เข้าสู่ระบบเด่นนภานั่งอยู่ในห้องแต่งตัวหลังจากมาถึงช่องรายงานที่เธอต้องได้รับการสัมภาษณ์ โดยมีช่างแต่งหน้าและช่างทำผมกำลังเนรมิตใบหน้าและทรงผมให้เธออยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ เพราะเจ้าของกองประกวดให้เธอเปลี่ยนทรงผมใหม่ ถึงทรงเดิมจะดูดีแล้ว แต่มันไม่เข้ากับคอนเซ็ปของงาน
“หิวไหม เด่น” ดาหลาเอ่ยถามเธอด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ ฉันยังไม่หิว” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “อ่านสคริปต์ที่ส่งให้ในอีเมลขึ้นใจแล้วใช่ไหม” “อ่านแล้ว” “ไม่ต้องท่องทั้งหมดนะ ให้พูดให้เป็นธรรมชาติก็พอ” “ค่ะ คุณแม่” “เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา” “โอเค” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วหลับตาลงช้าๆ เพื่อพักสายตาก่อนที่จะขึ้นเวทีอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ดาหลาจึงก้าวเดินออกทันที ไม่นานนักชายหนุ่มวัยกลางคนก้าวเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว “สวัสดีครับ คุณเด่นนภา ไม่ได้เจอกันตั้งนานสบายดีไหม” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกของบุรุษนิรนามที่เด่นนภาไม่อยากได้ยินที่สุด แต่สายตาของเธอมองเขาในกระจกเพียงหางตาแล้วหันไปมองทางอื่นโดยทันที เธอกลับเงียบไม่ได้ส่งสัญญาณตอบรับหาเขา ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมอีกสองคนเดินไปหาเขา “สวัสดีค่ะ ฉันแอนนาเป็นช่างแต่งหน้าของคุณค่ะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยบอกอัฐพลด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อแหวน เป็นช่างทำผมของคุณค่ะ” ช่างทำผมเอ่ยบอกต่อ “เชิญครับ” อัฐพลเอ่ยบอกช่างแต่งหน้าและช่างทำผม แต่ทว่าสายตาของเขามองใบหน้าสวยของเด่นนภาที่นั่งข้างๆ เขา เธอกลับลุกขึ้นยืนโดยทันที และก้าวเดินจากเก้าอี้ “คุณเด่น คุณจะไม่พูดกับผมสักคำเลยเหรอ” อัฐพลเอ่ยถามเด่นนภาด้วยน้ำเสียงเรียบมองเธอในกระจกใส “ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับคุณ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเชิดใบหน้าก้าวเดินไปที่ประตู แต่เดินยังไม่ถึงสองก้าวเขาก็เอ่ยขึ้นมา “สิบ” อัฐพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอหันกลับไปมองเขาด้วยท่าทีสงสัยว่าเขาจะนับตัวเลขทำไม “สิบคำที่คุณพูดกับผม” เขาเอ่ยบอกและเผยรอยยิ้มที่มุมปากเหมือนคนเจ้าเล่ห์ เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ “ฉันไปเข้าห้องน้ำบอกพี่ดาหลาด้วยนะคะ” เธอเอ่ยบอก ขณะที่หันไปบอกช่างทำหน้าและช่างทำผมของเธอ “ค่ะ” ช่างทั้งสองจึงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม อัฐพลกลับยกยิ้มที่มุมปากอีกครั้งที่กวนเธอให้หงุดหงิด เขาจำได้ดีว่าเธอเคยต่อปากต่อคำกับเขานั้นก็เมื่อหลายปีที่แล้ว เธอทั้งกระแทกแดกดันเขาทั้งที่ตัวเธอนั่นแหละผิด แต่เขาเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะเห็นว่าเธอยังเด็กอยู่ ถึงจะยี่สิบปีแล้วก็ตาม ในสายตาของเขา เธอก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ดี โอ๊ย...ประสาทจะกิน ทำไมต้องมาตอนนี้ด้วยวะ เขามาช่วงที่สองของรายการ เรื่ององค์กรดูแลเด็กอยากไร้และทางการแพทย์ เขาเป็นแพทย์อาสาในช่วงพักร้อนของเขาเป็นระยะเวลาสามเดือน คนอะไรขยันเป็นบ้าเลย ว่าแต่จะอวยเขาทำไมSpecial episodeกาลเวลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี ถึงกาลเวลาเปลี่ยนผันไปถึงสิบฤดูกาลก็ตามที แต่ความรักของอัฐพลก็ไม่เคยน้อยลงไปเลย ยิ่งกาลเวลาผ่านไปเขาเองก็ยิ่งรักเธอมากขึ้น อัฐพลยังคงทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยที่อังกฤษ โดยไปปีละสามถึงสี่ครั้งเพื่อไปยังแล็บอังกฤษ และยังทำมูลนิธิเช่นเดิมส่งเสริมเด็กเรียนดีไปเรียนต่างประเทศเพื่อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และมาทำงานในโรงพยาบาล และยังส่งเด็กนักเรียนไปยังโรงพยาบาลทั้งในประเทศและแถบแอฟริกาเพื่อหาประสบการณ์ส่วนเด่นนภาเธอก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกสามคน โดยลูกคนแรกและคนที่สองเป็นคู่แฝดชาทั้งคู่ โดยคนแรกชื่อน่านฟ้า และคนที่สองชื่อปฐพี เขาทั้งสองคนห่างกันไม่กี่นาที และเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยตีกันเท่าไหร่ เพราะเธอสอนให้รู้จักแบ่งปัน และไม่ค่อยได้ซื้อของเล่นให้พวกเขา เธอสอนให้ประดิษฐ์เอง เหมือนที่พ่อเธอสอนอยากได้สิ่งใดต้องทำด้วยตัวเอง เธอจึงยึดหลักคำนี้มาใช้ เขาทั้งสองเติบโตด้วยหนังสือส่วนใหญ่ เขาทั้งสองชอบหนังสือไม่ต่างจากอัฐพล ชอบเข้าไปอยู่ในห้องหนังสือกันสามคนพ่อและลูกๆ เขาชอบอธิบายเป็นภาษาอังกฤษด้วยกายภาพร่างกายของมนุษย์และวิทยาศาสตร์เคมีโดยการทดลองสารต่างๆ
สามเดือนต่อมาเธอได้เลือกชุดแต่งงานและของชำร่วย รวมไปถึงสถานที่แต่งงาน และเช้าครอสเจ้าสาวเพื่อจะแต่งงานอีกหกเดือนข้างหน้า ช่วงนี้เขาก็อยู่โรงพยาบาลหลักในกรุงเทพไม่ได้เป็นจิตอาสาออกไปนอกประเทศเหมือนเมื่อก่อนเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน แต่ว่าเวลาว่างของเขาก็แทบไม่มีเช่นเดิม คนที่ว่างสุดๆ ก็คงเป็นเธอมากกว่า ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากไปออกรายการและถ่ายแบบบ้างเป็นครั้งคราวเธอมองตารางงานของนายแพทย์อัฐพล เตชะวงศ์วรากุลในไอแพดเห็นว่าเขาเลิกเที่ยงตรง ช่วงบ่ายว่างเธอคิดว่าจะไปหาเขาและไปกินข้าวพร้อมกัน เธอจึงแต่งตัวด้วยเดรสสีขาวผ้าปาดไหล่แขนตุ๊กตา กระโปรงบานๆ เหนือหัวเข่า รองเท้าส้นสูงส้นแหลมสี่นิ้วสีขาวที่เธอใส่จนชิน พร้อมด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมสีขาวลายหนังจระเข้ที่เขาซื้อให้เธอเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลตั้งแต่รปภ. จนถึงบุคลากรภายในโรงพยาบาลต่างยกมือไหว้เธอ ทำให้เธอนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงยกมือไหว้ หรือจะเป็นเพราะการประกาศการแต่งงานเมื่อเดือนก่อน อีกทั้งพวกเขาเผยรอยยิ้มและดูนอบน้อมต่างจากครั้งก่อนที่เธอมา เธอจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสองตรงแผนกเดิมที่อัฐพลอยู่ เธอภาวนาไม่ให้น้ำค้างลาหยุดในวันนี้ด้วยเถิด“สวัสดี
“ก็เด่นไงเล่า เด่นนภา จันทร์วัชรโภคิน คนที่พี่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไปด้วยความเร่าร้อน เธอจึงหันใบหน้ากลับมาหาเขา“พี่หมอ...” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มองนัยน์ตาของเขาช่างทองแสงเป็นประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า“สุขสันต์วันเกิดนะเด่น ขอให้เด่นมีความสุขมากๆ นะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาหยิบสร้อยเงินเส้นเล็กจี้เพชรรูปหัวใจสีชมพู มันสวยและเลอค่ามาก และเธอเองก็ไม่ค่อยได้เห็นเพชรน้ำงามเช่นนี้มากนัก“ให้เด่นเหรอคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น“พี่ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเด่น แต่มีช่างเหมือนเพชรนำเพชรมาขายให้พี่สองเม็ด เห็นเขาบอกเป็นเพชรที่หายากมากๆ พี่เลยให้ช่างเพชรที่เป็นเพื่อนพี่ที่เป็นเจ้าของร้านเพชรดูให้ เขาบอกว่าเป็นเพชรน้ำงามทั้งสองเมตร พี่เลยให้เขาทำสร้างคอให้เด่น อีกเม็ดหนึ่งเป็นสีชมพูพี่ว่าจะให้เพื่อนทำเป็นแหวนแต่งงานของเรา” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“หันหลังสิ พี่จะใส่ให้” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอจึงหันกลับหลัง เขาจึงสวมสร้อยเพชรให้เธอ เมื่อเขาสวมเสร็จเธอจึงเดินไปที่หน้ากระจก เธอมองเพชรเม็ดนี้ แล้วจับจี้เพชรขึ้นมาดู เธอรู้ว่าเม็ดชิ้นนี
เด่นนภาก้าวเดินลงจากรถตู้หรู เธอเหยียบลงบนพื้นรันเวย์ เพื่อก้าวเดินขึ้นเครื่องบิน เพื่อบนต่อไปยังแอฟริกา โดยมีอัฐพล และคณะนักศึกษาแพทย์ตามมาอีกสิบคน ซึ่งได้ทุนของมูลนิธิของอัฐพล รวมไปถึงคนจากกองประกวด และบอดี้การ์ดตามไปอีกสิบกว่าคน“เด่น”ดาหลาและช่างแต่งตัวอีกสีคนที่เธอคุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอโดยพร้อมเพรียงกัน“สวัสดีค่ะทุกคน” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยยิ้มให้กลับทุกคน“สวัสดีครับหมออัฐ” ประสิทธิ์เอ่ยทักทายอัฐพล และยกมือไหว้กันและกัน เธอเองก็ยกมือไหว้ประสิทธิ์“สวัสดีครับ” อัฐพลเอ่ยทักทายประสิทธิ์ ส่วนเด่นนภาก้าวเดินไปนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ตรงข้ามของดาหลา“พักผ่อนเพียงพอไหม” ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยรอยยิ้ม กะพริบตาให้เธอข้างหนึ่ง เด่นนภาเผยรอยยิ้มด้วยความเขินอาย เพราะเธอพอจะเดาได้ว่าดาหลาหมายถึงสิ่งใด“พอสิจ๊ะ” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้ายังไม่ได้นอน นอนเลยนะ อีกประมาณสิบสี่ชั่วโมงกว่าจะถึง” ดาหลาเอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม มองเธออย่างรู้ทัน ส่วนพ่อตัวดีทำไม่ให้เธอได้พักผ่อนเกือบทั้งคืน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าอยู่กันสองคนจะตีให้ลายทั้งตัวเลย“สวัสดีครับ ผมสมเกียรติ ประกาศิต เป็นกัปตันเครื่องคนที่หน
เช้าวันต่อมาเธอนั่งรถตู้หรูคันสีดำออกจากคอนโดสำนักงานของอัฐพลไปยังกองประกวด ตอนแรกดาหลาพี่เลี้ยงของเธอจะมารับด้วยตัวเองที่คอนโด แต่อัฐพลโทรไปบอกดาหลาว่า ให้เธอไปกับเขา โดยให้ดาหลาไปรอที่กองประกวดเลย เพื่อการประชุมไปแอฟริกาวันจันทร์หน้า“เป็นไงบ้างลูกบอลที่อยู่ในตัวเด่น ยังอยู่ดีใช่ไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ข้างๆ ริมหูของเธอ ขณะที่เธอพยายามตั้งสติ เพราะลูกบอลสี่อยู่ในกลีบร่องของเธอ เธอใช้มือเรียวลูบไล้เรียวขาทั้งสองข้าง“พี่หมอ มันเสียวแปลกๆ เอาออกได้ไหม” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบา เขาใช้มือหนาลูบไล้เรียวขาของเธอเข้ามาในกระโปรงเดรสสีชมพูกลีบดอกบัวที่เธอสวมใส่อยู่ เธออยากร้องครางออกมาใจจะขาด แต่ทว่าเธอและเขาไม่ได้อยู่ในรถแค่สองคน เพราะมีบอดี้การ์ดและตะวันนั่งอยู่ข้างๆ คนขับ“เดี๋ยวพี่เอาออกให้” เขาเอ่ยบอกเธอ“อย่าค่ะ...เดี๋ยวพี่ตะวันได้ยิน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบาแตะมือเขาให้หยุด เขาใช้มือหนาล้วงเข้าไปเอาลูกบอลที่เลอะไปด้วยน้ำกามของเธอ เขาจึงดึงตัวจับทำให้ลูกบอลที่เชื่อมต่อจากโซ่หลุดออกมาหนึ่งลูก เธอใช้มือเรียวจับไหล่ของเขา และจิกเล็บด้วยความเสียว เม้ม
“ในเมื่อคุยไม่รู้เรื่องก็กลับไปคุยที่บ้าน” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง การกระทำของเขาทำให้คนทั้งร้านหันกลับมามองเขาอีกครั้ง เพราะเขาแบกเธอขึ้นหลัง“พี่หมอปล่อยนะ” เธอตะโกนใส่เขาอีกครั้ง อีกทั้งมือเรียวยังทุบหลัง ทั้งขวน ทั้งตบ เขาก็ปล่อยให้เธอทั้งทุบทั้งตีหลังของเขา“ปล่อย...ฮือ...” เธอปล่อยโฮระหว่างที่เขาก้าวเดิน คนในบาร์ก็ยังสนใจเขาและเธอ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะมองเขาและเธอ“พี่หมอไม่รักเธอแล้ว” เธอตะโกนเสียงดัง ขณะที่เขาเดินเงียบๆ ออกจากร้านไปลานจอดรถ บอดี้การ์ดของเขาเปิดประตูรถให้เขา เขาวางเธอลงบนที่นั่งใกล้คนขับ“ฉันกลับเอง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาคาดเบลท์ให้เธอ แล้วปิดประตูรถฝั่งของเธอ แล้วเดินไปยังฝั่งคนขับนั่งลงคาดเบลท์“คนบ้า คนใจร้าย ไอ้คนไร้หัวใจ” เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ เขากลับเงียบไม่พูดอะไร และขับรถออกไปจากตรงนี้“พี่หมอไม่รักเด่นแล้ว พี่หมอไม่รักฉันแล้ว...ฮือ....” เธอปล่อยโฮอีกครั้ง กลับเขานิ่งไม่พูดอะไรออกมาพี่ไม่พูดกับเด่น แสดงว่าพี่ชอบน้ำค้างใช่ไหม ถ้าพี่ชอบเธอ พี่ก็ปล่อยเด่นไปสิ” เธอเอ่ยบอกทั้งน้ำตา“พี่ไม่ปล่อยเด่นไปไหนง่า
เมื่อฉันมองเข้าไปในดวงตาของคุณ ฉันมีเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม ฉันอยากมีชีวิตอยู่ในวันต่อไป คุณทำให้ทุกอย่างมันง่ายดายด้วยมือของคุณ และสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ฉันจะเป็นเจ้าของ ผมสัมผัสได้ว่า ผมจะไม่อยู่คนเดียวอีกต่อไปที่รัก ผมรู้สึกเหมือนได้รับพรจากพระเจ้าคุณคือสิ่งพิเศษในชีวิตของผมที่รัก ผมรู้สึกเ
เธอยืนถ่ายภาพในส่วนของสระว่ายน้ำภายในโรงแรมหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโรงแรมที่จัดงานการกุศล คือโรงแรม โรงแรมเดอะ แกรนด์ วรางกูร นอกจากเป็นโรงแรมที่สวยแล้ว ยังมีโลเคชั่นต่างๆ ยังสวยอีกด้วย ทำให้โรงแรมนี้เป็นที่ถ่ายหนังอยู่บ่อยครั้ง เพราะด้วยคนไม่พลุกพล่านด้วยราคาแพงหูฉีกกันเลยทีเดียว สระว่ายน้ำแห่งนี้เ
เขาขับรถสปอร์ตหรูสีดำสนิท ขับออกจากห้างสรรพสินค้าไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอ อีกทั้งเขากำลังขึ้นทางด่านทางไปบางปะอิน-ชลบุรี ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจว่าเขาจะพาเธอไปไหนกันแน่“คุณจะพาฉันไปไหน” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ผมจะพาคุณไปที่ ที่หนึ่งคิดว่าคุณต้องชอบ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเสียงแจ๊
“เด่น ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยว่า เธอคุยอะไรกับหมออัฐพลบ้าง”ดาหลาเอ่ยถามเด่นนภาด้วยความสงสัย เพราะเธอมองเด่นนภาและอัฐพลตลอด และเธอชื่นชมในใจที่เขาสองคนราวกับกิ่งทองและใบหยก และอีกอย่างอัฐพลเองก็ไม่เคยขึ้นเต้นรำกับไฮโซคนไหน อีกทั้งยังโสดอีกด้วย“เปล่า” เด่นนภาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไม่กล้าสบสายตาดา







