斗が遊んでいることを知っていたが、瀬奈に我慢しろと言った。
両親からも味方してもらえなかった瀬奈は、必死で自分に言い聞かせた。
彼女たちはただの遊びであり、自分は神宮家の夫人となる女だ。だから結婚すればきっと自分だけを見てくれる、とそう信じていた。
しかし、現実は残酷だった。
湊斗は結婚してもなお、瀬奈の元には訪れることなく、愛人の元で夜を過ごした。そのことを責めた瀬奈に、彼は言い放った。
「お前を愛することはできない、これからは俺の行動に口を出さないでくれ」
彼の目は初めて出会った頃とは別人のように冷たかった。
それから湊斗は瀬奈に指一本触れることなく、多くの愛人を囲い、彼女たちとの間に五人もの子供をもうけた。そのうちの誰かに会社を継がせるつもりのようだ。
「奥様ったら、今日も一人ぼっちでいるわ」
瀬奈は湊斗の帰ってこない邸宅に一人取り残された。彼は今日もきっと愛人たちの住む家へ帰っているのだろう。
しかし、湊斗を愛している彼女は毎日のように彼を待ち続けた。自分の元へ来るわけがないとわかっていながらも。
そんなことを続けているうちに、二十年という歳月が経過していた。瀬奈と湊斗はお互いに三十八歳となった。
彼女は既に子を望めるような年齢ではなくなり、湊斗のほうも新しく愛人となった若く美しい女に夢中になっていると聞いている。
瀬奈の中で、何かが音を立てて崩れ落ちて行くようだった。
二十年という年月はあまりにも長すぎた。彼女の心は既に限界を迎えていた。
翌朝、心配そうに彼女に声をかけたのは湊斗の秘書だった。
「奥様……」
普段別邸で暮らしている湊斗の私物を取りに来る彼は、たびたび瀬奈とも顔を合わせていた。神宮司家で彼女を気にかけてくれていた数少ない人だ。
「今日も湊斗は愛人のところにいるんでしょう?」
「そ、それは……」
彼の秘書・中田一馬(なかたかずま)が言いづらそうに視線を逸らした。
知ったところで今さら驚きもしない。湊斗が瀬奈の元を訪れることなど、この二十年間数えるほどしかなかったのだから。
それでも彼女は彼のことを信じて待っていたが。
「いいのよ、わかっているから」
「……」
彼はうつむいた。瀬奈が辛い思いをしていることを知っておきながら、何もしてあげられないことに罪の意識を抱いていた。
しかし、今日の瀬奈の表情はいつもと違うと、彼は思った。これまでは湊斗に対する希望を見せていたにもかかわらず、今はどこか諦念に似たものを彼は感じた。
「中田さん、私最後に行きたい場所があるの。よかったら付き添ってくれない?」
「は、はい!奥様!」
”最後”という言葉に疑問を感じながらも、中田は彼女について行った。
วันเวลาหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็วรู้ตัวอีกที อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะถึงวันครบรอบหนึ่งปีของเธอกับพายัพ พิมพิกาคิดหัวแทบแตกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญวันครบรอบให้กับพายัพดี มันเป็นโจทย์ที่ยากมากก็เพราะว่าพายัพมีทุกอย่าง เขาเพรียบพร้อมไปทั้งหน้าที่การงาน และการใช้ชีวิต พิมพิกาจึงไม่รู้ว่าเธอควรให้อะไรเขามันถึงจะดูคู่ควรกับคนอย่างพายัพ แต่ก่อนจะถึงวันครบรอบเพียงไม่กี่วันพิมพิกาดันป่วยหนักซะอย่างนั้น นอนซมเป็นผักเน่าอยู่บนที่นอนมาเป็นอาทิตย์แล้ว “พิม” “หือ” พิมพิกาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาครางตอบพายัพแต่ด้วยความหนักอึ้งทำให้พิมพิกาไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองเขา หลายวันมานี้พิมพิกาป่วยบ่อยและจากัวร์เองก็ไม่ได้อยู่บ้าน พายัพจึงให้หญิงสาวมาอยู่ที่คอนโดเขาชั่วคราวเพื่อที่เขาจะได้ดูแลหญิงสาวยามที่เธอป่วย ใบหน้าซีดเซียวราวกับไม่มีเลือดล่อเลี้ยงพาให้ใจพายัพกระตุกด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวจับใจ จนเขาต้องปลุกหญิงสาวขึ้นมาทานยาอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้เธอหลับไป “พิมอยากอ้วกจังเลยค่ะ” พิมพิกาว่าอย่างแผ่วเบา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้ยินมันเต็มทั้งสองรูหู พายัพหยิบกระโถนที่เขาซื้อเตรียมไว้ยื่นให้พิมพิกา เนื่องจา
“พิม” “……..” “พิม” “ฮะ” พิมพิกาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็มีแรงมาสะกิดที่ไหล่ของเธอพร้อมตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น “เป็นอะไรฮะ” จากัวร์ถามอย่างห่วงใยพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของน้องสาวเป็นระยะ เขากลับบ้านมาก็เห็นว่าพิมพิกานั่งเหม่ออยู่เรียกชื่อเท่าไรก็เธอก็ไม่ตอบจึงเดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อให้เธอรู้สึกตัว “กลับมานานแล้วเหรอคะ” แทนที่จะตอบคำถามพี่ชายแต่พิมพิกาเลือกที่จะถามจากัวร์กลับ เธอยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไปให้กลับคืนเข้าร่าง ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั่งเหม่ออยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่จากัวร์กลับบ้านมา เสียงรถของเขาไม่ดังเข้าหูเธอเลยสักนิด พิมพิกาเอาแต่คิดเรื่องที่ได้เห็นมาก่อนหน้าจนลืมสนใจสิ่งรอบข้างตัวเองไปเลย “ไม่นานเท่าไร ว่าแต่เราเถอะเป็นอะไร พี่เรียกเราตั้งนานแต่เราไม่ได้ยินพี่เลยจนพี่ต้องเดินเข้ามาสะกิด มีเรื่องอะไรรึเปล่า” จากัวร์ลูบไล้ศีรษะพิมพิกาเบา ๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมหญิงสาวอยู่ยังไงอย่างนั้น พลางโน้มหน้าลงสบตาเธอและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเคล้าเต็มไปด้วยความห่วงใย พิมพิกาเม้มปากแน่
หลายวันต่อมา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นที่พายัพตะคอกใส่พิมพิกา หญิงสาวก็ไม่เคยเซ้าซี้ถามเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายอีกเลย เธอรู้เท่าที่เขาอยากให้เธอรู้และเจียมตัวเองอยู่เสมอ การกระทำของพายัพในวันนั้นพิมพิกาพยายามทำเป็นเหมือนไม่สนใจ ทำเหมือนไม่รู้สึก แต่ทว่าความจริงแล้วลึก ๆ เธอก็เสียใจและรู้สึกน้อยใจเขาเพียงแต่เธอไม่พูดออกมาก็เท่านั้น เธอกลับมาทำตัวปกติเหมือนอย่างเช่นทุก ๆ วัน กลางวันทำงาน ส่วนกลางคืนก็ไปนอนค้างกับเขาบ้างถ้าพี่ชายเธอต้องทำงานดึกดื่น เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับพายัพยังคงเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ แต่จะไม่มีใครรู้เลยมันก็คงไม่ใช่เพราะภพพินิจ เพทาย หรือแม้แต่อรปรียาก็ต่างรู้ถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ นี้ของเธอกับเขา มีเพียงสามคนนี้ที่รู้เท่านั้นเพราะแม้แต่ตัวของจากัวร์เองพิมพิกาก็ไม่เคยบอก พี่ชายของเธอรู้ว่าเธอมีแฟน แต่ไม่รู้ว่าแฟนของเธอคือใคร พายัพ: ใบออเดอร์ลูกค้าอยู่ไหน ส่งมาในเมลให้หน่อยนะ ในขณะที่พิมพิกานั่งเหม่อเสียงข้อความไลน์ก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมา เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นพายัพที่ทักไลน์มาหา พิมพิกาไม่รอช้าที่จะตอบกลับไป พิมพิกา: พิมขอเช็กก่อนนะคะ
กลับมาถึงห้องพายัพไล่พิมพิกาให้เข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนตัวเขาก็เข้าครัวทำมาอาหารเตรียมไว้ให้เธอแล้วค่อยอาบน้ำทีหลัง อาหารง่าย ๆ ที่พายัพเลือกทำคือข้าวผัดที่พิมพิกาอยากทาน พายัพทำอาหารอย่างขะมักเขม้นเชียวชาญราวกับเชฟมืออาชีพ เขาสามารถทำอาหารได้หลายอย่างและหลายเชื้อชาติเนื่องจากตอนที่พายัพอยู่ต่างประเทศเขาทำอาหารทานเองบ่อยมาก แต่พอกลับมาอยู่ประเทศไทยพายัพก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานเขาจึงไม่ค่อยได้ทำอาหารทานเอง ส่วนใหญ่เขาจะสั่งมาหรือไม่ก็ไปทานที่ร้านเองมากกว่า แต่พอมีพิมพิกาเข้ามาดูเหมือนว่าช่วงนี้พายัพจึงได้กลับมาทำอาหารบ่อยขึ้น ข้าวผัดง่าย ๆ อย่างข้าวผัดกุ้งถูกนำมาเทลงจานสองใบอย่างพิถีพิถัน ก่อนที่พายัพจะรับรู้ถึงวงแขนเรียวเล็กที่กอดรัดเขาจากทางด้านหลัง “หอมจัง” คนตัวเล็กชะโงกหน้ามาดูอาหารที่พายัพทำ กลิ่นหอมของข้าวผัดทำท้องของเธอร้องประท้วงออกมาด้วยความหิว “หอมจริง” พายัพหันกลับมาพูดกับหญิงสาว ริมฝีปากหยักของของเขาบิดยิ้ม “หมายถึงพิม” พิมพิกายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างรู้ทัน คราวนี้เขาไม่ได้แอ้มเธอหรอกเพราะเธอรู้ทัน มุกที่เขามักจะเล่นอยู่ประจำทุกครั้งเธอรู้ทันมันหมดแล้ว “เป





