Home / โรแมนติก / โซ่รักกับดักหัวใจ / ตอนที่ 7 ผมแพ้อัลมอนด์

Share

ตอนที่ 7 ผมแพ้อัลมอนด์

last update Last Updated: 2025-12-07 12:09:54

“แล้วชื่อคุณลุงใครตั้งให้เหรอครับ?

“ไม่รู้สิ พ่อมั้ง หรือไม่ก็แม่” เขาตอบไปงั้นๆ พลางคิดถึงพ่อและแม่ที่จากไปแล้วตามที่เด็กน้อยถาม

“ลูกคุณลุงเรียนอยู่ที่นี่เหรอครับ?

“เปล่า…ยังไม่มีลูก”

“แล้วอยู่กับใครล่ะครับ?”

“คนเดียว”

“งั้น…มาเป็นพ่อผมไหมครับ ผมก็ไม่มีพ่อ คุณลุงก็ไม่มีลูก อยู่คนเดียวมันเหงานะครับ” ภูวดลหัวเราะเบา ๆ

“ไว้จะคิดดูนะ”

ครั้นจะบอกว่าไม่ ก็กลัวเด็กจะรู้สึกไม่ดี เด็กคนนี้ไม่มีพ่อคงจะเหงาหรือเปล่าถึงเที่ยวชวนคนอื่นให้มาเป็นพ่อตัวเองแบบนี้ คงอยากมีเพื่อนเล่นกระมัง

“คุณลุงบ้านอยู่ไกลไหมครับ?”

“ไกล”

“บ้านผมอยู่ใกล้ ๆ นี่เองครับแต่กว่าจะได้กลับก็เกือบมืดทุกวัน เพราะรอแม่เลิกงานค่อยมารับ”

พร้อมสรรหาคำพูดมากมายมาชวนคุยสนุกปาก ดูเหมือนเด็กคนนี้จะโตเกินอายุถึงชอบคุยกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน พูดไปมือก็เกาแขนขายุกยิกไปเรื่อย และเกาถี่ขึ้น ถี่ขึ้น พร้อมกับเสียงไอที่เหมือนจะถี่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ภูวดลคิ้วขมวดเข้าหากันมองอาการของเด็กน้อยตรงหน้า

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ผมคัน” เกาตามแขนขาและลำตัว

“ผมหายใจไม่ออกครับ”

เด็กน้อยทำปากป่องเหมือนอึ่งอ่างคิ้วย่นเข้าหากัน

“ผมจะอ้วกครับ” พลันคำพูดของผู้เป็นแม่ก็เข้ามาในความคิด ภูวภัสหายใจทางปากจนได้ยินเสียงหอบแรงใบหน้าแดงก่ำ

“คุณลุงเอาอะไรให้ผมกินครับ?”

“ผมแพ้ถั่วอัลมอนด์”

“ฉิบหายละ” ชายหนุ่มสบถเบาๆ ใบหน้าถอดสี

ลุกจากม้านั่งคุกเข่าลงกับพื้นดึงแขนเด็กน้อยตรงหน้ามาสำรวจด้วยความตกใจ ผื่นจ้ำแดงกำลังเห่อขึ้นมาให้เห็น

“ลุงจะพาไปหาหมอ” กดสายโทรหาผู้ช่วยทันที

“เทวาเอารถออกตอนนี้เลยไปโรงพยาบาลด่วน”

วางสายและช้อนอุ้มเด็กน้อยขึ้นวิ่งไปที่รถทันที เขารู้ดีว่าอาการแพ้มันเป็นยังไง เพราะเขาเคยแพ้มาก่อนอาการไม่ผิดเพี้ยนเหมือนเด็กคนนี้แม้แต่น้อย เทวาที่เร็วพอกันหลังจากฟังน้ำเสียงตื่นเต้นของเจ้านาย วิ่งมากำลังจะถึงรถ

“ติดต่อครูและผู้ปกครองเด็กด่วน ฉันขับเอง”

“ครับบอส”

ภูวภัสถูกนำเข้าห้องฉุกเฉินโดยมีผู้ก่อเหตุแบบไม่ได้ตั้งใจนั่งอยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก 

ถ้าเกิดเด็กเป็นอะไรไปเขาจะทำยังไง?

จะมองหน้าผู้ปกครองเด็กได้ยังไง?

แต่โรงพยาบาลนี้มีแต่หมอเก่งๆ ทั้งนั้น และเขาเองก็บริจาคทุนวิจัยอยู่ทุกปี พร้อมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการก็มาจากอัครเทพ

“ฮัลโหลไอ้เอก”

“มีคนไข้พิเศษฉันอยากให้แกช่วยตามเรื่องให้หน่อย”

กดสายหาเพื่อนรัก หมอเอกภูมิ และถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังโดยละเอียด

พยาบาลสาวที่เดินออกมาจากห้องตรวจแจ้งอาการของเด็กชายภูวภัส ที่เพิ่งหลับไปหลังจากได้รับยาเพียงไม่นาน

“เด็กปลอดภัยแล้วค่ะ”

“แต่ต้องเฝ้าดูอาการต่อว่าจะมีผลข้างเคียงอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า”

“แต่คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะ คุณหมอบอกพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ”

คำบอกกล่าวของพยาบาลที่คาดเดาว่าเขาคือผู้ปกครองของเด็ก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้อธิบายใด ๆ

“ติดต่อผู้ปกครองเด็กได้หรือยัง?” หันมาทางเทวาที่ยืนอยู่ห่างๆ

“ทางโรงเรียนแจ้งไปแล้วครับกำลังเดินทางมาผมให้เบอร์ติดต่อไว้แล้วครับ” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก

         

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นถี่ ๆ ที่วิ่งออกมาจากลานจอดรถบ่งบอกความร้อนรนของเจ้าของร่างที่กำลังตรงไปยังห้องฉุกเฉิน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้าและเปียกชุ่มแผ่นหลังจนทะลุออกนอกเสื้อที่สวมอยู่

เหมือนถูกกระชากหัวใจออกมานอกอก หลังจากวางสายจากทางโรงเรียนว่าลูกน้อยที่เป็นดั่งดวงใจของเธอตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินด้วยอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง

"ดิฉันเป็นแม่ของเด็กชายภูวภัสค่ะ”

“ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะ?”

สอบถามเจ้าหน้าที่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับเสียงหายใจหอบจนตัวโยน ร่างกายส่งสัญญาณว่าต้องการออกซิเจนปริมาณมากจนต้องเผยอปากออกช่วยหายใจรับออกซิเจนเข้าให้เต็มปอด แต่ความสนใจของเธอไม่ได้อยู่ที่ร่างกายของตัวเอง แต่กำลังลุ้นคำตอบจากเจ้าหน้าที่อยู่

“เด็กปลอดภัยแล้วค่ะ”

“ตอนนี้คุณหมอกำลัง……”

เธอได้ยินแค่นั้น แค่ให้ได้รู้ว่าลูกปลอดภัยเท่านั้น ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอกและสติสัมปชัญญะก็ดับวูบลง พร้อมกับร่างที่ร่วงลงกองกับพื้น

“หมอบอกเธอไม่ได้เป็นอะไรมากครับ คงแค่ตกใจ และดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยได้พักผ่อนให้นอนสักพักก็จะดีขึ้น” เทวารายงานเจ้านาย

“จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยและดูว่าผู้ปกครองต้องการอะไรเพิ่มก็บอกฉันได้เลย อย่าลืมเตรียมของไปขอโทษด้วยให้ผู้เสียหายพอใจที่สุด อย่าให้เกิดปัญหาแม้แต่นิดเดียว”

“ถ้าเธอไม่พอใจให้ติดต่อฉันได้ทันที”

“ครับคุณดล”

มุกดาลืมตาตื่นมองเพดานสีขาวห้องที่ไม่คุ้นตา แสงไฟนีออนสว่างจ้าเต็มไปหมด ก่อนจะลำดับเหตุการณ์ในหัวสมองและลุกพรวดขึ้นทันที

“ภู”

มือสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวออก ผุดลุกจากเตียงอย่างร้อนรนในความคิดคือตามหาลูก

“คุณครับ ใจเย็นๆ ครับ”

เทวาลุกจากโซฟาขึ้นยืนดักรอคนไข้ที่กำลังจะวิ่งออกประตู มุกดาชะงักตามเสียงหันมามองคนแปลกหน้าที่เธอไม่ทันได้สังเกตว่านั่งอยู่ในห้องกับเธอ

“น้องปลอดภัยแล้วครับ”

“อยู่ห้องไหนคะ?”

พอได้คำตอบก็วิ่งพรวดออกไปทันทีด้วยเท้าเปล่า กวาดสายตาไล่เรียงตามเบอร์ห้องของโรงพยาบาลจนพบและเปิดผลัวะเข้าไปทันที สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่คนตัวเล็กบนเตียง

“ภู”

“แม่ครับ”

สองร่างโผเข้ากอดกันกลม พร้อมเสียงถอนหายใจของผู้เป็นแม่

“แม่ขอโทษที่มาช้า”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ภูหายแล้วครับ”

“ไหนแม่ดูซิ”

พูดพลางจับมือและแขนคนตัวเล็กพลิกไปมาสำรวจทั่วร่างกาย มือประคองใบหน้าเด็กชายสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย ดึงร่างน้อยเข้ามาสวมกอดอีกครั้งถ่ายเทความอบอุ่นให้ด้วยความรักและเป็นการปลอบขวัญ

ภูวภัสโอบกอดผู้เป็นแม่มือน้อยๆ ตบเบาๆ ที่หลังของมุกดาเหมือนที่เธอเคยปลอบลูกและเด็กน้อยก็จำมาทำเพื่อปลอบโยนผู้เป็นแม่

“ไม่เป็นไรนะครับแม่ หมอบอกภูปลอดภัยแล้วครับ”

ภูวดลที่ขมวดคิ้วจ้องมองสองแม่ลูกที่แสดงความรักต่อกันตรงหน้า โดยไม่ละสายตาไปไหน ความสนใจของเธอคือเด็กชายที่อยู่บนเตียงเท่านั้น ไม่ได้สนใจใครอื่นแม้กระทั่งเขากับเทวาที่เป็นเหมือนธาตุอากาศ

ใช่เธอแน่ ๆ ห้าปีที่ไม่ได้เจอกันเลยแต่เขาก็จำเธอได้แม่นยำ

“คุณมุกดาใช่ไหมครับ”

เทวาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แล้วจากข้อมูลที่ทางโรงเรียนให้มา และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

ภูวดลหันขวับไปมองเทวาที่เพิ่งยืนยันให้เขารู้ว่าเป็นเธอจริงๆ หลังจากเอ่ยชื่อเธอเป็นครั้งแรก

“ใช่ค่ะ”

หันมามองผู้พูดและเลยไปถึงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน พลันสายตาสองคู่ก็สบกัน หลากหลายอารมณ์วิ่งปั่นป่วนผ่านทางแววตา มุกดาอึ้งไปชั่วขณะ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลานี้ที่หล่อนจำได้ขึ้นใจ พร้อมหัวใจที่หล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม ใจหวิววูบวาบ ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ ต่อหน้าลูก

“คุณดล”

เผลอเรียกชื่อเขาเสียงลอดริมฝีปากออกมาอย่างแผ่วเบา และนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกพร้อมร่างของคุณหมอที่เดินเข้ามา

“เป็นยังไงบ้างคะคนเก่ง ขอคุณหมอดูอาการหน่อยนะคะ”

“ครับ”

ใช้เวลาตรวจเพียงไม่นานก่อนพูดคุยบอกอาการกับผู้ปกครองเด็ก

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ”

“น้องพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ให้พักอยู่ดูอาการก่อนนะคะ” หมอผู้ตรวจเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เอ่อ…คือ”

มุกดาเลิ่กลั่กจะอธิบายดีหรือเปล่านะ หากจะบอกว่าเขาไม่ใช่พ่อเด็กแต่ในใจมันก็โต้กลับมาว่าใช่

“ไม่ใช่พ่อผมครับ” หนูน้อยเอ่ยขึ้น

“อ้าวเหรอคะ คุณหมอขอโทษค่ะเห็นหน้าตาคล้ายกัน” หันมายิ้มให้คนไข้ตัวน้อย

“ชื่อก็คล้ายครับ”

“ภูวภัส กับ ภูวดล” หนูน้อยเอ่ยอย่างไร้เดียงสา

มุกดาหน้าซีดแล้วซีดอีก เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ ก่อนที่คุณหมอจะออกจากห้องตรวจไป

สองหญิงชายนั่งตรงข้ามกันในร้านกาแฟของโรงพยาบาล ภูวดลที่เอาแต่จ้องหน้าคนนั่งตรงข้ามนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย ผิดกับอีกคนที่หัวใจเต้นตุบตับและข่มอาการไว้ ตอนนี้เธอเป็นแม่คนแล้วสมองสั่งการให้นิ่งเข้าไว้

“ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่”

ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวมีเพียงรอยิ้มน้อย ๆ ที่ส่งให้แค่แวบเดียวเท่านั้น

“มุกก็ไม่คิดว่าจะเจอคุณดลที่นี่เหมือนกันค่ะ”

“คุณดลสบายดีนะคะ” ถามเสียงอ่อน ทำไมใจคอมันปั่นป่วนพิกล

ชายหนุ่มพยักหน้า

“เธอล่ะ?”

“สบายดีค่ะ”

ภูวดลสำรวจใบหน้าเธออย่างละเอียดเป็นครั้งแรก ถึงจะเปลี่ยนจากเดิมไปบ้างแต่ไม่มาก ความน่ารักสดใสจากเมื่อก่อนที่สัมผัสได้แม้เพียงเจอแค่ไม่กี่ครั้ง ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสวย ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แววตายังคงเด็ดเดี่ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“ฉันขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น” น้ำเสียงที่จริงจังจากความรู้สึกผิดที่ออกมาจากใจ

“ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด”

“ขอโทษที่ทำให้เธอต้องกังวลและเป็นห่วงลูก”

“ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง เธออยากให้ชดเชยยังไงบอกมาได้เลย”

“….”

“มุกเข้าใจค่ะมันเป็นเหตุสุดวิสัย คุณเองก็ไม่รู้” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างดูท่าทีกันและกันพร้อมบันทึกข้อมูลลงในหัว

“แต่เธอไม่ต้องกังวลนะ อาการแพ้เหล่านี้โตขึ้นภาวะเสี่ยงจะลดลง หรือบางรายอาจแพ้น้อยลง บางรายอาจไม่แพ้เลยก็มี”

“ตอนเป็นเด็กฉันก็แพ้แต่ตอนนี้เคยเผลอกินก็ไม่มีอาการ”

หันขวับมองหน้าผู้พูดทันที

“คุณดลก็แพ้เหรอคะ?”

“อืม”

“งั้นก็ถ่ายทอดทางพันธุกรรม….” รีบพูดจนยั้งปากไว้ไม่ทันจนอยากจะตบปากตัวเอง

“อ๋อ…เอ่อ…คือ เคยเห็นในงานวิจัยอยู่ค่ะ”

เธอพูดมั่วไป ภูวดลมองหน้าคู่สนทนานิ่งอยู่นาน อีกฝ่ายที่หลบตาเฉมองไปทางอื่น ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไง

“วันที่ออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวให้เทวามารับกลับ” เขาพูดตัดจบ

“ส่วนเรื่องที่เธอต้องลางานสาเหตุมันเกิดจากฉัน เดี๋ยวให้เทวาติดต่อเธอไปอีกทีก็แล้วกัน ฉันจะชดเชยให้ถือเป็นการขอโทษก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณดล ดูแลแค่ค่ารักษาก็พอแล้วค่ะ”

“ฉันต้องไปทำงานต่อมีอะไรติดต่อเทวาได้เลย” ลุกจากโต๊ะและเดินจากไปคำพูดของเธอไม่มีผลอะไรกับเขาแม้แต่น้อย แต่ประโยคก่อนหน้านั้นทำให้ชายหนุ่มตั้งคำถามให้กับตัวเองแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 31 ตลอดไป

    รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 30 ตามหาเมีย

    “ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 29 เมียหนี

    “วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 28 อย่ายุ่ง

    “ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 27 ไม่หึงอยู่แล้ว

    ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 26 บทลงโทษ

    มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status