พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]

พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]

last updateLast Updated : 2025-03-23
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
6Chapters
887views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“พี่ช่วยติวฟิสิกส์ให้ผมหน่อยนะครับ ถ้าพี่ไม่สอนผม เทอมนี้น้องยีสต์ร่วงแน่” “ถ้าจะให้ติวแล้วมีอะไรมาแลกล่ะ” “พี่อยากได้อะไรน้องยีสต์ ยอมทุกอย่างเลยครับ” พี่ฟาร์ [ปี 4] & น้องยีสต์ [ปี 2] คนพี่เนิร์ด & คนน้องไร้เดียงสา คนน้องกำลังจะสอบตก & คนพี่ช่วยติวน้องที “ถ้าให้พี่ติว มีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ”

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ

ตอนที่ 1 มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ

ยีสต์ วิศวะปีสอง เด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารัก ตัวขาวเนียน พวงแก้มเต็มไปด้วยเบบี้แฟต ดูนุ่มฟูน่าฟัดน่าขย้ำ ดูยังไงก็ไม่มีบุคลิกลักษณะของเด็กวิศวะฯ เลยสักนิด ยีสต์เป็นเด็กสดใส ร่าเริง มีแต่คนอยากเข้าหาโดยเฉพาะสาว ๆ คณะอื่น ถึงแม้จะเนื้อหอมในหมู่สาว แต่กลุ่มหนุ่ม ๆ ก็ให้ความสนใจน้องอยู่ไม่น้อย

พี่ฟาร์ วิศวะปีสี่ หนึ่งในหนุ่ม ๆ ของคณะที่แอบสนใจน้อง ฟาร์แอบมองแอบชอบน้องยีสต์ตั้งแต่ปีหนึ่ง จะว่าตั้งแต่แรกเจอเลยก็ว่าได้ แต่ไม่เคยแสดงออกหรือเปิดเผยความรู้สึกให้ใครได้ระแคะระคาย ฟาร์จัดว่าเป็นหนุ่มฮอตของคณะเป็นที่หมายปองของใครหลายคน บุคลิกเนิร์ดจัดแต่ดูน่าค้นหา อินโทรเวิร์ดแต่สังสรรค์ปาร์ตี้ได้ แต่จะเป็นกับกลุ่มเพื่อนสนิท เรียนเก่งมากขนาดว่าได้ลุ้นเกียรตินิยม เพราะไม่เคยจีบใครไม่สนใจว่าใครจะมาจีบ อีกทั้งเรียนเก่งมาก ใส่แว่นเสริมความฉลาดเข้าไปอีก ทำให้คนที่ไม่สนิทหรือไม่รู้จักกับฟาร์จะสรุปกันไปเองว่าเขา ‘เนิร์ด’

น้องยีสต์เองก็คิดไม่ต่างจากคนอื่น และไม่เคยคิดจะทำความรู้จักหรือสนิทสนมด้วย ยิ่งไม่ใช่สายรหัสกันแล้วยิ่งแทบจะไม่ได้อยู่ในสายตา จนกระทั่งเขารู้สึกว่าการเรียนฟิสิกส์สองของเขาเข้าขั้นโคม่า พยายามตั้งใจเรียนเท่าไรก็ไม่เข้าใจยิ่งเรียนยิ่งงง ยีสต์คิดว่าเขาต้องหาตัวช่วยต้องเอาตัวรอดให้ได้ เขาไม่อยากตก แต่ไอ้เพื่อนในกลุ่มแต่ละคนก็อาการเดียวกัน แถมดูจะหนักกว่าเขาเสียอีก รุ่นพี่สายรหัสก็ไม่ไหว ขอให้ใครช่วยสอนช่วยติวมีแต่ทำหน้าเหยเก แถมปัดให้ไปขอพี่ฟาร์ช่วยสอนให้ เพราะพวกพี่มันผ่านมาได้ก็อานุภาพเลกเชอร์ และการติวแบบไม่หลับไม่นอนก่อนสอบไม่กี่วัน รุ่นพี่บางคนยังต้องมาลงซ้ำเรียนกับพวกน้อง ๆ กันอยู่เลย

จะทำยังไงให้พี่ฟาร์มาสอนได้นะ เจอหน้าแค่ยกมือสวัสดีแค่นั้นไม่เคยคุยกันสักครั้ง อยู่ ๆ จะให้เดินเข้าไปขอให้พี่ติวหนังสือ มันก็จะแปลก ๆ ไปหรือเปล่า

แต่เหมือนฟ้าเป็นใจ พระเจ้าเมตตา หรืออะไรก็แล้วแต่ โชคชะตากำลังจะช่วยน้องยีสต์แล้ว ทว่าเอาจริงแล้วไม่น่าจะเป็นฟ้าเป็นใจ แต่หนุ่มเนิร์ดจงใจเสียมากกว่า

ฟาร์รู้มาว่าน้องปีสองนัดเที่ยวกันคืนนี้ที่ผับย่านสุขุมวิท แล้วน้องปีสองกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มของน้องยีสต์ที่เขาเล็งไว้ตั้งแต่ปีหนึ่งเสียด้วยสิ จวบกับรู้จากเพื่อนมาว่าน้องหาคนติวฟิสิกส์ให้อยู่ คืนนี้แหละไม่ควรพลาด ฟาร์จัดการชวนเพื่อนในกลุ่มทันทีนาน ๆ ไอ้เพื่อนเนิร์ดจะชวนสักที แถมข้อเสนอคือการกินฟรีมีหรือเพื่อนที่แสนดีแต่ละคนจะปฏิเสธ เอาของฟรีมาล่อทำให้พวกเพื่อนตัวแสบทั้งหลายลืมที่จะสนใจไปเลยว่าเพื่อนฟาร์ไม่เคยชวนไปเที่ยวไหนก่อน แถมเลี้ยงอีกต่างหาก ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเมาเต็มที่แบบไม่ต้องนับเงินในกระเป๋า

ความบังเอิญไม่มีอยู่จริงสำหรับฟาร์ แก้วในมือของฟาร์พร่องไปอย่างเชื่องช้า เขาจิบมันอย่างอ้อยอิ่งไม่เร่งรีบเหมือนกับไอ้พวกเพื่อนเวรที่มันกินกันเหมือนกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คอของพวกมันจะได้สัมผัสวิสกี้ชั้นดีแบบนี้

นั่งจิบวิสกี้เหมือนจะเพลิน ๆ แต่สายตาผ่านกรอบแว่นหนาเอาแต่จดจ้องอยู่ตรงทางเข้า ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงกลุ่มน้องยีสต์พากันเดินเข้ามา เป้าหมายของเขาเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ความสดใสร่าเริงในตัวน้องตอนนี้ยิ่งเจิดจ้ามาก และดูจะสะดุดตาใครหลายคนในนี้เสียด้วย

“มึงน้องยีสต์น่ารักว่ะ ออรามาก” ไอ้เพื่อนเวรมันเริ่มแล้ว

“หุบปากแล้วแดกไปเงียบ ๆ ไม่งั้นกูกลับ” พี่เนิร์ดเริ่มหงุดหงิด เพื่อนเวรเริ่มงงกับอาการห้วนหงุดหงิดของไอ้เพื่อนเนิร์ดแต่ก็รีบยกแก้วเหล้าในมืออุดปากตัวเอง

“เฮ้ย! มึงนั่นรุ่นพี่ปีสี่นี่ เข้าไปกราบสวัสดีงาม ๆ กันเผื่อฟลุกปะ” ไอ้เพื่อนตัวดีของน้องไม่พูดเปล่า แต่เดินนำไปถึงโต๊ะเป้าหมายไม่รอใคร

“หวัดดีครับพี่”

“ได้โต๊ะกันยัง รวมโต๊ะกันเลยดีกว่า โอเคปะ” ไอ้เพื่อนเวรจัดการเรียบร้อยไม่ถามความเห็นใครทั้งนั้น ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นคนจ่าย

“ไม่เป็นไรครับพี่” น้องยีสต์พูดขัดจังหวะขึ้นมาก่อน “พวกมึงจะไปรบกวนพี่เค้าทำไม” พูดกับรุ่นพี่เสร็จก็หันมาว่าเพื่อน

“นั่งนี่แหละ ไม่กวนหรอก” พี่ฟาร์ที่นั่งมองอยู่นานตัดบท พร้อมยกมือเรียกพนักงานมาจัดการต่อโต๊ะ “กินอะไรสั่งเลยพี่เลี้ยงเอง”

“ไม่ต้องเกรงใจเพื่อนพี่มันรวย” ไอ้เพื่อนแสบจัดการบอกน้อง ๆ เสร็จสรรพ

น้องยีสต์ดูจะเป็นขวัญใจไอ้พวกพี่เวรแก้วเหล้าเลยไม่ถูกปล่อยให้พร่องนาน น้องก็แสนจะมารยาทดีไม่ปฏิเสธใครสักคน จนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมึน ๆ แต่มันติดลมไปแล้วล่ะ 'น้องยีสต์ไม่หยุดล่ะนะ'

คงเพราะดีกรีในตัวที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ยีสต์เริ่มกล้าสบตาพี่ฟาร์ ทั้งในหัวยังไม่หยุดคิดเรื่องที่อยากได้พี่เขามาช่วยติวฟิสิกส์แสนโหดของน้อง ตัวพี่เองก็กรึ่มได้ที่จ้องมองน้องอย่างเปิดเผย จังหวะที่ตัวเองจะลุกไปเข้าห้องน้ำทำเป็นปรายตามาทางน้องเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง

‘เอาวะถ้าไม่กล้าไม่หน้าด้าน ก็ไม่รอดนะโว้ยไอ้ยีสต์’

น้องยีสต์ลุกเดินตามคนพี่ไปตามสัญญาณที่ถูกส่งมาเชื้อเชิญ ยืนรอพี่หน้าห้องน้ำสักพักจังหวะพี่ออกมานี่แหละจังหวะทองความหน้าด้านของน้องยีสต์ตอนนี้มีเต็มร้อย

“พี่ฟาร์ครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง” เหล้าเข้าปากแล้วมันก็จะพูดจาฉะฉานหน่อยถึงแม้ว่าลิ้นจะพันกันก็เถอะ

ฟาร์มองรุ่นน้องตรงหน้าแสร้งว่างุนงง เขาดื่มไปนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับเมา แต่ไอ้คนตรงหน้าเขานี่สิมันยังมีสติเหลืออยู่หรือเปล่าวะ

“พี่ช่วยติวฟิสิกส์ให้ผมหน่อยนะครับ ถ้าพี่ไม่สอนผม เทอมนี้น้องยีสต์ร่วงแน่” พูดจบทำหน้าเหยเบะปากเหมือนจะร้องไห้

ได้ยินอย่างนั้นรอยยิ้มร้าย กับสายตาเจ้าเล่ห์มองผ่านแว่นสายตากรอบดำ แต่ยังคงนิ่งรอดูว่าน้องจะใช้สกิลไหนในการอ้อนวอนเขา ขอวางท่าต่ออีกสักหน่อย ก็ตอนนี้น้องมันโคตรน่ารัก

“พี่ฟาร์ช่วยผมด้วยนะครับ น้องยีสต์ไม่อยากลงใหม่ สอบตกแล้วพ่อกับแม่น้องยีสต์บ่นจนหูชา น้องยีสต์จะดูน่าสงสารมาก” จากที่ทำเป็นเบะปากจะร้องไห้ เปลี่ยนเป็นทำตาละห้อยน่าสงสาร จนคนพี่กลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่

“ถ้าจะให้ติวแล้วมีอะไรมาแลกล่ะ” แววตาเป็นประกายฉายแววเสือเจ้าเล่ห์

“พี่อยากได้อะไรน้องยีสต์ ยอมทุกอย่างเลยครับ” คนน้องละล่ำละลักรีบตอบ

“ได้ แต่จะแลกกับอะไรขอคิดดูก่อนละกัน แล้วจะบอกทีหลัง”

‘ทำไมง่ายจังวะ ไหนใครบอกพี่เค้าหยิ่ง’ ได้ยินคำตอบพี่แล้วแทบสร่างเมา

“แอดไลน์พี่ไว้ก่อน แล้วค่อยนัดกัน”

⦓⦔⦓⦔⦓⦔

ตื่นขึ้นมายีสต์ต้องปรับสภาพสายตัวเองอยู่สักพัก กวาดตามองรอบตัว ผ้าม่านสีเดิม เตียงเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม

‘โอเค ห้องกู’ แต่กลับมาได้ไงวะ ปกติยีสต์ก็ไม่เคยเมาขนาดจำอะไรไม่ได้ขนาดนี้ คงเพราะเมื่อคืนพวกรุ่นพี่เซอร์วิสโคตรดีส่งแก้วให้ไม่หยุด จะไม่รับก็เกรงใจเพราะกินฟรีสุดท้ายหมดสภาพไปตอนไหนไม่รู้ตัว

ยังเรียกสติตัวกลับมาไม่ทันครบดี เสียงไลน์ดังขึ้นช่วยดึงสติกลับมาอีกทาง มือเริ่มควานหาเจ้าต้นตอเสียง สุดท้ายมันลงไปนอนเล่นอยู่บนพื้นข้างเตียงคงจะตั้งแต่เมื่อคืนนั่นแหละ

พี่ฟาร์ : วันนี้พี่ว่างนะ ถ้าจะติวก็มาได้เลย

พี่ฟาร์ : ส่งโลเคชัน

ยีสต์นั่งอ่านข้อความด้วยความงุนงง มือขยี้ตาอ่านแล้วอ่านอีกวนอยู่อย่างนั้นหลายรอบ

‘กูไปตกลงกับพี่เค้าตอนไหนวะ’

‘แล้วไลน์พี่เค้ามาได้ไง’

‘ไม่รู้โว้ย! คิดไปก็ปวดหัว โอกาสมาแบบนี้ก็รีบสิวะ’

คิดได้อย่างนั้น รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบ

ยีสต์ : กำลังไป รอแป๊บนะครับ

ดูจากโลเคชันที่พี่ส่งมาไม่ไกลจากคอนโดที่ยีสต์อยู่สักเท่าไหร่ ปกติวันเสาร์ยีสต์จะกลับบ้าน แต่ด้วยสภาพเหมือนเมาค้างและต้องไปติว ยีสต์เลยตัดสินใจว่าอาทิตย์นี้ไม่กลับ

“แม่อาทิตย์นี้ยีสต์ไม่กลับนะ มีนัดติวหนังสือกับรุ่นพี่น่ะ”

คุยกับแม่เรียบร้อย ก็สะบัดหัวดึงสติอีกครั้งก่อนจะรีบลุกขึ้นเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองอย่างไว ก่อนที่ติวเตอร์จะหัวเสียแล้วทิ้งความหวังของน้องยีสต์ไว้กลางทาง

กลัวพี่จะรอนานน้องยีสต์เลยเลือกที่จะพึ่งพาพี่วินหน้าปากซอย พี่วินก็ได้ดั่งใจสิบห้านาทีก็พาน้องยีสต์มายืนอยู่หน้าคอนโดหรูไม่ไกลจากมหาลัยสักเท่าไหร่

‘รวยว่ะ’

เดินเข้าไปนั่งรอที่ล็อบบีก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดส่งข้อความถึงเจ้าของห้อง

ยีสต์ : ยีสต์มาถึงแล้วครับ รออยู่ข้างล่าง

ฟาร์ : รอแป๊บ

นั่งรออยู่ประมาณห้านาทีพี่ฟาร์ก็ลงมายืนตรงหน้าในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น แบบสั้นมาก สั้นแบบโชว์กล้ามขาเป็นมัด ๆ ยีสต์นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นทำอะไรไม่ถูก ในหัวก็ยังคิดไม่ออกว่าไปคุยกับพี่เขาอีท่าไหนพี่เขาถึงได้ยอมติวให้ตัวเอง คิดเพลินจนลืมคนตรงหน้าไปชั่วขณะ

“จะติวมั้ย” คนพี่ถามห้วนเสียจนน้องสะดุ้ง รีบเด้งตัวลุกขึ้นยืน

“ติวครับ” ตอบพี่เสียงอ่อย แถมไม่กล้าสบตา จึงทำให้ไม่เห็นว่าสายตาผ่านแว่นของคนพี่กับรอยยิ้มร้ายกาจตอนนี้โคตรจะไม่น่าไว้ใจ

น้องยีสต์เดินตามคนพี่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม หรือจะเรียกว่าหงอน่าจะถูกต้องกว่า ห้องพี่ฟาร์อยู่ชั้นสิบสองริมสุด ห้องมุมแบบนี้ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก โคตรรวยเข้าไปอีก ประตูห้องถูกปลดล็อกด้วยวิธีสแกนนิ้วมือ

“ยังแฮ้งอยู่หรือเปล่า”

“ไม่แล้วครับ” แต่เอาจริงนะยังปวดหัวตุบ ๆ ไม่รู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน หรือเพราะพี่เขากันแน่

“พี่ครับ...” ยีสต์เริ่มอ้ำอึ้ง ตัดสินใจโพล่งถามออกไป “ผมกับพี่ไปคุยกันเรื่องติวตอนไหนอะ” 

ได้ยินคำถามน้องพี่ติวเตอร์ถึงกลับอึ้ง ยืนมองหน้าคนถามนิ่ง “มุกปะเนี่ย”

คนน้องยังนั่งทำหน้าเหวอ ส่ายหัวดิ๊ก

“ก็เมื่อคืนตอนอยู่ในผับเราไปดักรอพี่หน้าห้องน้ำ” ตัวแสบพยายามคิดภาพตามที่พี่เล่า โอเคมันเริ่มราง ๆ ละ

“แล้วก็ขอให้พี่ช่วยติวฟิสิกส์ให้ พี่ก็โอเคแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ฟาร์เล่าให้น้องฟังด้วยเสียงราบเรียบ

“ข้อแลกเปลี่ยน!” ตัวแสบตาโตเป็นประกาย

“อือฮึ” แววตาเจ้าเล่ห์เริ่มมาอีกแล้ว

“แล้วมันคืออะไรครับ”

“ยังคิดไม่ออก เอาไว้คิดออกแล้วจะบอกละกันนะ” พี่ติวเตอร์ก็พูดจามีลับลมคมใน แถมยกยิ้มมุมปากมีเลศนัยอีกต่างหาก

“พร้อมจะเรียนหรือยัง” พี่ฟาร์มานั่งข้างพร้อมหนังสือฟิสิกส์สอง กับสมุดเลกเชอร์ของพี่เขา

“ครับ”

“อยากให้พี่เริ่มสอนตั้งแต่ตอนไหน”

“ตั้งแต่ต้นเลยได้ปะครับ” น้องยีสต์ยิ้มแหย “ยีสต์ไม่เข้าใจเลยตั้งแต่ต้น ตอนผ่านของเทอมที่แล้วก็ทุลักทุเลไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”

พี่ฟาร์ยิ้มรับน่าจะเป็นยิ้มละมุน ยิ้มที่ดูปลอดภัยที่สุดของวันนี้แล้ว

สอนกันไปได้สักชั่วโมงฟาร์จึงเอาโจทย์ให้น้องลองทำ ยีสต์นั่งทำที่พื้นกับโต๊ะกลาง ฟาร์ปล่อยให้น้องทำไปโดยไม่ได้กวน ส่วนตัวเองหายเข้าไปในห้องนอนออกมาด้วยสภาพพันผ้าเช็ดตัวปิดท่อนล่างผืนเดียว เป็นจังหวะเดียวกับที่น้องเงยหน้าจากโจทย์ตรงหน้าพอดี

คราบพี่เนิร์ดของคณะหายไปหมดเหลือแต่พี่ฮอตแล้วแบบนี้ กล้ามเนื้อโคตรแน่นเป็นลอนสวยมาก ไหนจะแผงอกก็อย่างสวย ยิ่งวีไลน์ที่หมิ่นเหม่ตรงขอบผ้าอีก ยีสต์ถึงกับมองตาค้างไม่รู้ตัวเผลอกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกขยับชัด

พี่ฟาร์ได้แต่ยกยิ้มมุมปากหัวเราะในลำคอ มองอาการคนน้องที่ยังคงค้างอยู่อย่างนั้น แก้มเนียนกลมออกสีชมพูระเรื่อยิ่งเพิ่มความน่ารัก

“พี่อาบน้ำแป๊บนะ พอดียีสต์มาเร็วพี่เลยยังไม่ได้อาบน้ำเลย” พูดทิ้งไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็หายตัวเข้าไปในห้องน้ำ

‘พี่เนิร์ดสลัดคราบเหรอวะ’

ยีสต์ต้องรีบดึงสติตัวเองให้กลับมาอยู่กับโจทย์ตรงหน้าก่อนที่มันจะแตกกระเจิงไปมากกว่านี้

พี่ฟาร์ใช้เวลาในห้องน้ำประมาณยี่สิบนาที ยีสต์เองก็ทำโจทย์เสร็จพอดี จังหวะเงยหน้าจากโจทย์ตรงหน้าภาพพี่ฟาร์หัวเปียกโชก หยดน้ำเกาะตามตัวยิ่งเสริมให้กล้ามเนื้อแต่ละมัดดูดีขึ้นมาก ผิวขาวเนียนผ่องหลังอาบน้ำทำเอาน้องยีสต์ต้องนั่งกลืนน้ำลายแบบเก็บอาการไม่ทันอีกแล้ว

“เสร็จแล้วเหรอ” พี่ฟาร์เดินมาทั้งสภาพอย่างนั้นนั่งลงบนโซฟาด้านหลังน้องยีสต์ที่นั่งกับพื้น โน้มตัวลงต่ำยื่นหน้าเข้าใกล้คนน้องเพื่อดูผลงานตรงหน้าน้องคร่าว ๆ หยดน้ำจากเส้นผมหยดลงแขนคนนั่งข้างล่าง ทำให้หลุดจากภวังค์ก่อนจะเอี้ยวหน้ากลับไปหาคนข้างหลัง เพื่อจะบอกให้ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ แต่สายตาดันไปตกอยู่ที่ต้นขาแน่นโชว์ออกมาตามรอยแหวกของผ้าเช็ดตัว อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองสูงขึ้นไปตามแนวผ้า ภาพหมิ่นเหม่ตรงหน้าตอนนี้ทำยีสต์หน้าร้อนผ่าวจนรู้ตัวว่าตัวเองต้องหน้าแดงมากแน่ ๆ

“พี่ตรวจไปก่อนนะ ยีสต์ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง” น้องยีสต์ที่เหมือนจะไม่ประสีประสาตามเกมคนพี่ไม่ทัน รีบเด้งตัวลุกขึ้นพุ่งตัวหายเข้าห้องน้ำไปอย่างไว

“พี่เนิร์ดของคณะจริง ๆ เหรอวะเนี่ย” น้องยีสต์ได้แต่มองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้า

“เรียบร้อยพี่ตรวจงานเราแล้ว ถือว่าผ่านถูกหมด แต่วันนี้พี่แค่ทวนพื้นฐานจากเทอมที่แล้ว” 

อุตส่าห์เข้าไปปรับอาการตัวเองให้ปกติ แต่คนพี่ดูเหมือนจะตั้งใจไม่ยอมไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จนยีสต์ทนไม่ไหวต้องขอถามสักหน่อย

“ทำไมพี่ไม่ไปใส่เสื้อผ้าก่อน” 

ตัวต้นเหตุก้มลงมองตัวเอง ก่อนพูดออกมาหน้าตาเฉย

“ปกติอยู่ห้องพี่ชอบแก้ผ้าน่ะ เลยลืมตัวไปหน่อยโทษทีนะ” แล้วก็ลุกเฉียดหน้าน้องเหมือนตั้งใจก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องนอนไป

หายเข้าไปไม่ถึงห้านาทีก็ออกมาในสภาพที่โอเคขึ้นมาหน่อย แต่ไอ้เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นแบบโคตรสั้นเนี่ย พี่มีแต่แบบนี้เหรอวะ น้องยีสต์หัวใจจะวายก่อนสอบผ่านมั้ยวะ

“อยากเรียนต่อเลยมั้ย หรือพักก่อน แต่พี่เริ่มหิวแล้ว เย็นแล้วด้วยพรุ่งนี้ค่อยเรียนต่อดีกว่า”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ยีสต์กลับก่อนนะครับ” ยีสต์เตรียมเก็บของเข้ากระเป๋าเป้อย่างทุลักทุเล มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ได้แย่แต่ชวนอึดอัดอย่างไรบอกไม่ถูก อยู่กับพี่สภาพแบบนี้แล้วน้องยีสต์หายใจไม่ทั่วท้อง

“เดี๋ยวดิ...เรายังไม่ได้ทำอะไรแลกกับที่เรียนวันนี้เลยนะ” ยิ้มร้ายกาจมาอีกแล้ว

“พี่อยากได้อะไรหรืออยากให้ยีสต์ทำอะไรแลกล่ะครับ” ยีสต์ถามออกไปด้วยความระแวง

“นอนกับพี่หน่อยดิคืนนี้ พี่เป็นโรคนอนหลับยากน่ะให้พี่นอนกอดหน่อยเผื่อจะหลับง่ายขึ้น”

“ฮะ!”

“ถ้าไม่ทำวันนี้ก็กลับไปแล้วไม่ต้องมาอีก พี่ถือว่าเราทำตามข้อตกลงไม่ได้” ฟาร์ทำเป็นหน้าตาจริงจังจ้องเขม็งมาที่คนน้องที่ยังมีสีหน้าตกใจไม่หาย

“แต่...” ยีสต์ได้แต่ก้มหน้าหลบตาคนพี่

“หรือที่บ้านไม่อนุญาตให้ค้างคืนที่อื่น”

“เปล่าครับ...แต่ยีสต์ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย รวมทั้งใจด้วยก็ไม่ได้เตรียมมาว่าต้องทำแบบนี้” น้องยีสต์ตอบเสียงอ่อยไม่กล้าสู้ตา ตอนนี้ยีสต์รู้สึกว่าพี่ฟาร์ไม่น่าไว้ใจสุด ๆ

พอได้ยินคำตอบน้องแล้วคนพี่อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ไร้เดียงสามาก ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ยิ่งอยากจับมานอนกอดไว ๆ จะกกไว้ทั้งคืนเลยคอยดู

“พี่ให้โอกาสตัดสินใจละกัน ถ้าไม่โอเควันนี้พี่สอนฟรีไม่เป็นไร แต่วันต่อไปก็ไม่มี” ให้โอกาสตัดสินใจหรือข่มขู่กันแน่ยีสต์ได้แต่คิดในใจ

“ก็ได้ครับ...” น้องยีสต์ตอบรับเสียงอ่อย “แต่แค่นอนกอดนะครับ” สุดท้ายไม่มีทางเลือกถ้าเขาอยากสอบผ่าน

“ครั้งนี้แค่นอนกอด แต่ครั้งหน้าคิดดูก่อน” สายตากรุ้มกริ่มกับรอยยิ้มร้ายกาจของพี่เนิร์ดทำเอายีสต์อดขนลุกไม่ได้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
6 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status