MasukRrrrrrrr
"ครับ" [ถึงรึยัง] "ถึงแล้ว กำลังเข้าไปครับ" หลังวางสายจากคราม โยริก็เดินเข้าไปในอู่รถแห่งหนึ่งพร้อมกล่องข้าวเบนโตะที่ให้แม่บ้านทำมาให้ ระหว่างทางที่เดินไปคนในอู่ก็ต่างส่งยิ้มให้กับคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคย เพราะนี่ก็เข้าวันที่สามแล้วที่โยริเอาข้าวเอาขนมมาส่งให้กับพ่อหนุ่มนักแข่งเป็นการรับผิดชอบ ชึ่งในวันแรกที่ครามโทรให้มาหาที่อู่รถ คนตัวเล็กก็เข้าใจว่าครามคงเอารถมาซ่อมที่อู่เฉยๆแล้วเรียกให้เขาเข้ามาดูด้วยกันว่าค่าซ่อมมันเท่าไหร่ แต่ความจริงกลับไม่ใช่เพราะร่างสูงลงทุนทำสีเองเนื่องจากเป็นอู่ของเพื่อนเจ้าตัว โยริที่เห็นว่าครามต้องลำบากเพราะตัวเองแบบนั้นคนตัวเล็กจึงได้อาสาไปว่าจะมาส่งข้าวจนกว่าจะทำสีรถเสร็จ เลยทำให้ได้มาแจกความน่ารักที่อู่แบบนี้ทุกวัน "คุณเจค" โยริพูดพร้อมกับโค้งหัวให้กับผู้ใหญ่เล็กน้อยเป็นการทักทายเพื่อนสนิทและผู้ช่วยของคราม ก่อนจะยื่นถุงขนมถุงใหญ่ไปให้กับเจค "ถุงกลางให้คุณเจคครับ แล้วก็ถุงใหญ่ให้พี่ๆที่อู่ครับ" "ขอบคุณมากครับ" เจคพูดพร้อมส่งยิ้มเอ็นดูไปให้ "แล้ว..." "คุณคาร์ลอยู่ข้างในเข้าไปได้เลยครับ" เมื่อเห็นดังนั้นคนตัวเล็กจึงเดินเข้ามาหาครามข้างในแต่ก็กลับไม่เจอใครเลยนอกจากรถ ร่างเล็กกำลังหันซ้านหันขวามองหาเจ้าของมันอยู่ แต่แล้ว.... ฟู่วววว "เฮือก!!! เฮ้ย!" หมับ! คนตัวเล็กตกใจสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆก็โดนใครไม่รู้แกล้งเป่าลมใส่หูจากทางด้านหลัง จนทำให้เกือบสะดุดขาตัวเองล้ม ดีที่ครามคว้าเอวคอดเอาไว้ได้ทันเสียก่อน "ระวังหน่อยสิ" "คุณ! ผมตกใจหมดเลย" "ขวัญอ่อนจังเลยเด็กน้อย" "หุยยย" เมื่อเห็นสีหน้าทะเล้นของคนโตกว่า คนตัวเล็กก็อมลมที่แก้มหันสายตาหนีคนขี้แกล้งอย่างงอนๆ จนเหมือนจะลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคราม แถมร่างสูงก็ยังไม่ได้ใส่เสื้ออีกยิ่งทำให้ร่างนุ่มนิ่มสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลอนหน้าท้องสวยได้เป็นอย่างดี จนเมื่อได้สติอยู่ๆใบหน้าน่ารักก็เกิดเห่อร้อนขึ้นมาจนแก้มใสขึ้นสีระเรื่อ "คะคุณ เอ่อ" มือเล็กยกขึ้นมาดันอกแกร่งออกแต่เพราะความไม่ตั้งใจ ทำให้โยริไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองได้ตะปบมือวางลงไปบนยอดอกของร่างสูงเต็มๆ จนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อุ้งมือนุ่มสัมผัสได้ถึงยอดอกที่แข็งเป็นไตขึ้นมาเสียแล้ว จนโยริรีบชักมือออกแทบไม่ทัน อายจนทำได้แค่ก้มหน้าเอาคางชิดอก แต่ท่าทางนี้ก็ดันเหมือนตัวเขากำลังจะมุดอกครามอีก เพราะครามก็ดันกอดร่างเล็กเอาไว้แนบชิดสะเหลือเกิน จนไม่ว่าโยริจะอยู่ในท่าไหนก็ดูแนบเนื้อไปกับร่างแกร่งสะทุกส่วน และมันก็ยิ่งทำให้ลูกโคอาล่าน้อยเขินจนตัวจะแตก แก้มที่แดงระรื่นอยู่แล้วในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นแดงจัดลามไปถึงหู และปฏิกิริยาพวกนั้นก็เหมือนจะได้ใจพ่อหมีขี้แกล้งมากเสียจนครามเปร่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมา แต่กระนั้นร่างสูงก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวคอด ขอแกล้งเด็กอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกน้อ "นี่ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดมุดอกคนอื่นแบบนี้มันไม่ดีนะ เกิดปากเธอมาโดนอกฉัน ฉันจะถือว่าเธอแอบจุ๊บอกฉันนะ" "ไม่ใช่นะครับ" เด็กแก้มแดงรีบเงยหน้าขึ้นมาแก้ตัวในทันที "แล้วที่มุดอยู่เนี่ยคืออะไร" "กะก็คุณก็ปล่อยสิ" "ฉันช่วยเธอนะ ไม่งั้นเธอล้มหน้าจ้ำไปโดนสีรถฉันอีกทำยังไง" "ตอนนี้ก็ไม่ล้มแล้วไง ปล่อยได้แล้วคุณคาร์ลเดี๋ยวคนมาเห็นนะ" "หึ" สุดท้ายพ่อหมีหุ่นแน่นก็ยอมปล่อยเด็กในอ้อมกอดออก ก่อนที่จะเดินไปนั่งถอดถุงมือซ่อมรถ "คุณ" "หืม" "สะใส่เสื้อไหม" "ไม่ละ ร้อน" "เอ๋?" คนตัวเล็กได้แต่เงยหน้าไปมองด้านนอกสลับกับครามอย่างไม่เข้าใจ ว่าอากาศโตเกียวแค่25องศาเนี่ยนะร้อน แล้วมันร้อนถึงขนาดต้องเอาผ้าเย็นมาเช็ดตามแผงอก กล้ามแขน แล้วก็ลอนหน้าท้องกลางห้องแบบนี้เลยหรอ ถ้าร้องขนาดนั้นไม่เร่งแอร์หรือไปอาบน้ำเอาละ คนตัวเล็กได้แต่คิดในใจ ยืนกระพริบตาปริบๆมองร่างสูงทำธุระส่วนตัวอยู่หลานนาทีก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งทิ้งตัวลงข้างๆแล้วแกะกล่องข้าวเบนโตะให้ "วันนี้ทำอะไรกิน" "ให้แม่บ้านทำเบนโตะให้ครับ มีอาหารหลายอย่างเลยคุณชิมดูนะ" โยริพูดพร้อมยื่นกล่องข้าวมาตรงหน้าให้กับครามได้ชิม "อร่อยไหม" "กินได้" "อ่าาา ถ้าคุณบอกว่ากินได้ก็แปลว่าอร่อยใช่ไหม" "อืม แล้วเธอกินรึยัง" "....." "หืม?" เมื่อไม่ได้รับคำตอบร่างสูงจึงได้หันหน้าไปมองแล้วก็เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจ้องเบนโตะตาละห้อยอยู่ "เป็นอะไร" "อยากกินเทมปุระแต่กินไม่ได้ครับ" คนตัวเล็กพูดเสียงอ่อย "ทำไม" "มามาบอกว่าผมอ้วนแล้ว ต้องลด" ยิ่งตอนที่มือเล็บลูบไปมาบนท้องของตัวเองกับใบหน้าหงอยๆนั้นก็ยิ่งน่าสงสารปนน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่ "ไม่เห็นอ้วนเลย" "....." "กินไหมละ อะอ้าปาก" แม้ครามจะคีบเทมปุระไปจ่อให้ตรงปากเล็กแต่โยริก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอยู่ดี "เทมปุระก็อยากกินแต่ผมอยากกินเค้กซ็อตโกแลตมากกว่า" "ติดของหวานหรอ" "ครับ" "ฉันว่าแม่เธอบอกเธออ้วนเพราะเขาอยากให้เธอลดๆของหวานมากกว่าอดข้าวละมั้ง" "น่าจะใช่ เพราะผมกินเค้กวันละปอนด์" "นี่คุณดูพุ่งผมสิ" เจ้าโคอาล่าน้อยถกเสื้อขึ้นให้เห็นพุงกะทิเล็กๆ แล้วก้มมองมันสลับกับกล้ามหน้าท้องของคราม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "แล้วดูกล้ามท้องคุณ เฮ้ออออดูอ้วนขึ้นมาทันทีเลยอะ" "ไม่อ้วน กำลังน่าฟัด" "คุณว่าอะไรนะ" "บอกว่าเธอไม่อ้วน ถ้ากลัวอ้วนเดี๋ยวกินแล้วฉันพาไปออกกำลังกาย" "ไม่ชอบออกกำลังกาย" "งั้นก็ไม่ต้องออก กินๆไปเถอะเด็กกำลังโต" "ผมเชื่อคุณ งั้นขอชิมเทมปุระหนึ่งชิ้นนะ อ๊ะ ไข่ม้วนเพิ่มอีกชิ้นหนึ่งได้ไหมครับ" "เฮ้อออ เด็กเอ้ย" แม้จะพูดแบบนั้นแต่ครามก็ย้อมแบ่งข้าวเบนโตะให้น้องน้อยได้กินมันด้วยกัน ตัวเขากินคำป้อนยัยเด็กคำ จนจากใบหน้าหงอยๆของโยริก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแฉ่ง เพราะเจ้าตัวบ่นว่างดข้าวเย็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว "นี่ๆคุณ" "หืม?" "ขอจับดูได้ไหม อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง" คนตัวเล็กพูดพร้อมกับกระพริบตาปริบๆใส่คราม "นี่เธอมาขอจับซิกแพคคนอื่นเขาแบบนี้ไม่ได้นะ" "แตะๆดูนิดเดียวก็ไม่ได้หรอ ผมแค่อยากรู้ว่าถ้าผมมีขนมปังหกก้อนอยู่บนตัวจะเป็นยังไง" ครามทำท่าทีคิดอยู่หลานวิแต่สุดท้ายร่างสูงก็พยักหน้าให้จนได้ "อืมจับสิ" แล้วครามก็ยืดตัวให้โยริได้จับสมใจ แต่สุดท้ายเด็กน้อยก็ใจไม่กล้าทำเพียงแค่แตะๆจนครามต้องเป็นฝ่ายจับมือเล็กมาทาบลงบนหน้าท้องของตัวเอง แลกกับการขอจับท้องคนน้องคืน ซึ่งโยริก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ยิ่งครามบอกว่าเสร็จนี่จะพาไปกินเค้กด้วย เจ้าโคอาล่าน้อยก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่จนเผลอส่งสายตาเป็นประกายออกมาใส่ครามอย่างไม่รู้ตัวจนทำให้คนมองเผลอยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก จนเจคที่จะเอาน้ำเข้ามาให้ก็ยังไม่อยากมาขัดจังหวะรอยยิ้มนั้นของเจ้านายเขาเลย "อ้าวเจค ไหนบอกจะเอาน้ำไปให้คุณคาร์ล ทำไมถือกลับมาละ" หนึ่งในทีมช่างเป็นคนเอ่ยทักขึ้น "ปล่อยเขาเถอะ" "เอ้า" "แต่ว่าก็ว่าผมโคตรแปลกใจเลย จริงๆนายโทรมาสั่งพวกผมว่าคุณคาร์ลจะเอารถมาซ่อมสี พวกผมก็ไม่คิดว่าจะมาซ่อมเองเลย" "จริงๆให้พวกผมทำให้ก็ได้วันเดียวเสร็จ แต่พอเขาจะทำเองทั้งไปซ้อมที่สนามแข่งทั้งกลับมาซ่อมรถอีกเสียเวลาไปสามวันเลย" "ช่างเขาเถอะ คงอยากดูแลลูกรักเอง" "หรืออยากให้ใครมาส่งข้าวกล่องรึเปล่า" "อย่าพูดมากกินขนมไป" "เออแต่เจค ผมสงสัยคุณคาร์ลเป็นนักแข่งไม่ใช่หรอทำไมต้องมีลูกน้องมากมายด้วยละ ปกตินักแข่งเขาไม่พกลูกน้องกันนะ" "เราไม่ใช่ลูกน้องหรอกแค่เป็นคนดูแลคุณคาร์ลฉันก็แค่ผู้ช่วยส่วนตัว" เจคเลือกที่จะโกหกออกไปทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ผิดจากที่พวกนี้คิดเลย ครามแค่แข่งรถเพราะความชอบตามรอยพ่อ แต่อาชีพจริงๆที่สร้างเงินให้ครามคือธุรกิจฝั่งแม่ต่างหาก และล่าสุดปู่ของครามก็เพิ่งให้ครามดูแลในส่วนของธุรกิจฝั่งสีเทา ซึ่งงานแรกของครามในฐานะเสี่ยฟ้าครามก็คือการมาญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อมาคุยกับยากูซ่าตระกูลแถวหน้าเพื่อขอกำลังสนับสนุนในธุรกิจค้าอาวุธเพิ่อเปิดทาง "เจค" ระหว่างที่เจคกำลังคิดอะไรอยู่นั้นเสียงของครามดังขึ้น "รถไอเสร็จแล้วไอจะขับออกไปเลยนะ ฝากบอกโค้ชหน่อยว่าวันนี้ไม่เข้าสนามแล้ว" "ได้ครับ" "ไป" พูดจบร่างสูงก็กำชับมือโยริก่อนจะเดินออกไปด้วยกัน แล้วทั้งคู่ก็พากันขับรถออกไปกินเค้กกันอย่างหวานชื่น หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คืบหน้าขึ้นเรื่อยๆในเวลาอันรวดเร็ว โยริมารอให้กำลังใจครามข้างสนามทุกวันจนทุกคนต่างเอ็นดูเด็กคนนี้ไม่น้อย ตกเย็นพวกเขาก็ไปเที่ยวเล่นไปเดทกันจนทั่วเมือง พ่อหนุ่มนักแข่งดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากๆหลังได้เจอกับคนตัวเล็ก เขาชอบโยริเข้าแล้วจริงๆแต่ถึงอย่างนั้นครามก็ยังให้เกียรติคนน้องเสมอ เขาไม่เคยทำอะไรโยริไปมากกว่าจับมือกับกอดเลยสักครั้ง แม้จะอยู่ในที่ลับตาคนก็ตาม อย่างวันนี้หลังเสร็จจากการดูหนังครามก็มายืนรอนาโอะพร้อมโยริหน้าห้าง เพราะคนตัวเล็กไม่กล้าให้ครามไปส่งที่บ้านแต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร เข้าใจได้ว่าเราเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน แต่แล้ว... Rrrrrrrrrr เสียงโทรศัพท์ของคนตัวเล็กก็ดังขึ้น เมื่อโยริรับสายก็ได้ความว่าพี่เลี้ยงของเจ้าตัวรถเสียแล้วจะมารับสาย สุดท้ายครามจึงได้อาสามาส่งโยริที่บ้านแทนเป็นครั้งแรก "ผมไปนะครับ ขอบคุณมากที่มาส่งนะ" "เดี๋ยวถึงบ้านโทรหา" "ครับ" แต่ถึงจะลากันเสร็จแล้วคนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมลงจากรถ จนครามต้องหันมามองและทั้งคู่ก็ได้สบตากันก่อนที่โยริเองจะเป็นฝ่ายยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มร่างสูงอย่างรวดเร็ว แล้วก็รีบกลับไปนั่งที่อย่างเคอะเขิน "ผมไปจริงๆแล้วนะครับ" หมับ! แต่พอโยริจะรีบเร่งลงไปจากรถจริงๆครั้งนี้กลับเป็นครามที่คว้าแขนคนน้องเอาไว้ ก่อนจะคว้าหลังคอของโยริเข้ามาหาตัวแล้วประทับริมฝีปากอุ่นๆลงไปบนหน้าผากให้กับเด็กดีของเขา ครามแช่ค้างริมฝีปากเอาไว้อยู่นาน ให้พวกเขาได้ซึมซับทุกความอบอุ่นซึ่งกันและกัน แล้วร่างสูงก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสจากมือเล็กที่ยื่นมากอดเอวเขาเอาไว้อย่างให้ความร่วมมือ บรรยากาศตอนนี้มันดีมากๆ มันอบอวลไปด้วยความรักที่กำลังหอมหวานจนไม่อยากให้มันสิ้นสุดลง และอยากไปต่อให้มันลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่แล้วทั้งคู่ก็จำเป็นต้องผละออกก่อนเพราะกำลังมีคนเดินออกมา "ผมไปจริงๆแล้วนะคาร์ล" "ครับโยริ" โยริที่นั่งมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ได้แต่หวนคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วก็พลันมีรอยยิ้มประดับขึ้นมาบนใบหน้า นานกว่าสองปีแล้วสินะที่เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่สำหรับคนตัวเล็กจนถึงวันนี้เขาก็ยังรู้สึกอุ่นใจในรอยจูบนั้นของครามอยู่เลย ทุกสัมผัสที่ร่างสูงประทับลงบนตัวเขามันยังตราตรึงอยู่ในใจไม่เคยเปลี่ยน TBCRrrrrrrr"ครับ"[ถึงรึยัง]"ถึงแล้ว กำลังเข้าไปครับ"หลังวางสายจากคราม โยริก็เดินเข้าไปในอู่รถแห่งหนึ่งพร้อมกล่องข้าวเบนโตะที่ให้แม่บ้านทำมาให้ระหว่างทางที่เดินไปคนในอู่ก็ต่างส่งยิ้มให้กับคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคย เพราะนี่ก็เข้าวันที่สามแล้วที่โยริเอาข้าวเอาขนมมาส่งให้กับพ่อหนุ่มนักแข่งเป็นการรับผิดชอบชึ่งในวันแรกที่ครามโทรให้มาหาที่อู่รถ คนตัวเล็กก็เข้าใจว่าครามคงเอารถมาซ่อมที่อู่เฉยๆแล้วเรียกให้เขาเข้ามาดูด้วยกันว่าค่าซ่อมมันเท่าไหร่ แต่ความจริงกลับไม่ใช่เพราะร่างสูงลงทุนทำสีเองเนื่องจากเป็นอู่ของเพื่อนเจ้าตัว โยริที่เห็นว่าครามต้องลำบากเพราะตัวเองแบบนั้นคนตัวเล็กจึงได้อาสาไปว่าจะมาส่งข้าวจนกว่าจะทำสีรถเสร็จ เลยทำให้ได้มาแจกความน่ารักที่อู่แบบนี้ทุกวัน"คุณเจค" โยริพูดพร้อมกับโค้งหัวให้กับผู้ใหญ่เล็กน้อยเป็นการทักทายเพื่อนสนิทและผู้ช่วยของคราม ก่อนจะยื่นถุงขนมถุงใหญ่ไปให้กับเจค"ถุงกลางให้คุณเจคครับ แล้วก็ถุงใหญ่ให้พี่ๆที่อู่ครับ""ขอบคุณมากครับ" เจคพูดพร้อมส่งยิ้มเอ็นดูไปให้"แล้ว...""คุณคาร์ลอยู่ข้างในเข้าไปได้เลยครับ" เมื่อเห็นดังนั้นคนตัวเล็กจึงเดินเข้ามาหาครามข้างในแต่ก็กลับไม
โยริพาร์ท"รีบไป" เจค คนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีพูดขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเดินนำผมไปยังเครื่องบินส่วนตัวเพื่อไปหาพ่อปึก! "ขอโทษครับ" อยู่ๆเจคก็หยุดเดินกะทันหันจนทำให้หัวผมเผลอไปชนเข้ากับหลังเขา จนได้รับสายตารำคาญจากเจคกลับมาสายตาเขา...ดูเกลียดผมมากเลยแต่ก็คงไม่แปลก เขารักเจ้านายเขามากหนินะ"เอาโทรศัพท์มา""ของผมหรอ""อืม""ทำไม...""อย่าถามมาก คุณจะรีบไปดูใจพ่อไม่ใช่หรือไง" สุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตามที่เขาบอก แต่เจคก็ยังมองผมอย่างหงุดหงิดไม่เลิก ก่อนที่เขาจะชี้มือไปทางลูกน้องคนที่ยกกระเป๋าผมอยู่"ถือกระเป๋าตัวเอง นั่นไม่ใช่ลูกน้องพ่อคุณ" ผมได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากบอดี้การ์ดคนนั้นมาจริงๆกระเป๋ามันก็ไม่ได้ใหญ่หรือหนักเพราะผมรีบและเก็บมาแค่ของที่จำเป็น ทำไมเจคต้องดุผมด้วย ในเมื่อเมื่อก่อน..."ขึ้นเครื่องไปก็ยกกระเป๋าเองด้วย ไม่มีใครมายกให้คุณหรอกนะ""ผมเข้าใจแล้ว"สุดท้ายผมก็มานั่งอยู่บนเครื่องเพื่อจะบินไปดูใจปาปาอย่างกังวลใจ ก่อนมาผมคุยกับมามาแล้วว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อยค่อยให้มามาตามมาทีหลัง ก็ได้แต่หวังว่าคาร์ลคงไม่ทำอย่างที่พูดเมื่อวาน และจะยอมปล่อยพ่อผมแต่โดยดี
"โยริอย่า!!!!"ฉึบ!Rrrrrrrr"เฮือก!"[เสี่ยโกดังเราโดนไฟไหม้อีกแล้วครับ]"อืม"[รอบที่สามของเดือนแล้วนะเสี่ย ครั้งนี้ของเราเสียหายเยอะมาก แถมเจ้าตัวมันยังมากร่างดูผลงานถึงที่ด้วย แบบนี้มันเย้ยกันชัดๆเลยนะครับ]"ดูไว้ เดี๋ยวกูกำลังไป" ฟ้าคราม หรือ เสี่ยคราม ถูกปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาสองปีเต็ม ด้วยเสียงโทรศัพท์จากผู้จัดการสนามแข่งรถที่โทรมาเร่งให้เขาออกไปดูโกดังสินค้าที่เกิดเหตุ ครามถึงต้องรีบร้อนออกไปด้วยความเบื่อหน่าย เพราะเดือนนี้เขาโดนลอบเผาโกดังทำให้ข้าวของเสียหายมาหลายรอบแล้ว และทุกครั้งมันก็มาจากแค่คนๆเดียว"อ้าว มาแล้วหรอไอ้ลูกหมา""ต้องการอะไร" ครามยืนเท้าสะเอวมองหน้าฝั่งตรงข้ามอย่างเบื่อหน่าย"แกก็น่าจะรู้ดีหนิ คาร์ลร็อล์ฟ" ก่อนที่คู่กรณีจะพูดพร้อมกับเท้าไม้เท้าลงบนพื้นโกดังของสนามแข่งรถ แล้วยิ้มเหยียดๆส่งมาให้จนร่างสูงต้องขบกรามแน่น เส้นเลือดข้างขมับขึ้นปูดด้วยความโกรธที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมอุทานในใจว่า ไอ้แก่!แต่ยิ่งเห็นครามโกรธชายชราตรงหน้ากลับยิ่งชอบใจ ยิ่งอยากท้าทายคนเด็กกว่าด้วยการเดินเข้ามาหาครามระยะประชิด แล้วใช้มือสกปรกของมันแตะลงตรงหน้า
![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![กรงแค้นขังรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


