Home / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

Share

บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-13 13:29:53

บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต

‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขาฟุบนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดของผงซักฟอกจางๆ ผสมผสานกับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในผ้าห่มผืนหนาชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากลุกไปไหน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเชื่องช้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมอบช่วงเวลาพักผ่อนนี้ให้กับเขา

ทว่า... ความสุขชั่วขณะกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดคราดไม่ยอมหยุด แรงสั่นสะเทือนบนฟูกนอนที่ส่งผ่านมาถึงหน้าอก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วด้วยความขัดใจ

ไอซ์ครางอือในลำคออย่างนึกรำคาญ พยายามมุดหน้าหนีแสงแดดและเสียงรบกวนนั้น แต่เจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีกลับยังคงแผดเสียงเรียกเข้าซ้ำๆ ราวกับจะประกาศกร้าวว่าหากเขาไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบรับ มันก็จะไม่ยอมคืนความสงบสุขให้แก่เช้าวันเสาร์นี้อย่างแน่นอน

“ไอซ์! กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะลูก แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้เรียนที่นครปฐม บ้านเราก็มีมหาลัย ทำไมจะต้องดั้นด้นไปอยู่ที่นู่นให้มันสิ้นเปลือง!”

เสียงแหลมสูงของคุณนายเจ้าของบ้านดังทะลุผ่านลำโพงโทรศัพท์ที่สั่นพร่า น้ำเสียงนั้นผสมปนเปมาทั้งความดุและร่องรอยของการบ่นว่าที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไอซ์ลอบกลอกตาขึ้นฟ้าพลางพลิกตัวกลับมานอนหงาย เขาปล่อยให้แผ่นหลังจมลงกับฟูกนุ่มก่อนจะระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ความง่วงงุนที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหนักอึ้งที่ก่อตัวขึ้นในอก

“แม่ครับ...” เด็กหนุ่มพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนลง หวังจะใช้ความใจเย็นเข้าสู้

“คือ... ไอซ์อยากลองใช้ชีวิตที่นี่ดูต่ออีกสักหน่อย”

“ไม่มีต่อแล้วลูก! เลิกดื้อได้แล้ว บ่ายนี้ไอซ์ไปขึ้นรถกลับมาเลยนะ วันนี้เลย! เดี๋ยวบ่าย ๆ เราค่อยมาคุยกันที่บ้านนะลูก แค่นี้นะ!”

ติ๊ด!

สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่าที่บาดลึกเข้าไปในความเงียบของห้องเช่า ไอซ์ลดมือที่ถือสมาร์ทโฟนลงช้าๆ ปล่อยให้มันวางแหมะอยู่ข้างหมอน สายตาเหม่อมองเพดานห้องที่เริ่มมีรอยคราบจางๆ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบเหมือนตอนแรก

เขารู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังรอเขาอยู่ที่นครปฐม และคำว่า ‘คุยกัน’ ของแม่... มักหมายถึงการทำตามคำสั่งโดยไม่มีสิทธิ์คัดค้านเสมอ

“บ้าบออะไรเนี่ย! อยู่ ๆ จะให้ย้ายกลับแบบนี้... แบบนี้ก็ต้องทิ้งทุกอย่างเลยดิ!”ไอซ์ตะโกนลั่นห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ อย่างเหลืออด เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงจนเส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ฝ่ามือเรียวขยี้หัวตัวเองจนฟูฟ่องเพื่อระบายความอัดอั้นที่จุกอยู่ในอก ดวงตาคู่ใสที่เคยสว่างไสวบัดนี้สั่นไหวด้วยความสับสนและว้าวุ่นใจ

เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เขาอุตส่าห์ตกแต่งด้วยน้ำพักน้ำแรง ทั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่จัดวางสายไฟอย่างเป็นระเบียบตามประสาเด็กเอกคอมฯ กองหนังสือโปรแกรมมิ่งที่ตั้งพิงผนัง รวมถึงอิสระที่เขาเพิ่งจะเริ่มได้ลิ้มรสเพียงไม่นาน ทุกอย่างมันกำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะคำประกาศิตเดียวจากที่บ้าน

“จะให้ลาออก... แล้วไปเริ่มใหม่ที่นครปฐมงั้นเหรอ? เพื่อนล่ะ? ชีวิตที่นี่ล่ะ?”เขางึมงำกับตัวเอง เสียงสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากปลั๊กออกกะทันหันขณะที่โปรแกรมกำลังรันอยู่ไม่มีผิด มันทั้งค้าง ทั้งมืดมิด และหาทางไปต่อไม่ถูก ไอซ์ทิ้งตัวพิงพนักเตียงอย่างหมดแรง ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด เขารู้ดีว่าแม่เป็นคนจริงจังแค่ไหน แต่เขาก็ยังไม่พร้อมจะยอมแพ้และทิ้งความฝันในเมืองหลวงนี้ไปง่ายๆ

หยาดน้ำตาใสๆ เริ่มคลอที่เบ้าตาด้วยความน้อยใจในโชคชะตา เช้าวันเสาร์ที่ควรจะสดใส กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพายุที่เขามองไม่เห็นทางเลี่ยง

ไอแดดระยับของบ่ายวันเสาร์แผดเผาลงบนท้องถนนจนไอความร้อนลอยขึ้นมาจางๆ ไอซ์ยืนเคว้งอยู่หน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าในซอยข้างวัดใจกลางเมืองนครปฐม บ้านที่เขาเติบโตมาแต่วันนี้กลับมองดูแล้วรู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องลงจากรถตู้ด้วยท่าทางอิดโรย เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมและแผ่นหลังจนเสื้อยืดตัวบางแนบไปกับผิว เด็กหนุ่มหยุดยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หวังจะเรียกกำลังใจที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ทว่ากลิ่นอายความคุ้นเคยของย่านชุมชนเก่าและเสียงกระดิ่งวัดที่แว่วมาตามลม กลับยิ่งย้ำเตือนว่าอิสระที่เขาใฝ่ฝันได้ถูกพรากไปแล้วจริงๆ

แต่ยังไม่ทันที่ฝ่าเท้าจะจะได้เหยียบเข้าสู่ร่มไม้ในรั้วบ้าน หรือแม้แต่จะมีโอกาสได้หย่อนก้นลงนั่งพักให้หายเหนื่อย เสียงกัมปนาทที่คุ้นเคยก็แผดดังลั่นมาจากหน้าร้านข้าวมันไก่ชั้นล่าง

“ไอ้ไอซ์! มาถึงแล้วก็มัวแต่ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ! เข้ามานี่เลยมา!”

เสียงของเตี่ยดังทะลุผ่านไอร้อนของหม้อต้มน้ำซุปและควันจากเตาถ่านออกมา ไอซ์สะดุ้งตัวโยน เขาหันไปมองร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตราห่านคู่ที่มีผ้ากันเปื้อนสีซีดทับอยู่ เตี่ยกำลังยืนสับไก่ลงบนเขียงไม้เสียงดัง ปึก! ปึก! อย่างแข็งขัน พลางกวักมือเรียกเขาหยิกๆ ด้วยท่าทางขึงขัง

“เก็บกระเป๋าแล้วรีบเปลี่ยนชุดซะ! ลูกค้าเต็มร้านเนี่ย เห็นมั้ยว่าทำไม่ทัน!”

ไอซ์ได้แต่ยืนกำหูกระเป๋าเดินทางแน่น ความหวังที่จะได้เจรจาเรื่องเรียนต่อหรือขอพักผ่อนให้หายเหนื่อยถูกพับเก็บไปในทันที เขารู้ซึ้งแล้วว่าการกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่บ้านธรรมดา แต่มันคือการกลับมาสู่กรงขังที่ชื่อว่าหน้าที่โดยมีเสียงสับไก่ของเตี่ยเป็นจังหวะบังคับชีวิต

ในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงครืดคราดสม่ำเสมอของเครื่องสัก ‘ลีโอ’ ชายหนุ่มร่างกำยำวัย 32 ปี เจ้าของเรือนร่างที่เต็มไปด้วยงานศิลปะใต้ร่มผ้า กำลังเพ่งสมาธิอยู่กับปลายเข็มที่ค่อยๆ ฝังลวดลายลงบนแผ่นหลังของลูกค้าอย่างประณีต

มาดที่ดูนิ่งขรึมและบรรยากาศเคร่งขรึมภายในร้านถูกพังทลายลงในพริบตา เมื่อประตูหน้าร้านถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของ ‘โอ๊ต’ เพื่อนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

“ไอ้ลีโอ!! น้องไอซ์กลับมาแล้วเว้ย!”เสียงตะโกนนั้นดังก้องไปทั่วห้องสัก ลีโอที่กำลังลากเส้นลงสีถึงกับชะงักมือไปเล็กน้อย ดวงตาคมดุภายใต้กรอบหน้าเข้มหรี่ลงทันที เขาค่อยๆ ถอนเข็มออกจากผิวหนังลูกค้าอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองเพื่อนที่ยืนหอบแฮกอยู่กลางร้านด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“มึงพูดว่าใครนะ?” ลีโอถามย้ำ เสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูเรียบเฉย ทว่าประกายบางอย่างในดวงตากลับสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ก็น้องไอซ์... ลูกชายเตี่ยร้านข้าวมันไก่ไง! เมื่อกี้กูเห็นลงจากรถตู้ ลากกระเป๋าเข้าบ้านไปแล้วเนี่ย!”

ลีโอเงียบไปครู่หนึ่ง เขาวางเครื่องสักลงบนพักแขนอย่างระมัดระวัง พลางหยิบผ้าสะอาดมาซับมือ ท่าทางที่ดูสุขุมของเขาดูจะฝืนธรรมชาติไปนิด เมื่อหัวใจข้างในมันกำลังเต้นผิดจังหวะเพียงเพราะชื่อของเด็กหนุ่มที่เขาไม่ได้เจอหน้ามาเกือบสองปี

“กลับมาแล้วงั้นเหรอ...”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตาไปทางหน้าต่างร้านที่มองเห็นซอยฝั่งตรงข้ามอยู่รำไร มุมปากหยักลึกยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น การกลับมาของ ‘เด็กดื้อ’ คนนั้น กำลังจะทำให้ชีวิตที่เคยนิ่งสงบของช่างสักอย่างเขา... ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลังจากจัดการความเรียบร้อยภายในร้านและส่งลูกค้าคนสุดท้ายเสร็จสิ้น ลีโอก็คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแขนแกร่งที่มีรอยสักพันรอบเป็นเถาวัลย์ เขาพาร่างสูงใหญ่กำยำเดินลัดเลาะไปตามทางเท้าที่คุ้นเคย จนกระทั่งมาหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหัวมุมเสาไฟใกล้กับหน้าร้านข้าวมันไก่

กลิ่นข้าวมันหอมกรุ่นและเสียงสับเขียงยังคงดังต่อเนื่อง ลุงชัยหรือเตี่ยของไอซ์ที่กำลังง่วนอยู่กับการตักข้าวใส่จาน เงยหน้าขึ้นมาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนบังแสงแดดอยู่พอดี ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ใบหน้ากร้านแดดของชายวัยกลางคนก็ฉายแววไม่เป็นมิตรขึ้นมาทันที

“เอ็งมาทำไม? จะมาแกล้งอะไรลูกชายข้าอีกหรือไง!”เสียงห้วนจัดดังขัดจังหวะความเงียบ ลุงชัยวางปังตอลงบนเขียงเสียงดัง ปึก สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ราวกับลีโอเป็นตัวอันตรายที่พร้อมจะพรากแก้วตาดวงใจของเขาไปได้ทุกเมื่อ

ลีโอไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีคัดค้านนั้น เขาเพียงแต่ขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พลางยกมือไหว้ผู้อาวุโสอย่างมีสัมมาคารวะ ท่าทางที่ดูสุขุมและนุ่มนวลนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์ช่างสักสายโหดที่คนทั้งซอยเล่าลือ

“แค่ผ่านมาครับลุงชัย...” น้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลผิดปกติของเขาทำให้ลุงชัยถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ลีโอไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด สายตาคมปลาบปรายมองเข้าไปในร้านแวบหนึ่ง ราวกับกำลังมองหาเงาของใครบางคนที่โหยหามานาน

ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงความสงสัยในสายตาของลุงชัย และความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในบรรยากาศอันร้อนระอุของยามบ่าย

.

.

.

.

ท่ามกลางความเงียบสงัดของกลางดึก แสงไฟสีส้มสลัวจากป้ายหน้าร้านสะดวกซื้อสะท้อนลงบนร่างสูงใหญ่ของลีโอ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้ผิวเข้มและรอยสักตรงต้นแขนดูดุดันน่าเกรงขาม กางเกงยีนส์ที่มีรอยขาดตรงเข่าเพิ่มลุคดิบเถื่อนให้กับเขา ขณะที่ยืนพิงตู้เติมเงินอย่างใจเย็น ดวงตาคมปลาบจับจ้องเข้าไปภายในร้านอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังรอคอยเวลา

ไม่นานนัก ประตูอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มที่เขาคะนึงหา

ไอซ์เดินออกมาในสภาพที่ดูผ่อนคลายเกินคาด เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวตัดกับกรอบแว่นสีดำบางที่ทำให้ใบหน้าดูนุ่มนิ่มขึ้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างคนขี้เกียจเซต ท่าทางง่วนอยู่กับการคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท

“มึงงง กูเหนื่อยมาก เตี่ยบังคับหั่นไก่ตั้งแต่เท้าแตะพื้นบ้านเลยอะ ไม่เห็นใจกันบ้างเลย...”

น้ำเสียงใสที่เจือความออดอ้อนนั้นเงียบกริบไปทันที เมื่อไอซ์จ่ายเงินเสร็จแล้วหมุนตัวกลับมาปะทะเข้ากับร่างกำยำที่ยืนขวางทางอยู่ ระยะห่างที่ใกล้จนเกือบจะชนอกแกร่งทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำขวดชาเขียวหลุดมือ

“เฮ้ย! ใครวะ!?”ลีโอไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่ยื่นซองขนมแบรนด์โปรดที่ไอซ์มักจะกินเป็นประจำส่งให้ พร้อมกับเอ่ยด้วยโทนเสียงทุ้มต่ำที่กังวานอยู่ในความรู้สึก

“ยังชอบชาเขียวกับเค้กเหมือนเดิมสินะ”ไอซ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที หัวใจเต้นรัวด้วยความระแวดระวัง

“พี่เป็นใครอะ!? แล้วเอาของมาให้ทำไม ผมไม่รู้จักพี่เว้ย!”เด็กหนุ่มพ่นคำพูดออกมาเป็นชุดเหมือนปืนกล ใบหน้าหวานบัดนี้ถลึงตาใส่ร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่ยอมคน ริมฝีปากบางขยับด่ารัวเร็วตามนิสัยเด็กแสบ

“จะให้ผมแจ้งตำรวจมั้ย? อยู่ดีๆ เอาขนมมายัดใส่มือคนอื่นแบบนี้ แถมหน้าตาก็... ดูแปลกๆ อีก!”

ลีโอยืนฟังเสียงเจื้อยแจ้วนั้นด้วยความใจเย็น มุมปากหยักยกยิ้มจางๆ อย่างนึกเอ็นดู เขาขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเงาของเขาโถมทับร่างเล็กกว่าไว้มิด

“ยังปากดีเหมือนเดิมเลยนะ... เด็กดื้อ”คำเรียกขานที่แสนคุ้นเคยแต่หลงลืมไปนานแสนนานทำให้ไอซ์ชะงักกึกไปสองวินาที ความทรงจำบางอย่างเลือนลางอยู่ในหัวแต่เขากลับนึกไม่ออก เด็กหนุ่มทำหน้างงจัดก่อนจะโวยวายกลับไป

“เด็กดื้อ? ใครวะ... บ้าเปล่าเนี่ย! ใครดื้อ มั่วแล้วพี่!”ไอซ์โวยวายเสียงหลงพลางขยับแว่นสายตาที่เกือบจะหลุดจากสันจมูก ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีระเรื่อด้วยความโมโหผสมกับความเลิ่กลั่ก เขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าชายหนุ่มร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มแขนและดูอันตรายคนนี้เป็นใคร

ลีโอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวใจเขามันพองโตอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมาหาคนตัวเล็กกว่าจนจมูกเกือบจะชนกัน ไอความร้อนจากร่างกายกำยำและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ทำเอาไอซ์ถึงกับกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ไอซ์รีบสาวเท้าก้าวฉับๆ กลับบ้านโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปมองร่างสูงที่ยืนส่งยิ้มกวนประสาทอยู่อีก หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นระรัวเป็นจังหวะแปลกๆ ที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย ทันทีที่ถึงห้องนอนที่ชั้นสอง เขาก็โยนกระเป๋าเป้ทิ้งแล้วทิ้งตัวลงบนฟูกที่นอนหนานุ่ม ปลดปล่อยลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันไลน์ส่งข้อความหากลุ่มเพื่อนสนิททันที

💬ไอซ์: "พวกมึง กูเจอผู้ชายสักลายน่ากลัวที่เซเว่น เอาขนมมาให้กูด้วย กูแบบ... ช็อก!"

เพียงไม่กี่วินาที หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งเตือนข้อความตอบกลับรัวๆ ราวกับเพื่อนเขานั่งเฝ้าหน้าจอกันอยู่แล้ว

💬โม: "เฮ้ย น่ากลัวจริงดิ! หรือหล่อวะ? มึงน่ะชอบเจอแต่คนแปลกๆ"

💬ตั้ม: "ใช่คนที่เคยตามจีบมึงตอน ม.ปลายปะวะ? ที่มึงหนีไปเรียนกรุงเทพฯ เพราะเขาน่ะ"

💬ออกัส: "อย่าบอกนะว่า... พี่ลีโอ!?"

ไอซ์อ่านข้อความของออกัสแล้วถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหลุดจากกรอบแว่น ปลายนิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไว

💬ไอซ์: "ใครวะ พี่ลีโอ!?"

เขานั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกสับสน ชื่อนั้นมันช่างเลือนลางเหมือนหมอกจางๆ ในความทรงจำ แต่กลับส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างประหลาด เขาพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าพี่ชายข้างบ้านที่เขาเคยเดินตามต้อยๆ กลายเป็นหนุ่มร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มตัวขนาดนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ไอซ์คิดจะพิมพ์ถามออกัสต่อให้รู้เรื่อง แต่ปลายนิ้วกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ... สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนไปตกลงที่ถุงขนมบนที่นอน

ชาเขียวกับเค้กชิ้นเล็ก... ขนมที่เขาชอบกินที่สุด แต่กลับจำไม่ได้ว่าหยิบมันติดมือกลับมาตั้งแต่ตอนไหน หรือเป็นตอนที่ไอ้พี่หน้าโหดนั่นยัดใส่มือเขามากันแน่

“บ้าชะมัด...”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเบะปากเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ทว่าดวงตาคู่ใสกลับจ้องมองของในมือนั้นอย่างลังเลใจ ท่าทางคุกคามแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนในน้ำเสียงนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวก่อนสะบัดหน้าหนีเพื่อไล่ความรู้สึกแปลกๆ ออกไป แต่อะไรบางอย่างในใจกลับร้องเตือนว่า... การกลับมานครปฐมครั้งนี้ มันคงไม่ใช่แค่การกลับมาสับไก่ช่วยเตี่ยธรรมดาเสียแล้ว และ ‘พี่ลีโอ’ คนนั้น ก็คงไม่ยอมให้เรื่องของเราจบลงแค่ที่หน้าเซเว่นแน่ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

    บทที่ 5 ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้มเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงานไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไปลีโอหลุดหัวเรา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

    บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในเมืองนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทอลงบนผิวถนนลาดยางหน้าร้านสะดวกซื้อเจ้าเดิม มุมเสาไฟต้นเดิมที่กลายเป็นจุดเช็กอินประจำของใครบางคนไปเสียแล้วลีโอ ในลุคที่ดูสบายตาขึ้นด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยีนส์สีซีดทรงกระบอกกับรองเท้าบู๊ตหนังคู่เก่ง เส้นผมถูกเซตมาลวกๆ แต่กลับรับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างไร้ที่ติ ในมือหนามีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุทั้งขนมและชาเขียวรสโปรดที่เขารู้ดีว่า 'เป้าหมาย' ของเขาไม่มีทางปฏิเสธลงเขารู้ดีว่าตารางเรียนวันจันทร์ของไอซ์เริ่มเช้ากว่าปกติ และจุดแวะพักเดียวของเด็กขี้เกียจตื่นมาหาของเช้ากินที่บ้านก็คือเซเว่นแห่งนี้เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็ปรากฏตัวขึ้น ไอซ์เดินสะพายเป้พาดบ่าข้างเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นหราอยู่ระยะไกล“อีกแล้วเรอะ...” ไอซ์พึมพำกับตัวเองก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนใจลีโอไม่รอช้า เขาขยับกายก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปาก ยื่นถุงขนมส่งให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 3 ตื้อเด็ก

    บทที่ 3 ตื้อเด็กเช้าวันใหม่ในนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ แสงแดดอุ่นจัดทอดผ่านร้านรวงริมทางที่เริ่มทยอยเปิดประตูรับอรุณ ทว่าท่ามกลางจังหวะการใช้ชีวิตที่เชื่องช้าของเมืองเก่า กลับมีใครบางคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือแม้แต่ฝีปากกล้าๆ ของเด็กนักศึกษาคนเดิม‘ลีโอ’ ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม... หน้าร้าน Leo Ink ของเขาเอง ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวยืนพิงวงกบประตูไม้ มือหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำที่บรรจงเลือกมาอย่างดี ส่วนอีกมือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมปลาบทอดมองไปตามแนวถนนอย่างใจเย็น ราวกับว่าการรอคอยใครบางคนคือภารกิจสำคัญที่สุดของเช้านี้ไม่นานนัก เงาร่างที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏสู่สายตา ไอซ์เดินกึ่งวิ่งมาในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านตัดกับเป้สะพายสีดำใบเก่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ราวกับตั้งโปรแกรมไว้อย่างดีว่าจะหลีกเลี่ยงการสบตากับสิ่งกีดขวางที่แสนวุ่นวายใจทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นหน้าอาณาเขตของร้านสัก ร่างสูงใหญ่ของลีโอก็ขยับกายออกมาขวางทางไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับยื่นถุงขนมใบเดิมส่งให้เหมือนที่ทำทุกวัน“ไอซ์... วันนี้มีเค้กชา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

    บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย ‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ... คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยท

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

    บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต ‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขาฟุบนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดของผงซักฟอกจางๆ ผสมผสานกับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในผ้าห่มผืนหนาชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากลุกไปไหน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเชื่องช้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมอบช่วงเวลาพักผ่อนนี้ให้กับเขา ทว่า... ความสุขชั่วขณะกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดคราดไม่ยอมหยุด แรงสั่นสะเทือนบนฟูกนอนที่ส่งผ่านมาถึงหน้าอก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วด้วยความขัดใจ ไอซ์ครางอือในลำคออย่างนึกรำคาญ พยายามมุดหน้าหนีแสงแดดและเสียงรบกวนนั้น แต่เจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีกลับยังคงแผดเสียงเรียกเข้าซ้ำๆ ราวกับจะประกาศกร้าวว่าหากเขาไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบรับ มันก็จะไม่ยอมคืนความสงบสุขให้แก่เช้าวันเสาร์นี้อย

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ” สวัสดีค้าบวันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความวุ่นวายปนความฟิน ให้ทุกคนหัวใจพองโตไปกับกลิ่นอายของร้านข้าวมันไก่และรอยสักเท่ๆ กันครับ สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัด นครปฐม ครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะครับ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่แบบ 100% อ่านเอาความฟิน ความบันเทิงกันนะจ๊ะ! นายเอก ไอซ์ อายุ 20 ปี นิสัยของนายเอก เด็กหนุ่มวิศวะคอมฯ สุดแสบ ปากจัดแต่ใจดี แถมดุเหมือนหมาตัวน้อยๆ ด้วยเป็นคนรักอิสระแต่ต้องจำใจกลับมาช่วยงานที่ร้านข้าวมันไก่เพราะคำสั่งของเตี่ย เห็นดื้อๆ แบบนี้ แต่ถ้าโดนตื๊อมากๆ เข้า หัวใจก็เริ่มจะแกว่งเหมือนกันครับ พระเอก ลีโอ อายุ 32 ปี นิสัยของพระเอก ช่างสักหนุ่มมาดโหดแต่โหมดมุ้งมิ้ง รักเดียวใจเดียวและอดทนเก่งที่หนึ่ง! เห็นรอยสักเต็มตัวดูนิ่งขรึมแบบนี้ แต่พอกับน้องไอซ์แล้ว พี่แกพร้อมจะกลายเป็น 'หมาแก่สายเปย์' ที่คอยส่งขนมส่งชาเขียวให้เด็กดื้อท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status