Masuk“คนที่แม่จะจัดการก่อนใครคือกริช ชอบตามใจน้อง สอนน้องให้เป็นลิงทโมน น้องไม่ใช่ผู้ชายนะกริช”
“น้องอยากออกไปปั่นจักรยานเล่นบ้างครับ”
“ให้โตกว่านี้หน่อย ออกไปคนเดียวได้ยังไง อันตรายมากเลยนะ เกิดโดนคนไม่ดีจับตัวไปจะทำยังไง”
“ถ้าคุณแม่จะตีน้อง ตีผมแทนก็ได้ครับ” กริชเหลือบไปมองคนที่ยืน เกาะขาอยู่ทางด้านหลังก็นึกสงสาร คงกลัวโดนตี แต่เวลาซนไม่ยักนึกกลัว
“แม่ตีเราแน่ วันหลังจะได้ดูน้องให้ดีๆ” กริชโดนตีจริงๆ โทษฐานที่ไม่ดูแลน้องให้ดี
หลังจากแก้วกัลยาเห็นพี่ชายคนเดียวโดนตีก็ไม่ค่อยกล้าหนีเที่ยวคนเดียวอีก นอกจากจะแอบหนีไปกับพี่ชาย ทำให้มารดาหัวหมุนไม่น้อย เพราะอยากอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นลิงทโมน กลัวโตขึ้นจะกลายเป็นทอมบอยแทนเป็นผู้หญิงนี่สิ
“สัญญาแล้วนะว่าจะแต่งงานกับพี่” คเชนทร์นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าคู่หมั้นตัวน้อยก่อนจะดึงนิ้วก้อยเล็กๆ มาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของตัวเอง ตีเนียนว่าอีกฝ่ายยินยอมพร้อมใจไปกับตน
“พี่เชนจะกลับแล้วเหรอคะ” เด็กน้อยไม่ได้รับปากแต่เอ่ยถามแทน
“ครับ พี่ต้องกลับแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเดินทางไกล อีกนานกว่าจะได้เจอกัน ต้องคิดถึงพี่ด้วยนะ”
“หนูจะคิดถึงพี่เชนค่ะ” เด็กน้อยยิ้มยิงฟันส่งไปให้ ก่อนจะยืนส่งพี่ชาย ใจดีที่หน้าบ้านขึ้นรถ เพราะอีกฝ่ายต้องเดินทางกลับวันนี้หลังจากมาเยี่ยมเยียนและพักค้างอ้างแรมอยู่ที่บ้านบิดามารดาของเธอหลายวัน
“ยายตัวเล็กนี่โตขึ้นหัวกระไดบ้านต้องไม่แห้งแน่ๆ เลยครับคุณแม่” กริชโยกศีรษะน้องสาวก่อนจะพูดขำๆ
“คงจะมีเด็กผู้ชายตามมาแกล้งกลับน่ะสิไม่ว่า” คุณนาราค้อนให้ลูกชายตัวดี แก้วกัลยาเรียบร้อยเสียที่ไหน ได้ทีก็แกล้งกลับอย่างเจ็บแสบเหมือนกัน ไม่เคยยอมใครเลยจริงๆ
“ถ้าใครแกล้งน้องผมจะจัดการเอง ไม่ก็สอนมวยไทยให้น้องเสียเลย”
“อกอีแป้นจะแตก ดูสิคะคุณ” นาราหันไปหาสามี
“ก็ดีนะคุณ ใครมารังแกจะได้เอาตัวรอดได้ไง”
“โอ๊ย! ทั้งพ่อทั้งลูก ไม่พูดด้วยแล้ว ยายแก้วตามแม่มาเลย แม่จะสอนเรื่องความเป็นกุลสตรีให้ อย่าไปสนใจพ่อกับพี่เรามาก จะสอนเราให้เป็นนักมวยปล้ำหญิงเฉยเลย” ถามว่าแก้วกัลยาตั้งใจทำตามที่มารดาพูดไหมก็แอบตั้งใจเวลาอยู่ต่อหน้า พอลับหลังก็ยังแอบไปเล่นเกมกับพี่ชายอย่างเมามัน ไปยิงนกตกปลา เล่นอะไรแสบๆ เหมือนเด็กผู้ชาย นั่นทำให้แก้วกัลยาสนิทกับพี่ชายคนเดียวเป็นอันมาก และกริชก็รักน้องสาวคนเดียวมากเป็นที่สุด
หลังจากนั้นเรื่องราวของคเชนทร์ก็หายไปกับสายลม แก้วกัลยาเจริญวัยขึ้นมีความสุขกับการเป็นเด็กน้อยที่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ได้กินทุกอย่างที่ อยากกิน ได้เล่นทุกอย่างที่อยากเล่น ยิ่งเมื่อบิดามารดาเสียชีวิต กริชก็ยิ่ง เป็นห่วงน้องสาวอย่างที่สุด เขาจึงทำทุกอย่างให้น้องน้อยมีความสุขมากที่สุดเท่าที่พี่คนหนึ่งจะทำได้ เพื่อทดแทนการที่น้องสาวคนเดียวสูญเสียบิดามารดาไปอย่างกะทันหัน เขาต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการดูแลครอบครัวและมรดกที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้ก่อนตาย
แก้วกัลยาสอบไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ได้ เขาจึงตามไปส่งถึงที่โน่น หาหอพักดีๆ ให้และนั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนรักของน้องสาว เพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือกัน
ในโลกนี้นอกจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด หรือญาติพี่น้องที่ดีๆ แล้วการมีเพื่อนที่ดีมีมิตรที่ดีถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่าของชีวิต เพราะการมีครอบครัวที่ดี ที่อบอุ่นทำให้เราเป็นคนที่ดีพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีมิตรที่ดีก็จะนำพาเราไปสู่สิ่งดีๆ หรือชักนำให้ทำแต่สิ่งดีๆ กริชชื่นชมในการรู้จักคบเพื่อนของแก้วกัลยา และยังจดจำคำขอของบิดามารดาก่อนตายได้ดีไม่ลืมเลือน
พวกท่านเคยพูดว่าหากต้องตายจากไปก่อนก็อยากให้ดูแลน้องให้ดี เรียนหนังสือจนจบ ได้ทำงานที่รักและแต่งงานกับคนดีๆ ที่ท่านเคยหมั้นหมายเอาไว้ แต่ถ้าคนที่หมั้นหมายเอาไว้ไม่ดีจริง ก็แล้วแต่ว่าจะตัดสินใจเช่นไร แต่ถ้าคเชนทร์เป็นคนดีจริงๆ ก็จงทำคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับนพรัตน์และรัศมี คุณหมอใจดีที่เคยช่วยชีวิตมารดาของเขาเอาไว้ และแก้วกัลยาก็รับรู้เรื่องนี้ เป็นอย่างดี แต่เธอไม่ได้ยินดียินร้ายและเฉยเมยเมื่อเขาเอ่ยถึงคเชนทร์ เขาจึงเลิกพูดกับน้องสาวเรื่องนี้ ปล่อยให้เธอเรียนให้จบก่อน แล้วคิดจะทำอย่างไรค่อยว่ากันอีกที
การไปหาน้องสาวบ่อยๆ ทำให้เขาได้เจอกับใบข้าว สาวน้อยนิสัยดีและน่ารัก ใบข้าวเป็นคนขยัน หลังเลิกเรียนและปิดเทอมก็จะทำงานพิเศษเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่ที่บ้านปรานี บ้านที่อุปการะเด็กกำพร้าเอาไว้หลายชีวิต
แม้จะรู้ดีว่าแอบชอบเธอมากเพียงใด แต่เขาก็ยังไม่กล้าจีบเพื่อนน้องสาวคนนี้อย่างจริงจัง เธอยังเรียนอยู่ เขาจึงไม่ควรทำให้เธอเสียการเรียน อยากให้มุ่งมั่นกับการเรียนมากกว่าจะมาคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
“เพื่อนแก้วคนนี้มีผู้ชายมาจีบเยอะมากเลยนะคะพี่กริช แต่ข้าวยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ ข้าวไม่สนใจ ข้าวอยากเรียนให้จบ มีงานดีๆ ทำ ข้าวขยันและตั้งใจเรียนมากเลยค่ะพี่กริช” แก้วกัลยาพูดให้พี่ชายฟังยิ้มๆ แม้พี่ชายจะไม่ถามแต่เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ชายคิดเช่นไรกับเพื่อนรักคนนี้ของของเธอ
เดี๋ยวเถอะ! ต่างคนต่างชอบกัน เธอจะอุ้มสมให้ได้กันเสียเลย คนคิดหัวเราะคิกคักในใจ และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นพี่ชายส่งสายตาหวานๆ ให้เพื่อนของเธอ และเพื่อนของเธอที่ใจแข็งยิ่งกว่าหินไม่สนใจผู้ชายคนไหนกลับมีท่าทีสะเทิ้นอายทุกครั้งที่เจอกับพี่ชายสุดที่รักของเธอ
ใบข้าวมองทัศนียภาพรอบกายด้วยดวงตาเป็นประกาย เธอเรียนจบแต่ยังไม่มีงานทำ เพื่อนรักอย่างแก้วกัลยาที่เรียนจบมหาวิทยาลัย มาพร้อมกันจึงชวนเธอมาทำงานที่ไร่องุ่นของพี่ชาย
พี่ชายของแก้วกัลยาต้องการพนักงานบัญชีเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง แก้วกัลยาจึงขอให้เธอมาทำงานด้วย เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เป็นแค่เด็กกำพร้าดังนั้นการจะเดินไปไหนมาไหนจึงไม่ต้องคอยกังวลสิ่งใด เธอกลับไปกราบแม่ปรานีที่อุปการะเธอเอาไว้ตั้งแต่เล็กและบอกท่านว่าจะมาทำงานที่ภาคเหนือ ท่านก็ยินดีที่เธอเรียนจบมีงานทำ ใบข้าวคิดว่าหากได้เงินเดือนก็จะส่งเสียกลับไปที่บ้านปรานีเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ที่กำพร้าและช่วยเหลือแม่ปรานีอีกแรงหนึ่ง
อีกเหตุผลหนึ่งเพราะเธอแอบหลงรักพี่ชายเพื่อนมาช้านาน ตั้งแต่รู้จักกันเมื่อหลายปีก่อนตอนที่กริชเดินทางไปเยี่ยมเยียนแก้วกัลยา หลังจากนั้นมาเธอก็ละเมอเพ้อพกถึงเขาแทบจะทุกวัน มีผู้ชายมาจีบเธอก็ไม่เคยนึกชอบใครสักคนเดียว
“ถึงแล้วจ้ะ” เสียงของแก้วกัลยาทำให้เธอตื่นจากภวังค์ความคิด มองบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ลงมาได้แล้วจ้ะ พี่กริชไปไหนนะ ไม่เห็นออกมารับเลย” แก้วกัลยาบ่นเบาๆ กับแม่บ้านวัยกลางคนที่ออกมาต้อนรับ
“พ่อเลี้ยงเข้าไร่ค่ะคุณหนู” สมรรายงานเจ้านายสาว แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าบ้าน เสียงม้าที่ควบเข้ามาใกล้เรียกความสนใจของคนที่ยืนคุยกันอยู่ในทันที
ร่างของพ่อเลี้ยงกริชวัยสามสิบห้าปีนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบข้าวเห็นแล้วแอบยิ้มเมื่อเห็นเขา พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบลงมาจากหลังม้ายิ้มกว้างให้น้องสาวและเพื่อนน้องสาว
“พี่กริชมาช้า” แก้วกัลยาทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชาย
“พี่รีบสุดๆ แล้วนะ” เขาโยกศีรษะน้องสาวไปมาอย่างเอ็นดู หลังจากให้คนงานพาม้าไปผูกที่คอก
“แก้วพาข้าวมาตามสัญญาแล้วนะคะ ที่คุยกันไว้เมื่อวันก่อนไงคะ พี่กริชบอกว่าตอนนี้กำลังขาดพนักงานบัญชีอยู่ เพื่อนของแก้วทำงานเก่งนะ”
แก้วกัลยาบอกพี่ชายว่าเรียนจบแล้วอยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเองอยู่ใกล้พี่ชาย ส่วนใบข้าวนั้นก็อยากหางานทำเพื่อจะได้มีเงินส่งเสียบ้านปรานี เธอจึงฝากฝังเพื่อนให้ทำงานกับพี่ชาย เพราะถ้าให้มาช่วยทำงานร้านกาแฟ เธอเองก็คงไม่ได้กำไรอะไรมากมาย แค่อยากเปิดขายแก้เบื่อไปเท่านั้นเอง วันหนึ่งอาจจะมีลูกค้าสักคนสองคนเธอก็พอใจแล้ว ด้วยว่าครอบครัวไม่ได้ลำบากยากจน ถึงเธอไม่ทำงานอะไรก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติ พี่ชายยังเคยพูดว่ากลับมาอยู่บ้านทำกับข้าวให้กินก็พอแล้ว แต่เธอก็อยากมีอะไร เป็นของตัวเองบ้าง ไม่อยากแบมือขอแต่เงินพี่ชายเพียงอย่างเดียว
“เดี๋ยวนะคะ หอมแก้มพี่หมอเกี่ยวอะไรกับการตั้งครรภ์ด้วยคะ” เธอตาโตเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย“ลูกจะได้รักพี่มากๆ ไงครับ” เขาทำแก้มป่องซ้ายขวา“แน่ะ”“แล้วก็ต้องให้พี่จุ๊บท้องและคุยกับลูกทุกวัน ยิ่งอ่านหนังสือดีๆ มีประโยชน์ ร้องเพลงให้ฟังหรือฟังธรรมะด้วยจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ลูกของเราจะได้คลอดง่าย ไม่งอแงด้วยครับ”“ทฤษฎีนี้พี่หมอบอกให้พี่กริชทำกับใบข้าวด้วยเหรอคะ”“ครับ” เขาอมยิ้ม “ถ้าเราอ่อนโยนกับเขาตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง บอกรักเขาทุกวัน เขาก็จะรักเราไม่ต่างกัน การอ่านหนังสือธรรมะให้ฟังเขาจะได้เป็นคนใจเย็น มีเหตุผล เปิดเพลงให้ฟังเขาจะได้อารมณ์ดี อ่านหนังสือดีๆ มีประโยชน์ให้ฟังทุกวันจะได้เกิดมาฉลาด”“พี่หมอความคิดดีมากเลยค่ะ”“เริ่มต้นจากวันนี้เลย”“คะ?” เธอทำหน้างงว่าเขาจะให้เริ่มต้นอะไรก่อน เขาเริ่มต้นด้วยการจุ๊บท้องของเธอบอกรักทารกน้อยในครรภ์เบาๆ ก่อนจะจิ้มแก้มตัวเอง เธอหอมแก้มป่องๆ ของเขาซ้ายขวา“ชื่นใจ” พอเขาบอกว่าชื่นใจเธอก็ใช้มือทั้งสองข้างกุมแก้มของเขาแล้วตบเบาๆ มองเขาด้วยสายตารักใคร่และใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“อยากกินอะไรให้บอกพี่ครับ พี่จะทำให้กิน”“แก้วก็ทำกินเองได้” เธอก็อยากทำ
ความเป็นชายวิ่งเข้าวิ่งออกในซอกทางรักอันหอมหวาน หยาดความรักหยดย้อยไปตามเรียวขาเนียนละเอียด ขาของเธอสั่นระริกยามที่เขาโหมกายห่มสะโพกหนักหน่วง โจนจ้วงอย่างล้ำลึกแก้วกัลยาเด้งสะโพกรับอย่างร้อนแรง ใบหน้าของเธอซบไปกับแขนเนียนละเอียดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ริมฝีปากน้อยเผยหอบสะท้าน ครวญคร่ำร่ำร้องแทบจะขาดใจกับบทรักดิบๆ ของสามี เขาบดบี้เรือนกายแนบชิด รวบเอวคอดของเธอมาหาขณะถอยไปนั่งบนขอบเตียงแรงกระแทกที่เขาทรุดลงไปนั่งทำให้เรือนกายที่สอดเสียบกันอยู่บดบี้เข้าหากันมากยิ่งขึ้น เธอบิดกายร้องเสียงหลงด้วยความเสียวซ่านสุดใจเธอบิดสะโพกอีกครั้งเมื่อเขารวบเอวคอดกดคลึงลงไปหาอย่างร้อนแรง มือน้อยคว้าแขนแกร่งที่รวบอยู่กับสะโพกของเธอแรงๆ เพื่อหาที่ยึดยามที่ร่างโยกคลอนตามจังหวะรักร้อนแรงของสามี“พี่หมอ” เธอครางเสียงหลงเมื่อเขาเลื่อนมือขึ้นมาฟอนเฟ้นปทุมถันอวบอิ่ม สะโพกสอบกระแทกขึ้นไปหา โดยกดเท้าไปกับพื้น ทำให้ร่างของเธอเด้งขึ้นเด้งลงบนตักของเขาถนัดถนี่จนเกิดเสียงดังตั่บๆ ถี่ๆ ประสานกับเสียงหอบหายใจฟืดฟาดและเสียงร้องครางที่เปล่งออกมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจหยาดความรักชุ่มฉ่ำไหลเยิ้มออกมาต้อนรับการฝากฝังเชื่อมประสาน
“แต่อาจยังพยายามไม่พอ”“พี่กริชเคยบอกว่าแก้วได้แฟนเป็นหมอดีนะคะ” เธอเปลี่ยนเรื่องหน้าแดงน้อยๆ“ทำไมเหรอครับ”“เวลาท้องก็รู้ว่าต้องดูแลยังไง ตอนข้าวท้องพี่กริชยังมาปรึกษาพี่หมอเลยนี่คะ แล้วตอนคลอดก็ทำคลอดเองได้เลย”“อันนั้นจริง แต่พี่ก็ยังนึกไม่ออกว่าตอนแก้วคลอดพี่จะทำคลอดให้แก้วได้ไหม”“ทำไมคะ”“อาจจะตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกก็ได้” เขาพูดขำๆ“พี่หมอทำได้อยู่แล้วค่ะ แก้วภูมิใจนะคะที่ได้เป็นภรรยาของพี่หมอ พี่หมอเป็นคนดีและน่ารักมากๆ เลยค่ะ” เธอเอ่ยชมเขาจากใจ กุมแก้มเขาแล้วจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากหนา“งั้นคืนนี้พี่จะตอบแทนคำชมของแก้วนะครับ”“แน่ะ!” เธอค้อนเขาใบข้าวเดินมาดูลูกน้อยที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว ก่อนจะให้พี่เลี้ยงมาเฝ้าลูกเอาไว้ ก่อนเชิญแก้วกัลยากับคเชนทร์ไปรับประทานของว่างด้วยกัน“วันนี้ทำเค้กผลไม้รวม” ใบข้าวพูดกับเพื่อนรักหรืออีกนัยคือน้องสาวสุดที่รักของสามี“หอมกลิ่นน้ำผึ้งจังเลย นี่ถ้าไม่ติดว่ามีลูกตัวเล็กจะให้ช่วยทำขนมส่งขายด้วยเลย” ตอนนี้ร้านของเธอมีชื่อเสียง มีออร์เดอร์มาสั่งขนมเป็นจำนวนมาก จนต้องรับพนักงานเพิ่ม เธอรับพนักงานพาร์ทไทม์พวกเด็กนักเรียนนักศึกษาที่อยากหารายได้ระหว่างเรีย
“ก่อนเป็นหนี้จริงๆ แล้วต้องรู้จักเก็บเงินและลงทุนกันก่อนนะคะ ในช่วงเรียนจบ อายุยี่สิบถึงสามสิบ เพื่อนๆ ของแก้วหลายคนที่เจอกันเป็นหนี้ตั้งแต่ทำงาน ถ้าเรารีบเป็นหนี้เลยก็จะไม่มีเงินไปลงทุนหรือเก็บออม หรือบางคนไม่เป็นหนี้ก็ไม่รู้จักเก็บเงินก็ไม่ไหวอีกเหมือนกัน ยิ่งถ้าคนที่ได้เงินมาเท่าไหร่ก็ใช้จ่ายจนหมด เดือนชนเดือนยังน้อยไปไม่ถึงอาทิตย์หลังเงินเดือนออกก็ใช้เงินจนหมด ไม่ได้วางแผนทางด้านการเงินเลยแบบนั้นยิ่งแย่ค่ะ”“อันนี้ก็จริงครับ จริงๆ เด็กๆ ต้องรู้จักอดออมตั้งแต่เด็กนะครับ สมัยเด็กๆ แม่พี่จะให้หยอดกระปุกออมสินทุกวัน แม้ครอบครัวจะไม่ได้ลำบากอะไร แต่แม่พี่สอนว่าเราต้องเห็นคุณค่าของเงินและข้าวของทุกอย่าง” คเชนทร์พูดแล้วยิ้ม ครอบครัวของเธอกับเขาสอนลูกๆ ไม่แตกต่างกันนัก ทั้งสองชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียง เป็นเบอร์พี่ชายของเธอโทร. มา แก้วกัลยาจึงกดรับคิดว่าดึกดื่นขนาดนี้พี่ชายคงมีอะไรสำคัญแน่ๆ“ยายแก้ว ข้าวกำลังจะคลอด” กริชรีบกรอกเสียงระรัวมาตามสาย“แก้วกำลังจะได้หลานแล้วเหรอคะ” แก้วกัลยาเอ่ยถามอย่างดีใจ“ก่อนจะได้หลานพาผัวแกมาทำคลอดให้เมียพี่ก่อน”“อ้อ... ค่ะๆๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล
ตอนพิเศษการแต่งงานกับกริชถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตของใบข้าว เขาเป็นผู้ชายน่ารัก ไม่เจ้าชู้ และรักครอบครัว เธอตั้งครรภ์ลูกคนแรก สร้างความดีใจให้กริชและแก้วกัลยาเป็นอันมาก“ต้องเอาท้องชนกันจ้ะ มีคนบอกว่าเอาท้องไปชนกับคนท้องจะได้มีน้องกับเขาบ้าง” แก้วกัลยามาเยี่ยมเพื่อนรักควบตำแหน่งพี่สะใภ้เป็นประจำเมื่อมีโอกาส เธอมีความสุขที่ได้เห็นพี่ชายมีผู้หญิงที่ดีคอยดูแล เพราะรู้จักกันมานานหลายปีจึงรู้นิสัยของใบข้าวดีพี่สะใภ้ของเธอเป็นคนน่ารัก เรียบร้อยอ่อนหวาน ทำอาหารเก่ง เป็นแม่บ้านแม่เรือน พี่ชายของเธอชอบผู้หญิงแบบนี้ เพราะมารดาก็เป็นคนเช่นนี้ เธอคิดว่าใบข้าวจะสามารถดูแลพี่ชาย ดูแลลูก ดูแลบ้านช่อง ปกครองคนในบ้านได้เป็นอย่างดี และอีกฝ่ายก็ทำได้อย่างดีไม่ทำให้ผิดหวัง“ใกล้คลอดแล้ว ข้าวตื่นเต้นไหม” คนยังไม่มีลูกเป็นของตัวเองเอ่ยถาม“ก็ตื่นเต้นนะ แต่พี่กริชดูแลข้าวดีมาก ช่วงนี้ไม่ยอมให้ทำอะไรเลย”“ก็ข้าวอยู่ไม่นิ่ง ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา” แก้วกัลยาเท้าคางมองท้องนูนๆ ของเพื่อนรัก หรืออีกนัยหนึ่งคือพี่สะใภ้ของตัวเอง“พี่เชนเป็นยังไงบ้าง” ใบข้าวเอ่ยถามแก้วกัลยา เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ก็อมยิ้มม
“ไม่ต้องมาพูดดีไปเลย ถ้าพี่หมอไม่ยอมแต่งงานกับแก้ว แก้วจะตัดไอ้นั่นทิ้งเลย” เธอทำเสียงโหดใส่เขา“โหดจังเมียใคร” เขาลูบผมของเธอไปมา กอดรัดเธอเอาไว้แนบแน่น“ตอนพี่หมอตกลงไปในน้ำรู้ไหมว่าแก้วแทบขาดใจ” เธอร้องไห้ดีใจที่เขายังไม่ตาย“เป็นโชคดีของพี่ครับที่รอดมาได้ ยมบาลคงสงสารที่พี่ยังไม่ได้แต่งงาน เลยยังไม่อยากให้พี่ตาย”“ยังจะมาพูดเล่นอีก แล้วพี่หมอรอดมาได้ยังไงคะ”“ลุงชาเล่าให้ฟังว่าเสื้อของพี่ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ครับ เลยไม่ได้จมหายไปพร้อมกับกระแสน้ำ จึงมีคนไปช่วยเอาไว้ได้ทัน และพามาส่งโรงพยาบาล”“แก้วดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่พี่หมอยังไม่ตาย ฮือๆๆ” เธอกอดรัดเขาอย่างแนบแน่น“พี่ก็ดีใจที่ได้เห็นหน้าแก้วอีกครั้ง เมื่อกี้ใครปลุกให้พี่ลุกขึ้นมาขอแต่งงาน” เขายิ้ม“พี่หมอน่ะ” เธอหันมองไปรอบกายปรากฏว่าพี่ชายกับเพื่อนรักหายไปแล้ว เหลือเขากับเธออยู่กันแค่สองคน“พี่กริชกับข้าวไปไหนแล้วล่ะคะ”“เขาคงอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันน่ะครับ”“พี่หมอเป็นยังไงบ้างคะ ดูหน้าซีดๆ” เธอเอ่ยถามอย่างห่วงใย กุมแก้มของเขาเอาไว้อย่างแสนรัก“พี่ไม่เป็นอะไรครับ แก้วล่ะมีอาการอะไรไหม” เขาลูบใบหน้าของเธอ ไปมาด้วยความห่วงใย“แก้วโอเ







