LOGINแรงมาแรงกลับ
เขายิ้มเยาะขึ้นอีกหลังจากที่ดูอาการของคนตัวเกร็งด้วยความโกรธ
“คนบ้า! บ้าที่สุด” เธอตะโกนออกไปเมื่อสุดกลั้น “ไปเลย จะไปไหนก็ไป ตาบ้า!”
อาชาถึงกับสำหลักน้ำลายตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำ อารมณ์จี๊ดพุ่งสุดแรงพอๆ กับสาวตรงหน้า โอ๊ย! อยากจะบ้า ผู้หญิงสมัยนี้ปากคอร้ายกาจได้อีกหรือวะ...เดี๋ยวก็ไม่มีใครเอาทำพันธุ์หรอก...ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
“แล้วจะให้ไปไหนได้ลิฟต์กำลังเลื่อนอยู่ตอนนี้ ถึงชั้นที่ต้องการแล้วผมไปแน่ ไม่อยากอยู่นักหรอก เจอคนแบบนี้ผู้หญิงอะไร...”
เถอะ ใบหน้าหล่อเหลากวาดสายตาจับจ้องใบหน้าเรียวงามเช่นกัน ก่อนจะหยุดอยู่ตรงฝีปากบาง ที่เขารู้ดีว่าปากภายใต้ความสวยงามที่น่าลิ้มลองนั้น แฝงไปด้วยวาจาอาบยาพิษไว้
ท่าทีที่คุกคาม ทำให้ธาริณีถึงกับเกิดอาการกลัวขึ้นมาจับใจ หัวใจเต้นรัว ท้องไส้เริ่มบิดมวน ใจเริ่มคิด คิดผิดเสียแล้ว ที่ขึ้นลิฟต์มากับผู้ชายคนนี้
...ซ้ายก็กำแพง ขวาก็กำแพง ด้านหน้าก็มีกำแพงมนุษย์อีก แล้วอย่างนี้เธอจะหายไปจากตรงนี้ได้ยังไง
จากท่าทางของหญิงสาวนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่ากำลังคิดอะไรเขาหัวเราะ หึ ๆ เป็นการเยาะเย้ย แม้แววตาเขาเองก็เป็นเช่นนั้น
“กลัววล่ะสิ” เขาว่าเสียงเย็น “หัดกลัวตั้งแต่แรกก็คงจะดีมากับผู้ชายสองต่อสองอย่าหัดปากดีเราะร้ายนัก"
เขาก้มลงมองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาคุกคามทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ถอยไปชิดผนังลิฟต์ ดวงตากลมโตภายใต้คิ้วโก่งที่สวยงามนั้นเบิกโพลง เห็นได้ชัดว่าหล่อนกำลังเกิดความกลัว
“อย่าเข้ามานะ! หล่อนขู่เสียงเข้ม ที่นี่มีกล้องวงจรปิดนะ”
หล่อนยังพูดต่อเพื่อเตือนสติอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ
“มีกล้องแล้วไง คุณคิดว่าผมจะกลัวเหรอ”
เขาทำท่าขยับเท้าข้าวหนึ่งเพื่อจะเข้าหา หญิงสาวร้องเสียงหลง
“อย่านะ ฉันจะเรียกให้คนช่วย”
เขาก้าวแค่ก้าวเดียวก็ถึงตัวหล่อนแล้ว ร่างแทบจะแนบชิดกัน ทำให้อีกฝ่ายหลับตาปี๋ใช้มือผลักอกอีกฝ่ายพัลวัน
“ออกไปนะ อย่าทำอะไรฉันนะ...”
เขาก้มลงมาจนจมูกโด่งเกือบที่จะชุดพวงแก้มนวล มือทั้งสองข้างของเขาใช้ยันผนังลิฟต์ไว้ หล่อนไม่อาจจะขยับไปไหนไม่ได้เลยทำได้แค่เบิกตาโพลงด้วยความตื่นตกใจ
“คราวหน้า...อย่าริทำเก่งกับคนแปลกหน้าอีกเข้าใจไหม”
ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเป่าลดที่แก้มและซอกคอหล่อนอยู่ตอนนี้มันทำให้ขนของหล่อนลุกตั้งชันไปทั้งหัว หัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ขาก็แทบอ่อนแรงลง มันไม่ใช่แค่ความคิดขาหล่อนอ่อนแรงจริง ๆ จนมือหนาได้รูปนั้นคว้าไหล่เปลือยทั้งสองข้างของหล่อนดึงเอาไว้ทัน ยิ่งทำให้หล่อนจะเป็นลมเมื่อร่างของหล่อนแนบชิดกับเขาทุกส่วนสัด ตัวหล่อนเหมือนสั่นเทาทำอะไรไม่ถูกต้องหลับตาปี๋
“อย่ามาเป็นลมในอ้อมอกผมนะ แม่คนเก่ง”
เขาเขย่าร่างของหล่อนเบา ๆ ทำให้หล่อนลืมตาขึ้นมองอย่างตื่นตระหนก
“ยืนดี ๆ ได้แล้ว” เขาสั่งเสียงเข้มนัยน์ตาดุให้ด้วย
“ปละ ปล่อยฉันนะ...” เสียงหล่อนเบาหวิว
“จะถึงชั้นแล้ว...จำเอาไว้อย่าเที่ยวไปอวดเก่งกับใครเขาอีก”
เขาก้มลงมากระซิบที่หูจมูกโด่งปัดแก้มหล่อนไปนิดหนึ่ง ทำเอาหัวใจหล่อนหล่นวูบชาไปทั้งตัว ขาก็ยังไม่มีทีท่าจะมีกำลังต้องอาศัยร่างเขาอยู่อย่างนั้น
“คุณ! คุณ...” เขาเขย่าร่างหล่อนแรง ๆ ทำให้สติของหลอนกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“ยืนเองได้แล้ว อย่ามาอ่อยผมให้ยากเลย”
ปี้ดด!…ความรู้สึกเจ็บที่กระดองใจทันทีทำให้หล่อนมีพลังผลักอกเขาอย่างเต็มแรง ร่างเขาถอยห่างออกไป
“ไปให้พ้น ๆ หน้าฉันเดี๋ยวนี้!”
เสียงของหล่อนแทบจะเป็นเสียงตะโกน ซึ่งเป็นจังหวะที่ลิฟต์ถึงชั้นและประตูเปิดออกพอดี
คนที่อยู่นอกลิฟต์ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วคือธาดาและมนธิรา หรือที่เพื่อนเรียกกันว่าบีเมื่อลิฟต์เปิดออกก็รีบพูดต้อนรับอย่างยินดี
“โอ้.....มาพร้อมกันเลย”
บีร้องขึ้นอย่างพอใจส่วนธาดา ร้องเรียกชื่อน้องชายอย่างลิงโลด
“ไอ้คุณเล็ก! โอ้โฮ มาได้โว้ยวันนี้.....มาเร็ว ๆ”
“รู้จักกันด้วยเหรอคะ เห็นยืนชิดกันสนทนาออกรสเชียว” บีเอ่ยขึ้น
“เปล่านะบี เปล่า ๆ “ ธาริณีรีบพูดและเดินออกมา
“อ้าวเล็กนายไม่ออกมาหรือ”
ธาดาผู้เป็นพี่ชายเห็นอีกฝ่ายยังยืนนิ่งอยู่ในห้องลิฟต์ไม่ยอมขยับจึงถาม
“ไม่ล่ะผมจะไปชั้น 18 “
“อ้าว! ยังคิดจะทำงานอยู่เหรอฉันเห็นร้อยวันพันปีฉันโทรหาไม่เคยรับสายแต่วันนี้วันหยุดก็หยุดอีกสักวันเถอะน่า.....”
ผู้เป็นพี่ชายโต้เย้า แต่ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบประตูลิฟต์ก็เลื่อนปิดเสียแล้วทำให้อีกฝ่ายบ่นอุบอิบ
“ชอบทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ขานี้ อะไรของเค้าก็ไม่รู้”
พอเดินตามมนธิรามาที่โซฟาก็ได้ยินสองสาวกำลังพูดปลอบประโลมกัน และกำลังเอ่ยถึงเรื่องน้องชายของเขาด้วย
“ตาเล็กเขาทำอะไรเหรอ บี” ธาดาเอ่ยถาม
“เห็นณีบอกว่า มีปากเสียงกันในลิฟต์ค่ะ ณีบอกว่าคุณเล็กปากร้ายมาก”
“เฮ้อ!” ผู้เป็นพี่ชายถอนหายใจหนัก ๆ
“ดีแล้วที่มันเพียงแต่ปากร้ายน่ะ ขอแค่อย่าให้เจ้าเล็กลงมือทำอะไรร้าย ๆ ก็พอใจแล้ว”
“เขาร้ายกาจขนาดนั้นเหรอคะ” ธาริณีเอ่ยเสียงสั่น ๆ
“โอ๊ะ ปะ เปล่าหรอกครับ กับผู้หญิงก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ...ผมก็พูดไป”
“ณี...หน้าตาเปรอะไปหมดแล้ว เดี๋ยวเข้าห้องน้ำสักหน่อยไหม"
มนธิราเอ่ยแทรกขึ้นพร้อมเปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหัน
“ไปเถอะเราเข้าไปห้องน้ำกันเผื่อได้ล้างหรือได้เพิ่มส่วนไหนที่มันหลุดลุ้ยไปมั่งนะ..”
“หน้าตาฉันดูแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอบี”
“เปล่าหรอกจ๊ะ สวยเหมือนเดิมเพียงแต่เครื่องสำอางหลุดไปหน่อยน่ะ ไปเพิ่มอีกนิด”
ธาริณีใจหายวาบมันจะไม่เลอะได้อย่างไรในเมื่อหล่อนโดนคนไร้มารยาทคนนั้นทำให้มันเลอะ
“เดี๋ยวฉันเข้าไปคนเดียวก็ได้”
“จ๊ะเดี๋ยวรอข้างนอกนะ จะได้ออกร้านลองชุดและหาดูของชำร่วยหน่อยถึงเรียกณีมาช่วยเลือกน่ะ...จากนั้นก็หาอะไรอร่อย ๆ กินกัน”
“แป้บเดียวจ๊ะไม่นานหรอก....”
“ตามสบายเลย...รอได้ไม่รีบอะไรวันนี้ฟรีทั้งวันแล้วนี่...ไปเถอะไป”
ร่างของธาริณีหยุดสั่นแล้วแต่สิ่งที่ตอกย้ำให้หล่อนรู้อีกอย่างคือเขาเป็นน้องชายของธาดาแฟนของเพื่อนหล่อนเอง ก็แสดงว่าเขามีเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ด้วยน่ะซี เชอะ! จะเป็นใครก็เถอะมาปากมอมใส่หล่อนอย่างนี้แล้วอย่าหวังว่าจะได้รับความสนใจ ต่อให้รวยล้นฟ้าก็จะมาดูถูกใครต่อใครเล่น ๆ แบบนี้ ผู้ชายอะไรร้ายกาจนัก!
อย่าให้เจออีกก็แล้วกัน คนเพี้ยน ๆ แบบนี้...
ตอบโจทย์หัวใจห้องนอนใหญ่ของชายหนุ่มที่บัดนี้ได้กลายเป็นห้องหอเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ ที่เขาจัดหาให้เจ้าสาวใหม่หมด“การที่จะใช้ชีวิตคู่ให้ยืนยาว ต้องอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจของคน สองคน... ขอให้ใช้ความเย็นของจิตใจเข้ามาแก้ปัญหากันนะลูกนะ แล้วทุกอย่างจะได้ราบรื่นผ่านไปด้วยดี” คุณหญิงปราณีเอ่ยบอก สีหน้ายินดีพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นให้บ่าวสาวที่นั่งเคียงคู่กันอยู่ ก่อนที่จะมีหยดน้ำใส ๆ หยดลงมาเป็นทางยาวแล้วรีบปาดมันทิ้ง เหมือนกลัวว่าจะมีใครเห็นความตื้นตันใจที่ได้เห็นลูกชายคนเล็กเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที“คุณแม่ร้องไห้ทำไมล่ะคะ” ลูกสะใภ้คนโตเอ่ยถาม เจือขำน้อย ๆ แม่สามีเลยค้อนให้ คนช่างสังเกต“เนี่ยแม่บี ฉันร้องไห้ที่ไหนฉันดีใจต่างหาก” เอ่ยค้อน แต่เสียงยังแอบสั่นเล็กน้อย ก่อนจะถอยออกเพื่อให้ผู้ใหญ่อีกฝ่ายเดินเข้ามา“ขอให้เราทั้งสองนำพาชีวิตคู่ให้ยืนยาวเหมือนพ่อกับแม่นะ คนเราอยู่ได้เพราะความเข้าใจ และอีกอย่างที่ต้องจำให้ขึ้นใจของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน คือยอมลงเมื่ออีกคนกำลังขึ้น ทุกอย่างมันก็จะดีเอง” ชายสูงวัยฝ่ายเจ้าสาวเป็นคนกล่าวขึ้น ส่งสายตาไปยังสองคนไม่ได้เจาะจงจะเน้นฝ่ายห
ผู้ชายร้าย ๆ รักคุณคนเดียวผู้หญิงทั้งสามมองหน้ากัน ปล่อยให้เจ้าของเรื่อง ได้คิดและตัดสินใจ แต่เวลาที่พวกท่านจะให้นั้นมันก็แค่ตรงนี้และตอนนี้เท่านั้น เพราะยังไง ความเปลี่ยนแปลงไม่มีวันเกิดขึ้น ครั้นเมื่อชายอาชากล้าสารภาพผิด และบอกความในใจจนหมด เขารักธาริณี รักตั้งแต่วันนั้น วันที่พบเจอเธอในลิฟต์และมีเรื่องเกิดขึ้น เขาจำฝังใจไม่เคยลืม จึงตัดสินใจทำเรื่องงี่เง่าเมื่อเจอเธอในงานแต่งอีกครั้ง เพราะคิดว่า หล่อนคงเหมือนผู้หญิงหลาย ๆ คนที่เขาเคยคบมา แต่เปล่าเลย เขาประมาณ ธาริณีพลาดไป เธอใจแข็งและมีความคิดเด็ดเดี่ยวกว่าที่คิด เรื่องทุกอย่างจึงไม่เป็นไปตามแผนการเปิดอกพูดของอาชา ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ ความกล้าและความตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่แสดงออกมา จึงหักล้าง กันได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ลงความเห็น ว่าหากเขาจะทำอย่างที่ปากว่า ก็ต้องทำตั้งแต่ตอนนี้ให้พวกท่านเห็น...น้ำตาเม็ดใสไหลรินมือเรียวสวมกอดผู้เป็นแม่ ละอายกับความผิดที่ตนเองได้ปกปิดเอาไว้ “อึก... คุณแม่ ณีขอโทษ ณีเป็นลูกสาวที่ไม่ดีเลยใช่มั้ยคะ” น้ำเสียงสั่นเครือโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะสะอื้นไห้จนตัวโยน คนที่ยืนมองรู้สึกหดหู่ก
เถื่อนก็รัก มนธิราจัดการนำทุกคนกลับมาบ้านพักริมทะเล เพื่อจะคุยอะไรได้สะดวกขึ้น ธาริณีสีหน้าดีขึ้นมากเมื่อเห็นแม่และพ่อบังเกิดเกล้าตัดสินใจกลับมาเมืองไทย แม้จะไม่คิดว่าจะมีวันนี้...แต่ความดีใจก็เข้ามาเยือนได้ไม่เท่าไหร่ เมื่อคิดว่าความจริงทั้งหมดที่ปิดมาตลอดสี่ปีคงต้องถึงเวลาเปิดเผย แม้ที่ผ่านมาพ่อแม่จะไม่เคยเค้นถามว่าใครเป็นพ่อของลูก แต่เมื่อถึงวันนี้ คำตอบที่อยู่ตรงหน้า มันทำให้ความละอายก่อตัวทบทวี และความสัมพันธ์ที่กำลังรอบทพิสูจน์ของเธอกับพ่อของลูก คงสิ้นสุดลงแล้วบีปล่อยให้ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลได้ชื่นชมหลานอยู่ในบ้าน โดยมีลูกชายตนเองร่วมอยู่ด้วย เพราะดูเหมือนเด็กทั้งสองจะปรับตัวคุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็วบีจัดการลากข้อมือเพื่อนรักลงมาเดินบนชายหาด เพื่อต้องการถามเรื่องราวให้แน่ชัดว่าจะเอายังไงกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเพื่อนสาวกับน้องชายสามีเธอ“ตกลงณีจะเอายังไง... ต้องการให้บีช่วยอะไรก็บอกได้นะ”ว่าที่คุณแม่ลูกสองเอ่ยถามเพื่อนรักแววตากลัดกลุ้มไม่แพ้อีกกันใบหน้าที่ทอดมองมา มันทำให้บีรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนรักก็มีใจให้พ่อของลูกแล้วเช่นกัน แต่คงติดด้วยทิฐิบางอย่างที่
ลมหายใจไม่สิ้นสุดข้างฝ่ายอนาธิป ที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่องกำลังให้ปากคำตามที่เห็นเหตุการณ์ แต่ก็พอเป็นประโยชน์บ้าง เมื่อแดนเข้าไปเรื่องทุกอย่างจึงกระจ่างขึ้น แต่ก็รอสอบปากคำเจ้าของโรงงานหนุ่มอีกทีว่าจะเอายังไงกับเรื่องทั้งหมด พวกคนร้ายทั้งสามถูกจับกุมได้หมดในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ตำรวจได้ขู่เอาไว้ว่าหากไม่เอ่ยบอกความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลัง จะตั้งข้อหาพยายามฆ่า...ส่วนคนร้ายอีกคนต้องนำส่งโรงพยาบาลเช่นกันเพราะโดนยิงเข้าที่ชายโครงหนึ่งนัด กระสุนฝังใน งานนี้ทั้งสามให้การยอมรับสารภาพ ตำรวจจึงกันตัวไว้เป็นพยานแล้วรีบดำเนินการจับตัวคนบงการทันทีใบหน้าหล่อเข้มบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด แม้จะไม่ได้เสียเลือดมากมาย แต่เหตุการณ์มันทำให้ ใจของคนเป็นพ่อที่เกือบทำให้ลูกชายต้องตกอยู่ในอันตราย เขาไม่อยากคิดว่าหากจินไม่โทรมาบอก เขาจะรู้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น และช่วยลูกชายด้วยวิธีไหนแค่คิดอาชาก็ปวดร้าว ยากที่จะให้อภัยตัวเอง ที่เป็นคนดึงให้ลูกชาย มาพบกับสถานการณ์เลวร้ายที่ตนเองเป็นคนก่อไว้“เป็นไง ไหวมั้ย”ธาดาที่นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ร้องถามทันที ที่เห็นน้องชายเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับลุกขึ้นตรงไปยังน
เล่นกับใจน้ำเสียงเอ่ยคล้ายออกคำสั่งเชิงขอร้องให้อีกคนเอ่ยบอกความจริง ในเมื่อเธอรู้ว่าลูกปลอดภัย แต่หากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีสภาพแบบนี้ แล้วคนที่เธอไม่เห็นมันจะมีสภาพเช่นไร“คุณณีอย่าเพิ่งถามผมจะไปดูคุณเล็ก ส่วนคุณณีดูแลคุณหนูให้ดี พยายามอยู่กับพนักงานในโรงงานเดี๋ยวผมจะไปสั่งยามด้านหน้าให้ปิดประตู และตรวจคนเข้าออกให้ดี”คำเอ่ยบอกเรียกสายตาตื่นตระหนกของธาริณี หัวใจร้อนรุ่ม เหงื่อกาฬแตกพลั่กก่อนความมืดมิดจะเข้ามาเยือน แต่แดนเข้าประคองร่างบางไว้ทันก่อนจะร่วงลงสู้พื้นดิน พยายามกัดฟันอุ้มร่างบางเข้าไปในอ๊อฟฟิต แล้วจัดการสั่งให้ทุกคนดูแลเจ้านายและลูกชายเอาไว้จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลง เมื่อเขากลับมาจินยังคงอุ้มคุณหนูอยู่แนบกาย สีหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นนายสาวเป็นลมล้มพับไป แต่ก็ได้แต่ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ เมื่อตนเองช่วยอะไรไม่ได้มากนอกจากอุ้มหนุ่มน้อยไว้ไม่ห่างกาย ส่วนหน้าที่อื่นยกให้พนักงานหญิงช่วยกันพัดวีบีบนวดให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวแดนหันหลังออกไปทันที หลังจากที่วางร่างหมดสติลงบนเก้าอี้ตัวยาว ตอนนี้หัวใจของเขาได้วิ่งไปหาเจ้านายอันเป็นที่รักเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แค่ตัวเขาที่จะตามไปแดนเรียกเพื
ผ่านจุดนี้ไปให้ได้ก่อนอาชาไม่ได้ตกใจกลัวกับสิ่งที่เห็น หากความกลัวไม่ได้หลงเหลือเอาไว้ในหัว ตอนนี้แค่ต้องการให้ลูกน้อยปลอดภัย คนเป็นพ่ออย่างเขายอมได้ทุกอย่างแม้ชีวิตและลมหายใจ“แดนขับรถไหวมั้ย พาตานุออกไปจากที่นี่ เดียวนี้”น้ำเสียงหนักแน่นร้องสั่ง แต่อีกคนกลับทำ สีหน้ากระอักกระอวน“ผมเป็นห่วงคุณเล็ก อย่าไล่ผมไปแบบนี้”แดนบอกทั้งที่ตัวเอง ยืนเกือบไม่ไหว รู้สึกก้อนแข็ง ๆ ดันขึ้นมาบนยอดอก“หากนายเป็นห่วงฉัน อยู่ดูแลลูกฉัน พาไปยังที่ที่ปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้ และห้ามหันกลับมา” อาชาเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจจากน้ำใจของอีกคน“ครับ!”แล้วหันหลังให้เจ้านาย ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แล้วรีบขับรถออกมาด้วยหัวใจที่เจ็บปวด มือไม้ยังคงสั่นเทาขับรถออกไปด้วยความมึนเบลอ ความเจ็บปวดทางกายมันไม่อาจทำให้แดนผิดคำสัญญา เขาสามารถประคองรถออกไปได้ดีเหมือนกับว่าตัวเขาไม่ได้โดนอะไรมาเลยด้วยซ้ำแต่ความเจ็บปวดทางใจ มันบีบบังคับให้น้ำใสล้นออกมาอย่างอดไม่ได้ เขาเป็นห่วงเจ้านายหนุ่มกว่าสิ่งใด แต่เมื่ออีกฝ่ายมอบหมายงานมา ยิ่งได้เห็นภาพน้ำตาที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าของคนทั้งสอง
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






