Masuk
ร้านใบตองดอกไม้สด ในตัวเมืองจังหวัดนครนายก
ญาธิดานั่งเสียบใบยางอินเดียลงไปวงฟางเพื่อปกปิด ก่อนจะเสียบดอกไม้สดทับและจัดแต่งลงไปอีกที วันนี้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในศาลากลางจังหวัดเสียชีวิต คนจึงแห่แหนมาสั่งจองพวงหรีดเป็นจำนวนมาก
ญาธิดาเปิดร้านดอกไม้แห่งนี้มาร่วมสามปีแล้ว ตั้งแต่เธอเรียนจบจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษา ในสาขาการเรือนและการทำอาหาร
ส่วนเรื่องการจัดดอกไม้ เธอสนใจมาตั้งแต่เด็ก และตอนที่ไปเรียนอยู่ในจังหวัดสระบุรี เธอก็ได้ทำงานประจำหลังเลิกเรียนที่ร้านดอกไม้เพื่อหารายได้ในการศึกษา
ญาธิดาเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีทั้งพ่อและแม่ เธออาศัยอยู่กับน้าสาว น้องแท้ ๆ ของแม่ ดีหน่อยที่น้าสาวและน้าเขยไม่มีลูก จึงทำให้ทั้งสองคนรักเธอมาก และดูแลมาเป็นอย่างดี
อุบัติเหตุร้ายแรงตอนที่โรงงานของพ่อและแม่ทำอยู่เกิดระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้พ่อกับแม่ของเธอตกเป็นผู้เคราะห์ร้าย และความโชคดีไม่มีในพวกท่าน จึงได้ตายจากญาธิดาตั้งแต่เธอเรียนชั้นประถม
การศึกษาทำให้เธอมีความคิด และความขยันบวกกับความกลัวการลำบาก ทำให้เธอยอมทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมายังชีพ อีกทั้งยังเกรงอกเกรงใจน้าสาวกับน้าเขยที่ดูแลเธอเป็นอย่างดี
หญิงสาวร่างบอบบาง หน้าตาจิ้มลิ้มเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในร้าน ญาธิดารีบเงยหน้าขึ้นมาดู เธอจำได้ดี ‘ครองขวัญ ญาณโสภณ’
ผู้หญิงคนนี้เธอเป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดังของที่นี่ ตามงานต่าง ๆ ในจังหวัด ก็มักจะพบเห็นเธอคนนี้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเพื่อทำหน้าที่พิธีกร ญาธิดารีบยิ้มให้กับครองขวัญ
“จะมาสั่งพวงหรีดหรือคะคุณขวัญ” คนดังในจังหวัดเสียชีวิตลงแบบนี้ ใคร ๆ ก็ต่างมาสั่งพวงหรีดเพื่อไปไว้อาลัย
“ไม่ได้มาสั่งพวงหรีดค่ะ” น้ำเสียงดูเย็นชาและนัยน์ตาไม่ได้ดูญาติดีกับญาธิดานัก
ญาธิดาจึงวางมือที่ทำลง ก่อนจะลุกขึ้นมาหา
ครองขวัญ เป็นคนสวย และเก่ง ต่างเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ตอนที่ได้ยินเสียงครั้งแรก ญาธิดายังชมว่าเสียงของเธอหวาน เมื่อได้เห็นหน้าก็ยิ่งชมหนักเข้าไปอีก นอกจากเสียงอันไพเราะแล้ว รูปร่างก็ดี ผิวพรรณผ่องใส ใบหน้าจิ้มลิ้ม เมื่อได้แต่งแต้มสีสันยิ่งน่ามองเข้าไปอีก มิน่าเธอจึงเป็นขวัญใจของผู้คน รวมถึงบรรดาผู้จัดงานในจังหวัดมักจะจ้างเธอให้ไปทำหน้าที่พิธีกร
“ถ้าไม่ได้สั่งพวงหรีด จะให้จัดช่อดอกไม้ หรือกระเช้าไปเยี่ยมใครคะ ที่ร้านมีบริการส่งให้ถึงมือลูกค้าด้วยค่ะ” สอบถามลูกค้าถึงความต้องการ
ครองขวัญกลืนน้ำลาย ญาธิดาเพิ่งสังเกตว่าหน้าตาของหญิงสาวซีดเซียว และใต้ขอบตาของเธอนั้นดูคล้ำ ๆ เหมือนคนอดหลับอดนอน
“ขวัญจะมาคุยกับคุณนะคะ คุณใบตอง”
ญาธิดาถึงกับแปลกใจว่าคนอย่างครองขวัญ ดีเจชื่อดังมารู้จักเธอได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน
สีหน้าของญาธิดาแสนประหลาดใจ ก่อนจะร้องอ้อ คงจะเห็นจากชื่อป้ายที่แขวนอยู่ตรงหน้าร้าน ‘ใบตองดอกไม้สด’
“คุยกับตองหรือคะ”
“ใช่ค่ะ”
คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้ญาธิดาฉงนไปกันใหญ่ จึงได้เลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ หมายจะให้แขกนั่ง แต่ครองขวัญกลับยืนตัวสั่น หันมามองหน้าของญาธิดาตรง ๆ
“ขอรบกวนเวลาของคุณใบตองไม่นานค่ะ”
ญาธิดาถึงกับชะงักไป หมุนมาเผชิญหน้ากับครองขวัญทั้งตัว “พูดมาได้เลยค่ะ” ทั้งที่รู้สึกแปลก ๆ และใจคอไม่ดี
“ขวัญจะไม่อ้อมค้อมนะคะ ที่มาวันนี้จะมาพูดเรื่องของเราสามคน”
“เราสามคน” พึมพำออกปาก
“คุณ ฉัน และพี่ปอ”
ชื่อที่ครองขวัญเอ่ย คือชื่อของผู้หมวดนรชิต คนรักของเธอที่กำลังคบหาอยู่ และตกลงจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า จากที่ตงิด ๆ ญาธิดากลับใจสั่นหวั่นไหวขึ้นมาเสียเอง ใบหน้าของเธอมีแววกังวลขึ้น
“คุณพูดทำนองนี้หมายความว่ายังไงคะ” ถามเสียงสั่น
“ในฐานะที่เป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน ที่ฉันมาหาคุณวันนี้ เพราะอยากจะมาขอร้องให้คุณใบตองล้มเลิกงานแต่งงานกับพี่ปอ ฉันกำลังท้อง ลูกในท้องของฉันเป็นลูกของเขา”
ญาธิดาถึงกับหูผึ่ง อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ยืนตัวชาไปชั่วขณะ
น้ำตาของครองขวัญค่อย ๆ ไหล
“พี่ปอเข้ามาจีบฉัน และเขาบอกว่าเขาโสด มันไม่ใช่ความผิดพลาดอะไรทั้งนั้น แต่มันเป็นความรัก ฉันรักเขา และเขาก็รักฉัน”
ญาธิดาเหมือนกับถูกฟาดหน้าด้วยหมัดของนักมวยตัวใหญ่ ๆ หรือถูกหินหล่นมาจากฟ้าแล้วหล่นลงกลางกบาลของเธอ รู้สึกวูบคล้ายตัวเองจะเป็นลม ญาธิดาถอยหลังจนชนเข้ากับโต๊ะ ก่อนจะจับยึดประคองตัวเองเอาไว้
“เขามีโลกสองใบ ใบหนึ่งก็คือคุณ อีกใบก็คือฉัน และนี่คือหลักฐาน” ครองขวัญงัดเอาที่ตรวจครรภ์ของเธอที่เตรียมมา เอาไปวางไว้บนโต๊ะตัวที่ญาธิดายึดเอาไว้
ครองขวัญหยิบมือถือของตัวเองออกมาเปิดด้วย แล้วยื่นให้ญาธิดาดู ญาธิดารับมือถือนั้นเอาไปถือด้วยมือสั่น ๆ ในมือถือนั้น เป็นคลิปวิดีโอของนรชิตและครองขวัญเอง
ไม่ผิด สายตาของญาธิดาไม่ได้เพี้ยน
กิ๊ก... อณวิทย์วางสายในทันที“อะไรของนายเนี่ย”“ใครเป็นอะไรคะ” ญาธิดาถาม“ปลาวาฬถามเรื่องวิธีปฐมพยาบาลคนเป็นลม”“ไม่บอกไปละคะ ยาลม ยาหม่อง ที่ตัวคนไข้มีหรือเปล่า”“ได้ๆ พี่จะส่งข้อความไป แต่ที่น่าสงสัย ใครเป็นลม”“ส่งข้อความมาถามย่า เหมือนแบบไปทำผู้หญิงท้อง”“หื้อ! อะไรอีกทีครับคุณย่า”“ทำผู้หญิงท้องหรือคะ”“นี่อ่านกันเอาเอง” คุณย่ายื่นมือถือของตัวเองให้กับคุณหมออิสรินทร์“พี่กับน้องจะไปไล่ปล้ำผู้หญิงเหมือนกัน แล้วทำให้ผู้หญิงท้องไม่ได้นะคะ” ยะอุมาพูดขึ้นมาลอยๆ“อ๋อ... เชื้อไม่ทิ้งกัน” คุณย่าเสริมต่อให้“ย่าครับ ย่าไม่ซีเรียสเหรอครับ ถ้าปลาวาฬไปทำให้สาวท้องจริงๆ”“จะซีเรียสทำไม โตๆ กันแล้ว ดีเสียอีก จะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที คิดทำมาหากิน เป็นพ่อคนแล้ว มันจะเปลี่ยนไปอีกแบบ ดูอย่างฉลามสิ อยู่ติดบ้าน เลิกงานก็ไม่ไปไหน”“ต้องบอกว่าให้เสมอต้นเสมอปลายแบบนี้ไปตลอดนะคะ”“ของมันเห็นๆ กันอยู่แล้วน
พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เขาได้แต่คิดตาม คนอย่างอณวิทย์ไม่เห็นต้องดิ้นรนอะไร แต่กับผู้หญิงคนนี้มันไม่ใช่ แถมยังเขายังมาสร้างปัญหาให้กับเธออีก แทนที่เธอจะได้ใช้ชีวิตดีๆ ได้อยู่กับคนที่เธอรักอย่างกังหัน หรือว่าอาจจะเป็นกามเทพแกล้งเล่นกลให้เธอกับเขาได้มาอยู่ร่วมกันก็ได้แล้วเธอจะรักเราไหม คำถามที่อณวิทย์ถามตัวเอง เพราะการถูกทิ้งมาหนึ่งครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ชายของใคร ความรวยมีอันจะกิน ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้หญิงจะเลือกเราสำหรับทัศยา เขาได้ทำร้ายร่างกายเธอ พรากพรหมจรรย์ของเธอ และทำให้เธอหมดอนาคตกับคนรัก แล้วทัศยาจะยกโทษให้เขาหรือ ‘ไม่มั้ง เธอคงไม่ใจร้าย’..รถของทัศยาเลี้ยวเข้าไปในซอย ที่เป็นที่ตั้งของร้าน อณวิทย์ก็เลี้ยวรถตาม เขาตามเธออยู่ห่างๆ ทัศยาจอดรถที่หน้าร้าน แล้วทยอยลงอณวิทย์อยากไปช่วยเธอใจจะขาด แต่ก็กลัวว่าหญิงสาวจะโวยวาย จนเขาเห็นเธอขนลงไปได้ครึ่งรถ เขาก็ทนไม่ไหว อณวิทย์ดับเครื่องยนต์ และลงไปจากรถ เขาเดินดุ่ยๆ เข้าไ
“ผมต้องลองไปคุยกับเธอดูก่อนใช่ไหมครับ”(“เอาดีๆ นะ ไปให้ถูกทิศถูกทาง ไม่งั้นอาจจะเจอลูกซองเข้าได้”)“ครับ”(“จากประสบการณ์ของเฮีย ตอนที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน นอนคุยง่ายสุด นั่งคุย หรือยืนคุยเจ็บตัวทุกที”)“ยังไงครับเฮีย”(“อ้าวนอนคุย มึงก็ต้องอยู่ข้างบนด้วยนะทิด ฮา...”) แล้วก็หัวเราะดังลั่น อณวิทย์เงียบกริบ(“เชี่ย... มึงเนี่ยไม่รับมุกเลยนะ หรือว่าบวชเรียนมาแล้วไข่หด”)“ยังครับ ยังใช้การได้อยู่”(“โอเค ฟาดไข่ไปสักทีสองที สงบ”)“เฮียนี่ร้ายไม่เบานะครับ”(“เฮ้ย! ใครๆ ก็เรียกเฮียว่า เฮียสหรัฐหันสี่”)“อะไรครับ มันแปลว่าอะไร”สหรัฐหัวเราะดังกว่าเดิมอีก(“มึงก็ผวนคำสิวะให้ทิด หันสี่”)“หันสี่” คิดตาม“ปั๊ด”(“เออ... แค่นี้นะ ไปลองคิดดูให้ดี ไตร่ตรอง ถ้าสวรรค์ไม่บัญชาเรื่องมันก็คงไม่เกิด
ส่วนอณวิทย์ที่ทัศยาบอกว่าให้เขาไปรับสังฆทานในวันพรุ่งนี้ เขาก็แทบจะรอไม่ไหว ชายหนุ่มได้ขับรถออกไปจากบ้านมุ่งหน้าไปยังร้านสังฆภัณฑ์ที่ว่า ดีหน่อยที่ในใบสัญญานั้นได้ใส่ข้อมูลเอาไว้ทุกอย่างหัวใจของเขาเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ รู้สึกดีใจที่มีวันนี้เสียที เขาคงจะขอโทษเธอในสิ่งที่ผิดพลาดไป คนเราจะทุกข์ได้เท่าไร เสียใจได้เท่าไร แต่ก็ต้องเดินหน้า จากที่ได้ฟังน้ำเสียงของเธอแล้ว ทำให้อณวิทย์รู้ว่าทัศยาเป็นคนที่คิดบวกอยู่พอสมควรพอไปถึงที่บริเวณตลาดที่ตั้งของร้านทัศยาสังฆภัณฑ์ อณวิทย์เลือกที่จะจอดอยู่ห่างๆ และเดินเข้าไป เขาไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านของนานา“รับอะไรดีคะ” นานาที่กำลังต้องการยอดขาย พุ่งเป้ามาที่อณวิทย์ทันที“กาแฟร้อน กาแฟเย็น หรืออย่างอื่น มีหมดจ้า”“ถ้ามีแล้วหมด มันจะมีอะไรเหลือให้ผมดื่มไหม” เขาเล่นมุกตามนิสัย แต่สายตาของอณวิทย์ไม่ได้สบจ้องกับนานาเลยเขามองไปยังร้านสังฆภัณฑ์ กำลังมองหาว่าทัศยาอยู่ข้างในไหม“แหม... หยอดเก่งนะคะคุณ” นานายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
หนังสือบนชั้นของหมออิสรินทร์มีทุกรูปแบบทั้งวิชาการ ยันถึงหนังสือที่ให้ความบันเทิง อณวิทย์หยิบหนังสือนิตยสารขึ้นมาอ่าน พี่ชายเขายังรับหนังสือแบบนี้อยู่หรือนี่ แต่พอพลิกดูจึงได้รู้ว่าเป็นหนังสือเก่าที่ออกมานานแล้วพี่ชายคงจะเก็บเอาไว้ นานๆ จะได้อ่านหนังสือแบบนี้สักที เขานั่งพลิกไปมา ได้เห็นรูปในหนังสือ เห็นถึงบรรยากาศเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฟชั่น หรือการตกแต่ง เขาหยิบหนังสือบ้านและสวน ที่วางอยู่ใกล้กันมานั่งดูบ้านบางหลังที่ทางทีมงานไปถ่ายมาช่างดูร่มรื่นและน่าอยู่ อณวิทย์คิดถึงตัวเอง มันก็น่าเสียใจอีกเหมือนกันที่เขาไม่เคยคิดถึงอนาคตอะไรแบบนี้ รักมุ่งทำแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจ โดยไม่แคร์คนรอบข้างสมควรยิ่งแล้วที่ปานรวีไม่ได้เลือกเขา แต่กลับไปเลือกบรรพ์ผู้ชายธรรมดา ที่คิดอะไรๆ แบบคนธรรมดาเขานั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่มไม้ชายคาที่พี่ชายได้ปลูกสร้าง บางอย่างอิสรินทร์ก็เนรมิตด้วยเม็ดเงิน ขุดไม้ล้อมต้นใหญ่มาปลูกไปเลย เพียงสองปีที่นี่ก็ดูร่มรื่นไปหมดอณวิทย์จิบกาแฟอย่างสบายใจ ที่จริงเขาสมควรจะไปช่วยพ่อทำงานตามที่ได้รับปากกับคุณย่า แต่ว่
ตับ ตับ ตับ สาลิกายกสะโพกกระแทกขึ้นลง“อ้าย” สาลิกากรีดร้องชัฏไม่รอช้า จับร่างสาลิกาลงไป เขาไปยืนข้างเตียง คว้าเอวของสาลิกา แค่มองตาก็เหมือนรู้ใจ สาลิกาลุกขึ้นคลานสี่ขา หันสะโพกทอร์นาโดให้ชัฏในทันใดชัฏจับท่อนแข็งได้ ก็จ่อ แล้วกดพรวด โยกซ้ายโยกขวา และกระแทกกระทั้นอย่างเมามัน สาลิกาไม่ได้กลัว แต่กลับแข่งสู้ เด้งสวนสะโพกรับจนเสียงเนื้อหนังมนุษย์ที่กระทบกันดังลั่นไปทั้งห้อง“อ้าก”“อ้าย แตกในเลยนะชัฏ”ตับ... ส่งท้าย พร้อมกับฉีดส่งความสุขสีข้นเข้าไปในตัวของสาลิกา“รู้ว่ามันอย่างนี้ ผมจัดเจ๊นานแล้ว”“ชัฏจะผูกปิ่นโตกับเจ๊เลยไหม”“ผูกครับผูก” ทั้งคู่เริ่มมีใจที่ตรงกันแล้ว“อ้า... ทำไมยังแข็งไม่หดล่ะ”“ก็ถ้ำเจ๊มันดูดเก่ง แข็งอีกแล้ว”“ทิ่มมาเลยชัฏ กี่ทีก็ได้ วันนี้เจ๊ยอมไม่เปิดร้าน อ้า อะ” แล้วเพลงแห่งความสุขก็ดังขึ้นมาอีกครั้งสายของวันนั้น นานานั่งจ้องมือถือ สลั







