LOGINสนามหญ้าเขียวชอุ่มข้างสระน้ำสีฟ้าครามในรั้วบ้านอัครเทพ ที่ถูกตกแต่งให้เป็นมินิปาร์ตี้สำหรับครอบครัว ลูกโป่งหลากสีถูกประดับประดาเป็นซุ้มแทนดอกไม้ พร้อมทั้งหลอดไฟกะพริบระยิบระยับหลากสีสัน เพื่อเอาใจหลานรักแอนเดรียประหนึ่งว่าเป็นวันเกิดของเธอเสียอย่างนั้น พร้อมทั้งมุมปิ้งย่างบาร์บีคิว และเครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่
ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เสร็จสรรพพร้อมรอยยิ้มเจ้าของวันเกิดที่แสนจะอิ่มเอมที่ได้เห็นคนในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า
พระอาทิตย์เริ่มพ้นขอบฟ้างานปาร์ตี้อบอุ่นก็เริ่มขึ้น
ภูวไนย พร้อมกับภรรยาสาว แอนนา และสาวน้อยวัยหกขวบที่มาในชุดนางฟ้าสีชมพูหวานแสนสวย พร้อมด้วยแขกหนุ่มหล่อวีไอพีของภูวไนยที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ญี่ปุ่น ถือโอกาสมาอวยพรภูวนาถในวันนี้ด้วย
สาวสวยลลิตาที่มาในชุดสุดเซ็กซี่สีแดงเพลิงพร้อมด้วยของขวัญอวยพรเจ้าของบ้าน ที่ยืนไม่ห่างหนุ่มหล่อภูวดลประหนึ่งว่ากลัวจะหลงทาง
“วันนี้คุณลิต้าสวยมากนะคะ” คำชมจากแอนนา
“ขอบคุณค่ะ แต่คงสวยสู้คุณนาไม่ได้หรอกค่ะ” เธอชมกลับด้วยรอยยิ้ม
งานเริ่มด้วยการพูดคุยทักทายตามประสาคนที่ห่างกันด้วยระยะทาง มีเรื่องราวมากมายมาเล่าสู่กันฟัง เสียงหัวเราะประสานกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมทั้งสาวน้อยแอนเดรียที่สร้างสีสันให้งานเลี้ยงเล็ก ๆ ไม่เงียบเหงา
เค้กที่ถูกวาดใบหน้าของผู้สูงวัยเจ้าของวันเกิดถูกนำมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะด้วยมือของน้างฟ้าตัวน้อย และเทียนตัวเลขที่ตั้งใจปักสลับอายุของคุณปู่จาก 61 เป็น 16 จนเป็นที่ขบขัน
เธอจุดไฟลงที่เทียนพร้อมปรบมือร้องเพลงอวยพรวันเกิดผู้เป็นปู่อย่างตื่นเต้นและจบลงด้วยคำอวยพรที่สร้างรอยยิ้มให้ภูวนาถจนแทบหุบไม่ลง
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ นะคะคุณปู่”
“ขอให้คุณปู่สุขภาพแข็งแรงนะคะ”
“คุณปู่อธิษฐานก่อนนะคะนางฟ้าจะเสกให้คำขอเป็นจริงค่ะ”
เธอพูดพลางยกไม้วิเศษในมือทำท่าทำทาง ภูวนาถที่ใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มทำตามคำสั่งของหลานรัก หลับตานิ่งสักพักเหมือนกำลังอธิษฐานตามที่เธอบอก ก่อนจะลืมตาและเป่าเทียนให้ดับลง พร้อมกับเสียงปรบมือของทุกคน
“หนูมีของขวัญให้คุณปู่ด้วยนะคะ” พูดพลางยื่นกล่องของขวัญให้ภูวนาถดวงตาใสแป๋วพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับนางฟ้า”
และตามด้วยคำอวยพรของทุกคน สลับกับเสียงหัวเราะประสานกันด้วยความสุข ก่อนที่ชายสูงวัยจะขอตัวไปพักผ่อน ปล่อยให้หนุ่มสาวปาร์ตี้พูดคุยกันต่อจนดึกดื่น
มุมที่ที่มีความสุขและรอยยิ้มอยู่ที่สนามหญ้า ส่วนอีกมุมที่มีแต่ความทุกข์คือยวนใจที่เพิ่งสูญเสียที่ดินแปลงสุดท้ายที่เหลือเพียงน้อยนิดไปกับการจำนองญาติเพื่อแลกกับการประกันตัววันชัยลูกรัก
สองพี่น้องอัครเทพที่ห่างหายการแข่งดื่มไปนานโข ยกเรื่องงานออกจากหัวสมองและปล่อยจอยกันอย่างเต็มที่
“วันนี้ใครล้มก่อนเป็นหมา” ภูวไนยที่ดูมั่นอกมั่นใจเอ่ยขึ้นอย่างลำพอง
“แต่ไหนแต่ไรผมก็เห็นพี่เป็นหมาทุกครั้ง ครั้งนี้ก็คงไม่ต่าง” ผู้เป็นน้องเย้ยหยัน
“ก็ให้มันรู้ไปว่าแกจะไม่เป็นหมาบ้างไอ้ดล”
ภูวไนยยักคิ้วพร้อมหัวเราะผ่อนคลายกับคำสบประมาทของน้องที่เป็นจริงแทบทุกครั้ง มือชูแก้วขึ้นมองสมาชิกในวงปาร์ตี้ที่อยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มผ่อนคลาย
“สำหรับมิตรภาพของเราทุกคนครับ”
“หมดแก้ว”
กระดกรวดเดียวเหลือเพียงแก้วเปล่า
“คุณกฤษเต็มที่เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจคิดเสียว่ามาพักผ่อน และต้องขอโทษด้วยที่ดูแลได้ไม่เต็มที่”
“ครับผม”
แขกวีไอพีพยักหน้าตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ปาร์ตี้ล่วงเลยจนดึกดื่นแอนนาที่พาแอนเดรียขึ้นห้องนอนได้พักใหญ่ก็ลงมาลานปาร์ตี้อีกครั้งเพื่อรับ “หมาภูวไนย” ที่ล้มก่อนตามคำสบประมาทของผู้เป็นน้อง
ลลิตาที่ชินแล้วกับการถูกหมางเมินจากชายในดวงใจ พร้อมแขกวีไอพีของภูวไนยที่เหมือนจะส่งสายตาเชิญชวนอย่างไม่ต้องเอ่ยปาก เธอที่สวยขนาดนี้และเพียบพร้อมขนาดนี้ทำไมจะต้องเป็นตัวเลือกของภูวดลเพียงฝ่ายเดียว เขาต่างหากที่ควรเป็นตัวเลือกของเธอบ้าง
“ให้ผมไปส่งคุณลิต้านะครับดูแล้วคุณดลน่าจะขับไม่ไหว”
กฤษเอ่ยปากขออาสาไปส่งหญิงสาวขณะที่ภูวดลเข้าห้องน้ำ
“รบกวนคุณกฤษหรือเปล่าคะลิต้าเกรงใจ”
“รบกวนอะไรกันครับเป็นเกียรติสำหรับผมที่ได้ไปส่งสาวสวยอย่างคุณลิต้าต่างหาก”
“หรือถ้าคุณลิต้าไม่รังเกียจไปดื่มต่อที่โรงแรมได้นะครับ นานๆ ผมจะกลับมาเมืองไทยผมไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่”
“เอ่อ…” เธอทำท่าครุ่นคิด
“ก็ได้ค่ะพรุ่งนี้วันหยุดลิต้าไม่ได้ทำงาน”
“แต่คงอยู่ดึกไม่ได้นะคะ” เธอไว้ตัวทั้งที่กลับบ้านเช้าก็บ่อยครั้ง
พร้อมประสานสายตาที่ไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลาก็เข้าใจได้อย่างง่ายดายสำหรับสองหนุ่มสาวที่เพิ่งรู้จักแต่ดูเหมือนจะมีแรงดึงดูดเข้าหากันได้อย่างง่ายดาย
“ดลไม่ต้องไปส่งลิต้าก็ได้ค่ะเมาแล้วขับมันอันตราย เดี๋ยวลิต้าขอติดรถกลับกับคุณกฤษเองค่ะ”
“ไม่เป็นไรผมไม่ได้เมาขนาดนั้น”
“อย่าเลยค่ะยังไงก็ต้องไปทางเดียวกันกับคุณกฤษอยู่แล้วดลพักเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงลิต้าถึงบ้านแล้วลิต้าจะโทรบอกค่ะ”
“งั้นก็ได้ ขอโทษคุณด้วยก็แล้วกัน”
หลังจากแขกขอตัวกลับแล้วเครื่องดื่มจากลานปาร์ตี้ที่เหลือค่อนขวด ถูกย้ายเข้ามาวางในห้องนั่งเล่น จิบคนเดียวไปเรื่อย ๆ สักพักก็เหลือเพียงขวดเปล่า ชายหนุ่มนั่งพิงพนักโซฟาปิดเปลือกตาผ่อนคลายชั่วครู่
“ดื่มชาร้อนๆ ก่อนค่ะคุณดลจะช่วยให้ไม่ปวดหัวนะคะ” เสียงจากยวนใจพร้อมถาดเครื่องดื่มเพื่อสร่างเมาตามคำบอกเล่าของนาง
“คุณท่านบอกว่าช่วยได้เยอะค่ะ”
“ขอบคุณครับป้ายวน”
ก่อนผละออกมาปล่อยให้เจ้านายน้อยได้พักต่อ
มุกดายกกะละมังใบเล็กใส่น้ำเย็นเดินเข้าห้องเจ้านายหนุ่มตามคำไหว้วานของยวนใจ และนั่งรออยู่ที่พื้นคู่กับอุปกรณ์ที่ยกเข้ามาเมื่อครู่ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายของเธอจะให้มาจัดกระเป๋าทำไมในเวลาดึกดื่นแบบนี้ ก็แค่ไปส่งคุณนัยและครอบครัวที่สนามบินเท่านั้นเอง
“หรือพรุ่งนี้คุณดลจะเดินทางไปด้วย?”
เธอมีคำถามในใจแต่ก็ทำได้แค่นั่งรอตามคำบอกเล่าของยวนใจเท่านั้น
แอร์เย็น ๆ บวกกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในห้องสร้างบรรยากาศชวนหลับใหลซึ่งแตกต่างจากห้องนอนของเธอและขนุนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารหลากเมนูจากในครัวที่ยังขังอยู่ กลิ่นแล้วกลิ่นเล่าจนเริ่มชินเสียแล้ว
หนังตาเธอเริ่มหนักขึ้น และหนักขึ้น มุกดากะพริบตาหนักๆ หลายครั้งไล่ความง่วงที่เริ่มเกาะกิน มองไปรอบห้องที่ขาวโพลนจนตาพร่า ภาพมันหมุนเคว้งจนชวนเวียนหัว เธอนั่งพับเพียบและประคองตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ สองฝ่ามือค้ำยันพื้นไว้ สะบัดใบหน้าไล่ความมึนงงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง รู้สึกถึงเหงื่อชุ่มที่ซึมออกทั่วหน้าผากและลำคอทั้งที่แอร์ในห้องเย็นฉ่ำ
พร้อมความวูบวาบทั่วร่างกาย ได้ยินจังหวะเต้นของหัวใจที่เหมือนจะทะลุออกมาด้านนอก รู้สึกเหมือนร่างกายขาดอากาศจนต้องหายใจถี่ ๆ เพื่อโกยออกซิเจนเข้าให้เต็มปอด ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะติดๆ ดับ ๆ และเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงสนทนาแต่เธอฟังไม่เข้าใจเสียแล้ว
ละอองน้ำเย็นซ่านกระเซ็นจากฝักบัวที่โปรยปรายลงสู่ร่างกำยำเรียกความสดชื่นคืนสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ภูวดลหลับตากลั้นลมหายใจเงยหน้ารับละอองน้ำเย็นล้างฟองแชมพูหอมกรุ่นออกจากศีรษะ และยืนรับความชุ่มฉ่ำอยู่อย่างนั้น สมองเริ่มตื่นตัวบ้างแล้วจากความมึนงงและเริ่มลำดับเหตุการณ์ของเมื่อคืน
สติสัมปชัญญะของเขาหายไปตอนไหนยังนึกไม่ออกหลังจากจบปาร์ตี้เมื่อวาน
ร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ในมือถือผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้เช็ดเรือนผมที่เปียกชุ่ม ขาที่กำลังก้าวชะงักชั่วขณะเมื่อสายตาปะทะเข้ากับเสื้อที่เขาสวมเมื่อคืนกองอยู่ที่พื้นข้างเตียง ด้านข้างคือกางเกงของเขาที่เข็มขัดยังคล้องอยู่
“จะเมาอะไรขนาดนั้นวะ?”
หัวคิ้วย่นเข้าหากันภาพวิ่งเข้ามาในโสตประสาทจับต้นชนปลายชั่วครู่ มือตวัดผ้าห่มบนเตียงออกมองบนที่นอนนุ่ม สัญลักษณ์บางอย่างบนที่นอนบ่งบอกว่าเขาไม่ได้นอนคนเดียว และยืนยันความวาบหวิวเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
แล้วใครกันที่อยู่บนเตียงกับเขาเมื่อคืนนี้?
ลิต้าก็กลับไปแล้วก่อนหน้านั้น
หรือเธอจะกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง?
เขาไม่เคยเมาทิ้งตัวแบบนี้มาก่อน
อาการเหมือน…โดนวางยา!!
เป็นไปไม่ได้ เพราะคนนอกก็มีเพียงคุณกฤษและลิต้าเท่านั้น นอกนั้นก็ คนในบ้าน ความคิดวิ่งวนในหัว ตาเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง ต้องรีบแต่งตัวออกไปส่งภูวไนยที่สนามบินค่อยกลับมาหาคำตอบอีกครั้งก็แล้วกัน
ร่างสูงเดินลงมาจากห้อง เสียงสดใสของหลานสาวตัวน้อยแอนเดรียที่กำลังร้องเพลงดังลั่นพร้อมเสียงหัวเราะของคุณปู่ประสานกันอยู่เป็นระยะ ชายหนุ่มตรงไปห้องครัว
“ขอกาแฟเข้ม ๆ แก้วนึง”
“ค่ะคุณดล” ขนุนตอบรับพร้อมกับเดินไปมุมกาแฟ
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ
“ป้ายวนล่ะ?”
“ป้ายวนออกไปข้างนอกค่ะ เห็นบอกว่ามีญาติมาหาค่ะ”
พยักหน้ารับรู้และเดินออกไปห้องนั่งเล่น
“อาดลคะ”
แอนเดรียทักเสียงใสพร้อมรอยยิ้ม ในมือของเธอถือกล้องที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับบ้าน และตอนนี้เธอกำลังบันทึกวิดีโออยู่
“แอนจะถ่ายวิดีโอทุกคนเก็บไว้ดูตอนคิดถึงค่ะ”
“อาดลยิ้มหน่อยค่ะจะได้หล่อๆ”
พูดพลางแพนกล้องเข้ามาใกล้ผู้เป็นอา ตากล้องตัวน้อยพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยบันทึกเรื่องราวพร้อมคำพูดมากมาย หันกล้องไปมุมนั้นมุมนี้อย่างสนุกมือ ภูวดลหัวเราะเบา ๆ ที่มุมปากกับความน่ารักของหลานสาวมือหยิบแก้วกาแฟที่ขนุนนำมาให้ขึ้นจิบขณะฟังตากล้องตัวน้อยไปพร้อมกัน
ภูวนาถหยิบกล่องนาฬิกาที่ให้เลขาเตรียมไว้สำหรับเป็นของขวัญก่อนเดินทางกลับญี่ปุ่นให้หลานรักแอนเดรีย ที่เธอพูดถึงไม่หยุดปากว่ากำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มเพื่อนๆ และเธอก็ยังไม่มีเลย
“ปู่มีของขวัญจะให้หนูด้วยนะ”
ชูของในมือขึ้นอวดหลานสาว เธอเบิกตาโตวางกล้องในมือลงทันที วิ่งมาหาปู่อย่างตื่นเต้น ดวงตาแพรวพราวฉายแววลิงโลด
“สวยจังเลยค่ะคุณปู่ ขอบคุณนะคะ” ยกมือไหว้พร้อมกับโอบกอดร่างชายชราด้วยความดีใจ
“แอนเดรีย” เสียงเรียกจากแอนนาที่หน้าบ้าน
“คะคุณแม่”
“ออกมาได้แล้วลูก”
“ค่าคุณแม่…”
พร้อมกับนายสำเริงคนขับรถที่เดินเข้ามาด้านใน
“พร้อมแล้วครับคุณท่าน”
ยวนใจออกจากบ้านอัครเทพมาในตอนเช้ามืดหลังจากได้รับโทรศัพท์จากวันชัยที่หนีมากบดานจากแก๊งค้ายา หลังจากรับยามาปล่อยให้แต่ไม่มีเงินไปให้นายก็ต้องโดนตามล่า ทั้งที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกจากคุกมาหมาดๆ
เธอพาวันชัยไปขอพักอาศัยอยู่กับแคมป์คนงานก่อสร้างของน้องสาว และกะจะรีบกลับมาบ้านให้ทันในขณะที่มุกดายังอยู่ในห้องนอนของภูวดล ตามที่เธอวางแผนไว้ แต่ต้องผิดหวังเมื่อมีเหตุขัดข้องไม่เป็นดังใจเธอหลายอย่าง และเจ้านายออกจากบ้านไปสนามบินกันหมดแล้ว
ความหวังที่จะเรียกค่าทำขวัญโดยอาศัยความเป็นป้าให้กับหลานสาวในนาม โดยข้ออ้างในหัวที่หล่อนวางไว้คือภูวดลเมาแล้วเกินเลยกับมุกดาขณะที่เธอเข้าไปดูแลเขาตอนเมา ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนในละครที่หล่อนเคยดูสมัยสาว ๆ เลยสักนิด
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







