Masukเป็นเทพกลับออกจากคอนโดหญิงสาวตอนตีสี่ครึ่ง พอกลับถึงที่พักตนเอง เขาก็อาบน้ำนั่งเปิดดูราคาหุ้นที่ซื้อไว้ เมื่อวานเกิดเรื่องวุ่นวายจึงไม่ได้เช็คราคาแม้เขาจะเป็นนักลงทุนที่ซื้อหุ้นคุณค่าแต่ก็ประมาทไม่ได้ ต้องคอยดูความเคลื่อนไหวของตลาดอยู่เนืองๆ
ข้อความจากคนทางไกลเด้งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ เขาอ่านแล้วยิ้มออกมา ในที่สุดคนที่จะช่วยให้แผนของเขาสำเร็จก็มาแล้ว
...ระหว่างเขากับเมขลา มีเพียงกุญแจเดียว คือ ไอ้กร....
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
“มาซะทีนะมึง อยู่ไหนน่ะ?”
“บ้านสิวะ คอนโดมึงเป็นไงบ้าง?
“ดีเลยล่ะ มึงเอาสักห้องไหม?”
แม้จะบอกว่าเขาซื้อ แต่ที่จริงคอนโดมิเนียมหรูที่เขาอยู่เป็นหนึ่งในโครงการของเจเอสเค เขาได้ส่วนลดเต็มที่ในฐานะลูกชายผู้ถือหุ้นใหญ่
“มึงขอส่วนลดอาเจ็กให้กูเต็มที่หน่อยดิ แถวนั้นใกล้บริษัทกูเหมือนกันจะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนมึง”
“เออๆ แต่ชั้นกูเต็มแล้วนะ เหลือชั้นสามสิบเก้า”
“เดี๋ยวกูออกไปหา ไปดูห้องด้วย”
ธนกร จงพิพัฒน์ทรัพย์ เท้าเพิ่งแตะพื้นดินประเทศไทยก็เริงร่าอยากจะออกไปหาเพื่อนรัก ตระกูลจางของเขารู้จักกับสกุลเจียงหรือจรัสไพศาลสกุลมานาน การคบหาระหว่างสองตระกูลมีทั้งพ่อกับพ่อ ลูกกับลูก และลูกกับหลาน ยกเว้นไม่อาจจะทำให้เกิดการแต่งงานระหว่างสองตระกูลได้ แม้ว่าญาติผู้พี่ของธนกรอย่างลลิตาจะเคยหมายมาดในตัวเป็นเอก พี่ชายคนโตของเป็นเทพ แต่ก็ไม่สมหวัง
“ห้องมุมนี้วิวดีสุด แต่ราคาก็ใช้ได้เลยนะมึง”
เป็นเทพหัวเราะหึๆ “ทำตัวคิดมาก แค่นี้ขนหน้าแข้งมึงไม่ร่วงหรอกน่า”
“งั้นก็เอาห้องนี้ล่ะ กูชอบที่ระเบียงกว้างอ่ะ อย่าลืมนะ ส่วนลด ลดให้กูสุดๆ มึงต้องตะล่อมอาเจ็กให้ได้” กรหรือธนกร เคยเจออาเจ็กเหนือภพของเพื่อนซี้ไม่กี่ครั้ง เขาไม่กล้าเข้าไปพูดคุยตีสนิทเพราะฝ่ายนั้นมักจะเคร่งขรึมจนรู้สึกยำเกรง
“ไม่ต้องห่วง ข้อเสนอสำหรับสกุลจางต้องดีที่สุดเสมอ”
“คืนนี้กูนอนกับมึงก่อนได้ไหม? กูอุตส่าห์เตรียมกระเป๋าไว้พร้อมแล้ว ไปท่องราตรีกันสักวัน”
เป็นเทพกลอกตาเล็กน้อย “ไปสิ สองสามวันนี้กูกับน้องเมย์ต่างคนต่างยุ่ง ยังไงก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว”
“พวกมึงกลับมาแล้วเป็นไงบ้าง?”
“ก็อย่างที่มึงรู้ เล่นซ่อนแอบเหมือนเดิม แต่ต้องระวังมากขึ้น ที่นี่เมืองไทยจะทำอะไรก็กลัวจะมีคนมาเห็น กูซื้อคอนโดของกลุ่มมหามิตรเอาไว้ อยู่ติดปลายทางด่วนอีกฟากพอดี วันก่อนก็เพิ่งแวบไป”
ธนกรพยักหน้า เพื่อนซี้ของเขาช่างมีความรักมาราธอนที่ยากจะหาจุดจบเหลือเกิน เป็นเพราะความรักของสองคนนี้แท้ๆ ทำให้เขาต้องระเห็จไปเรียนอังกฤษด้วยช่วยทำตัวเป็นไม้กันหมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้มุ่งหวังจะก้าวหน้าด้านการศึกษาขนาดนั้น
“ถ้าเป็นกู เห็นทีคงเลิกไปนานแล้ว แต่มึงนี่มัน...สุดจริงว่ะ”
เพราะแผนการที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันของเป็นเทพกับเมขลา ทำให้ ธนกรต้องกลับเมืองไทยมาช่วยอีกแรง
“กูรู้น่า ถ้าไม่มีมึง กูกับน้องเมย์คงไม่คบกันได้นานขนาดนี้ คืนนี้กูจ่ายเอง มึงอยากกินอะไร กูเลี้ยงเต็มที่”
“มันต้องเป็นงั้นอยู่แล้วหรือเปล่าวะ?”
เป็นเทพหัวเราะร่วน “แค่อย่ากินจนกูกระเป๋าฉีกก็พอ”
“ไปร้านไหนก็ได้แค่อย่าไปผับของเฮียท็อปก็พอ”
ญาติผู้พี่ของธนกร คือเสี่ยท็อป เทวา จงพิพัฒน์ทรัพย์ที่เป็นนายทุนให้กับผับและร้านเหล้าใหญ่ๆ หลายร้าน น้อยคนจะรู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงคือใคร? เพราะเขาให้ลูกน้องออกหน้าอ้างว่าเป็นผู้จัดการ เวลาถูกจับหรือต้องจ่ายค่าคุ้มครอง ลูกน้องของเขาก็จะจัดการแทน บางครั้งก็มีเด็กที่อายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนดมาใช้บริการ ทำให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเสียค่าปรับ
...เพื่อมิให้ตนเองยุ่งยากจึงต้องมีคนทำงานนี้แทน
“เมก้าน่ะเหรอ?”
“ไม่ใช่เมก้านะ ยังมีอีกหลายร้านเลยล่ะ พวกร้านหรูๆ ส่วนใหญ่จะเป็นของเฮียแกทั้งนั้น” ธนกรไล่ชื่อสถานบันเทิงบนถนนสายสำคัญ
“งั้นมึงเลือกร้านเลย กูอ่ะ แล้วแต่มึง”
“เจเจ ส่งพิกัดร้านใหม่มาให้แล้ว ร้านนี้แน่ใจได้ว่าไม่ใช่ของพี่กู”
เจเจหรือจริยา ลูกสาวของผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในเจเอสเค เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของสองหนุ่ม เธอไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียแต่กลับมาทำงานที่เมืองไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว
“ตามนั้น”
เป็นเทพกับธนกรโผล่ไปร่วมโต๊ะกับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่สมัยมัธยม เจเจเป็นคนเชื่อมเพื่อนทั้งหมดที่แยกย้ายกันไปเรียนต่างประเทศให้กลับมาสังสรรค์กัน แต่ละคนจับคู่กันถามสารทุกข์สุกดิบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“ลูกชายคนเล็กของเจเอสเคนี่?”
“ครับ เป็นเทพ เห็นว่านัดพบเพื่อนเก่าสมัยมัธยม” หุ้นส่วนรองของโว้คผับหันไปบอกกับรุ่นพี่ที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่
“บอกผู้จัดการปิดปากให้สนิท อย่าให้พวกเขารู้ว่าร้านนี้เป็นของพวกเรา”
“ได้ครับพี่ราม”
“ให้เด็กเสิร์ฟคอยสังเกตพฤติกรรมพวกเขาอย่างละเอียด หันกล้องไปทางโต๊ะนั้นด้วย จะให้ดีติดตั้งเครื่องดักฟังเผื่อมีข้อมูลน่าสนใจ เออ...อย่าลืมจัดโปรโมชั่นพิเศษให้พวกเขาหน่อยล่ะ ให้ที่นี่กลายเป็นร้านประจำของคนกลุ่มนี้ ให้ได้”
คนทั้งโต๊ะยิ้มกว้างเมื่อได้ยินว่าคืนนี้พวกเขาถูกจับฉลากสุ่มให้ได้รับรางวัลกินดื่มลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์
“เห็นป่ะ? ฉันเป็นคนเลือกร้านนี้ ได้ลดราคาตั้งเยอะ”
“เก่งๆ แกเก่งมากเจเจ”
“นี่กร แกเพิ่งกลับมาวันนี้ก็ออกมาร่อนแล้ว ที่บ้านไม่ด่าเอาเหรอ?”
“ด่าได้ไง? ฉันน่ะลูกรักนะ เรียนจบมาได้แม่กับพ่อก็แทบจะไปทำบุญเก้าวัดแล้ว ดีนะที่ฉันห้ามไว้ ไม่งั้นคงจัดงานฉลองใหญ่โต” ธนกรหัวเราะกับความตื่นเต้นของครอบครัว เขาเป็นคนไม่สนใจเรื่องการเรียนนัก เขาชอบการทำอาหารมากกว่า “นี่ถ้า ไอ้เทพไม่เข็นนะ คงเรียนไม่จบหรอก”
*******************
กลับถึงห้องก็ยังไม่ทันได้พูดจากัน ธนกรก็ถูกร่างใหญ่เหวี่ยงหวือขึ้นเตียง ราเมศจัดการคนหน้าหวานจนหอบแฮ่กไปยกใหญ่จึงค่อยสอบถาม “ได้ถอดเสื้อผ้านอนคุยกันแบบนี้ค่อยยังชั่ว” มือเรียวลูบบนหน้าอกแน่นของสามีก่อนยิ้มยั่ว “ไม่เอาอีกสักรอบล่ะครับพี่ราม ปกติไม่ค่อยหยุดแค่นี้นี่” คนหน้าคมสันยื่นหน้ามางับปลายคางของคนรัก “ขี้ยั่วอีกแล้ว ยังไม่พอใช่ไหม?” ร่างใหญ่ก้มหน้าลงไปจัดการคนร่างอ้อนแอ้นผุดผ่องจนต้องร้องขอชีวิตอีกรอบ เขาซบอยู่บนแผ่นหลังขาวนุ่ม จรดริมฝีปากลงไปที่แผ่นหลัง “ว่ามาสิครับ มีอะไรจะเล่าให้ผัวฟัง?” “เรื่องของเมย์กับเทพน่ะครับ กรไม่อยากให้พี่รามต้องกังวล แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นความลับที่กรเก็บไว้มานาน ฟังแล้วพี่รามอย่าโกรธนะครับ” ราเมศพลิกร่างขาวผ่องให้มาเกยอยู่บนหน้าอก “กร รู้อะไรมา?” “อันที่จริง กรเองก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ทีแรกครับ” คนร่างใหญ่ได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถูกซุกไว้นับสิบปีของน้องสาวกับเป็นเทพก็ใบหน้าทั้งเขียวทั้งแดงสลับกัน “พี
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างแตะตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดเขิน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย แขกในงานที่คิดว่าเจ้าสาวน่าจะแสดงความเฉยชากับการถูกบังคับให้แต่งงานล้วนประหลาดใจไปตามๆ กัน “คุณเป็นเทพหล่อเหลือเกิน น่าจะมาบังคับฉันแต่งงานบ้าง” “หมดโอกาสแล้วแก สามหนุ่มสกุลเจียงมีคู่กันหมดล่ะ” “ดูสิ เมียเก่าไปเป็นพี่สะใภ้ ส่วนตัวเองก็ไปแต่งงานกับน้องสาวของผัวใหม่ของเมียเก่า ชุลมุนดีนะครอบครัวนี้” “น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าคุณเป็นเทพเป็นไบ ฉันคงบุกไปนานแล้ว” คนทั้งงานที่เห็นธนกรอดีตคนรักของเป็นเทพนั่งคุยอยู่กับราเมศ กระจุ๋งกระจิ๋งก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ได้ “ดูนั่น คุณพ่อของเมย์ดึงคุณแม่กลับบ้านไปแล้ว ยังรักษาคอนเซ็ปต์ครอบครัวศัตรูไว้อย่างเหนียวแน่น” ธนกรกระเซ้าเจ้าบ่าว “กร มึงเป็นพี่สะใภ้นะ ทำหน้าที่กาวใจระหว่างครอบครัวกูกับครอบครัวสามี ยังจะมัวมาหัวเราะอีก” “เออ กูรู้ กูก็พยายามอยู่” “อีกไม่นาน เอาไว้เมย์มีตี๋น้อยกับหมวยน้อยก่อนเถอะ คุณพ่อตากูก็คงจะหายเค
“ทำงานวันนี้เหนื่อยจัง แต่พอได้กอดเมย์ เฮียก็หายเหนื่อย” “แค่กอดเหรอคะ?” “แค่กอดจะพออะไร?” ชายหนุ่มดูดติ่งหูนุ่มพร้อมทั้งใช้มือบีบเต้าอิ่มข้างหนึ่ง หญิงสาวหายใจแรง ลูบไหล่และแผ่นหลังแข็งแกร่ง แล้วเลื่อนมือไปซอกด้านหน้าหว่างขาของ เป็นเทพ “อูย....” “ปลดซิบสิคะเฮีย” “ทันทีเลย” เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอและรูดซิบก่อนจะถอดกางเกงออกทางปลายเท้า เมขลาถอดเสื้อเรียบร้อยเหลือเพียงบราเซียร์ลายลูกไม้สีดำ นิ้วเรียวคลำส่วนที่ตุงขึ้นของเป็นเทพ เธอบิดร่างท่อนบนเพื่อให้เขาปลดตะขอบราเซียร์ได้ถนัด กางเกงยีนส์ขาสั้นแนบเนื้อถูกเขาใช้มือลูบเป้าจนเสียดสีกับเนื้ออ่อนด้านใน หญิงสาวอ้าปาก เป็นเทพได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไปคว้านหาลิ้นนุ่มของเธอ เสียงดูดรัดสอดรับการลูบไล้ด้านล่าง กางเกงยีนส์ตัวน้อยกระเด็นหวือลงไปปลายเตียงเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ที่คลุมรังไหมเอาไว้ นิ้วของชายหนุ่มกดบี้เข้ากึ่งกลางกายจนเธอร้องด้วยความสยิว ปากของเขาคอยงับดูดตุ่มไตสีน้ำตาลบนก้อนเนื้ออวบนุ่ม เมขลาแอ่นทั้งอกและสะโพกเพื่อให้เขาสัมผั
“เฮียไม่คำนึงถึงเรื่องบาดหมางระหว่างเรากับฝ่ายนั้นแล้วใช่ไหมครับ?” “โอ๊ย! คนทะเลาะกันทั้งสองฝ่ายก็ล่วงลับกันไปหมดแล้ว เราจะมามัวแบกความแค้นกันอยู่ทำไม? ถ้าบ้านนั้นมันทนไม่ไหวก็ให้จุกอกตายไปเลย เฮียสนใจคนที่จะกำลังมาเกิดมากกว่า เราควรจะทำให้เด็กเกิดมามีความสุขที่สุด” “ผมไม่คิดเลยว่าเฮียจะพูดง่ายแบบนี้” “เออ แกนี่! ก็เฮียอยากมีหลานเยอะๆ นี่นา” “ผมดูแล้ว บ้านโน้นเขายังดูตึงๆ อยู่นะครับ” “เราได้ทีก็ขี่แพะไล่เอาเลยสิ เอาคนมาบ้านเราก่อน แต่งเสร็จมีหลาน เดี๋ยวก็หายโมโหกันไปเองล่ะ” ในเมื่อตกลงกันสำเร็จ เป็นเทพก็เข้าไปรับส่งเมขลาอย่างเปิดเผยในฐานะว่าที่สามี ราเมศทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่เห็นเป็นเทพ ทั้งธนกรและเมขลาดูเหมือนจะชื่นชมในตัวศัตรูของเขา “เวลาไอ้หมอนั่นมันมา กรไม่ต้องออกไปต้อนรับจะได้ไหม?” “ทำไมล่ะครับ? เทพกับกรเป็นเพื่อนซี้กันนะ” ธนกรสมัครเข้าทำงานในบริษัทราเมศเพราะเลขาของเขาลาออกไป เหลือเพียงคนติดตามอย่างนิธิ อีกอย่างราเมศระแคะระคายว่ามีคนของจรัสไพศาลสกุลในบริษัทของเขา
“ข้อเสนอเดิมเป็นเรื่องของเดือนก่อน แต่ข้อเสนอให้เดือนนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้อ” เหนือภพน้ำเสียงเคร่งขรึม จ้องมองราเมศเขม็ง “คุณว่ามา....” “ต้องให้น้องสาวคุณแต่งงานกับหลานชายของผม ผมจึงจะวางใจว่าบริษัทพีซีจะไม่ตุกติกกับเจเอสเค” “เกินไปแล้ว!” ราเมศลุกพรวด กำหมัดแน่น จ้องเหนือภพกับเป็นเทพราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณราเมศ ผมก็ไม่ได้คิดจะบีบคั้นพวกคุณหรอกนะ จะว่าไปผมกับเมย์ก็พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว คุณก็ไปคุยกับน้องสาวของคุณก่อนว่าเต็มใจจะแต่งงานกับผมไหม? ถ้าเมย์ไม่เต็มใจเราก็ค่อยมาตกลงเงื่อนไขทางธุรกิจกันใหม่ ไม่ดีเหรอครับ?” “ผมไม่มีทางยอมให้น้องผมแต่งงานเพราะธุรกิจเด็ดขาด” “แต่ผมว่าดีออก หากว่าเมย์เต็มใจ เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่แน่ว่าป่านนี้เมย์อาจจะหลงรักผมไปแล้วก็ได้” ราเมศโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ หน้าตึงคอแข็งเดินออกจากภัตตาคาร นิธิเห็นใบหน้าเจ้านายบูดบึ้งก็รีบไถ่ถาม “มันได้คืบจะเอาศอก เป็นเทพต้องการแต่งงานกับเมย์” “แบบนี้ก็เท่ากับบีบเราชัดๆ” “พ
“นี่เหรอกร?” “ครับ ผมเอง” ศรัณย์แค่มองก็รู้สาเหตุที่ลูกชายของเขาหลงรักคนตรงหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าคมหวาน ตากลมโตมีประกายใสซื่อ ผิวขาวผุดผ่อง หุ่นบาง “ขอบใจนะที่ช่วยดูแลคุณแม่กับที่บ้าน” “ผมยินดีครับ” คนป่วยยังคงเหนื่อยอ่อน ในเมื่อราเมศกล้าพาธนกรเข้าบ้านก็แสดงว่ามั่นใจแล้วที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่านี่คือคนรักของเขา ศรัณย์เองก็ไม่อาจขัดขวาง ระยะนี้เขารู้จากคนสนิทที่มารายงานทุกวันว่าลูกสาวกับลูกชายของเขาต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ เขาจึงไม่อยากจะสร้างความปวดหัวให้กับลูกๆ อีก ลับหลังภรรยา ศรัณย์ก็หลอกถามเรื่องที่ไซต์งานที่เมขลาไปดูแลเพราะรู้มาว่าธนกรเองก็ออกไปหาเมขลาที่ไซต์งานบ่อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ มีคนคอยติดตามดูแลน้องเมย์อยู่” “เพราะพ่อล้มป่วยคนเดียว ทำให้ลูกๆ ลำบากกันหมด” “อย่าโทษตัวเองเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น” ธนกรดีใจที่ครอบครัวของราเมศไม่รังเกียจเขา ชายหนุ่มจึงคอยดูแลผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นอย่างดี ราเมศให้คนไปประเมินความเสียหายและยินชดใช







