Masukเธอยังมีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ แต่ไม่ได้ปริปากบอกให้ใครได้รู้
“สวัสดีค่ะพี่กริช” ใบข้าวยกมือไหว้พี่ชายเพื่อนรักพลางยิ้มหวานให้เขา ได้สบประสานสายตาคมกล้าคู่นั้นแล้วรู้สึกเขินอายไม่น้อย กริชเป็นผู้ชายในฝันที่เธอปรารถนา แต่ฐานะของเธอห่างไกลจากเขาลิบลับ เขาเป็นพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นที่แสนร่ำรวย ในขณะที่เธอเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้ามีฐานะยากจน เธอไม่ได้หวังสูงว่าจะได้ครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆ ได้แอบดูแลเขาแค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว เธออยากได้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเขาได้เห็นเขามีความสุขและเห็นรอยยิ้มของเขาในทุกๆ วัน คนแอบรักหัวใจฟูฟ่องทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาแสนใจดีของพี่ชายเพื่อนรัก
อีกเหตุผลคือเธออยากมีงานมีการทำ จะได้ส่งเสียน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ด้วย
“สวัสดีครับน้องข้าว เดินทางมาเหนื่อยๆ ไปพักเถอะ พี่ขอโทษด้วยนะไม่ได้ไปรับเราที่สนามบิน” กริชพาน้องสาวเข้าบ้าน ใบข้าวเดินตามไปเงียบๆ มองสองพี่น้องที่รักใคร่ปรองดองกันแล้วอมยิ้ม เธออยากมีพี่ชาย พี่สาวหรือน้องชายน้องสาวกับใครเขาบ้าง คงดีไม่น้อย เวลามีอะไรจะได้คุยกัน ไม่อยู่ โดดเดี่ยวคนเดียว
“พี่จัดห้องพักเอาไว้ให้แล้วนะ” กริชจัดห้องพักให้น้องสาวและเพื่อนน้องสาวใหม่ทั้งหมด ตอนแรกจะให้พักอยู่ด้วยกัน แต่เพราะต้องอยู่กันอีกนาน เนื่องจากใบข้าวต้องมาทำงานที่นี่ด้วย เขาจึงแยกห้องให้ จะได้ไม่อึดอัดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นส่วนตัวอีกด้วย
“ขอบคุณค่ะ ไปเถอะข้าว เราขึ้นห้องกันดีกว่า” แก้วกัลยาหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่ ก่อนจะจับมือเพื่อนพาเดินขึ้นห้อง
ห้องพักใหญ่โตมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทำให้ใบข้าวนึกขอบคุณเจ้าของบ้านไม่น้อย เธออาบน้ำอาบท่าเสร็จ แก้วกัลยาก็พาลงไปเดินเล่นในสวนดอกไม้
“ข้าวพออยู่ได้ไหม” แก้วกัลยาเอ่ยถามเพื่อนรัก
“อยู่ได้จ้ะ ห้องกว้างและใหญ่โตมาก ขอบคุณแก้วจริงๆ นะที่หางานให้เรา แถมยังมีที่พักให้ฟรีอีก” ทั้งขอบคุณทั้งรู้สึกเกรงใจเพื่อนไม่น้อย
“ไม่เป็นไร ข้าวเป็นเพื่อนรักของเรานี่นา ข้าวพักบ้านเรานี่แหละ แล้วก็ไปทำงานในไร่กับพี่กริช พนักงานบัญชีคนก่อนลาออกไปพอดี พี่กริชจะได้ไม่ต้องหาคนใหม่” เธอไม่ได้บอกเพื่อนว่าเพราะคนเก่าทำงานไม่ดี แอบยักยอกเงิน พี่ชายของเธอจึงไล่ออก คิดว่าไม่พูดจะดีกว่า อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เธอมั่นใจว่าใบข้าวเป็นคนซื่อสัตย์ไม่ทำอะไรไม่ดีหรือทุจริตเป็นแน่เพราะอยู่กันมานานจนเรียนจบ เงินเหรียญห้าบาทหล่นอยู่ยังไม่เอาเลย ยังเก็บไปวางเอาไว้ให้เธอ เธอทิ้งกระเป๋าเงิน ทิ้งเงินเอาไว้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ใบข้าวอาจจะยากจนเป็นเด็กกำพร้าแต่ไม่อยากได้ของคนอื่น ไม่ลักเล็กขโมยน้อย
“ขอบใจแก้วมากนะ” ใบข้าวเขย่ามือเพื่อนอย่างซาบซึ้งใจ
“เราต้องไปดูแลร้านกาแฟน่ะ พี่กริชหาพนักงานให้แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อยเลย ให้ข้าวทำงานกับพี่กริชน่ะดีแล้ว เพราะเรายังไม่มีปัญญาจ้างใครเลยในตอนนี้ พนักงานในร้านก็ให้พี่กริชออกเงินจ้างไปก่อน” แก้วกัลยาบอกเพื่อนตามตรง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไม่มีปัญหา แค่มีงานทำก็ดีแล้ว แต่แก้วชอบทำขนม ถ้าเขาติดใจขนมของแก้วยังไงก็ต้องมีลูกค้าประจำแน่ๆ เลย” แก้วกัลยาคิดว่าจะเปิดร้านกาแฟและทำขนมขายด้วยตนเอง มันเป็นความท้าทายสำหรับคนที่ไม่เคยทำอะไรเองอย่างเธอ ใบข้าวคิดว่าเพื่อนต้องทำได้ เพราะเพื่อนก็เป็นคนมีความมุ่งมั่น คนหนึ่งเหมือนกัน
“ข้าวเองก็ทำได้อยู่แล้ว เรามั่นใจ ที่สำคัญคือเราช่วยแล้วนะ ให้ได้ใกล้ชิดกับพี่กริช” คนพูดกระแทกไหล่เพื่อนเบาๆ อย่างหยอกเอิน
“ใครขอกัน” ใบข้าวพูดอย่างเขินอาย
“ไม่ขอแต่เรารู้หรอกว่าข้าวแอบชอบพี่กริช เราเองก็ชอบข้าว ถ้าได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันคงดีไม่น้อย พี่กริชน่ะชอบผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านแม่เรือน แบบข้าวนี่แหละ” แก้วกัลยาพูดออกมาตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเพราะเรียนจบ กันแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนั้นเธอเห็นเพื่อนมุ่งมั่นกับการเรียนและไม่สนใจความรัก จึงไม่ได้พูดเชียร์พี่ชายให้ฟังตรงๆ แค่พูดถึงความดีของพี่ชายให้ฟังบ่อยๆ เท่านั้นเอง คนเจ้าเล่ห์แอบยิ้มกริ่มในใจ
“เรา เอ่อ...” ใบข้าวขัดเขินไม่น้อยเมื่อโดนรู้ทัน เธออาจจะเคยแสดงออกว่าชอบกริชมากๆ ให้แก้วกัลยาเห็นและจับได้โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
“ไม่ต้องเขินหรอก เราเอาใจช่วยให้ข้าวเผด็จศึกพี่ชายของเราให้สำเร็จ ในเร็ววัน”
“บ้า! พูดอะไรแบบนั้น เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปทำอะไรแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ” คนพูดหน้าแดงยิ่งกว่าผลตำลึง
“ทำได้สิ เป็นผู้หญิงแล้วทำไม ถ้าเราเป็นข้าวนะ เกิดชอบผู้ชายสักคน ขึ้นมาแล้วเขาก็เป็นคนดี เราจะจับปล้ำทำสามีเลย”
“ดูพูดเข้า” ใบข้าวมองเพื่อนรักแล้วหน้าแดง แก้วกัลยาหัวเราะเสียงใสอย่างมีความสุข
“แล้วแก้วไม่ชอบใครบ้างเหรอ มีผู้ชายมาจีบแก้วตั้งหลายคน”
“ไม่เอาหรอก” คนพูดเบ้ปากน้อยๆ
“ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะคุณหนู” สมรมาตามเจ้านายสาวไปรับประทานอาหาร วันนี้กริชสั่งให้ทำของโปรดของน้องสาวเป็นพิเศษต้อนรับการกลับมา ที่สำคัญเป็นการร่วมยินดีที่น้องสาวเรียนจบกลับมาด้วย
“ว้าว... ของโปรดทั้งนั้นเลย” แก้วกัลยามองแล้วยิ้มกว้าง
“พี่สั่งป้าสมรให้ทำเพื่อเราโดยเฉพาะเลย ต้องกินเยอะๆ นะ”
เพราะของโปรดของใบข้าวกับแก้วกัลยาเหมือนกัน จึงสะดวกในการคิดเมนู เขาอยากเลี้ยงต้อนรับอีกคนด้วยจึงสั่งกำชับให้ทำสุดฝีมือ
ใบข้าวรู้สึกว่าอาหารเย็นวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นอบอวลไปด้วยความสุขและการต้อนรับเป็นอย่างดีของสองพี่น้องตระกูลโยธินสวัสดิ์ ทำให้ใบข้าวรู้สึกดีเหลือเกิน
“ข้าวดื่มนมอุ่นๆ ด้วยนะจ๊ะ จะได้นอนหลับสบาย” หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้นแก้วกัลยาจึงนำนมอุ่นๆ มาให้เพื่อนรักถึงที่ห้องพัก
“ขอบใจจ้ะ แก้วดีกับเราจริงๆ เลย” ใบข้าวรับนมมาดื่มจนหมดแล้ว แก้วกัลยายิ้มกริ่ม แผนการคืนนี้เป็นอันสำเร็จ
“นอนเถอะ เราไม่กวนแล้ว” แก้วกัลยาเดินออกจากห้องตัวปลิว ก่อนจะนำนมอุ่นๆ ไปให้พี่ชายอีกห้องหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“เข้ามาได้” เสียงเคาะประตูทำให้กริชเอ่ยอนุญาต พอเห็นว่าเป็นน้องสาว เขาก็ยิ้มเอ็นดูให้อีกฝ่ายทันที
“แก้วเอานมอุ่นๆ มาให้พี่กริชค่ะ จะได้นอนหลับสบาย” แก้วกัลยารีบบอกพี่ชายเสียงหวาน
“ขอบใจจ้ะ เอานมมาให้พี่เหมือนพี่เป็นเด็กเลยนะ” เขารับนมจากมือของน้องสาวมาถือเอาไว้ก่อนจะเอ่ยแซว
“ดื่มนมอุ่นๆ ดีต่อสุขภาพนะคะ แถมยังหลับสบายด้วย” แก้วกัลยามองแก้วนมในมือของพี่ชายอย่างลุ้นๆ
“จ้ะ” แม้จะไม่ชอบดื่มนมนัก แต่น้องสาวนำมาให้ เขาก็รับมาดื่มจนหมดแล้ว แก้วกัลยาแอบยิ้มหน้าบานหลังรับแก้วนมมาจากพี่ชาย แผนการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
บิดามารดาของเธอที่ล่วงลับไปแล้วจับเธอหมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนรัก พอพวกท่านจากไปก็สั่งความกับกริชเอาไว้ เธอไม่อยากแต่งงาน เคยขอร้องไม่ให้กริชทำตามสัญญา ไปบอกยกเลิกฝ่ายโน้น แต่พี่ชายของเธอ ไม่ตอบตกลง แถมยังยึดมั่นกับสิ่งที่บิดามารดาขอเอาไว้ก่อนตาย เธอจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมา พอคืนนี้พี่ชายของเธอกับเพื่อนรักได้เสียเป็นผัวเมียกัน เธอก็จะหนีไปตั้งหลัก เรื่องอยากทำร้านกาแฟเป็นแค่เรื่องบังหน้าเท่านั้น เธอจะหนีไปทำงานอยู่ที่อื่นเสียเลย ให้พี่ชายตามหาไม่เจอ ก่อนไปค่อยเขียนจดหมายเอาไว้ว่าไม่ต้องตามหา เธอโตแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว พี่ชายของเธอคงทำงานหนักมากไป เลยมายึดมั่นถือมั่นกับการจับเธอแต่งงาน เธอจัดการหาเมียให้เสียเลยจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธออีก คนคิดแผนการยิ้มกริ่ม มองนาฬิกาตรงข้อมืออย่างกระหยิ่ม ได้เวลาแล้วสิ... ยาคงใกล้ออกฤทธิ์เต็มทีแล้ว อาศัยจังหวะนี้ พาเมียไปส่งให้คุณพี่ชายจนถึงห้องเลยดีกว่า
“เดี๋ยวนะคะ หอมแก้มพี่หมอเกี่ยวอะไรกับการตั้งครรภ์ด้วยคะ” เธอตาโตเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย“ลูกจะได้รักพี่มากๆ ไงครับ” เขาทำแก้มป่องซ้ายขวา“แน่ะ”“แล้วก็ต้องให้พี่จุ๊บท้องและคุยกับลูกทุกวัน ยิ่งอ่านหนังสือดีๆ มีประโยชน์ ร้องเพลงให้ฟังหรือฟังธรรมะด้วยจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ลูกของเราจะได้คลอดง่าย ไม่งอแงด้วยครับ”“ทฤษฎีนี้พี่หมอบอกให้พี่กริชทำกับใบข้าวด้วยเหรอคะ”“ครับ” เขาอมยิ้ม “ถ้าเราอ่อนโยนกับเขาตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง บอกรักเขาทุกวัน เขาก็จะรักเราไม่ต่างกัน การอ่านหนังสือธรรมะให้ฟังเขาจะได้เป็นคนใจเย็น มีเหตุผล เปิดเพลงให้ฟังเขาจะได้อารมณ์ดี อ่านหนังสือดีๆ มีประโยชน์ให้ฟังทุกวันจะได้เกิดมาฉลาด”“พี่หมอความคิดดีมากเลยค่ะ”“เริ่มต้นจากวันนี้เลย”“คะ?” เธอทำหน้างงว่าเขาจะให้เริ่มต้นอะไรก่อน เขาเริ่มต้นด้วยการจุ๊บท้องของเธอบอกรักทารกน้อยในครรภ์เบาๆ ก่อนจะจิ้มแก้มตัวเอง เธอหอมแก้มป่องๆ ของเขาซ้ายขวา“ชื่นใจ” พอเขาบอกว่าชื่นใจเธอก็ใช้มือทั้งสองข้างกุมแก้มของเขาแล้วตบเบาๆ มองเขาด้วยสายตารักใคร่และใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“อยากกินอะไรให้บอกพี่ครับ พี่จะทำให้กิน”“แก้วก็ทำกินเองได้” เธอก็อยากทำ
ความเป็นชายวิ่งเข้าวิ่งออกในซอกทางรักอันหอมหวาน หยาดความรักหยดย้อยไปตามเรียวขาเนียนละเอียด ขาของเธอสั่นระริกยามที่เขาโหมกายห่มสะโพกหนักหน่วง โจนจ้วงอย่างล้ำลึกแก้วกัลยาเด้งสะโพกรับอย่างร้อนแรง ใบหน้าของเธอซบไปกับแขนเนียนละเอียดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ริมฝีปากน้อยเผยหอบสะท้าน ครวญคร่ำร่ำร้องแทบจะขาดใจกับบทรักดิบๆ ของสามี เขาบดบี้เรือนกายแนบชิด รวบเอวคอดของเธอมาหาขณะถอยไปนั่งบนขอบเตียงแรงกระแทกที่เขาทรุดลงไปนั่งทำให้เรือนกายที่สอดเสียบกันอยู่บดบี้เข้าหากันมากยิ่งขึ้น เธอบิดกายร้องเสียงหลงด้วยความเสียวซ่านสุดใจเธอบิดสะโพกอีกครั้งเมื่อเขารวบเอวคอดกดคลึงลงไปหาอย่างร้อนแรง มือน้อยคว้าแขนแกร่งที่รวบอยู่กับสะโพกของเธอแรงๆ เพื่อหาที่ยึดยามที่ร่างโยกคลอนตามจังหวะรักร้อนแรงของสามี“พี่หมอ” เธอครางเสียงหลงเมื่อเขาเลื่อนมือขึ้นมาฟอนเฟ้นปทุมถันอวบอิ่ม สะโพกสอบกระแทกขึ้นไปหา โดยกดเท้าไปกับพื้น ทำให้ร่างของเธอเด้งขึ้นเด้งลงบนตักของเขาถนัดถนี่จนเกิดเสียงดังตั่บๆ ถี่ๆ ประสานกับเสียงหอบหายใจฟืดฟาดและเสียงร้องครางที่เปล่งออกมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจหยาดความรักชุ่มฉ่ำไหลเยิ้มออกมาต้อนรับการฝากฝังเชื่อมประสาน
“แต่อาจยังพยายามไม่พอ”“พี่กริชเคยบอกว่าแก้วได้แฟนเป็นหมอดีนะคะ” เธอเปลี่ยนเรื่องหน้าแดงน้อยๆ“ทำไมเหรอครับ”“เวลาท้องก็รู้ว่าต้องดูแลยังไง ตอนข้าวท้องพี่กริชยังมาปรึกษาพี่หมอเลยนี่คะ แล้วตอนคลอดก็ทำคลอดเองได้เลย”“อันนั้นจริง แต่พี่ก็ยังนึกไม่ออกว่าตอนแก้วคลอดพี่จะทำคลอดให้แก้วได้ไหม”“ทำไมคะ”“อาจจะตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกก็ได้” เขาพูดขำๆ“พี่หมอทำได้อยู่แล้วค่ะ แก้วภูมิใจนะคะที่ได้เป็นภรรยาของพี่หมอ พี่หมอเป็นคนดีและน่ารักมากๆ เลยค่ะ” เธอเอ่ยชมเขาจากใจ กุมแก้มเขาแล้วจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากหนา“งั้นคืนนี้พี่จะตอบแทนคำชมของแก้วนะครับ”“แน่ะ!” เธอค้อนเขาใบข้าวเดินมาดูลูกน้อยที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว ก่อนจะให้พี่เลี้ยงมาเฝ้าลูกเอาไว้ ก่อนเชิญแก้วกัลยากับคเชนทร์ไปรับประทานของว่างด้วยกัน“วันนี้ทำเค้กผลไม้รวม” ใบข้าวพูดกับเพื่อนรักหรืออีกนัยคือน้องสาวสุดที่รักของสามี“หอมกลิ่นน้ำผึ้งจังเลย นี่ถ้าไม่ติดว่ามีลูกตัวเล็กจะให้ช่วยทำขนมส่งขายด้วยเลย” ตอนนี้ร้านของเธอมีชื่อเสียง มีออร์เดอร์มาสั่งขนมเป็นจำนวนมาก จนต้องรับพนักงานเพิ่ม เธอรับพนักงานพาร์ทไทม์พวกเด็กนักเรียนนักศึกษาที่อยากหารายได้ระหว่างเรีย
“ก่อนเป็นหนี้จริงๆ แล้วต้องรู้จักเก็บเงินและลงทุนกันก่อนนะคะ ในช่วงเรียนจบ อายุยี่สิบถึงสามสิบ เพื่อนๆ ของแก้วหลายคนที่เจอกันเป็นหนี้ตั้งแต่ทำงาน ถ้าเรารีบเป็นหนี้เลยก็จะไม่มีเงินไปลงทุนหรือเก็บออม หรือบางคนไม่เป็นหนี้ก็ไม่รู้จักเก็บเงินก็ไม่ไหวอีกเหมือนกัน ยิ่งถ้าคนที่ได้เงินมาเท่าไหร่ก็ใช้จ่ายจนหมด เดือนชนเดือนยังน้อยไปไม่ถึงอาทิตย์หลังเงินเดือนออกก็ใช้เงินจนหมด ไม่ได้วางแผนทางด้านการเงินเลยแบบนั้นยิ่งแย่ค่ะ”“อันนี้ก็จริงครับ จริงๆ เด็กๆ ต้องรู้จักอดออมตั้งแต่เด็กนะครับ สมัยเด็กๆ แม่พี่จะให้หยอดกระปุกออมสินทุกวัน แม้ครอบครัวจะไม่ได้ลำบากอะไร แต่แม่พี่สอนว่าเราต้องเห็นคุณค่าของเงินและข้าวของทุกอย่าง” คเชนทร์พูดแล้วยิ้ม ครอบครัวของเธอกับเขาสอนลูกๆ ไม่แตกต่างกันนัก ทั้งสองชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียง เป็นเบอร์พี่ชายของเธอโทร. มา แก้วกัลยาจึงกดรับคิดว่าดึกดื่นขนาดนี้พี่ชายคงมีอะไรสำคัญแน่ๆ“ยายแก้ว ข้าวกำลังจะคลอด” กริชรีบกรอกเสียงระรัวมาตามสาย“แก้วกำลังจะได้หลานแล้วเหรอคะ” แก้วกัลยาเอ่ยถามอย่างดีใจ“ก่อนจะได้หลานพาผัวแกมาทำคลอดให้เมียพี่ก่อน”“อ้อ... ค่ะๆๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล
ตอนพิเศษการแต่งงานกับกริชถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตของใบข้าว เขาเป็นผู้ชายน่ารัก ไม่เจ้าชู้ และรักครอบครัว เธอตั้งครรภ์ลูกคนแรก สร้างความดีใจให้กริชและแก้วกัลยาเป็นอันมาก“ต้องเอาท้องชนกันจ้ะ มีคนบอกว่าเอาท้องไปชนกับคนท้องจะได้มีน้องกับเขาบ้าง” แก้วกัลยามาเยี่ยมเพื่อนรักควบตำแหน่งพี่สะใภ้เป็นประจำเมื่อมีโอกาส เธอมีความสุขที่ได้เห็นพี่ชายมีผู้หญิงที่ดีคอยดูแล เพราะรู้จักกันมานานหลายปีจึงรู้นิสัยของใบข้าวดีพี่สะใภ้ของเธอเป็นคนน่ารัก เรียบร้อยอ่อนหวาน ทำอาหารเก่ง เป็นแม่บ้านแม่เรือน พี่ชายของเธอชอบผู้หญิงแบบนี้ เพราะมารดาก็เป็นคนเช่นนี้ เธอคิดว่าใบข้าวจะสามารถดูแลพี่ชาย ดูแลลูก ดูแลบ้านช่อง ปกครองคนในบ้านได้เป็นอย่างดี และอีกฝ่ายก็ทำได้อย่างดีไม่ทำให้ผิดหวัง“ใกล้คลอดแล้ว ข้าวตื่นเต้นไหม” คนยังไม่มีลูกเป็นของตัวเองเอ่ยถาม“ก็ตื่นเต้นนะ แต่พี่กริชดูแลข้าวดีมาก ช่วงนี้ไม่ยอมให้ทำอะไรเลย”“ก็ข้าวอยู่ไม่นิ่ง ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา” แก้วกัลยาเท้าคางมองท้องนูนๆ ของเพื่อนรัก หรืออีกนัยหนึ่งคือพี่สะใภ้ของตัวเอง“พี่เชนเป็นยังไงบ้าง” ใบข้าวเอ่ยถามแก้วกัลยา เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ก็อมยิ้มม
“ไม่ต้องมาพูดดีไปเลย ถ้าพี่หมอไม่ยอมแต่งงานกับแก้ว แก้วจะตัดไอ้นั่นทิ้งเลย” เธอทำเสียงโหดใส่เขา“โหดจังเมียใคร” เขาลูบผมของเธอไปมา กอดรัดเธอเอาไว้แนบแน่น“ตอนพี่หมอตกลงไปในน้ำรู้ไหมว่าแก้วแทบขาดใจ” เธอร้องไห้ดีใจที่เขายังไม่ตาย“เป็นโชคดีของพี่ครับที่รอดมาได้ ยมบาลคงสงสารที่พี่ยังไม่ได้แต่งงาน เลยยังไม่อยากให้พี่ตาย”“ยังจะมาพูดเล่นอีก แล้วพี่หมอรอดมาได้ยังไงคะ”“ลุงชาเล่าให้ฟังว่าเสื้อของพี่ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ครับ เลยไม่ได้จมหายไปพร้อมกับกระแสน้ำ จึงมีคนไปช่วยเอาไว้ได้ทัน และพามาส่งโรงพยาบาล”“แก้วดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่พี่หมอยังไม่ตาย ฮือๆๆ” เธอกอดรัดเขาอย่างแนบแน่น“พี่ก็ดีใจที่ได้เห็นหน้าแก้วอีกครั้ง เมื่อกี้ใครปลุกให้พี่ลุกขึ้นมาขอแต่งงาน” เขายิ้ม“พี่หมอน่ะ” เธอหันมองไปรอบกายปรากฏว่าพี่ชายกับเพื่อนรักหายไปแล้ว เหลือเขากับเธออยู่กันแค่สองคน“พี่กริชกับข้าวไปไหนแล้วล่ะคะ”“เขาคงอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันน่ะครับ”“พี่หมอเป็นยังไงบ้างคะ ดูหน้าซีดๆ” เธอเอ่ยถามอย่างห่วงใย กุมแก้มของเขาเอาไว้อย่างแสนรัก“พี่ไม่เป็นอะไรครับ แก้วล่ะมีอาการอะไรไหม” เขาลูบใบหน้าของเธอ ไปมาด้วยความห่วงใย“แก้วโอเ







