Masuk“นั่นหมู่บ้านจัดสรรของพงษ์นาวากุลเหรอ?”
“ครับ พวกเขามักจะไปสร้างละแวกเดียวกับที่เราสร้าง เห็นว่าเชื่อมั่นในข้อมูลของเจเอสเคว่าต้องทำเงินแน่ๆ แต่ที่เขาทำคือ สร้างบ้านในราคาที่ต่ำกว่าพวกเราเพื่อทำตลาดรองครับ”
“เป็นคู่แข่งที่ฉลาดมาก”
“ใช่ครับ หมู่บ้านนี้ขายหมดก่อนของเราหลายเดือน พอขยับไปเป็นเขตวงแหวนรอบนอก เราจึงทำทั้งหมู่บ้านระดับพรีเมี่ยมและราคาปานกลางที่เน้นคุณภาพ”
ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำการขายอสังหาริมทรัพย์ฝืดขึ้นแต่บริษัทเจเอสเคของจรัสไพศาลสกุลยังคงได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มคนที่มีรายได้สูง บ้านหรูที่พวกเขาสร้างถูกจองเข้ามาเรื่อยๆ
บริษัทพงษ์นาวาก่อสร้างหรือพีซีกรุ๊ป ไม่อาจจะทำตลาดได้เท่าจึงได้คิดหากลยุทธ์ใหม่ โดยการตามไปกว้านซื้อที่ดินบริเวณใกล้ๆ และทำหมู่บ้านจัดสรรราคาต่ำลงและคุณภาพสมราคา ด้วยตลาดที่กว้างกว่าทำให้ขายหมดอย่างรวดเร็ว
“อาเจ็กแก้เกมได้เร็วดีจริง”
“ไหนๆ เราก็มาทางนี้แล้ว เราก็ถือโอกาสไปดูย่านใกล้ๆ กันครับ หมู่บ้านของเจเอสเคกับของพีซีที่อยู่แทบจะรั้วเดียวกัน”
วศินซึ่งเป็นรองผู้จัดการทำงานกับอาเจ็กเหนือภพของเขามาหลายปี เป็นบุคลากรที่ทำงานได้ดีเป็นที่วางใจ สั่งให้คนขับรถพาชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานในบริษัทเจเอสเคในฐานะหัวหน้าโครงการออกไปดูงานที่เขตรอบนอกกรุงเทพฯ
“นั่นรถของพีซีกรุ๊ปนี่?”
เป็นเทพมองเห็นหญิงสาวในชุดสูทกางเกงก็ยกยิ้มมุมปาก
“ขยันดีเหมือนกันนะ”
“ครับ ผมได้ยินว่าลูกสาวคนเล็กของคุณศรัณย์ที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษทำงานเก่งและขยันมาก เธอมาช่วยงานพี่ชายที่บริษัทได้หลายเดือนแล้ว”
“อืม...ผมก็ได้ข่าวมาบ้าง คราวก่อนชนะการประมูลโครงการย่อยไป”
“ผมกำลังให้คน จับตามองเธอเป็นพิเศษครับ”
“ดีครับ”
การทำธุรกิจระดับพันล้าน ทำให้คนของเจเอสเคถูกส่งเข้าไปสอดแทรกอยู่ในบริษัทใหญ่หลายแห่งตั้งแต่หลายปีก่อน เป็นเทพก็เพิ่งได้รู้ความจริงหลังจากเข้ามาช่วยครอบครัวทำงานว่าบิดาของเขาเลี้ยงคนไว้มากมายทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
...ข้อมูลทางธุรกิจถูกส่งมาจากหลายแหล่ง ล้วนเป็นข่าวกรอง...
เจ้าสัวเป็นหนึ่งในฐานะผู้กุมบังเหียนใหญ่อยู่เบื้องหลังเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารไม่ไว้วางใจผู้ใด เขาให้คนสืบภูมิหลังของคนสนิททุกอย่าง และติดตามความเคลื่อนไหวอยู่เนืองๆ
...ถ้าเขาซื้อคนฝ่ายตรงข้ามได้ ฝ่ายตรงข้ามก็ซื้อคนของเขาได้เช่นกัน...
เป็นเทพสนใจใคร่รู้ เขาซักไซ้จนรู้ว่ามีคนของวศินอยู่ในบริษัทพงษ์นาวาก่อสร้าง คอยจับตามองการทำงานของสองพี่น้องราเมศและเมขลา
“หมู่บ้านนี้ขายหมดหรือยัง?”
“ล็อตสุดท้ายแล้วครับ ราคาประมาณนี้คนที่ทำงานได้สี่ห้าปีพอจะดาวน์ไหว ตอนนี้บริษัทพีซีเปิดโปรโมชั่นให้ผ่อนดาวน์หกเดือน อีกไม่นานน่าจะขายได้หมด”
“กระทบกระเทือนเราไหมคุณวศิน?”
“ลูกค้าคนละระดับกันครับ แต่ก็น่าเสียดายฐานลูกค้าระดับกลาง เฟสที่เขตถัดไป ท่านประธานก็เลยใช้วิธีสร้างทั้งสองหมู่บ้านเอง”
ท่านประธานที่วศินเอ่ยถึงก็คือเหนือภพ อาเจ็กของเป็นเทพ ปีก่อนเพราะการบริหารที่มีประสิทธิภาพทำให้ผู้ถือหุ้นทุกคนได้รับปันผลเพิ่มมากขึ้น อาของเขาได้รับการสรรเสริญอย่างมาก ซ้ำยังได้รางวัลนักธุรกิจดีเด่นประจำปีอีกด้วย
“ไปดูเขตนั้นกันเถอะ”
รถของชายหนุ่มเลี้ยวกลับออกไปถนนใหญ่ เมขลาที่แอบมองผ่านกระจกด้านข้างรถยิ้มน้อยๆ กดโทรศัพท์ไปหาคนของตัวเอง
“ทางนั้นมีข่าวใหม่ไหม?”
“มีค่ะ เขตรอบนอกเส้นทางที่กำลังจะอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทางนี้กำลังเล็งจะทำคอนโดหรูกับคอนโดราคาปานกลางค่ะ”
“อืม ขอบคุณมาก”
เมขลากดวางสาย พ่อของเธอส่งคนไปทำงานอยู่ในเจเอสเคหลายคน ต่างวาระกัน เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจึงได้กระจายไปอยู่หลายแผนก แต่ในนั้นก็มีหลายคน
...ความลับทางธุรกิจ ไม่เกี่ยวกับความลับเรื่องความรัก...
เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เสียงคีย์การ์ดหน้าห้องดังขึ้น หญิงสาวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ในชุดลำลองยืนยิ้มอยู่หลังประตู
“เฮียมาแล้ว”
เธอกระโดดขึ้นกอดคอเขา ชายหนุ่มช้อนใต้ต้นขาสบตากับเธอแล้วยิ้มกว้าง เขาแหงนหน้ายื่นปากเล็กน้อย เธอก็รีบประทับจูบดูดดื่ม เขาเดินตรงไปที่โซฟาแล้วโถมร่างเธอลงนอน ริมฝีปากยังแนบแน่นแทบจะไร้ช่องว่างเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบเล็กๆ
“หื่นมาเลยเหรอคะ?” เธอยกมือลูบผมเหนือใบหูของคนรัก
“ตั้งแต่เห็นตอนบ่ายแล้ว อยากจะจับถอดเสื้อผ้าตั้งแต่ตอนนั้น”
หญิงสาวหัวเราะร่วน มือเรียวใหญ่เกาะกุมจับเต้าสองข้างคลึงวน เธอหายใจแรงขึ้น สอดมือเข้าชายเสื้อยืดสีน้ำตาลเข้มของเขาลูบหลังส่วนเหนือบั้นเอว
“เมย์ จับผิดที่นะรู้ไหม?”
เธออมยิ้มก่อนจะเลื่อนมือมาด้านหน้า เขาให้ความร่วมมือด้วยการขยับขึ้นเพื่อให้มือน้อยของเธอกุมส่วนเป้ากางเกงได้พอดี
เนื้อผ้านุ่มของกางเกงวอร์มทำให้เธอจับส่วนลับได้เต็มขนาด
“อืม....เฮียเพิ่งอาบน้ำมานะ อยากดมดูไหม?” เสียงเขางึมงำ ขณะก้มลงจูบเธออีกครั้ง
แทนคำตอบ หญิงสาวลุกขึ้นแล้วผลักเขาให้หงายหน้า ศีรษะของชายหนุ่มอิงลงที่เท้าแขนอีกข้างของโซฟา ชายหนุ่มกึ่งนอนหงาย รีบถอดเสื้อยืดออกแล้วลูบหน้าอกที่มีมัดกล้ามของตัวเอง
“ยั่วเมย์เหรอคะ?”
เขาทำตาปรือ “ชอบไหมล่ะครับ?”
“ชอบค่ะ” เธอแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผากกับภาพตรงหน้า เธอกวาดตามองจากใบหน้าคมคายไปตามแนวไหล่แกร่ง เนื้อหน้าท้องเป็นลอนบางๆ ไปจนเอวสอบ
หญิงสาวจูบใบหูขาวผ่อง ดูดเม้มติ่งหูของเขา จูบไซ้ไปตามลำคอ มือของเธอสอดเข้าไปในกางเกงวอร์มผ้านุ่ม ลูบตรงส่วนที่นูนขึ้น เลื่อนมือลงต่ำจนเขาครางสะท้าน
“เมย์ครับ ที่รัก เฮียเสียว”
“อย่าเรียกที่รักสิคะ เมย์บอกแล้ว”
“อ่า..แต่ตอนยังงี้ อย่าห้ามเฮียเลยนะ” ชายหนุ่มส่งเสียงแหบพร่า
“ถ้าบอกไม่เชื่อ คงต้องทำโทษซะแล้ว”
*********
กลับถึงห้องก็ยังไม่ทันได้พูดจากัน ธนกรก็ถูกร่างใหญ่เหวี่ยงหวือขึ้นเตียง ราเมศจัดการคนหน้าหวานจนหอบแฮ่กไปยกใหญ่จึงค่อยสอบถาม “ได้ถอดเสื้อผ้านอนคุยกันแบบนี้ค่อยยังชั่ว” มือเรียวลูบบนหน้าอกแน่นของสามีก่อนยิ้มยั่ว “ไม่เอาอีกสักรอบล่ะครับพี่ราม ปกติไม่ค่อยหยุดแค่นี้นี่” คนหน้าคมสันยื่นหน้ามางับปลายคางของคนรัก “ขี้ยั่วอีกแล้ว ยังไม่พอใช่ไหม?” ร่างใหญ่ก้มหน้าลงไปจัดการคนร่างอ้อนแอ้นผุดผ่องจนต้องร้องขอชีวิตอีกรอบ เขาซบอยู่บนแผ่นหลังขาวนุ่ม จรดริมฝีปากลงไปที่แผ่นหลัง “ว่ามาสิครับ มีอะไรจะเล่าให้ผัวฟัง?” “เรื่องของเมย์กับเทพน่ะครับ กรไม่อยากให้พี่รามต้องกังวล แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นความลับที่กรเก็บไว้มานาน ฟังแล้วพี่รามอย่าโกรธนะครับ” ราเมศพลิกร่างขาวผ่องให้มาเกยอยู่บนหน้าอก “กร รู้อะไรมา?” “อันที่จริง กรเองก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ทีแรกครับ” คนร่างใหญ่ได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถูกซุกไว้นับสิบปีของน้องสาวกับเป็นเทพก็ใบหน้าทั้งเขียวทั้งแดงสลับกัน “พี
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างแตะตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดเขิน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย แขกในงานที่คิดว่าเจ้าสาวน่าจะแสดงความเฉยชากับการถูกบังคับให้แต่งงานล้วนประหลาดใจไปตามๆ กัน “คุณเป็นเทพหล่อเหลือเกิน น่าจะมาบังคับฉันแต่งงานบ้าง” “หมดโอกาสแล้วแก สามหนุ่มสกุลเจียงมีคู่กันหมดล่ะ” “ดูสิ เมียเก่าไปเป็นพี่สะใภ้ ส่วนตัวเองก็ไปแต่งงานกับน้องสาวของผัวใหม่ของเมียเก่า ชุลมุนดีนะครอบครัวนี้” “น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าคุณเป็นเทพเป็นไบ ฉันคงบุกไปนานแล้ว” คนทั้งงานที่เห็นธนกรอดีตคนรักของเป็นเทพนั่งคุยอยู่กับราเมศ กระจุ๋งกระจิ๋งก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ได้ “ดูนั่น คุณพ่อของเมย์ดึงคุณแม่กลับบ้านไปแล้ว ยังรักษาคอนเซ็ปต์ครอบครัวศัตรูไว้อย่างเหนียวแน่น” ธนกรกระเซ้าเจ้าบ่าว “กร มึงเป็นพี่สะใภ้นะ ทำหน้าที่กาวใจระหว่างครอบครัวกูกับครอบครัวสามี ยังจะมัวมาหัวเราะอีก” “เออ กูรู้ กูก็พยายามอยู่” “อีกไม่นาน เอาไว้เมย์มีตี๋น้อยกับหมวยน้อยก่อนเถอะ คุณพ่อตากูก็คงจะหายเค
“ทำงานวันนี้เหนื่อยจัง แต่พอได้กอดเมย์ เฮียก็หายเหนื่อย” “แค่กอดเหรอคะ?” “แค่กอดจะพออะไร?” ชายหนุ่มดูดติ่งหูนุ่มพร้อมทั้งใช้มือบีบเต้าอิ่มข้างหนึ่ง หญิงสาวหายใจแรง ลูบไหล่และแผ่นหลังแข็งแกร่ง แล้วเลื่อนมือไปซอกด้านหน้าหว่างขาของ เป็นเทพ “อูย....” “ปลดซิบสิคะเฮีย” “ทันทีเลย” เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอและรูดซิบก่อนจะถอดกางเกงออกทางปลายเท้า เมขลาถอดเสื้อเรียบร้อยเหลือเพียงบราเซียร์ลายลูกไม้สีดำ นิ้วเรียวคลำส่วนที่ตุงขึ้นของเป็นเทพ เธอบิดร่างท่อนบนเพื่อให้เขาปลดตะขอบราเซียร์ได้ถนัด กางเกงยีนส์ขาสั้นแนบเนื้อถูกเขาใช้มือลูบเป้าจนเสียดสีกับเนื้ออ่อนด้านใน หญิงสาวอ้าปาก เป็นเทพได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไปคว้านหาลิ้นนุ่มของเธอ เสียงดูดรัดสอดรับการลูบไล้ด้านล่าง กางเกงยีนส์ตัวน้อยกระเด็นหวือลงไปปลายเตียงเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ที่คลุมรังไหมเอาไว้ นิ้วของชายหนุ่มกดบี้เข้ากึ่งกลางกายจนเธอร้องด้วยความสยิว ปากของเขาคอยงับดูดตุ่มไตสีน้ำตาลบนก้อนเนื้ออวบนุ่ม เมขลาแอ่นทั้งอกและสะโพกเพื่อให้เขาสัมผั
“เฮียไม่คำนึงถึงเรื่องบาดหมางระหว่างเรากับฝ่ายนั้นแล้วใช่ไหมครับ?” “โอ๊ย! คนทะเลาะกันทั้งสองฝ่ายก็ล่วงลับกันไปหมดแล้ว เราจะมามัวแบกความแค้นกันอยู่ทำไม? ถ้าบ้านนั้นมันทนไม่ไหวก็ให้จุกอกตายไปเลย เฮียสนใจคนที่จะกำลังมาเกิดมากกว่า เราควรจะทำให้เด็กเกิดมามีความสุขที่สุด” “ผมไม่คิดเลยว่าเฮียจะพูดง่ายแบบนี้” “เออ แกนี่! ก็เฮียอยากมีหลานเยอะๆ นี่นา” “ผมดูแล้ว บ้านโน้นเขายังดูตึงๆ อยู่นะครับ” “เราได้ทีก็ขี่แพะไล่เอาเลยสิ เอาคนมาบ้านเราก่อน แต่งเสร็จมีหลาน เดี๋ยวก็หายโมโหกันไปเองล่ะ” ในเมื่อตกลงกันสำเร็จ เป็นเทพก็เข้าไปรับส่งเมขลาอย่างเปิดเผยในฐานะว่าที่สามี ราเมศทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่เห็นเป็นเทพ ทั้งธนกรและเมขลาดูเหมือนจะชื่นชมในตัวศัตรูของเขา “เวลาไอ้หมอนั่นมันมา กรไม่ต้องออกไปต้อนรับจะได้ไหม?” “ทำไมล่ะครับ? เทพกับกรเป็นเพื่อนซี้กันนะ” ธนกรสมัครเข้าทำงานในบริษัทราเมศเพราะเลขาของเขาลาออกไป เหลือเพียงคนติดตามอย่างนิธิ อีกอย่างราเมศระแคะระคายว่ามีคนของจรัสไพศาลสกุลในบริษัทของเขา
“ข้อเสนอเดิมเป็นเรื่องของเดือนก่อน แต่ข้อเสนอให้เดือนนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้อ” เหนือภพน้ำเสียงเคร่งขรึม จ้องมองราเมศเขม็ง “คุณว่ามา....” “ต้องให้น้องสาวคุณแต่งงานกับหลานชายของผม ผมจึงจะวางใจว่าบริษัทพีซีจะไม่ตุกติกกับเจเอสเค” “เกินไปแล้ว!” ราเมศลุกพรวด กำหมัดแน่น จ้องเหนือภพกับเป็นเทพราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณราเมศ ผมก็ไม่ได้คิดจะบีบคั้นพวกคุณหรอกนะ จะว่าไปผมกับเมย์ก็พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว คุณก็ไปคุยกับน้องสาวของคุณก่อนว่าเต็มใจจะแต่งงานกับผมไหม? ถ้าเมย์ไม่เต็มใจเราก็ค่อยมาตกลงเงื่อนไขทางธุรกิจกันใหม่ ไม่ดีเหรอครับ?” “ผมไม่มีทางยอมให้น้องผมแต่งงานเพราะธุรกิจเด็ดขาด” “แต่ผมว่าดีออก หากว่าเมย์เต็มใจ เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่แน่ว่าป่านนี้เมย์อาจจะหลงรักผมไปแล้วก็ได้” ราเมศโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ หน้าตึงคอแข็งเดินออกจากภัตตาคาร นิธิเห็นใบหน้าเจ้านายบูดบึ้งก็รีบไถ่ถาม “มันได้คืบจะเอาศอก เป็นเทพต้องการแต่งงานกับเมย์” “แบบนี้ก็เท่ากับบีบเราชัดๆ” “พ
“นี่เหรอกร?” “ครับ ผมเอง” ศรัณย์แค่มองก็รู้สาเหตุที่ลูกชายของเขาหลงรักคนตรงหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าคมหวาน ตากลมโตมีประกายใสซื่อ ผิวขาวผุดผ่อง หุ่นบาง “ขอบใจนะที่ช่วยดูแลคุณแม่กับที่บ้าน” “ผมยินดีครับ” คนป่วยยังคงเหนื่อยอ่อน ในเมื่อราเมศกล้าพาธนกรเข้าบ้านก็แสดงว่ามั่นใจแล้วที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่านี่คือคนรักของเขา ศรัณย์เองก็ไม่อาจขัดขวาง ระยะนี้เขารู้จากคนสนิทที่มารายงานทุกวันว่าลูกสาวกับลูกชายของเขาต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ เขาจึงไม่อยากจะสร้างความปวดหัวให้กับลูกๆ อีก ลับหลังภรรยา ศรัณย์ก็หลอกถามเรื่องที่ไซต์งานที่เมขลาไปดูแลเพราะรู้มาว่าธนกรเองก็ออกไปหาเมขลาที่ไซต์งานบ่อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ มีคนคอยติดตามดูแลน้องเมย์อยู่” “เพราะพ่อล้มป่วยคนเดียว ทำให้ลูกๆ ลำบากกันหมด” “อย่าโทษตัวเองเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น” ธนกรดีใจที่ครอบครัวของราเมศไม่รังเกียจเขา ชายหนุ่มจึงคอยดูแลผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นอย่างดี ราเมศให้คนไปประเมินความเสียหายและยินชดใช







