Masuk“กรค่ะ… งั้นคืนนี้หลังเลิกงานขากลับ คุณไปส่งแซนดี้ที่คอนโดหน่อยได้ไหมคะ? เผื่อแซนดี้ดื่มไปเยอะแล้วขับรถกลับไม่ไหว” เธอถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ราวกับลูกแมวกำลังอ้อนเจ้าของ ดวงตาคู่สวยฉ่ำหวานจับจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา ราวกับสะกดให้เขาตอบตกลง
กรกฎชะงักไปเล็กน้อย เขาเหลือบมองไปยังตังตังที่นั่งดื่มน้ำเปล่าเงียบๆ กับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาของเธอ ใบหน้าสวยหวานนั้นดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับดอกไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเฉา ก่อนจะหันกลับมาสบตากับแซนดี้อีกครั้ง
“ผมต้องขอโทษด้วยครับ แซนดี้ คืนนี้หลังจากแวะไปส่งคุณแล้ว… ผมคงต้องรีบกลับบ้านครับ พอดีภรรยาผมไม่สบาย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูหนักแน่นและเป็นห่วงภรรยาเป็นพิเศษ ราวกับจงใจให้ชมพู่ที่เพิ่งเดินเข้ามาทักทายทีมงานได้ยินคำพูดของเขาอย่างชัดเจน
“หว้า!!..เสียดายจังเลยนะคะ” แซนดี้ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย ราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม แต่ก็รีบเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ายวนในทันที
“แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ เผื่อว่าบางที… เราอาจ…” เธอเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยฉ่ำหวานจับจ้องอยู่ที่กรกฎอย่างเปิดเผย ขณะเดียวกัน นิ้วเรียวสวยของเธอก็ลูบไล้เบาๆ ที่ต้นขาของเขาอย่างจงใจ เป็นสัมผัสที่แสนจะยั่วยวนแต่ก็แอบซ่อนไว้ ไม่ให้ใครสังเกตเห็น ก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานเยิ้มเป็นการส่งสัญญาณอีกครั้ง ทิ้งให้กรกฎนั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกที่ปั่นป่วนว้าวุ่นอยู่ในอก
ตลอดเวลาที่อยู่ในงานเลี้ยง ตังตังนั่งดื่มน้ำเปล่าเงียบ ๆ คอยสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ หัวใจดวงน้อยบีบรัดแน่นเมื่อเห็นทุกการกระทำที่สนิทสนมเกินงามของแซนดี้ที่มีต่อกรกฎ และสังเกตเห็นความพยายามอย่างชัดเจนในการหลีกเลี่ยงของเขา ความรู้สึกสับสนและผิดหวังถาโถมเข้ามาในใจของตังตัง ราวกับพายุที่กำลังก่อตัว เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นหมายความว่าอย่างไร
คำสั่งของแพรไหมก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งจนพูดไม่ออก ความคิดมากมายตีกันอยู่ในหัว เธอควรจะบอกความจริงกับแพรไหม และการบอกความจริงจะทำให้เจ้านายของเธอต้องเดือดร้อนมากแค่ไหน? หรือเธอควรจะเก็บความลับนี้ไว้ต่อไป?
กรกฎเองก็เริ่มรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาเป็นระยะจากกลุ่มน้อง ๆ ฝึกงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตังตัง เด็กฝึกงานที่มาช่วยงานในทีมของเขา แววตาคู่สวยของเธอมักจะฉายความรู้สึกบางอย่างออกมาอย่างชัดเจน... เขาคาดเดาเอาเองว่าเธออาจจะกำลังให้ความสนใจในตัว แซนดี้ ดารานางแบบชื่อดังที่มาร่วมงานในวันนี้
ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบางอย่างที่เริ่มกัดกินหัวใจ และอาจจะเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นสายตาที่จับจ้องมาของตังตัง กรกฎจึงพยายามรักษาระยะห่างจากแซนดี้มากขึ้น เขาตอบบทสนทนาของนางแบบสาวอย่างสุภาพและเป็นทางการ โดยไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมเกินความจำเป็นเหมือนช่วงแรก
“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณแซนดี้ ผมเกรงว่าจะต้องรีบกลับจริงๆ ครับ” เขาเอ่ยเสียงหนักแน่น
แต่แซนดี้ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เธอเป็นดารานางแบบระดับแนวหน้า ย่อมมีไหวพริบในการยั่วยวนและดึงดูดผู้ชายที่เธอหมายตา และกรกฎก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายนั้นของเธอ ดาราสาวรับรู้ได้ถึงเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุขุมของเขา และความท้าทายในการพิชิตใจ “เสือผู้หญิง” อย่างกรกฎ กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เธอต้องการเขามากขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะคุณกร ไว้โอกาสหน้าแซนดี้จะชวนไปทานข้าวเป็นการส่วนตัวนะคะ” เธอกระซิบเสียงหวาน ยิ้มเยาะอย่างมั่นใจ
เมื่อบรรยากาศในบาร์เริ่มเป็นใจ ผู้คนเริ่มทยอยกลับกันไป กรกฎจึงหันไปบอกกับ ชุติมนต์ เลขานุการสาวสวยของเขา
“คุณชุ ผมรบกวนคุณไปส่งน้อง ๆ ฝึกงานที่หอพักหน่อยนะ พอดีผมต้องรีบกลับ” ชุติมนต์พยักหน้ารับคำอย่างเต็มใจ หันไปเรียกตังตังและเพื่อน ๆ ของเธอ
“น้อง ๆ คะ จะกลับพร้อมพี่เลยมั้ย เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ตังตังไม่มีทางเลือกอื่น เธอจำใจต้องลุกขึ้นตามชุติมนต์ไปอย่างเงียบ ๆ ความรู้สึกผิดหวังและน้อยใจตีตื้นขึ้นมาในอกจนพูดไม่ออก ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวใจดวงน้อยที่กำลังสับสนและเจ็บปวด
ตอนที่ 38 ตอนพิเศษ 2หนึ่งปีต่อมาแสงแห่งความสำเร็จสาดส่องเจิดจ้าในเส้นทางธุรกิจของกรกฎ โรงงานผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว กิจการรุ่งเรืองเกินกว่าที่เขาเคยคาดฝันไว้ ความมุ่งมั่นและความสามารถของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากลเกาะแซ็งต์-หลุยส์ท่ามกลางความสำเร็จอันหอมหวาน กรกฎไม่เคยลืมหัวใจอีกดวงที่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอมา เขาพาอภิสรา ไปพักผ่อนยังเกาะ กลางทะเลสีครามแห่งกรุงปารีส เกาะเล็กๆ ที่เงียบสงบและมีเสน่ห์ ราวกับเป็นโลกส่วนตัวของคนทั้งคู่... หาดทรายขาวละเอียดทอดยาวสุดสายตา เสียงคลื่นซัดสาดเบาๆ ราวกับบทเพลงรักที่ขับกล่อมสองหัวใจให้แนบชิดภายใต้ท้องฟ้าสีทองอร่ามยามอาทิตย์อัสดง กรกฎคุกเข่าลงตรงหน้าอภิสรา หน้าบ้านพัก แหวนเพชรเม็ดงามส่องประกายระยิบระยับในมือของเขา ดวงตาคมกล้าเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้ง“ตังตัง… นับตั้งแต่วันที่เราได้ใกล้ชิดกันในคืนนั้น หัวใจของพี่ก็ไม่เคยลืมตังตังได้เลย แม้การเริ่มต้นของเราในตอนแรกจะมิได้งดงามตามครรลองสักเท่าไหร่ แต่ตังตังคือแสงสว่างที่นำพาพี่ออกจากความมืดมิดนั้น ตังตังคือลมหายใจ คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
ตอนที่ 37 ตอนพิเศษ 1หนึ่งเดือนต่อมาณ.กรุงปารีส กรกฎก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดราวกับพ้นจากเงามืดสู่แสงสว่าง การหย่าร้างสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการแบ่งสินสมรสอย่างยุติธรรม แม้เขาจะได้รับสิทธิ์ในทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง แต่กรกฎก็เลือกที่จะรับเพียงเงินสดจำนวนหนึ่งเท่านั้น ราวกับต้องการลบล้างทุกร่องรอยของความผิดที่ครั้งหนึ่งเคยกระทำต่อแพรไหมด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นจะเริ่มต้นใหม่ กรกฎนำเงินที่ได้จากการแบ่งสินสมรสไปก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมในต่างแดน โดยมีผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่คือ มาร์คัส ฟาน เดอร์ วู้ด พ่อเลี้ยงของอภิสรา มหาเศรษฐีชาวดัตช์ผู้มองเห็นประกายในตัวกรกฎและศักยภาพอันชาญฉลาดของเขา การร่วมธุรกิจในต่างแดนครั้งนี้เปรียบเสมือนประตูแห่งโอกาสและความหวังที่เปิดกว้างรอเขาอยู่เบื้องหน้าในระหว่างนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างกรกฎและอภิสราก็เบ่งบานอย่างงดงาม ราวกับดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานรับแสงตะวัน อภิสราตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกในใจกับมารดาของเธออย่างตรงไปตรงมา และวันนี้ก็มาถึงวันที่เธอตั้งใจจะเปิดตัวชายผู้กุมหัวใจต่อหน้าบุคคลอันเป็นที่รักแสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านบางเบา เข้าม
ตอนที่ 36 รอยยิ้มแห่งความทรงจำ (ตอนจบ)หนึ่งเดือนต่อมาณ ศาลเยาวชนและครอบครัวบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเงียบสงบ ราวกับลมหายใจของผู้คนถูกกลั้นไว้ด้วยความตึงเครียด แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างทรงสูงลงมากระทบพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ จับฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ลอยคว้างในอากาศเป็นลำแสงสีทอง ดูเหงาหงอยไม่ต่างจากความรู้สึกหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องนี้เก้าอี้ไม้ขัดเงาวางเรียงรายว่างเปล่า บ่งบอกถึงเรื่องราวความขัดแย้งที่กำลังจะถูกตัดสิน บนบัลลังก์สูง ผู้พิพากษานั่งหลังตรง สายตาคมกริบกวาดมองไปยังผู้ที่อยู่ในห้องด้วยความสงบเยือกเย็น ทนายความทั้งสองฝ่ายนั่งอยู่เคียงข้างลูกความ ใบหน้าเคร่งเครียดรอฟังผลแห่งการพิจารณา เสียงกระซิบแผ่วเบาของผู้ติดตามคดีดังเป็นระยะ ราวกับสายลมที่พัดผ่านความเงียบอันน่าอึดอัดนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดเดียว รอคอยคำพูดที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของกรกฎและแพรไหมไปตลอดกาลฝั่งโจทก์ กรกฎนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ ใบหน้าคมคายยังคงมีร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า ทว่าแววตากลับหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ราวกับได้ปลดปล่อยพันธนาการบางอย่างไปแล้วฝั่งจำเลย แพรไหมนั่งอยู่ข้างชมพู่ เพื่อนสนิทที่คอยประคองและให้กำลังใจ ม
ตอนที่ 35 สิ่งที่เหนือความดื้อดึงภายใต้แสงไฟสีขาวนวลที่ส่องจ้า แพรไหมนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้แข็งทื่อ ใบหน้าสวยซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตากลมโตสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น มือเรียวทั้งสองข้างกำกันแน่นจนข้อขาวซีดหลังจากแยกสอบสวนทีละคน แสงไฟสีขาวนวลภายในห้องสอบสวนสาดส่องใบหน้าซีดเซียวของแพรไหม พนักงานสอบสวนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ เสียงหนักแน่นราวกับตอกตรึงความผิด“คุณแพรไหมครับ ทางตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่า มิสเตอร์คาร์มาลเป็นคนเข้าไปในโรงจอดรถของคุณกรกฎเมื่อวานตอนเช้ามืด และกระทำการบางอย่างกับรถยนต์ของเขา และเราพบหลักฐานชิ้นนี้ในตกอยู่ในรถของคุณ”แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองพนักงานสอบสวน ดวงตาคลอหน่วย สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นี่คือสิ่งที่เขาเอาไปใช้ตัดสายเบรกค่ะ ฉันไปกับเขา แต่ฉันพยายามห้ามเค้าแล้ว และฉันขอยืนยันว่าฉันไม่รู้มาก่อนว่า คาร์มาลจะทำเช่นนั้น…จริง ๆ นะคะคุณตำรวจ ” เธอบอกด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนที่น้ำตาจะเริ่มเอ่อคลอเบ้า“ครับ แต่คุณคาร์มาลให้การว่าคุณมีส่วนรู้เห็นครับ” พนักงานสอบสวนกล่าวเสียงเรียบ “ซึ่งทางเรามีภาพจากกล้องวงจรปิดในลานจอดรถของบริษัทคุณ บันท
ตอนที่ 34 เมื่อความรัก...นำไปสู่ความหายนะณ ห้องสอบสวนภายใต้แสงไฟสีขาวนวลที่ไร้ความปรานี แพรไหมและคาร์มาลถูกควบคุมตัวเข้ามานั่งอยู่ในห้องสอบสวนพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่พลิกผันราวกับพายุโหมกระหน่ำพนักงานสอบสวนอ่านสำนวนคำร้องทุกข์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น“คุณแพรไหม…คุณถูกกล่าวหาว่าสมคบกับนายคาร์มาล วางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นภัยต่อชีวิตและร่างกายของสามีคุณ และมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายคาร์มาล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่มิอาจต่อรองของพนักงานสอบสวนกล่าวจบลง หญิงสาวก็พูดแย้งขึ้นทันที“ไม่จริง!!!… ไม่จริงนะคะคุณตำรวจ! ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ ๆ …” เสียงของแพรไหมสั่นเครือ ราวกับวิญญาณหลุดลอย ดวงตาไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะปฏิเสธอย่างสิ้นหวังกับพนักงานสอบสวนแล้วหันไปมองคาร์มาลที่ยังคงนั่งนิ่ง “มิสเตอร์คาร์มาล…คุณถูกกล่าวหาว่าลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภริยาผู้อื่น และร่วมกับคุณแพรไหม วางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นภัยต่อชีวิตและร่างกายของคุณกรกฎ” น้ำเสียงห
ตอนที่ 33 คาหนัง คาเขา NCสองวันต่อมา ณ สถานีตำรวจภายในห้องสอบสวนทนายความหนุ่มของกรกฎนั่งหลังตรง เผยความมั่นใจและหลักฐานที่แน่นหนา ดวงตาคมกริบจับจ้องมายังพนักงานสอบสวน แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนโต๊ะ บ่งบอกถึงปริมาณและน้ำหนักของหลักฐานที่ถูกรวบรวมมาอย่างพิถีพิถัน เครื่องบันทึกเสียงสนทนาบางวางเคียงข้างราวกับอาวุธเงียบความเย็นเยียบของห้องสี่เหลี่ยมสีขาว ราวกับเกาะกุมจิตวิญญาณให้เหน็บหนาว ของนายตำรวจหนุ่มผู้ทำการสอบสวนอย่างสุขุมเยือกเย็น“คุณตำรวจครับ จากการตรวจสอบไฟล์คลิปเสียงในเครื่องบันทึกนี้อย่างละเอียด ผมขอยืนยันว่า ถ้อยคำและบริบทในการสนทนาของมิสเตอร์คาร์มาลนั้น ชี้ให้เห็นถึงเจตนาอันแน่วแน่ที่จะลงมือกระทำการฆาตกรรมลูกความของผมอย่างคุณกรกฎ โดยมิอาจตีความเป็นอื่นได้ครับ” น้ำเสียงของทนายความหนุ่มหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความลังเลเลยแม้แต่น้อยพนักงานสอบสวนเงยหน้าขึ้นช้าๆ จากอ่านแฟ้มเอกสารและฟังคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวอย่างคร่าว ๆ ไปแล้ว ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าทนายความหนุ่ม ตัวแทนของคุณกรกฎอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้“คุณทนาย







