เข้าสู่ระบบเกมวิวาห์ เดิมพันรัก Betting on Love วิวาห์ครั้งนี้ ใครตกหลุมรักก่อนเป็นผู้ชนะ เพราะคำสัญญาของผู้ใหญ่ พรนับพัน แพทย์แผนไทยประยุกต์ผู้มีรอยยิ้มอยู่เสมอ ต้องยอมเดินทางข้ามประเทศไปเป็น "สะใภ้ตระกูลหลิว" เพื่อแลกกับการช่วยเหลือครอบครัวจากหนี้สินที่กำลังล้มทั้งที่เพิ่มเริ่ม หลิวโม่โฉว มหาเศรษฐีนักธุรกิจวัย 32 ปี ผู้เย็นชา เคร่งขรึม และไม่คิดมีรักอีกหลังสูญเสียภรรยา เขามีรอยยิ้มไว้เพื่อลูกชายวัยห้าขวบเป็นตัวแทนภรรยาเก่าเท่านั้น ชายหนุ่มยอมรับการแต่งงานครั้งนี้เพียงเพราะเป็นคำสั่งของปู่… จนกระทั่งได้พบหน้าเจ้าสาว หญิงสาวชาวไทยตัวเล็กท่าทีเชื่อฟังแต่แววตาดื้อดึง ทำให้หัวใจที่ปิดตายของเขาสั่นไหว เขาไม่ต้องการ "ภรรยาตามสัญญา" เขาต้องการ ครอบครองเธอทั้งกายและใจ ทว่าเธอกลับตั้งกำแพง เพราะการแต่งงานครั้งนี้…เธอไม่ได้เต็มใจแม้แต่น้อย ระหว่างความร้อนแรงที่เขามอบให้ และความหวั่นไหวที่เธอพยายามซ่อน หัวใจของใคร… จะยอมแพ้ก่อนกัน?
ดูเพิ่มเติม“นี่คงเปลี่ยนใจแกไม่ได้แล้วใช่ไหม” พ่อพูดขึ้น“ค่ะ จ๋าตั้งใจแล้ว”“ไม่เคยเห็นแกดื้อขนาดนี้เลยนะ” แม่ส่ายหน้าไปมา “เอาเถอะ เจ็บมาก็กลับบ้านก็แล้วกัน”“แต่เรื่องของแกกับแฟนนี่ พ่อกับแม่ต้องขอดูอีกหน่อยนะ”“ดูนานๆก็ได้ครับ อุ้ย!” กัมปนาถเผลอทำตัวเป็นเด็ก ปกติอยู่บ้านพูดล้อเล่นกับพ่อแม่ตัวเองได้จนเคยปากเสียแล้ว“พ่อกับแม่ยังไม่ได้ยอมรับหรอกนะ แต่ยังไงก็พาไปที่บ้านบ้าง” พ่อพูดเสียงดุเหมือนเดิม“ขอบคุณครับ คุณพ่อคุณแม่”จารวีรู้ดีว่านี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดของแม่และพ่อแล้ว หญิงสาวกลั้นน้ำตาแล้วหันไปยิ้มให้กัมปนาถ รู้สึกขอบคุณที่เขายอมอดทนและนั่งอยู่ข้างเธอแบบนี้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพ่อกับแม่ก็ขอตัวกลับ ย้ำกำชับให้จารวีพากัมปนาถไปที่บ้านของพวกเขา“วันหยุดคราวหน้าพวกเราจะไปครับ”กัมปนาถยกมือไหว้พ่อกับแม่ของคนรัก ยืนส่งจนรถเก๋งเคลื่อนออกไปแล้วก็หันไปยิ้มและยักคิ้วให้จารวี “อะไรคะ” จารวีหรี่ตามอง ยิ้มแบบนี้มีเรื่องทุกที“ผมเก่งไหมล่ะ? ผ่านด่านคุณพ่อกับคุณแม่คุณได้แล้วนะ”“เข้าใจผิดแล้วล่ะ” เธอตบแก้มเขาเบาๆเหมือนหยอกล้อ “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง”“ยังไงก็ได้เริ่มแล้วละน่า” เขาช
เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วหันไปยกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวก่อนจะวิ่งตามไปรวมกลุ่มเพื่อนนักเรียนทุนที่จะขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นพร้อมกัน กัมปนาถปลุกกำลังใจให้ตัวเองก่อนหันไปยิ้มให้พ่อกับแม่ของคนรัก“ไปทานอาหารกันไหมครับ ผมรู้จักร้านอร่อยนั่งสบายแถวๆนี้”“ดี เหมือนเรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะ” แม่ของจารวีเชิดหน้าขึ้น“ครับ ที่ร้าน... คุณพ่อกับคุณแม่รู้รู้จักไหมครับ ขับรถออกไปสิบนาทีน่าจะถึง ยังไงผมขับรถผมนำไปก่อนนะครับ” เขาบอกชื่อร้านกับทางที่ไป คุณพ่อพยักหน้ารับแล้วหนุ่มสาวก็แยกออกมาก่อน“ไหวไหมคะคุณเคน” จารวีล้อเขา ถ้าเขาถอดใจเธอก็ไม่ว่าอะไรหรอก“ไหวซิครับ ยังไงก็ต้องไหว รักลูกสาวเค้าแล้วนี่”กัมปนาถยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ก็แน่ล่ะจะมีใครสักกี่คนที่เข้ามาและรักเขาในสิ่งที่เขาเป็นได้ล่ะ เมื่อพบแล้วก็อยากจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรักได้มีความสุขและสบายใจด้วยเหมือนกัน ไม่นานนักเขาก็มาถึงที่หมาย จารวีสั่งอาหารที่พ่อกับแม่ชอบไว้รอ เมื่อพ่อกับแม่มาถึง อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟพอดี“ปลาค่ะ ของโปรดพ่อกับแม่”“ยังจำได้อยู่เรอะ” คุณพ่อทำเสียงดุ มีความน้อยใจและประชดในน้ำเสียงนั้น“โธ่! พ่อคะ ไว้หน้าจ๋าบ
“ผมบอกไม่ได้หรอกว่ารักตรงไหน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมเป็นคุณต่างหากที่ผมรัก”“ปากหวาน” เธอก้มหน้ายิ้มเขิน แล้วลุกขึ้นจากตักของเขา แต่ชายหนุ่มอ้าปากค้างสีหน้างุนงง“จ๋าจะจัดของเข้าตู้เย็น แล้วไปช่วยป้าอมรกับน้องอรค่ะ” เธอพูดไม่หันมามองเขา “บ่ายวันเสาร์คุณเคนสะดวกไหมคะ พาจ๋าไปส่งน้องชายที่สนามบินหน่อยซิ”“ได้ครับ ผมว่าง” ตอบเหมือนไม่ต้องคิดเพราะมันวันหยุดงานของเขาอยู่แล้ว“แต่คุณต้องเจอพ่อแม่จ๋าด้วยนะคะ”“ได้ครับ ยินดีและดีใจที่สุดเลยครับ”...................“คุณเคน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” จารวีเคาะประตูห้อง 301 หลายครั้งจนหงุดหงิด อึดใจต่อมาประตูค่อยๆเปิดออกแล้วคนที่อยู่หลังบานประตูโผล่หน้าออกมา หญิงสาวขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง“เราต้องไปส่งแจ็คที่สนามบินนะคะ ถ้าออกช้ากว่านี้ไปถึงเครื่องคงออกแล้ว” จารวีท้วงแล้วออกแรงดันประตูเข้าไป “เกิดอะไรขึ้นคะ”“ผมแค่ไม่มั่นใจว่าจะทำตัวถูกใจพ่อแม่ของคุณหรือเปล่า” ชายหนุ่มยืนถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ จารวีถอยหลังครึ่งก้าว มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาสวมเสื้อยืดคอวีสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนส์สีน้ำเงิ
กัมปนาถลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์ เปิดโปรแกรมต่างๆ ครู่ใหญ่ก็เอาเครื่องบังคับเกมส์มาให้เธอ ร่างสูงกำลังจะนั่งลงก็นึกอะไรได้ รีบวิ่งไปในครัวแล้วกลับมาด้วยน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว “แบบนี้มันถึงจะครบสูตร”จารวีนั่งไหล่ชิดกับคนรัก เขาสอนเธอเล่นเกมส์ แรกๆ เธอแพ้เขา พอเล่นคล่องก็เริ่มสนุก เสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวทำให้คนเป็นพ่อแม่และปู่ย่าแง้มประตูออกมาดูโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคู่รักนั่งเหยียดขายาวบนพื้น หลังพิงโซฟาและหัวเราะยิ้มให้กัน“รู้สึกเหมือนได้ลูกสาวเพิ่มเลยค่ะ” คุณแม่พูดยิ้มๆ“คงได้เลี้ยงหลานแล้วละมั้ง ว่าไงย่า ไหวไหม” ปู่หันไปถามย่า“ก่อนเลี้ยงหลานคงต้องเตรียมสินสอดก่อนละมั้ง” คุณพ่อส่ายหน้าไปมา“ไปเถอะ ปล่อยเด็กๆ เค้าอยู่ด้วยกัน” ย่าปรามให้ทุกคนกลับเข้าห้องตัวเองคืนนั้นสองหนุ่มสาวหลับไปที่ห้องรับแขกทั้งคู่ จารวีมารู้สึกตัวตอนเช้าตรู่ เขินอายที่เผลอหลับไปแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เตรียมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แผนเดิมที่จะมาแค่วันเดียวกลายเป็นค้างคืนอย่างไม่ตั้งใจ เช้านี้เลยต้องรีบกลับ หญิงสาวออกจากห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนของกัมปนาถแล้วก็รู้สึกว่ามี
พรนับพันมองข้อมือตัวเองแล้วมองหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ดึงเธอไว้ “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันง่วงมากคงคุยกับคุณไม่รู้เรื่อง เอาอย่างนี้ได้ไหม ตอนเช้าคุณอย่าเพิ่งหนีฉันไปไหนนะ ฉันมีเรื่องต้องเจรจากับคุณ” ถ้าเป็นเวลาทำงาน เธอเต็มที่ถึงไหนถึงกัน แต่ถ้าเธอได้หลับและถูกรบกวนก่อนถึงเวลาต
หลิวโม่โฉวเห็นแววตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้มมุมปาก ท่าทางเหมือนนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ไม่เหมือนหมอเลยสักนิด ถึงจะเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็เถอะ เขายังจำตอนที่เดินเข้าไปนั่งให้เธอตรวจได้ดี มีความอ่อนโยนและจริงใจที่เขาสัมผัสได้ ในวินาทีนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจยอมรับเธอเป็นภรรยาตามที่ปู่เสนอแล้ว
“ถ้าพูดเร็วๆ ฉันก็ฟังไม่ทันเหมือนกันค่ะ” เธอยิ้มแล้วก็...ยิ้ม ห้องเธอกว้างขวางอย่างกับห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทของโรงแรมหรูห้าดาวที่เธอไม่เคยพัก แต่เคยค้นข้อมูลเวลาจะจองห้องพักไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว “ดิฉันเตรียมน้ำชาและของว่างไว้ให้ คุณผู้หญิงสามารถรับประทานได้เลยนะคะ อาหารเย็นจะพร้อมปร
“แต่ก่อนที่ดินพื้นนี้รกร้างว่างเปล่า ตระกูลหลิวเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อตั้งใจลงหลักปักฐานที่นี่ก็ทุ่มเทสุดกำลัง ตระกูลหลิวของเรายึดมั่นเรื่องคำสัตย์สัญญา ปู่ของหนูคงเคยเล่าแล้วว่าเคยช่วยปู่ไว้ ปู่สัญญาว่าจะให้ลูกหลานของเราแต่งงานเพื่อกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ปู่ของหนูมีแต่ลูกชาย ปู่เองก็