Masuk“อูยยยยย… ” กันย์ครางเสียงยาน… ริมฝีปากห่อรัดเป็นวงด้วยความเสียวซ่านและเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ด้วยความหนึบแน่นและฝืดคับของช่องทางน้อยๆ ที่ยังไม่เคยโดนอาวุธประจำกายของชายใดใส่มาก่อน ทำให้พ่อเลี้ยงไม่อาจดันให้มิดดุ้น “งืออออ… ผมเจ็บ… ” เสียงของกันย์สั่นเครือ… เม้มปากแน่น น้ำตาไหล แต่เสียงร้องอุทธรณ์และแววตาวิงวอนน่าเวทนาก็ไม่ได้รับความปรานีจากคนตัวใหญ่
Lihat lebih banyakเฮียครับ
ทำไมชอบจับผมกระแทก
ผู้เขียน
ข้าวหลาม
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
เฮียครับ
ทำไมชอบจับผมกระแทก
เวลาราวๆ ห้าทุ่ม
ที่หน้าผับชื่อดังแห่งหนึ่ง อยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟในตัวเมืองเชียงใหม่
“มันเดินออกมาแล้วครับนาย… ”
เสียงของไอ้ดำ ลูกสมุนคนสนิทของ ‘เดช’ หรือผู้คนมักจะเรียกกันว่า ‘พ่อเลี้ยงเดช’ ดังเข้ามาในโทรศัพท์ไอโฟนที่พ่อเลี้ยงกำลังถือแนบหู ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ในรถเบนส์สีดำคันหรู จอดรออยู่ที่ด้านหลังผับ
‘ไอ้ดำ’ กำลังซุ่มเล็งเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างใจจดใจจ่อ รอกระทั่งเห็นเป้าหมายเดินออกมาก็รีบรายงาน
“มึงแน่ใจนะว่าใช่มัน… อย่าให้ผิดตัวนะโว้ย… กูไม่อยากเสียเวลา”
พ่อเลี้ยงเดชย้ำเสียงหนักกับลูกสมุนที่พร้อมเข้าจู่โจมเป้าหมาย
“ผิวขาว… ตัวเล็ก… จมูกโด่ง หน้าตาหล่อเหลาเหมือนในรูปครับนาย… ไม่ผิดตัวแน่ๆ… ”
ไอ้ดำยืนยันว่าใช่คนที่ผู้เป็นนายต้องการตัว
“งั้นมึงรีบจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้พลาดนะโว้ย… ”
พ่อเลี้ยงเดชสั่งเสียงเหี้ยม
“ครับนาย… ”
ไอ้ดำกดวางสายสนทนา ปรี่เข้าประกบเหยื่อผู้โชคร้ายจากทางด้านหลังเมื่อเห็นว่าทางสะดวกไม่มีคนเดินผ่านไปมา
ส่วนลูกน้องของพ่อเลี้ยงอีกคนชื่อ ‘ไอ้เจิด’ รีบจัดการกับกล้องวงจรปิดเพียงตัวเดียวที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของลานจอดรถ โดยการหมุนกล่องเพื่อเปลี่ยนทิศทางเข้าหาผนังแล้วเดินตามไอ้ดำมาติดๆ
“อ๊ะ… โอ๊ย… ”
เสียงเหยื่อที่ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าภัยร้ายกำลังมาถึงตัว ร้องอุทานออกมาได้เพียงเฮือกสั้นๆ หลังจากโดนแขนของไอ้ดำล็อกคอ มืออีกข้างจับผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่ชุบยาสลบเตรียมไว้พร้อม โปะลงเต็มจมูก
“ฮึ่ก… อื้ออออ… ”
เหยื่อพยายามดิ้นรน…
ทว่าไอ้ดำแข็งแรงมาก มือกดผ้าและล็อกเอาไว้เพียงชั่วอึดใจสั้นๆ เหยื่อร่างเล็กจนดูอ้อนแอ้นบอบบางไม่อาจสู้กำลังผู้ชายตัวใหญ่ ไม่นานก็แน่นิ่งไปในที่สุด
“มาช่วยกันโว้ย… ”
ไอ้ดำเรียกไอ้เจิดให้เข้ามาช่วยกันหามหัวหามท้าย ยกแขนยกขา พาร่างเล็กไร้สติเข้ามาในรถตู้สีขาวคันใหญ่ จอดรออยู่ใกล้ๆ กับรถเบนส์สีดำของพ่อเลี้ยงเดช รถตู้สีที่สตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว รีบทะยานออกมาด้วยความเร็ว หลังจากภารกิจรวบหัวรวบหางเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ลุล่วงไปด้วยดี
ในเวลาต่อมา
ที่บ้านหลังใหญ่ ปลูกสร้างด้วยไม้สักและไม้ซุง เพราะว่าเจ้าของบ้านชอบบ้านสไตล์ล็อกเคบินที่เสน่ห์ของบ้านอยู่ที่ความดิบของไม้ซึ่งประกอบเป็นโครงสร้าง กลมกลืนไปกับธรรมชาติแวดล้อมของสวนส้มโอบล้อมไปด้วยป่าเขาเขียวขจี
พิงค์มองตามรถแท็กซี่สีเขียวสลับเหลืองที่โฉบเข้ามาจอดข้างทาง รับเดือนวาดไปส่งยังร้านอาหารซึ่งเป็นที่ทำงานของหล่อนถ้าเลือกได้…พิงค์ไม่เคยอยากให้เดือนวาดต้องออกไปทำงานกลางคืน เพราะว่าอาชีพเต้นกินรำกินที่ต้องอวดเรือนร่างอยู่ท่ามกลางบรรดาอาเสี่ยกระหายกามทั้งหลายที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาแล้วหลายครั้ง เมื่อลูกค้าจอมหื่นบางรายเมามากจนขาดสติ ห้ามใจไม่ไหวพยายามลวนลามหล่อน แต่โชคดีที่เดือนวาดรอดมาได้ตลอด พิงค์นึกสงสารเดือนวาด…อดไม่ได้ที่จะเปรียบความงามของหล่อนกับดอกไม้งามที่ต้องกลายเป็นดอกไม้ราตรี ทุกค่ำคืนต้องเบ่งบานอยู่ท่ามกลางแสงสีของราตรีกาลอันหม่นมัวถ้าเลือกได้...พิงค์ไม่อยากให้ดอกไม้งามดอกนี้ต้องมาเบ่งบานอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าเคล้าควันบุหรี่ รายล้อมไปด้วยหมู่ภมรซึ่งล้วนเป็นชายชาตรีมากหน้าหลายตา เห็นแล้วพิงค์ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงเดือนวาดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกในเวลาต่อมาขณะที่เดือนวาดกำลังยืนอยู่บนเวที เป็นเพลงสุดท้ายที่ต้องร้องก่อนจะเลิกงานแต่แล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายร่างท้วมใหญ่มาดอาเสี่ยคนหนึ่งเดินเข้ามาทรุดกายลงนั่งภายในร้าน“สวัสดีค่ะเสี่ยพจน์… ”‘เจ
เดือนวาดตอบให้พิงค์สบายใจ…สาเหตุที่พิงค์อดถามไม่ได้ก็เพราะว่าลุงไกรตัวใหญ่มาก ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราจนดูน่ากลัวถ้าไม่โกนหนวด แววตาคมดุและแผงหนวดสีดำเป็นแพหนาเหนือริมฝีปากยิ่งทำให้ลุงไกรคนนี้ดูน่ายำเกรง“แล้วเราจะย้ายไปเมื่อไรครับน้าเดือน… ”ดูก็รู้ว่าสีหน้าของพิงค์นั้นมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด หลังจากได้รู้ว่าที่นั่นเป็นชนบทบ้านนอกห่างไกลความเจริญ ไร่ข้าวโพดของลุงไกรตั้งอยู่ในหุบเขาของจังหวัดเชียงราย“เราจะย้ายไปเดือนหน้าจ้ะ… แต่พิงค์ไม่ต้องกังวลอะไรนะจ๊ะ… ไม่นานเราก็จะปรับตัวได้… ”เดือนวาดตอบ…แม้ว่าไร่ของลุงไกรที่หล่อนเคยได้ไปเห็นมาแล้วนั้นจะอยู่ในหุบเขา แต่ก็มีน้ำมีไฟฟ้าใช้ ที่จะขาดหายไปก็คือความเจริญแบบเมืองสังคมเมืองหลวงที่หล่อนกับพิงค์คุ้นเคยแต่เชื่อว่าไม่นานก็จะปรับตัวได้ เพราะว่าในความห่างไกลความเจริญนั้นก็จะได้ธรรมชาติอันร่มรื่นเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ เดือนวาดเชื่อว่าพิงค์จะปรับตัวกับที่อยู่ใหม่ได้ไม่ยากในเวลาต่อมาตอนใกล้ค่ำ เดือนวาดเดินออกมาจากบ้านด้วยชุดที่พิงค์คุ้นตาก็คือกระโปรงหนังสีดำสั้นกิ่วอวดเรียวขายาว เสื้อเกาะอกประดับด้วยเลื่อมลายคล้ายเกล็ดปลาด
แต่อันดาก็ไม่คิดว่าการเข้ามาฝึกมวยในครั้งนี้จะสูญเปล่าแต่อย่างใด เพราะว่าอย่างน้อยมันก็ทำให้ผู้ชายคนหนึ่ง ได้ค้นพบความต้องการของตัวเอง… ได้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริงว่าเป็นหนุ่มวาย…อันดานึกขอบคุณผู้ชายในค่ายมวยอย่างพี่เข้ม นึกขอบคุณลุงจอห์น… ที่ช่วยสอนประสบการณ์สวาทสุดแสนวิเศษ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ ประสบการณ์สุดวิเศษในค่ายมวยแห่งนี้ จะอยู่ในความทรงจำรำลึกของอันดาไปชั่วชีวิต……….The End………อีกเรื่องต่อจากนี้คือ พ่อเลี้ยงบำเรอกามพ่อเลี้ยงบำ-เ-ร-อ-ก-า-มผู้เขียนข้าวหลามพ่อเลี้ยงบำ-เ-ร-อ-ก-า-มกรุงเทพมหานครในห้องรับแขกเล็กๆ ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งย่านบางนา“ดูอะไรอยู่จ๊ะพิงค์… ”‘เดือนวาด’ สาวใหญ่วัยสามสิบห้าปีกล่าวเมื่อเดินเข้ามาเห็น ‘พิงค์’ ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปีที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกเดือนวาดมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงของพิงค์… หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดพิงค์เสียชีวิตได้ไม่นาน ‘สมพงษ์’ พ่อของพิงค์ก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับเดือนวาด ตอนนั้นพิงค์เพิ่งมีอายุเพียงแค่สามขวบเท่านั้นแม้ว่าเดือนวาดจะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด แต่หล่อนก็รักและดูแล
“อ๊า… ”ใบหน้าแดงเรื่อของหนุ่มน้อย ซบซุกกับแผงอกแน่นนูนไปด้วยมัดกล้ามของลุงจอห์นที่ปกคลุมไว้ด้วยเส้นขนสีดำอันดาสูดกำซาบกลิ่นเหงื่อกลิ่นกายของชายฉกรรจ์ที่ตัวเองแอบกระสันหา ร่างหนาไปด้วยมัดเนื้อของเจ้าของค่ายมวยและดุ้นเอ็นยาวใหญ่ที่ยังเสียบคาไม่หลุดจากกัน… ทำให้อารมณ์ของอันดาปุทะขึ้นแรง เสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน“เสียวที่สุด… หนูจ๋า… ”แขนสองข้างของลุงจอห์นกอดร่างของอันดาเอาไว้แน่น เสียงหัวใจสองดวงเต้นแรง รู้สึกได้ถึงเหงื่อร้อนที่ซึมออกมารtหว่างลำตัวที่บดเบียดเสียดเคล้าเข้าหากันด้วยแรงกระสันหา“อ๊า… ”อันดาคราง เมื่อลุงจอห์นเอามือรวบเอว ยกให้กลีบก้นคลายออกจากลำเอ็น มีน้ำกามสีขาวพรั่งพรูออกมาจากรูทวารกลวงโบ๋ ราดรดลงบนพื้นม้าหินอ่อน ฝากคราบคาวเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ที่อันดาไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น“โอ้ว… อ่า… ”อันดารู้สึกโล่งในโพรงสวาท“ลุงติดใจหนูแล้วสิ”ลุงเข้มสารภาพออกมา“ผมก็มีความสุขครับ”สองมือของอันดาเอื้อมขึ้นมาโอบใบหน้าหล่อเหลาของลุงจอห์น รั้งเข้ามาประกบปาก บดเคล้าริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้งอย่างเร่าร้อนดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนลื่นเกี่ยวกระหวัดรัดร้อยดูดลิ้นกันอย่างดื่ม
กันย์ครางลั่น ร่างสั่นคลอนตามแรงกระแทก แม้จะเจ็บแปลบในตอนแรกที่ลำเนื้อร้อนผ่าวชำแรกเข้าใส่รูเนื้อฝืดแน่นจนมิดสุดโคนไข่แต่หลังจากพ่อเลี้ยงเริ่มขยับเอวกระเด้า ความเจ็บแปลบก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน เมื่อจุดจีสปอร์ตภายในรูทวารโดนแท่งลำร้อนผ่าวบดครูด เนื้อกับเนื้อเสียดสีกันกลายเป็นความเสียวซ่านเข้า
“รูแน่นมากหนูจ๋า… ”เฮียเดชกดแท่งเนื้อใหญ่ยาวเสียบตรึงมิดโคน เส้นขนรอบตอโคนอวบหนาเสียดสีกับปากรูร้อนลื่น ทำเอาทรวงอกของกันย์แอ่นหยัดขึ้นด้วยความสยิวสุดจะบรรยาย“ซี้ดดด… งือออ… เฮียจ๋าผมเสียว… เฮียเอาเก่งสุดๆ… ”กันย์บิดตัวไปมา“เดี๋ยวเฮียจะทำให้เสียวยิ่งกว่านี้… ”พ่อเลี้ยงสอดมือรองแผ่นหลัง รั้งอกท
“ร้อนผ่าวเลยครับ… ”กันย์กล่าวขณะเอามือรูดชักลำเนื้อที่มีเส้นเลือดและลายเอ็นปูดนูน โอบรอบดุ้น ยิ่งทำให้ดูขรุแข็ง ถ้าหลับตาคลำก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากดุ้นมะระจีนใหญ่ๆ จะต่างก็ตรงที่ลำเนื้อดุ้นนี้อุ่นร้อนมีชีวิตชีวา“แข็งมากเลยครับ… ”ขณะเอามือไล้ลูบอาวุธประจำกายดุ้นยักษ์ของพ่อเลี้ยงเดช กันย์ตื่นเต้
พ่อเลี้ยงโทรเรียกให้กันย์มาหาที่ห้องพัก เขาจัดโต๊ะเล็กๆ เอาไว้นั่งกินข้าวด้วยกันสองคนเงียบๆเสร็จจากกินข้าวก็ตามด้วยเครื่องดื่มที่เตรียมไว้ คือแอลกอฮอล์เบาๆ นั่งคุยกันอ้อยอิ่งตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ จนมาล่วงเลยมาถึงสามทุ่ม พ่อเลี้ยงก็ชวนกันย์มาว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำหลังห้องพัก“เล่นน้ำกันนะ… ”พ่อเลี้ยงชวน





