LOGINเด่นนภาย้อนนึกถึงวันนั้นฉันมางานครบรอบบริษัทของครอบครัวเตชะวงศ์วรากุล เมื่อสามปีก่อน เธออยู่ในงานเลี้ยงดื่มเพียงน้ำหวานจนปวดปัสสาวะ ในเวลาต่อมาเธอก้าวเดินไปเข้าห้องน้ำ สายตาของเธอมองเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงหัวแหลมถึงสี่นิ้ว อีกทั้งกระโปรงที่สวมยังยาวจรดรองเท้า ทำให้เธอชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง
‘เดินภาษาอะไรวะ’ เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียหงุดหงิด อาจเป็นเพราะเธอปวดปัสสาวะ ‘คุณผู้หญิง คุณนั้นละที่ชนผม’ เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ‘คุณเดินไม่ดูฉัน คุณต้องขอโทษฉัน’ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างมาก ที่มีคนกล้าต่อปากต่อคำกับเธอไม่หยุด ถ้าเป็นเพื่อนกู กูด่านะ ด่าไม่เลี้ยงด้วย ‘นี่คุณสวยชะเปล่า แต่ทำไมมารยาทไม่ดีเลยละ’ เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ ‘นายมัน...’ เธอคิดคำด่าไม่ออก เพราะสายตาของเธอมองมายังใบหน้าหล่อเหลา ใบหน้าของเขามันหล่อเกินกว่าที่เธอจะสรรหาคำด่าออกมาได้ เขากลับเผยรอยยิ้มไม่เห็นฟัน ยื่นใบหน้าเข้าใกล้เธอ ทำให้เธอใจสั่นใบหน้าแดงระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ‘คุณว่าผมอีกนะ ผมจะจูบคุณโชว์ทุกคนที่เดินอยู่แถวนี้’ เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เธอกลับขนลุกไปทั้งเรือนร่าง ‘นายนี่มัน’ เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมยกมือเรียวหมายจะฟาดลงบนใบหน้าของเขา แต่เธอยกมือค้างเอาไว้ เขากลับมองเธอด้วยรอยยิ้มไม่เห็นไรฟัน ‘ทำไมเหรอครับ’ เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกวนๆ เธอหันใบหน้าเดินฉับๆ ด้วยอาการหงุดหงิดออกไปจากตรงนี้ เธอภาวะนาขออย่าได้เจอเขาเป็นครั้งที่สอง “เด่น...เด่นนภา...เด่น...!!!” เสียงของดาหลาเรียกเธอคืนสติ แล้วมองไปยังดาหลา “ห๊ะ...อะไรเหรอ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เป็นอะไร ฉันเรียกตั้งหลายรอบแล้ว คิดอะไรอยู่จ๊ะ หรือคิดถึงคุณหมออัฐพลในจินตนาการ” ดาหลาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน แล้วส่งไอแพดมาให้เธอดู เธอมองรูปภาพของผู้ชายสวมใส่เสื้อกาวของแพทย์ เธอไม่คิดอยากที่จะเจอเขาเป็นครั้งที่สอง บุพเพบุพพังทำให้เธอต้องมาเจอเขาในวันพรุ่งนี้จริงๆ เหรอ “หมออัฐหล่อใช่ไหมล่ะ” ดาหลาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มในความหล่อเหลาของหมอหนุ่มในภาพ ถึงจะเป็นหนุ่มวัยกลางคนก็ตาม เพราะเขาอายุสามสิบห้าแล้ว “ไม่เห็นจะหล่อเลย ก็งั้นๆ นายแบบที่เคยถ่ายรูปด้วยยังหล่อกว่านี้เลย” เธอเอ่ยบอก แล้วเมินใบหน้ามองกระจกใสมองตัวเองที่สวมชุดคลุมผ้าขนหนูสีขาวอยู่ “ตระกูลเตชะวงศ์วรากุลเหลือคนนี้คนเดียวแล้วนะ เพราะพี่ชายของเขาแต่งงานไปแล้ว คุณหมออัฐคนนี้เนื้อหอมมาก เขาโสดไม่เคยมีหญิงมาติดพัน สนใจเปล่า” ดาหลาพูดที่เล่นที่จริง “เลิกเล่นได้แล้ว เดี๋ยวไปสาย” “มารีเตรียมชุดเลยค่ะ” ดาหลาเอ่ยบอกคอสตูมประจำตัวเด่นนภา ดาหลามองเด่นนภาด้วยความพึงพอใจ นางงามที่เธอทำงานด้วยกันมา เธอเองก็ไม่เคยสนิทกับใครเท่าSpecial episodeกาลเวลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี ถึงกาลเวลาเปลี่ยนผันไปถึงสิบฤดูกาลก็ตามที แต่ความรักของอัฐพลก็ไม่เคยน้อยลงไปเลย ยิ่งกาลเวลาผ่านไปเขาเองก็ยิ่งรักเธอมากขึ้น อัฐพลยังคงทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยที่อังกฤษ โดยไปปีละสามถึงสี่ครั้งเพื่อไปยังแล็บอังกฤษ และยังทำมูลนิธิเช่นเดิมส่งเสริมเด็กเรียนดีไปเรียนต่างประเทศเพื่อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และมาทำงานในโรงพยาบาล และยังส่งเด็กนักเรียนไปยังโรงพยาบาลทั้งในประเทศและแถบแอฟริกาเพื่อหาประสบการณ์ส่วนเด่นนภาเธอก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกสามคน โดยลูกคนแรกและคนที่สองเป็นคู่แฝดชาทั้งคู่ โดยคนแรกชื่อน่านฟ้า และคนที่สองชื่อปฐพี เขาทั้งสองคนห่างกันไม่กี่นาที และเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยตีกันเท่าไหร่ เพราะเธอสอนให้รู้จักแบ่งปัน และไม่ค่อยได้ซื้อของเล่นให้พวกเขา เธอสอนให้ประดิษฐ์เอง เหมือนที่พ่อเธอสอนอยากได้สิ่งใดต้องทำด้วยตัวเอง เธอจึงยึดหลักคำนี้มาใช้ เขาทั้งสองเติบโตด้วยหนังสือส่วนใหญ่ เขาทั้งสองชอบหนังสือไม่ต่างจากอัฐพล ชอบเข้าไปอยู่ในห้องหนังสือกันสามคนพ่อและลูกๆ เขาชอบอธิบายเป็นภาษาอังกฤษด้วยกายภาพร่างกายของมนุษย์และวิทยาศาสตร์เคมีโดยการทดลองสารต่างๆ
สามเดือนต่อมาเธอได้เลือกชุดแต่งงานและของชำร่วย รวมไปถึงสถานที่แต่งงาน และเช้าครอสเจ้าสาวเพื่อจะแต่งงานอีกหกเดือนข้างหน้า ช่วงนี้เขาก็อยู่โรงพยาบาลหลักในกรุงเทพไม่ได้เป็นจิตอาสาออกไปนอกประเทศเหมือนเมื่อก่อนเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน แต่ว่าเวลาว่างของเขาก็แทบไม่มีเช่นเดิม คนที่ว่างสุดๆ ก็คงเป็นเธอมากกว่า ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากไปออกรายการและถ่ายแบบบ้างเป็นครั้งคราวเธอมองตารางงานของนายแพทย์อัฐพล เตชะวงศ์วรากุลในไอแพดเห็นว่าเขาเลิกเที่ยงตรง ช่วงบ่ายว่างเธอคิดว่าจะไปหาเขาและไปกินข้าวพร้อมกัน เธอจึงแต่งตัวด้วยเดรสสีขาวผ้าปาดไหล่แขนตุ๊กตา กระโปรงบานๆ เหนือหัวเข่า รองเท้าส้นสูงส้นแหลมสี่นิ้วสีขาวที่เธอใส่จนชิน พร้อมด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมสีขาวลายหนังจระเข้ที่เขาซื้อให้เธอเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลตั้งแต่รปภ. จนถึงบุคลากรภายในโรงพยาบาลต่างยกมือไหว้เธอ ทำให้เธอนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงยกมือไหว้ หรือจะเป็นเพราะการประกาศการแต่งงานเมื่อเดือนก่อน อีกทั้งพวกเขาเผยรอยยิ้มและดูนอบน้อมต่างจากครั้งก่อนที่เธอมา เธอจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสองตรงแผนกเดิมที่อัฐพลอยู่ เธอภาวนาไม่ให้น้ำค้างลาหยุดในวันนี้ด้วยเถิด“สวัสดี
“ก็เด่นไงเล่า เด่นนภา จันทร์วัชรโภคิน คนที่พี่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไปด้วยความเร่าร้อน เธอจึงหันใบหน้ากลับมาหาเขา“พี่หมอ...” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มองนัยน์ตาของเขาช่างทองแสงเป็นประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า“สุขสันต์วันเกิดนะเด่น ขอให้เด่นมีความสุขมากๆ นะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาหยิบสร้อยเงินเส้นเล็กจี้เพชรรูปหัวใจสีชมพู มันสวยและเลอค่ามาก และเธอเองก็ไม่ค่อยได้เห็นเพชรน้ำงามเช่นนี้มากนัก“ให้เด่นเหรอคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น“พี่ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเด่น แต่มีช่างเหมือนเพชรนำเพชรมาขายให้พี่สองเม็ด เห็นเขาบอกเป็นเพชรที่หายากมากๆ พี่เลยให้ช่างเพชรที่เป็นเพื่อนพี่ที่เป็นเจ้าของร้านเพชรดูให้ เขาบอกว่าเป็นเพชรน้ำงามทั้งสองเมตร พี่เลยให้เขาทำสร้างคอให้เด่น อีกเม็ดหนึ่งเป็นสีชมพูพี่ว่าจะให้เพื่อนทำเป็นแหวนแต่งงานของเรา” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“หันหลังสิ พี่จะใส่ให้” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอจึงหันกลับหลัง เขาจึงสวมสร้อยเพชรให้เธอ เมื่อเขาสวมเสร็จเธอจึงเดินไปที่หน้ากระจก เธอมองเพชรเม็ดนี้ แล้วจับจี้เพชรขึ้นมาดู เธอรู้ว่าเม็ดชิ้นนี
เด่นนภาก้าวเดินลงจากรถตู้หรู เธอเหยียบลงบนพื้นรันเวย์ เพื่อก้าวเดินขึ้นเครื่องบิน เพื่อบนต่อไปยังแอฟริกา โดยมีอัฐพล และคณะนักศึกษาแพทย์ตามมาอีกสิบคน ซึ่งได้ทุนของมูลนิธิของอัฐพล รวมไปถึงคนจากกองประกวด และบอดี้การ์ดตามไปอีกสิบกว่าคน“เด่น”ดาหลาและช่างแต่งตัวอีกสีคนที่เธอคุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอโดยพร้อมเพรียงกัน“สวัสดีค่ะทุกคน” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยยิ้มให้กลับทุกคน“สวัสดีครับหมออัฐ” ประสิทธิ์เอ่ยทักทายอัฐพล และยกมือไหว้กันและกัน เธอเองก็ยกมือไหว้ประสิทธิ์“สวัสดีครับ” อัฐพลเอ่ยทักทายประสิทธิ์ ส่วนเด่นนภาก้าวเดินไปนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ตรงข้ามของดาหลา“พักผ่อนเพียงพอไหม” ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยรอยยิ้ม กะพริบตาให้เธอข้างหนึ่ง เด่นนภาเผยรอยยิ้มด้วยความเขินอาย เพราะเธอพอจะเดาได้ว่าดาหลาหมายถึงสิ่งใด“พอสิจ๊ะ” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้ายังไม่ได้นอน นอนเลยนะ อีกประมาณสิบสี่ชั่วโมงกว่าจะถึง” ดาหลาเอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม มองเธออย่างรู้ทัน ส่วนพ่อตัวดีทำไม่ให้เธอได้พักผ่อนเกือบทั้งคืน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าอยู่กันสองคนจะตีให้ลายทั้งตัวเลย“สวัสดีครับ ผมสมเกียรติ ประกาศิต เป็นกัปตันเครื่องคนที่หน
เช้าวันต่อมาเธอนั่งรถตู้หรูคันสีดำออกจากคอนโดสำนักงานของอัฐพลไปยังกองประกวด ตอนแรกดาหลาพี่เลี้ยงของเธอจะมารับด้วยตัวเองที่คอนโด แต่อัฐพลโทรไปบอกดาหลาว่า ให้เธอไปกับเขา โดยให้ดาหลาไปรอที่กองประกวดเลย เพื่อการประชุมไปแอฟริกาวันจันทร์หน้า“เป็นไงบ้างลูกบอลที่อยู่ในตัวเด่น ยังอยู่ดีใช่ไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ข้างๆ ริมหูของเธอ ขณะที่เธอพยายามตั้งสติ เพราะลูกบอลสี่อยู่ในกลีบร่องของเธอ เธอใช้มือเรียวลูบไล้เรียวขาทั้งสองข้าง“พี่หมอ มันเสียวแปลกๆ เอาออกได้ไหม” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบา เขาใช้มือหนาลูบไล้เรียวขาของเธอเข้ามาในกระโปรงเดรสสีชมพูกลีบดอกบัวที่เธอสวมใส่อยู่ เธออยากร้องครางออกมาใจจะขาด แต่ทว่าเธอและเขาไม่ได้อยู่ในรถแค่สองคน เพราะมีบอดี้การ์ดและตะวันนั่งอยู่ข้างๆ คนขับ“เดี๋ยวพี่เอาออกให้” เขาเอ่ยบอกเธอ“อย่าค่ะ...เดี๋ยวพี่ตะวันได้ยิน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบาแตะมือเขาให้หยุด เขาใช้มือหนาล้วงเข้าไปเอาลูกบอลที่เลอะไปด้วยน้ำกามของเธอ เขาจึงดึงตัวจับทำให้ลูกบอลที่เชื่อมต่อจากโซ่หลุดออกมาหนึ่งลูก เธอใช้มือเรียวจับไหล่ของเขา และจิกเล็บด้วยความเสียว เม้ม
“ในเมื่อคุยไม่รู้เรื่องก็กลับไปคุยที่บ้าน” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง การกระทำของเขาทำให้คนทั้งร้านหันกลับมามองเขาอีกครั้ง เพราะเขาแบกเธอขึ้นหลัง“พี่หมอปล่อยนะ” เธอตะโกนใส่เขาอีกครั้ง อีกทั้งมือเรียวยังทุบหลัง ทั้งขวน ทั้งตบ เขาก็ปล่อยให้เธอทั้งทุบทั้งตีหลังของเขา“ปล่อย...ฮือ...” เธอปล่อยโฮระหว่างที่เขาก้าวเดิน คนในบาร์ก็ยังสนใจเขาและเธอ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะมองเขาและเธอ“พี่หมอไม่รักเธอแล้ว” เธอตะโกนเสียงดัง ขณะที่เขาเดินเงียบๆ ออกจากร้านไปลานจอดรถ บอดี้การ์ดของเขาเปิดประตูรถให้เขา เขาวางเธอลงบนที่นั่งใกล้คนขับ“ฉันกลับเอง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาคาดเบลท์ให้เธอ แล้วปิดประตูรถฝั่งของเธอ แล้วเดินไปยังฝั่งคนขับนั่งลงคาดเบลท์“คนบ้า คนใจร้าย ไอ้คนไร้หัวใจ” เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ เขากลับเงียบไม่พูดอะไร และขับรถออกไปจากตรงนี้“พี่หมอไม่รักเด่นแล้ว พี่หมอไม่รักฉันแล้ว...ฮือ....” เธอปล่อยโฮอีกครั้ง กลับเขานิ่งไม่พูดอะไรออกมาพี่ไม่พูดกับเด่น แสดงว่าพี่ชอบน้ำค้างใช่ไหม ถ้าพี่ชอบเธอ พี่ก็ปล่อยเด่นไปสิ” เธอเอ่ยบอกทั้งน้ำตา“พี่ไม่ปล่อยเด่นไปไหนง่า
เมื่อฉันมองเข้าไปในดวงตาของคุณ ฉันมีเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม ฉันอยากมีชีวิตอยู่ในวันต่อไป คุณทำให้ทุกอย่างมันง่ายดายด้วยมือของคุณ และสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ฉันจะเป็นเจ้าของ ผมสัมผัสได้ว่า ผมจะไม่อยู่คนเดียวอีกต่อไปที่รัก ผมรู้สึกเหมือนได้รับพรจากพระเจ้าคุณคือสิ่งพิเศษในชีวิตของผมที่รัก ผมรู้สึกเ
เธอยืนถ่ายภาพในส่วนของสระว่ายน้ำภายในโรงแรมหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโรงแรมที่จัดงานการกุศล คือโรงแรม โรงแรมเดอะ แกรนด์ วรางกูร นอกจากเป็นโรงแรมที่สวยแล้ว ยังมีโลเคชั่นต่างๆ ยังสวยอีกด้วย ทำให้โรงแรมนี้เป็นที่ถ่ายหนังอยู่บ่อยครั้ง เพราะด้วยคนไม่พลุกพล่านด้วยราคาแพงหูฉีกกันเลยทีเดียว สระว่ายน้ำแห่งนี้เ
เขาขับรถสปอร์ตหรูสีดำสนิท ขับออกจากห้างสรรพสินค้าไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอ อีกทั้งเขากำลังขึ้นทางด่านทางไปบางปะอิน-ชลบุรี ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจว่าเขาจะพาเธอไปไหนกันแน่“คุณจะพาฉันไปไหน” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ผมจะพาคุณไปที่ ที่หนึ่งคิดว่าคุณต้องชอบ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเสียงแจ๊
“เด่น ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยว่า เธอคุยอะไรกับหมออัฐพลบ้าง”ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยความสงสัย เพราะเธอมองเด่นนภาและอัฐพลตลอด และเธอชื่นชมในใจที่เขาสองคนราวกับกิ่งทองและใบหยก และอีกอย่างอัฐพลเองก็ไม่เคยขึ้นเต้นรำกับไฮโซคนไหน อีกทั้งยังโสดอีกด้วย“เปล่า” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไม่กล้าสบสายตาดา







