เข้าสู่ระบบต่อจากนั้น
“วัฒน์คุณจะทำอะไรน่ะ” เขาสวมกอดศศิตาเอาไว้แน่น มือไม้ล้วงลงไปที่ใต้ชายชุดที่เธอสวมใส่
“ทำแบบที่เราเคยทำ แล้วคุณอยู่กับใคร”
“ฉันก็อยู่กับคุณแม่ไงคะ”
“แล้วคนใช้”
“ไม่อยู่”
“อ้า... แสดงว่าทางโล่ง โปร่งสบาย” ฐิติวัฒน์ยิ้มกริ่ม
“อะไรของคุณทางโล่ง”
ฐิติวัฒน์ล้วงเข้าไปและแหวกกางเกงในของเธอ ก่อนจะสอดใส่แท่งหรรษาอันใหญ่เข้าไปในช่องของเธอจากด้านหลัง
“อย่านะวัฒน์” ปากว่าไม่ แต่ก้มลงโก้งโค้ง และหยัดสะโพกโยกส่วนกับแกนเขื่องของฐิติวัฒน์อย่างไม่ลดละ
“วัฒน์ตรงนี้ มันไม่ได้นะ มันประเจิดประเจ้อ อ้า ซี้ด... เสียว วัฒน์ อะ อะ”
“งั้นไปที่ไหนดีจ๊ะ”
“ทางนี้” ศศิตาเดินนำไปยังห้องอ่านหนังสือของรามิล
ทั้งคู่ยังประสานสอดกันแน่น ฐิติวัฒน์ยังโยกขยับชักลำแท่งเข้า
ๆ ออกๆ อยู่ตลอดเวลา ศศิตาส่งเสียงสุขดังซี้ดซ้าด คงจะลืมว่าที่นี่บ้านของพ่อแม่ของรามิล ผู้เป็นสามีที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของเธอ“บนโต๊ะทำงานของผัวคุณไหม” ไม่พูดเปล่า แต่จับร่างของศศิตาขึ้นไปบนโต๊ะ เธอพลิกตัวนอนหงาย ยกขาขึ้นชันตั้งเข่า ฐิติวัฒน์เข้าประชิดและจดจ่อแกนแกร่งเข้าไปในช่องทางที่คุ้นเคย และใส่เธอแบบไม่ยั้ง
ทั้งสองคนไม่อายฟ้าดิน หรือแม้แต่ผีบ้านผีเรือน โยกขยับส่งรับกันแบบไร้ยางอาย มือปัดเอารูปอัลตราซาวนด์และกรอบรูปหล่นลงไปบนพื้นพรมด้านล่าง
ฐิติวัฒน์ยังคงสอยเสือกกระแทกช่องลับของศศิตาสุดแรง แล้วฉีดพ่นความสุขเข้าไปในตัวเธอ ทั้งสองคนเสียบคากันอยู่แบบนั้น แล้วก็จูบกันอย่างดูดดื่ม
“โคตรตื่นเต้นดี”
“เอาอีกไหม”
“พอแล้ววัฒน์ แล้วสรุปคุณจะเอายังไง คุณจะมาเอาเงินใช่ไหม”
“อื้อ... เมื่อวานคุณลืมให้ผม”
“ฉันจะให้เงินคุณนะวัฒน์ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่มาที่นี่อีก”
เขาอิดออด แต่ก็พยักหน้ารับ และแบมือมาตรงหน้าของศศิตา
“อย่าเอาไปเล่นการพนันอีกนะ และก็เอาไปใช้เงินกู้นอกระบบนั่นด้วย”
“ได้จ้าที่รัก” เขาเอื้อมไปหยิบทิชชูก่อนจะเช็ดทำความสะอาดแล้วโยนทิ้งลงไปในถังขยะข้างโต๊ะ
“อ้อ... ไอ้แบงค์ชวนเราสองคนไปสวิงกิ้ง”
“เมื่อไร” ดวงตาของศศิตาเป็นประกาย
“ทำเหมือนอยากมาก ผมหึงนะ คุณก็รู้”
“วัฒน์ ฉันชอบความสนุก คุณก็รู้ แต่ฉันไม่ได้ติดใจ”
“ฮึ...” เขาทำงอน และหันหลังให้ พลางรูดซิป
“ผมจะตอบเซย์เยสกับมันไปก็แล้วกัน”
“ค่ะ บอกแบงค์ด้วย ใส่ถุง ไม่สดนะ ถ้าใครไม่เอาด้วย ก็ไม่ต้องมา”
“โอเค ผมไปนะที่รัก”
ฐิติวัฒน์หันมาจุ๊บแก้มเธอ จูบปากอย่างดูดดื่มอีกครั้ง และเดินควงแขนกันออกมา เธอไปส่งเขาที่ประตู
ศศิตากลับมาที่ห้องหนังสือของรามิล หยิบหนังสือที่ตกลงไปข้างโต๊ะ แล้วพาไปให้คุณนิรันรัตน์ ท่านหลับปุ๋ยไปด้วยฤทธิ์ยาที่หมอให้ เธอวางหนังสือเอาไว้ แล้วออกไปหาอะไรกิน
คุณนิรันรัตน์ลืมตาขึ้น น้ำตาเริ่มไหลเอ่อท่วมแล้วล้นออกมา นางไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง ทำไมศศิตาถึงได้ทำอะไรที่บัดสีบัดเถลิงในบ้านได้ถึงเพียงนี้
‘โอ้! ราม แม่ผิดไปแล้ว แม่ทำอะไรลงไป แม่เสียใจ’
รูปอัลตราซาวนด์กับข้อความเหล่านั้น
‘ราม แสดงว่าหลานแม่ยังมีชีวิตอยู่สินะ โธ่! เพราะย่าคนเดียว ย่าทำลายทุกคน ทั้งราม เด็กผู้หญิงคนนั้น รวมถึงหลานของย่าด้วย ย่าจะทำอย่างไรดี’
จู่ ๆ คุณนิรันรัตน์ก็มีอาการเจ็บแน่นที่หน้าอกอย่างมาก
“อั๊ก... เป็นอะไร”
ท่านเริ่มหน้าแดง และมีเหงื่อแตกพลั่ก
ๆ หัวใจเริ่มสั่น การหายใจเริ่มหอบถี่ มีอาการเหนื่อย“โอ้ย! เหมือนมีอะไรมาทับที่หน้าอก”
“อึก...” ท่านพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็เจ็บร้าวจากหน้าอกจนไปถึงแขนซ้าย เหงื่อไหลบ่าอย่างกับน้ำตก
“ราม ราม ราม อึก... อั๊ก”
“คุณแม่” ศศิตาเวลาอยู่ที่บ้าน เธอจะแวะเวียนมาดูคุณนิรันรัตน์บ่อย
ๆ“คุณแม่เป็นอะไรคะ ช่วยด้วย
ๆ” เธอตะโกนดัง เริ่มวิ่งวุ่น อารามตกใจเหมือนทำอะไรไม่ถูก“ตายแล้ว ยายปานไม่อยู่ คุณแม่คะ คุณแม่”
“ตา ตา โทรหาราม” ดูเหมือนท่านจะอาการหนัก
“คุณแม่คะ” ศศิตาโทรศัพท์ตามรถพยาบาลด้วยอาการมือสั่น เธอสั่นโยกไปทั้งตัว ก่อนจะโทรศัพท์หารามิลด้วย
ในเวลาต่อมา
สายระโยงระยางอยู่บนตัวของคุณนิรันรัตน์ ท่านไม่ได้สติไปแล้ว
“หมอราม”
“ครับอาจารย์หมอ”
“อาการน่าเป็นห่วงนะ หัวใจวายเฉียบพลัน”
“ครับ” รามิลหลับตา เขาเป็นหมอแม้จะไม่ได้เรียนเฉพาะทางเรื่องเกี่ยวกับทรวงอก แต่เขาก็รู้สาเหตุที่แม่เป็น อาการมีมาสักพักหนึ่งแล้ว
“ก็ต้องรอปาฏิหาริย์นะ”
ภาพที่เห็น อรนิลเข้าไปกระซิบกับณัฐกร“เห็นไหมพี่ปั๊ม พี่รู้ยังว่า แป้งน่ะรักหมอมาก”“อื้อ” ณัฐกรพยักหน้า ภาพตรงหน้าฟ้องทุกอย่างที่อยู่ในใจของนรินภัทรรามิลมองข้ามแม่ลูกไปที่ณัฐกร“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วหมอ” ณัฐกรยิ้มให้ด้วย“ครับ” รามิลดีใจจนบอกไม่ถูก“แล้วจะแต่งงานกันไหม หรือจะเอายังไง” ณัฐกรถามขึ้นทันที อรนิลถึงกับตีเผียะเข้าให้“พี่ปั๊มให้คุณหมอหายก่อนได้ไหม ฮึ...”“จะให้ผมทำอะไร ผมก็ยอมทั้งนั้นครับ”ดวงตาของรามิลแน่วแน่มาก ๆณัฐกรถึงกับโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพียงแค่ปล่อยวางความไม่พอใจ หัวใจของเขาก็ฟู และโล่งอก อรนิลพูดถูกต้องปล่อยนรินภัทรไปเพื่อให้ไปใช้ชีวิตที่เธอเลือกหลายวันต่อมารามิลออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว รามิลเอ่ยปากขอให้ ชูใจและนรินภัทรไปอยู่กับเขาที่บ้าน ณัฐกรถามความสมัครใจของน้องสาว นรินภัทรตอบตกลงอย่างไม่ลังเลในห้องนอนของรามิล นรินภัทร และชูใจเด็กน้อยกระโดดอยู่ที่เตียงของตัวเอง รามิลจัดที่นอนให้ลูกนอนต่างหาก คนเป็นแม่ชงนมไปให้ ชูใจพอได้นอนก็นอนดูดจุ๊บจั้บ“แป้งจ๊ะต้องให้ลูกเลิกดื่มนมจากขวดได้แล้วนะ”“พ้นคืนนี้ไปก่อนนะคะ” นรินภัทรส่งสายตาหวานเยิ้มรามิลยิ้มให้อย่างเข้
นรินภัทรหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เธอได้รับสายจากโรงพยาบาล เธอวิ่งออกมาจากห้อง พอเห็นหน้าของณัฐกรและอรนิล“พี่รามถูกแทง” แล้วร่างก็ค่อย ๆ ร่วงลงไปกองที่พื้น“แป้ง” ทั้งอรนิลและณัฐกรพากันเรียก ณัฐกรหยิบมือถือของนรินภัทรที่ตกลงไปข้างตัวของเธอขึ้นมา“คุณหมอถูกแทงนะคะ คนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายเมียที่กำลังพาลูกมารักษาที่โรงพยาบาล แล้วคุณหมอเข้าไปช่วยค่ะ ตอนนี้ทางเรากำลังดูอาการให้คุณหมออยู่ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ”“ครับ เดี๋ยวเราจะไปโรงพยาบาลครับ”“เกิดอะไรขึ้นน่ะพี่ปั๊ม” อรนิลถามสามี แล้วหันไปประคองนรินภัทร และตบหน้าของเธอเบา ๆ“แป้ง แป้ง...”“แม่ แม่จ๋า แม่...” ชูใจจับใบหน้าของแม่ที่หมดสติไปในเวลาต่อมา ที่ห้องพิเศษ“พี่ราม” นรินภัทรเปิดประตูเข้ามา เธอปรี่เข้าไปหาตัวเขา มองสำรวจรามิลด้วยความเป็นห่วง“พี่ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายมาเป็นคนป่วยเลยนะ” รามิลยังมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าของลูกกับเมียอีกแล้ว“พี่รามยังจะยิ้มได้อีกหรือคะ แล้วยังจะมาพูดเล่นอีก”นรินภัทรดวงตาแดงก่ำ เธอเพิ่งตระหนักว่าตัวเองอยากอยู่กับรามิลมากแค่ไหน“เจ็บมากไหมคะ แผลเป็นยังไงบ้าง แล้วหมอว่าอย่างไรคะ” นรินภัทรถามออกม
ที่หน้าบ้าน รามิลกอดนรินภัทร“พรุ่งนี้พี่ต้องทำงาน ถ้าว่างพี่โทรหานะแป้ง”“ค่ะ” รามิลจูบเธอที่กลางหน้าผาก เขาจูบที่ริมฝีปากของนรินภัทรอย่างแผ่วเบาตรงหน้าต่าง ผ้าม่านขยับ ณัฐกรกำลังแอบดู เขาเพิ่งเห็นสีหน้าของน้องสาวที่ยิ้มเต็มใบหน้าอีกครั้งอรนิลเดินเข้ามา ณัฐกรรีบหันมา“พี่เห็นอะไรไหม”“เห็นอะไร”“ความสุขอีกครั้งในดวงตาของแป้งไง พี่ไม่อยากให้แป้งมีความสุข และไม่อยากให้ครอบครัวของชูใจสมบูรณ์หรือ แล้วหมอก็ต้องทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ดีแน่ ๆ”“แต่พี่...” ใบหน้าของณัฐกรเจ็บปวด ดวงตาของเขาแดงก่ำ“แล้วเราทำอะไรได้คะ ตอนนั้นแป้งไม่เคยเอ่ยปาก และที่ผ่านมาอรเห็นพี่ทำเพื่อแป้งทุกอย่าง และทำหน้าที่พี่ชายที่สมบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่เราจะส่งต่อให้แป้งไปอยู่กับคนที่ดูแลแป้งได้ อีกอย่างที่อรเห็น หมอเขารักแป้งจริง ๆ นะคะ”“แล้วตอนนั้น...”“มันผ่านมาแล้ว และผ่านมาเกือบห้าปีแล้ว เราอย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บอีกเลยนะคะ เราต้องปล่อยแป้งไปค่ะ และให้ทุกอย่างเดินหน้า อรเชื่อว่า ความรักจะนำทางทุกอย่าง” อรนิลกอดสามีเอาไว้ณัฐกรน้ำตาไหล เขารักน้องสาวมาก“พี่ไม่อยากให้แป้งเจ็บปวดอีก”“พี่ปั๊ม ประวัติศาสตร์มันไม่ซ้ำ
ในเวลาต่อมา ชูใจเดินออกมาจากห้อง“แม่ ชูใจอยู่ที่ไหน”รามิลลุกขึ้นไปโอบกอดลูกเอาไว้ เขาหอมแก้มชูใจทั้งซ้ายทั้งขวา“บ้านของลุงหมอเหรอ”“ชูใจ ต่อไปหนูต้องเรียกว่าพ่อนะครับ”“พ่อ” เด็กหญิงทำหน้างง“ถ้าพ่อจะแต่งงานกับแม่ ชูใจจะว่าอะไรไหม” การที่จะเล่าอะไรให้เด็กวัยแค่นี้ฟัง ชูใจก็คงไม่เข้าใจชูใจส่ายหน้า“ฮึ... ชูใจไม่ให้พ่อแต่งงานกับแม่หรือ” รามิลหน้าเสียนรินภัทรหัวเราะ “ชูใจไม่เข้าใจหรอกว่า แต่งงานคืออะไรน่ะ”“อ้อ... ถ้าอย่างนั้นพ่อพูดใหม่ ชูใจกับแม่มาอยู่กับพ่อได้ไหม”“อยู่ที่นี่หรือ”“อื้อ ได้ไหม”เด็กหญิงเริ่มเดินสำรวจ รามิลซื้อของเล่นมาวางเอาไว้บางส่วนแล้ว ตั้งใจจะเอาไปให้ชูใจชูใจเมื่อเห็นของเล่นเท่านั้นแหละ“นี่ของใคร”“ของชูใจไง พ่อซื้อให้” รามิลเดินเข้าไปหา“และถ้าชูใจอยากได้อะไร พ่อก็จะซื้อให้”“พี่ราม” นรินภัทรส่งเสียงปราม“ซื้อให้ตามสมควร และความเหมาะสมนะ”“เล่นได้ไหม” เด็กก็คือเด็ก ไม่สนใจแล้วว่าพ่อพูดอะไร“ได้สิ มันเป็นของชูใจ เล่นได้เลย มา... พ่อแกะให้” เขาลงไปนั่งเล่นกับลูกนรินภัทรมองภาพตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ20.00 น.ทั้งสามพ่อแม่ลูกมานั่งอยู่ที่บ้าน และนั่งอยู่ต่อหน้
“พี่รักแป้งเสมอ” คำรักที่นรินภัทรอยากฟัง มันไม่ควรมาตอนนี้สิ“อะ อะ อะ” เธอลั่นเสียงรัญจวนออกมาตลอดเวลาไม่มีคำต่อว่าต่อขานอีก จังหวะสุขที่รามิลกระหน่ำลงมาเร่งปฏิกิริยาในร่างกายของทั้งคู่“อ้าย” เธอส่งเสียงสุข รามิลเองก็ใกล้จะไปสุดทางสวรรค์แล้ว เขาตะบี้ตะบันอัดกระแทกบดโยกแท่งแกร่งเข้ามาในร่องสาวที่ตอนนี้มีสายน้ำชุ่มโชก“หยุด พอแล้วพี่ราม แป้งไม่ไหวแล้ว”รามิลได้ยินนรินภัทรเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเขาและตัวเอง ใบหน้าหนุ่มก็ยิ้มหวาน เร่งกระชั้นสะโพกสอบตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในร่องนุ่ม ๆ ยกใหญ่นรินภัทรกรีดร้องสุดเสียง กอดรัดร่างหนาของรามิลเหมือนว่ากลัวเขาจะหายไปรามิลเองก็หายใจหอบกระเส่า คำรามส่งพร้อมกับฉีดส่งความรักความสุขของเขาเข้าไปในตัวเธอ เป็นการตอกย้ำว่า เขาจะไม่ปล่อยมือจากนรินภัทรรามิลซุกหน้าลงไปพร้อมกับหายใจร้อน ๆ รดต้นคอของหญิงสาว ปล่อยให้ช่องทางน้อย ๆ ตอดถี่และรีดพิษจากตัวของเขาให้หมด เนื้อตัวของนรินภัทรสั่นไหวอยู่ใต้ร่างหนาของเขามือน้อย ๆ เริ่มทุบตี และร้องไห้ปานจะขาดใจเธอเกลียดตัวเองที่รักเขา“พี่ขอโทษนะแป้ง เรากลับมาอยู่ด้วยกันนะ พี่จะไม่ขออะไรมาก แค่ให้แป้งยกโทษให้พี่ เราจ
ร่องสาวบีบรัด แข็งขาเกร็ง และตัวเธอก็สั่นสะเทิ้น นรินภัทรส่งเสียงสุขออกมาเบา ๆ อย่างต่อเนื่อง แบบคอนโทรลตัวเองไม่ได้อีกต่อไปช่องทางน้อย ๆ ส่งสายน้ำใส ๆ ออกมามากมาย เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ตัดกันไม่ขาด รามิลเองก็ครางกระเส่าดังขรมอยู่ในลำคอ เขายังคงใช้ลิ้นดูดดุนและกระตุ้นแทงเข้าไปในร่องรักของนรินภัทรเธอกรีดร้องดัง ๆ ส่งท้าย พร้อมกับพาตัวเองปีนป่ายขึ้นสวรรค์ไปแล้ว น้ำตาแห่งความเสียวซ่าน ความเสียใจ และความไม่พอใจในการกระทำของรามิลหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดรามิลเห็น... แต่เขาจะต้องทำให้มันจบ เขาไม่อยากพลาดอีก ใครอาจจะด่าว่าเขาอย่างไรก็ตาม แต่ชายหนุ่มคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่จะได้เมียและลูกกลับคืน เขาก็เป็นคนเถื่อนที่จะทำให้หัวใจของนรินภัทรอ่อนลงรามิลลุกขึ้นจัดการเสื้อผ้าของตัวเอง แป๊บเดียวกายหนุ่มก็ล่อนจ้อน เขาจรดแกนแข็งเข้าไปต้องปากทาง ก่อนจะกดแทรกเข้าไปในร่องของเธออย่างรวดเร็วนรินภัทรผวากอดรัดเขา ความเร็วความแรงทำให้เจ็บเหมือนกัน เธอจับจิกกรีดเล็บไปบนเนื้อตัวของรามิล เขาไม่ได้หยุดการกระทำ แต่กลับเริ่มโยกบดบี้ ชายหนุ่มสูดปากซี้ดเสียงยาว ๆ อารมณ์หนุ่มเลื่อนลั่นเดือดพล่านเขาบดควงและตอก
(“แหม... ถามตรงประเด็นเลยนะ พี่ชอบน้องแป้งตรงนี้แหละ ที่หนูเป็นคนพูดตรง พี่น่ะหรือ ยังหรอกจ้า วีเป็นคนเลือกมากจะตาย พ่อคนช่างเลือกน่ะ พี่คิดว่าถ้าไม่ถูกใจเขาไม่แต่งงานอีกแน่ ๆ แต่ที่พี่กล้าคุยกับน้องแป้งคราวก่อน เพราะวีเขาเอ่ยปากกับพี่ว่าเขาน่ะชอบน้องแป้ง ชอบตั้งแต่แรกเห็น เขาชอบน้องแป้งจริง ๆ”)“ค
ค่ำนั้น ติ้ง ติ้ง...(หลานอ๊บอ๊บนอนที่โรงพยาบาลนะ หลานเป็นไข้สูง)(โธ่เอ๊ย! อ๊บอ๊บเพิ่งเกิดเอง และตัวเล็กนิดเดียว) พาลน้ำตาไหล เพราะสงสารหลาน(ดีนะที่หมอรามิลมาดูให้นะ หมอบอกว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรอ๊บอ๊บจะดีขึ้น พี่โทรไปขอร้องหมอนะ เห็นว่าที่โรงพยาบาลเหลือแต่หมอเวร วันนี้วันเสาร์ หมอเด็กไม่ม
ในตอนนั้นเอง นักเขียนคนที่จ้างนรินภัทรวาดปกก็ได้ส่งข้อความมารัว ๆ ทำให้เธอต้องไปคุยงานกับนักเขียน นักเขียนต้องการจะเปลี่ยนปกที่บรีฟมาทั้งหมด เธอจึงปล่อยให้รามิลได้ใกล้ชิดกับลูกรามิลกล่อมชูใจอยู่บนเตียง น้ำตาของเขาคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลา เขามองเด็กหญิงที่ดูดนมจากขวด และส่งสายตาคะยั้นคะยอให้เขาเล่านิทาน
มันเป็นตราบาปในหัวใจของรามิลมาตั้งแต่วันที่เขาเอ่ยปากให้เธอไปกำจัดลูก แต่เขารู้ดีว่านรินภัทรไม่ใช่คนแบบนั้น อย่างไรเธอก็ต้องเก็บลูกเอาไว้วันที่เธอท้อง รามิลไม่มีสถานะที่จะปกป้องอะไรเธอได้ อีกอย่างเขาไม่รู้ว่าแม่คิดอย่างไร ถ้ารู้ว่านรินภัทรท้อง รามิลในตอนนั้น เขาคิดอย่างเดียว เขาไม่อยากให้เธอเดือดร







