LOGINพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบตึกให้เห็นแค่แสงอ่อนๆ ในตอนเช้าของวันทำงาน บนถนนขาออกจากหมู่บ้านหรู รถคันงามราคาแพงที่เคลื่อนออกไล่ตามกันไปตามท้องถนนจนหนาตา และจะเริ่มบางตาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เป็นภาพที่มีให้เห็นอยู่เป็นประจำในทุกเช้า
มุกดาสาวเท้าวิ่งสุดกำลังบนฟุตบาทแข่งกับรถเก๋งคันงามหลายคันบนท้องถนนที่วิ่งแซงหน้าผ่านไป บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวตอนนี้ไม่มีผลใด ๆ กับเธอเลยแม้แต่น้อย เป้าหมายของหญิงสาวตอนนี้คือป้ายรถเมล์
หลังจากปล่อยสปีดเกียร์หมาจนสุดกำลังแต่ได้แค่ครึ่งทางเท่านั้นก็ต้องหยุดพัก มือค้ำเข่าทั้งสองข้างหายใจหอบจนตัวโยน ใบหน้าผุดผ่องตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ถึงแม้แสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าจะทำให้บรรยากาศสดชื่น แต่สำหรับนักวิ่งจำเป็นตอนนี้พวงแก้มเป็นสีระเรื่อแล้วจากการวิ่ง
“จะทันไหมเนี่ย”
เธอพูดคนเดียว หลังจากวันนี้ที่ออกไปตลาดสดตั้งแต่เช้ามืดกับขนุน ซื้อผักและวัตถุดิบให้ป้ายวนใจกว่าจะเสร็จก็สายเสียแล้ว แถมมอเตอร์ไซค์ที่ขนุนจะขับออกมาส่งที่หน้าหมู่บ้านก็ดันมาเสียตอนถึงหน้าบ้านพอดิบพอดี หากไม่ทันรถเมล์รอบนี้ก็คงต้องรออีกหลายนาทีนั่นคือเธอจะเข้าทำงานสาย และแน่นอนว่ามีผลต่อการฝึกงานของเธอ
ครั้นจะนั่งแท็กซี่ก็เกรงว่าเงินที่ขนุนให้ยืมมาจะร่อยหรอลงไป หากไม่ประหยัดคงไม่ถึงสิ้นเดือนเป็นแน่ ถึงแม้เธอจะมีข้าวกินฟรีที่บ้านและไม่ต้องแบกภาระเรื่องค่าเช่า แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าเดินทางก็ยังคงจำเป็นอยู่
ระยะทางจากบ้านออกมาหน้าปากซอยซึ่งไม่มีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านแม้สักคัน ก็แน่ล่ะที่นี่คือหมู่บ้านของคนรวยนี่นาเธอคิดในใจ ก่อนกอบโกยอากาศเข้าเต็มปอดและออกวิ่งอีกหนึ่งอึดใจก็จะถึงป้ายรถเมล์แล้ว
ภูวดลหรี่ตามมองภาพข้างหน้าผ่านแว่นกันแดดสีชา เผลอคิดตามหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักว่ากว่าจะถึงปากทางถนนใหญ่หล่อนต้องอึดขนาดไหน ก่อนที่รถจะเคลื่อนเข้าใกล้และชะลอความเร็วลงเพื่อมองหน้านักวิ่งสาวก่อนขับเลยออกไป
ห้องประชุมสำนักงานอัครเทพ
ภูวดลตรวจเอกสารงบประมาณประจำปีด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและเรียกประชุมด่วนแผนกบัญชีและการเงิน พนักงานทั้งเก่าและใหม่นั่งหน้าสลอนอยู่ในห้องประชุมท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะกดดัน
มุกดานั่งมองเจ้านายหนุ่มที่เธอเจอเขาเป็นครั้งที่สอง มองรูปร่างสมส่วน ท่วงท่าที่สง่างามแต่ยังคงเคร่งขรึมและจริงจัง วันนี้ได้เห็นหน้าเขาในมุมใกล้แล้ว
“หล่อละมุน” เธอคิดในใจ
ภูวดลกวาดสายตามองพนักงานตรงหน้า และหยุดอยู่ที่เจ้าของใบหน้านักวิ่งที่เขาขับผ่านไปเมื่อตอนเช้า ขณะที่พูดนโยบายและประเด็นปัญหาเรื่องการบริหารการเงินในวันนี้
ยวนใจกำลังลงมือทำกับข้าวอย่างขะมักเขม้น ส่วนสองสาวมุกดาและขนุนก็สาละวนกับการจัดเตรียมสำรับอาหารมื้อเย็นสำหรับเจ้านายอย่างอารมณ์ดี เสียงหัวเราะของสองแจ๋วหยุดลงทันทีที่หน้าเจ้านายหนุ่มโผล่เข้าไปในห้องครัว พร้อมกับที่ภูวดลขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าคนที่กำลังจัดสำรับอาหารอยู่
ยัยนักวิ่งคนนั้นนี่นา เมื่อเช้าเจอที่ข้างถนน กลางวันเจอที่บริษัท ตอนเย็นมาเจอที่บ้าน ยังคงความงงงวยให้กับชายหนุ่มไม่น้อย แต่ไม่ได้มีคำถามใด ๆ ออกจากปากสักคำ
“เอาเครื่องดื่มไปให้ฉันที่ห้องรับแขก”
“แล้วก็เตรียมอาหารว่างหรือผลไม้ก็ได้จะมีแขกคุณพ่อมาสองคน”
“ค่ะคุณดล” ขนุนค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการตอบรับ
ตวัดสายตามองคนไม่คุ้นหน้าที่กำลังยกมือไหว้เขาโดยอัตโนมัติ ก่อนพยักหน้ารับไหว้และผละออกไป
สองสาวยกเครื่องดื่มและอาหารว่างตามคำสั่งตรงไปที่ห้องรับแขก วางทุกอย่างเสร็จสรรพและเดินกลับมาที่ห้องครัว
“ใครเหรอครับพ่อ?” ถามหลังจากหญิงสาวเดินพ้นออกไป
“ผมเจอเธอที่บริษัทด้วย”
“อ๋อ หลานยวนใจน่ะเพิ่งเรียนจบมาหางานทำ พ่อก็เลยให้ไปฝึกงานที่บริษัท” พยักหน้ารับทราบ
ไม่นานแขกคุณท่านก็มาถึง เกรียงเดชและลลิตาสองพ่อลูกนั่นเอง
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
“สวัสดีค่ะดล”
สาวสวยลลิตายกมือไหว้ผู้อาวุโสเจ้าของบ้านและส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม
“สวัสดีครับอาเดช”
ชายหนุ่มทักทายแขกผู้มาเยือนยกมือไหว้ตามมารยาท ทักทายกันด้วยความคุ้นเคยพูดคุยสักพักก่อนที่ลลิตาจะเอ่ยขึ้น
“วันนี้ลิต้ามีของมาฝากด้วยนะคะรบกวนให้แม่บ้านช่วยยกหน่อยได้ไหมคะอยู่ที่หลังรถ”
“ไม่เห็นต้องลำบากเลยคนกันเองทั้งนั้น”
ภูวนาถเอ่ยอย่างอารมณ์ดีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อตั้งใจมากว่าต้องเอามาฝากคุณลุงนาถให้ได้ค่ะ” หญิงอ่อนวัยโต้ตอบด้วยรอยยิ้ม
ชายสูงวัยเจ้าของบ้านมองเข้าไปในห้องครัวส่งเสียงบอกผู้ที่อยู่ด้านใน
“เด็ก ๆ ช่วยขนของหน่อย”
สิ้นเสียงสองสาวในห้องครัวก็เดินออกมาทันทีโดยมีลลิตาเดินนำหน้าไปที่รถของเธอ และกลับมาพร้อมกับของในมือที่ถือพะรุงพะรังและวางลงตรงหน้าสมาชิกในห้องรับแขก
ลลิตานั่งลงที่โซฟาหลังจากวางของฝากพร้อมรอยยิ้มสดใสพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สายตาปะทะเข้ากับสาวใช้ที่เธอไม่คุ้นหน้าทั้งที่เพิ่งเดินไปด้วยกันแต่เธอยังไม่ทันได้สังเกต
ใบหน้าผุดผ่องแก้มป่องแลดูน่ารัก ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม ผมยาวที่รวบมัดอย่างเรียบง่าย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางแต่งเติมใด ๆ แต่แลดูสะอาดสะอ้านชวนมอง ขณะที่มุกดาและขนุนเธอกำลังสาละวนกับการจัดวางของฝากจากแขกให้เป็นระเบียบเพราะลลิตาอยากโชว์ว่าเธอขนอะไรมาฝากบ้าง
ลิตาจะตวัดสายตาขึ้นมองภูวดลที่ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับหญิงสาวคนเดียวกันกับเธอ พลันความคิดบางอย่างในใจก็ผุดขึ้นจนแววตากระตุกวูบชั่วขณะ และซ่อนความไม่พอใจนั้นกดลงไปข้างใน
บทสนทนาของแขกในวันนี้เหมือนจะเป็นเรื่องสัพเพเหระทั่วไป และนำของฝากมาเยี่ยมเยียนกันเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วเกรียงเดชตั้งใจมาพูดคุยกับภูวนาถเรื่องการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการระหว่างภูวดลกับลลิตา
มุกดาและขนุนที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ คอยบริการเจ้านายได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ก่อนทีหญิงสาวจะถูกป้ายวนใจเรียกให้เข้าไปช่วยในครัว
สองผู้สูงอายุปลีกตัวออกไปนั่งคุยที่ศาลาริมสระน้ำในสวน ปล่อยให้หนุ่มสาวนั่งอยู่กันตามลำพัง
“เด็กในบ้านดลคนที่ผมยาวเมื่อครู่ ลิต้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยเพิ่งมาใหม่เหรอคะ?”
“อือ” คำตอบสั้นๆ ใบหน้ายังคงจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์
“มาได้ยังไงเหรอคะใครแนะนำมา?”
ปกติหล่อนจะสนใจเรื่องแบบนี้เสียที่ไหนกัน หากเป็นคนที่อยู่ต่างระดับกับหล่อนด้วยแล้ว ทำไมภูวดลจะมองไม่ออก
“หลานป้ายวน” ตอบไม่มองหน้าคนถาม
“แล้ว…”
“คุณสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?” พร้อมมองหน้าแบบเดาอารมณ์ผู้พูดไม่ออก
“ลิต้าก็แค่ถามเฉย ๆ ค่ะ” และแค่นั้นหัวข้อการสนทนาก็สิ้นสุดลง
หลังอาหารมือเย็นที่แขกกลับไปแล้วสองพ่อลูกภูวนาถและภูวดลที่นั่งสนทนาต่อในห้องนั้น
“ยังไงเสียเกรียงเดชเขาก็เคยช่วยพ่อในตอนที่พ่อลำบาก”
ภูวนาถเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความไม่สบอารมณ์ของผู้เป็นลูก
“แต่มันไม่เกี่ยวกันที่ต้องให้ผมแต่งงานกับลิต้า”
“ยังไงพ่อก็ขอให้แกเก็บไปคิดดูอีกทีก็แล้วกัน แล้วค่อยให้คำตอบพ่อ”
“ถามกี่ครั้งผมก็ยังตอบเหมือนเดิมคุณพ่อเลิกล้มความตั้งใจนี้ไปเถอะครับ”
“มันหมดสมัยแล้วที่ต้องแต่งงานกันเพราะธุรกิจหรือคลุมถุงชน”
“ถ้าอยากแต่งคุณพ่อก็แต่งเอง”
“คุณพ่อก็โสดนี่ครับ” เขาประชดประชัน
“ไอ้นี่นิ…แกนี่มัน…เฮ้อ”
ภูวนาถที่เริ่มอ่อนใจกับการเกลี้ยกล่อมผู้เป็นลูกกับเรื่องเดิม ๆ
“แต่พ่อก็เห็นแกไปมาหาสู่กับลิต้ามานานแล้วนี่นา แกก็ควรจะให้เกียรติผู้หญิงเขาบ้าง”
“แต่มันคนละเรื่องกับการแต่งงานครับ ผมเองก็ไม่เคยบังคับอะไรลิต้า และก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสเธอหากเจอใครที่ดีผมก็ยินดีด้วย”
“ผมยังไม่อยากแต่งงานแล้วก็ไม่อยากหมั้นด้วย” เขาพูดตัดบท
หมดปัญญาจะเร้าหรือคงต้องปล่อยเลยตามเลยเสียแล้วกับคนหนุ่มสาวสมัยนี้ พร้อมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
มุกดาลุกขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ตั้งแต่เช้ามืดอย่างมีความสุขในเช้าวันหยุดที่ไม่ต้องไปทำงาน และเป็นวันเริ่มต้นเดือนใหม่ที่แสนจะสดใสสำหรับเธอ สิ่งที่ทำให้ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีในวันนี้ คือเงินเดือนก้อนแรกของเธอและนัดแนะกับขนุนจะไปเดินเล่นที่ตลาดใกล้บ้านด้วยกัน
แต่ต้องล้มเลิกความตั้งใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า คือยวนใจผู้เป็นป้าที่นั่งร้องไห้จนตาบวมแดงอยู่ในครัว
“ป้ายวนมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ร้องไห้ทำไม?”
เธอถามด้วยความห่วงใย ปัญหาเดียวที่สร้างน้ำตาให้กับยวนใจได้คือวันชัยลูกรักของนาง ที่ตอนนี้โดยตำรวจจับเข้าห้องขังเป็นที่เรียบร้อย และนางเพิ่งวางสายไปเมื่อสักครู่หลังจากวันชัยไหว้วานให้คนรู้จักโทรบอกผู้เป็นแม่
ข้อหาลักทรัพย์และมียาเสพติดไว้ในครอบครอง และแน่นอนว่าเธอต้องเตรียมเงินสำหรับประกันตัวลูกชายออกจากห้องขัง มุกดาได้แต่ถอนหายใจกับกรรมของป้ายวนใจที่ไม่มีวันจบสิ้นจริง ๆ กับเรื่องนี้ แต่เธอก็คงทำได้แค่ปลอบโยนเท่านั้น
“ไว้วันหลังก็แล้วกันนะขนุน” หันหน้ามามองคู่ซี้อย่างผิดหวังพร้อมดวงตาละห้อยของอีกฝ่าย
“เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจพร้อมกันของสองสาว พร้อมกับคำไหว้วานจากผู้เป็นป้าที่ขอให้เธอไปดูแลภูวนาถที่ไม่สบายแทนนาง
ยวนใจพยายามสุดความสามารถที่จะให้คุณท่านซึ่งไม่มีภรรยาข้างกาย ชายตามองหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานสาวแค่ในนามของหล่อนเท่านั้น หากคุณท่านเมตตามุกดาในความคิดที่แสนจะโง่เขลาของยวนใจคือหล่อนก็จะพลอยสบายไปด้วย และในตอนนี้หล่อนต้องการเงินก้อนที่จะนำไปไถ่ตัววันชัยและเฝ้าคิดหาหนทางอยู่ในหัว
หลังจากเที่ยวหยิบยืมญาติพี่น้องไปก็บ่อยครั้งและยังไม่ได้ใช้คืนเลยสักครั้ง ครั้นจะขอยืมอีกก็ไม่มีใครรับสายจากเธอเลยสักราย
และชายสูงอายุที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิตที่ชาญฉลาดอย่างภูวนาถมีหรือจะมองไม่ออก หากแต่เขาไม่ใช่โคแก่ที่ชอบกินหญ้าอ่อน โดยเฉพาะเด็กสาวที่ไม่ประสีประสาและยังเป็นเด็กในบ้านอีกต่างหาก ในสายตาของเขาที่มองมุกดาเป็นเพียงเด็กใสซื่อที่ใฝ่ดีและเขาคิดว่ามองเธอไม่ผิดอย่างแน่นอน
“ยวนใจพาเด็ก ๆ ทำความสะอาดเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อยด้วยนะ”
ภูวนาถสั่งการเรื่องที่ภูวไนยลูกชายคนโตและครอบครัวจะกลับจากต่างประเทศ เพื่อฉลองวันเกิดที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยอยากให้เป็นความอบอุ่นภายในครอบครัวเล็ก ๆ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“คุณไนยจะมาวันไหนเหรอคะคุณท่าน?”
“อีกสองวัน”
“ได้ค่ะคุณท่าน”
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







