Beranda / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

Share

บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

Penulis: Tawan miki
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 21:09:49

บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย

‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ...

คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง

ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น

หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ ในวันวาน ซ้อนทับเข้ากับร่างของนักศึกษาหนุ่มตรงหน้าได้อย่างพอดิบพอดี ลีโอกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ความเอ็นดูฉายชัดในแววตาขณะที่เขาขยับกายเข้าไปขวางทางเดินนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ

วินาทีที่สายตาสองคู่ปะทะกัน ร่างเล็กถึงกับชะงักกึกราวกับถูกสาป หัวใจของไอซ์เต้นผิดจังหวะจนรู้สึกหวิววาบในอกอย่างไร้สาเหตุ

“อีกแล้วเหรอวะ…” ไอซ์พึมพำเสียงแผ่วพร่าในลำคอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบหมุนตัวหันหลังตั้งท่าจะวิ่งหนีอีกครั้ง

ทว่าคนตัวโตกว่ากลับปฏิกิริยาไวเกินคาด ลีโอก้าวเพียงไม่กี่ข้ามก็มาดักหน้าไว้ได้อย่างนิ่มนวล เขาพยายามลดท่าทีที่ดูคุกคามลง แล้วค่อยๆ ยื่นถุงขนมกับขวดชาเขียวส่งให้ด้วยปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“พี่ซื้อขนมกับชาเขียวมาให้… ไอซ์ชอบกินมันที่สุด ใช่มั้ยครับ”น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลและแผ่วเบา ราวกับเขากำลังประคับประคองแจกันกระเบื้องที่แสนเปราะบาง เพราะกลัวเหลือเกินว่าความโผงผางของตนจะทำให้คนตรงหน้าเตลิดหนีไปไกลกว่าเดิม

ไอซ์สูดลมหายใจเข้าลึกดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เขารีบก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างทันทีพลางแผดเสียงใส่คนตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นใจ

“พี่เป็นใครอะ!? จะตามผมไปถึงไหน? อย่ามาวุ่นวายกับผมได้มั้ย ผมไม่ได้รู้จักพี่สักหน่อย!”

แม้จะพยายามทำเสียงให้แข็งเข้าไว้ แต่ไหล่บางที่สั่นเทิ้มกลับทรยศความรู้สึกข้างในอย่างสิ้นเชิง ไอซ์กวาดสายตามองร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ตั้งแต่รอยสักที่พาดพันลำแขนไปจนถึงใบหน้าคมเข้มที่เขาจำไม่ได้สักนิด

“พี่รู้มั้ยว่าสิ่งที่พี่ทำมันน่ากลัวขนาดไหน? หน้าอย่างพี่น่ะ… มายืนมืดๆ ดักรอเด็กนักศึกษาพร้อมถือขนมมาประเคนให้แบบนี้ ใครเห็นเขาก็กลัวกันทั้งนั้นแหละ!”คำพูดตรงไปตรงมาที่ไร้การรักษาน้ำใจ ราวกับศรแหลมที่ปักลงกลางใจคนฟัง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของลีโอค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ

ลีโอไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เขาเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ปล่อยให้ความเงียบที่แสนอึดอัดเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบกาย ทำได้เพียงทอดสายตามองแผ่นหลังของเด็กดื้อที่วิ่งหนีหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออย่างรวดเร็ว โดยที่ขนมในมือนั้นยังไม่มีโอกาสได้ส่งถึงมือเจ้าของที่เขาตั้งใจซื้อมันมาฝากตลอดทั้งคืน

เสียงพัดลมเพดานในห้องเลกเชอร์ส่งเสียงหมุนส่ายไปมาอย่างสม่ำเสมอ พยายามขับไล่ไอร้อนของวัน แต่ดูเหมือนมันจะช่วยดับความร้อนรุ่มในใจของคนบางคนไม่ได้เลย เสียงใบพัดที่กระทบอากาศสลับกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของกลุ่มเพื่อนในช่วงพักเบรกกลางคาบ ยิ่งทำให้ไอซ์รู้สึกว้าวุ่นใจมากกว่าเดิม

“เอาจริงๆ นะมึง... กูว่าเขาชอบมึงแน่ๆ ว่ะไอซ์”

ตั้ม โพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ พลางยักคิ้วกวนประสาทและส่งยิ้มขำๆ ให้เพื่อนรักที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ

“นั่นดิ หน้าอย่างโหด ลายสักเต็มแขนขนาดนั้น แต่ดันเดินถือชาเขียวมาประเคนให้มึงเนี่ยนะ ใจน่าจะนุ่มฟูเป็นสายไหมเลยมั้งนั่น”โม เสริมทัพพลางเท้าคาง หัวเราะร่วนอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเพื่อนสนิท

“หยุดมโนเลยพวกมึง! กูบอกแล้วไงว่ากูไม่เคยรู้จักเขา!”ไอซ์แหวลั่น ใบหน้าขาวจัดเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนจะรัวคำพูดกลบเกลื่อน

“อยู่ดีๆ ก็มาโผล่ดักรอให้ขนมสองวันติดแบบนี้ กูกลัวจะเป็นคดีอาชญากรรมมากกว่าจะเป็นคดีรักนะมึง! หน้าตาพี่แกเหมือนพร้อมจะลักพาตัวกูไปเรียกค่าไถ่จะตาย!”

แม้จะพ่นคำด่าออกมาเป็นชุด และพยายามทำตัวให้ดูหงุดหงิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าริมฝีปากบางของไอซ์กลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง วงแขนที่ยกขึ้นกอดอกกระชับเข้าหาตัวราวกับต้องการใช้เป็นเกราะป้องกัน

ความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน

มือเล็กๆ ที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นน้อยๆ เขารู้สึกได้ถึงสัมผัสที่หลงเหลือจากความใกล้ชิดเมื่อเช้า กลิ่นหอมจางๆ และแววตาหม่นเศร้าของชายร่างยักษ์คนนั้นยังคงติดตา จนความมั่นใจที่ว่า ‘ไม่รู้จัก’ เริ่มสั่นคลอนลงทุกที

.

.

.

ยามเย็นของวันเดียวกัน แสงแดดสีส้มพาสเทลทอดขนานไปกับแนวตึกแถวริมถนน สาดประกายอบอุ่นอาบไล้ไปทั่วทางเดินที่คุ้นตา ไอซ์ก้าวเท้าเดินกลับบ้านด้วยจังหวะที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อรู้ดีว่าเบื้องหน้าคือร้าน “Leo Ink” สถานที่ที่เขาพยายามจะเลี่ยง แต่กลับเลี่ยงไม่ได้ในความรู้สึก

และเป็นอย่างที่คิด ลีโอนั่งเด่นสง่าอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมหน้าร้าน ท่วงท่าที่ดูดิบเถื่อนทว่ากลับทรงเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ เสื้อยืดสีซีดที่โอบรัดแผงอกหนาโชว์รอยสักที่พาดผ่านแขนซ้ายเพียงบางส่วน เขาคาบบุหรี่ไว้ที่มุมปากในท่าทีผ่อนคลาย กระป๋องเบียร์ในมือถูกถือไว้อย่างไม่ใส่ใจนัก สำหรับคนทั่วไปเขาอาจดูเหมือนคนอันตรายที่ควรเดินห่าง แต่ในดวงตาคมปลาบคู่นั้น กลับสะท้อนเพียงภาพเงาของเด็กหนุ่มคนเดิมที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ทันทีที่ไอซ์ก้าวผ่าน ลีโอก็ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับยื่นถุงขนมชุดใหม่ส่งให้ตรงหน้าอย่างรู้งาน

“วันนี้มีรสใหม่... ไอซ์เคยบ่นว่าอยากลองรสนี้ ใช่มั้ยครับ?”

“พอเหอะพี่! ผมไม่เคยบ่น!” ไอซ์แหวใส่ทันควัน ใบหน้าขาวใสขัดใจจนแก้มเริ่มพองลม

“พี่นี่น่ารำคาญว่ะ จะดักผมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยรึไง? เป็นอะไรกับผมไม่ทราบ!?!”

เสียงใสที่ตวาดแวบหนึ่งทำให้ลีโอชะงักไป แต่เขากลับไม่ถอยหนี ร่างสูงโปร่งเดินตามหลังไปติดๆ ด้วยจังหวะก้าวที่ใจเย็น ก่อนจะเอื้อมแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยงานศิลปะยื่นถุงขนมไปตรงหน้าอีกครั้งเพื่อขวางทาง

“พี่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี... พี่แค่... อยากให้เฉยๆ” น้ำเสียงทุ้มพร่าดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังอ้อนวอนคนตรงหน้าอยู่กลายๆ

ไอซ์หยุดกึกก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ดวงตาคู่ใสภายใต้กรอบแว่นสั่นไหวระริกด้วยอารมณ์ที่ตีรวนกันยุ่งเหยิง ทั้งรำคาญที่โดนตื๊อ สับสนในความคุ้นเคยที่นึกไม่ออก และหงุดหงิดกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนเจ้าตัวยังไม่กล้ายอมรับ

“รับก็ได้! จะได้พ้นๆ ไปซะที!”มือเรียวคว้าถุงขนมไปอย่างไม่เต็มใจ แรงกระชากนั้นส่งผลให้ปลายนิ้วสัมผัสกันเพียงผิวเผินแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟแล่นพล่าน

ไอซ์หมุนตัวหนีแล้วจ้ำเท้ากลับบ้านทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้ลีโอยืนมองแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไป พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าขรึม... อย่างน้อยวันนี้ เด็กดื้อก็ยอมรับของจากเขาไปแล้ว

ทันทีที่เท้าเหยียบพ้นธรณีประตูบ้าน ไอซ์ก็แทบจะทรุดตัวลงพิงบานไม้หนาด้วยความเหนื่อยหอบ ลุงชัยที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมขิงซอยและน้ำจิ้มสูตรเด็ดในห้องครัวเงยหน้าขึ้นมองลูกชายเพียงคนเดียว สภาพของไอซ์ในตอนนี้ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงจัด เหงื่อซึมตามไรผมจนเปียกชื้น เสื้อเชิ้ตนักศึกษาหลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกง แถมในมือยังหอบถุงขนมพะรุงพะรังราวกับไปเหมามาจากห้าง

“มึงไปวิ่งหนีตัวอะไรมาวะดูสภาพสิ... โอ๊ย น่าเวทนาแท้ลูกกู” ลุงชัยส่ายหน้าพลางวางมีดปังตอลงบนเขียงไม้

“ก็ไม่รู้ดิเตี่ย! ใครก็ไม่รู้ คนตัวใหญ่ ๆ สักไปทั้งตัว หน้าตาอย่างกับนักเลงตามใบสั่ง เอาขนมมาให้ผมอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวเช้าเดี๋ยวเย็นจนผมจะประสาทกินตายอยู่แล้วเนี่ย!”

ไอซ์โวยวายพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาไม่หยุด มือก็วางถุงขนมลงบนโต๊ะไม้หินอ่อนอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวขึ้นชั้นบนเพื่อไปจัดการกับความร้อนรุ่มที่ยังตกค้างอยู่ในอก โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นพ่อ

ลุงชัยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขามองตามแผ่นหลังของลูกชายที่หายลับไปบนชั้นสอง ก่อนจะเลื่อนสายตามามองถุงขนมยี่ห้อโปรดของไอซ์ที่วางอยู่ตรงหน้า ความทรงจำสีจางๆ เมื่อหลายปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ภาพของเด็กหนุ่มร่างผอมสูงที่มักจะแอบเอาขนมมาแขวนไว้ที่ลูกกรงบ้าน แววตามุ่งมั่นทว่าเจียมตัวคนนั้น...

“ไอ้ลีโอ...”ลุงชัยพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงพัดลมที่หมุนวนในร้านข้าวมันไก่ มุมปากของชายวัยกลางคนเม้มแน่น แววตาทั้งวูบไหวและเต็มไปด้วยความกังวล

“มึงเอาอีกแล้วใช่มั้ย... กลับมาวุ่นวายกับลูกกูอีกแล้วใช่มั้ย ไอ้เจ้ากรรมนายเวร!”

ดูเหมือนว่าพายุลูกใหญ่ที่ไอซ์หวั่นใจ อาจไม่ใช่แค่เรื่องการย้ายบ้านเสียแล้ว แต่มันคือถ่านไฟเก่าที่กำลังถูกจุดขึ้นมาใหม่โดยช่างสักหนุ่มที่เตี่ยแสนจะเหม็นขี้หน้าคนนั้นเอง

คืนนั้น... ภายในห้องนอนไม้ที่เงียบเชียบ ไอซ์นั่งแหงนหน้าสู้แรงลมจากพัดลมตั้งโต๊ะเครื่องเก่าที่ส่ายไปมาอย่างเนิบนาบ แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนหน้าหนังสือโปรแกรมมิ่งที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นเลื่อนไปตามบรรทัดตัวอักษรอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่ากลับไม่มีข้อมูลใดๆ ซึมซับเข้าสู่สมองเลยแม้แต่น้อย

ในหัวของเขามันเต็มไปด้วยภาพแผ่นหลังกว้างและรอยสักที่ดูดิบเถื่อนนั่น...เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมที่วางทิ้งไว้ข้างตัวขึ้นมาพิจารณา แพ็กเกจจิ้งสีสันสดใสที่เป็นรสชาติใหม่ล่าสุดดูสะดุดตา มันคือรสที่เขาเคยเปรยกับกลุ่มเพื่อนเล่นๆ ตอนนั่งเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอยากลองชิมดูสักครั้ง

“แม่ง... ได้ยินได้ไงวะ”

ไอซ์พึมพำกับความว่างเปล่า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เขาละสายตาจากถุงขนมแล้วเลื่อนไปมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายตาล่องลอยไปตามแสงดาวดวงน้อยที่กะพริบวิบวับอยู่บนฟากฟ้าไกล

ใบหน้าคมเข้มของชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มตัวคนนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในมโนภาพ ทั้งแววตาที่ดูวูบไหวหม่นเศร้าตอนที่เขาตะคอกใส่ และน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกเขาว่า ‘เด็กดื้อ’ อย่างถือวิสาสะ

“ไอ้พี่คนนั้น... เป็นใครกันแน่วะ?”

คำถามเดิมยังคงดังสะท้อนอยู่ในใจซ้ำๆ เป็นคำถามที่เขาเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องเก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ ไอซ์ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกว้าวุ่นใจที่กำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ความโกรธหรือความรำคาญอย่างที่เจ้าตัวพยายามบอกตัวเอง

แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจางๆ ของหัวใจ... ที่เริ่มไหวเอนไปตามจังหวะการรุกรานของคนแปลกหน้าหน้าคุ้นคนนั้น โดยที่เจ้าของหัวใจเองก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจ

    บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจหลังจากพิธีแต่งงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิและหยาดน้ำตาแห่งความปิติผ่านพ้นไป ชีวิตบทใหม่ของลีโอและไอซ์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่แอบสบตากันข้ามฝั่งถนนอีกต่อไป แต่ในฐานะ "คู่ชีวิต" ที่ตื่นมาหายใจร่วมกันในทุกเช้าวันใหม่เช้าวันแรกของการเป็นครอบครัว แสงแดดอุ่นจางๆ ส่องลอดผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องนอนที่คุ้นเคย ลีโอลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่ความเหน็บหนาวของเตียงกว้าง แต่เป็นลมหายใจสม่ำเสมอของร่างบางในอ้อมกอด เสียงนาฬิกาเรือนเก่าเดินเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายจะบอกว่าเวลาจากนี้ไปเป็นของพวกเขาทั้งคู่ลีโอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางกระซิบชิดใบหู “ตื่นมาแล้วเห็นหนูอยู่ข้างๆ แบบนี้ทุกวัน... พี่ว่าโลกนี้แม่งก็ไม่เลวเลยนะ”ไอซ์ขยับตัวยิ้มละมุน เขาเงยหน้าขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ระต้นคอของลีโออย่างเบามือ “พี่ต้องทนกับหนูไปทุกวันเลยนะ... ยังไม่เบื่อใช่ไหม?”“ไม่มีวันเบื่อ... มีแต่จะรักมากขึ้นในทุกวินาทีที่หายใจ” ลีโอตอบพร้อมกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นการประทับตราสัญญาใจร้านเล็กๆ ที่กลายเป็น ‘บ้าน’ ของความฝันในที่สุดประตูไม้ของร้าน "Leo & Ice : Love

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)

    บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)เวลาสองเดือนผันผ่านไปรวดเร็วราวกับภาพฝันที่ถูกแต้มสีจนสมบูรณ์ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสที่สุดของปี ไอซ์ในชุดครุยวิทยฐานะก้าวเท้าออกจากหอประชุมมหาวิทยาลัย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีและแสงแฟลชที่วูบวาบ ลีโอยืนอยู่ห่างออกมาเล็กน้อยในมุมสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากร่างบางในชุดครุยสีดำแม้แต่วินาทีเดียว แววตาที่ครั้งหนึ่งเคยหม่นแสง บัดนี้กลับเปล่งประกายภาคภูมิใจยิ่งกว่าใครในโลก“ยินดีด้วยครับ... ว่าที่เจ้าสาวของพี่”เสียงกระซิบแผ่วพร่าข้างใบหูทำเอาไอซ์หลุดหัวเราะออกมาอย่างขัดเขิน ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของเพื่อนร่วมรุ่น ช่อดอกไม้สีขาวสะอาดในมือสั่นไหวไปตามแรงเต้นของหัวใจที่พองโตจนแทบปริ ลีโอยืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดเชิ้ตสีดำเรียบหรูที่ดูแปลกตาแต่กลับส่งเสริมให้เขาดูมั่นคงและสง่างาม แววตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับมีเพียงความภาคภูมิใจที่มอบให้แก่คนในชุดครุยเพียงคนเดียวหลังจากวันรับปริญญาที่แสนชื่นมื่น บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนสุข ลีโอและไอซ์ใช้เวลาช่วงสัปดาห์นั้นไปกับการตรวจรับงานตกแต่งร้านกาแฟขั้นสุดท้าย พร้อมๆ กับก

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเรา

    บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเราเช้าวันจันทร์ที่ลมพัดเย็นสบาย ไอซ์ในชุดนักศึกษาพาสีขาวสะอาดสะอ้านสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจ ก้าวลงจากบันไดบ้านไม้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากทุกวัน เขากลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งหลังจากลาพักไปช่วงหนึ่งเพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยลีโอเนรมิตร้านกาแฟในฝันให้เป็นรูปเป็นร่างสายตาของไอซ์ทอดมองผ่านฝูงชนที่เร่งรีบ ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนนที่มีกระจกใสสะท้อนแสงแดดยามเช้า บนกระจกบานนั้นมีป้ายตัวอักษรเรียบง่ายแปะไว้ว่า “Coming Soon... กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้”มันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่มันคืออาณาจักรที่มีชื่อของเขากับลีโอสลักไว้ด้วยกัน“อีกแค่สองเดือนเท่านั้น... ทุกอย่างในชีวิตเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” ไอซ์คิดในใจพลางกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความตื่นเต้นขณะเดียวกันที่ฝั่งร้าน ลีโอในชุดเสื้อยืดเปื้อนรอยสีและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง กำลังก้มหน้าก้มตาพินิจแบบแปลนร้านร่วมกับช่างไฟ เขาไม่ได้แค่สั่งงาน แต่กลับลงมือทาสีผนังและขยับเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น จังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้นพักสายตา รถเมล์สายที่ไอซ์นั่งเป็นประจำก็แล่นผ่านหน้าไปพอดี ลีโอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 18 รากฐานของอนาคต

    บทที่ 18 รากฐานของอนาคตรุ่งอรุณของวันใหม่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเร่งรีบเหมือนเช่นเคย แต่กลับเป็นเช้าที่แสนเนิบช้าและอบอวลไปด้วยความหวัง บนดาดฟ้าที่เดิมซึ่งเคยเป็นเพียงที่พักใจ บัดนี้กลับกลายเป็นที่วางรากฐานของอนาคต ไอซ์และลีโอนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน โดยมีปึกกระดาษและดินสอวางระเกะระกะอยู่ตรงกลาง แสงแดดอ่อนยามเช้าทาบลงบนแบบร่างที่เต็มไปด้วยรอยลบและเส้นสายที่ถูกขีดเขียนขึ้นด้วยความตั้งใจ“ถ้าร้านมันอยู่แถวนี้ หนูว่าเราน่าจะมีลูกค้าประจำเยอะเลยนะพี่” ไอซ์พูดพลางขยับปลายดินสอ วาดโครงสร้างหลังคาจั่วเรียบง่ายลงบนกระดาษ แววตาของเขามุ่งมั่นราวกับเห็นภาพร้านนั้นตั้งอยู่ตรงหน้าจริงๆ “ไม่ต้องใหญ่มากหรอก แค่พอมีที่ให้นั่งสูดกลิ่นกาแฟก็พอ”“พี่ว่าแค่มีกาแฟที่หนูชง... คู่กับลายสักที่พี่ออกแบบ คนก็น่าจะแห่กันเข้ามาจนแน่นร้านแล้วล่ะ” ลีโอแกล้งพูดหยอกพลางขยิบตาให้ จนไอซ์ต้องหันมาค้อนขวับเข้าให้หนึ่งที แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันบนกระดาษแผ่นนั้นถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนแต่กลมกลืน โซนด้านหน้าคือคาเฟ่ขนาดย่อมที่ไอซ์ใฝ่ฝัน มีเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนและชั้นวางขนมโฮมเมด ส่วนพื้นที่ด้

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 17 ทดสอบหัวใจ

    บทที่ 17 ทดสอบหัวใจเช้าวันอาทิตย์ที่แสงแดดทอประกายอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วตลาด ลีโอตื่นเช้ากว่าทุกวัน เขาสลัดมาดช่างสักสุดเท่ทิ้งไป เหลือเพียงชายหนุ่มในเสื้อยืดสีซีดและกางเกงขาสั้นที่ดูคล่องตัว หัวใจของเขาเต้นรัวแรงกว่าจังหวะการลงเข็มสัก เพราะวันนี้คือวันสำคัญ... วันที่แม่รินจะเข้ามาเจรจากับเตี่ยชัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางกลับต่างประเทศ และเป็นวันที่เขาต้องพิสูจน์ "ราคา" ของคำว่าลูกเขยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายในร้านข้าวมันไก่ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิหุงสุกใหม่โชยมาปะทะจมูก เตี่ยชัยนั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเก่ง แววตาคมกริบจ้องมองผ่านประตูร้านเห็นร่างสูงของลีโอเดินเข้ามา เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทักด้วยเสียงเรียบ"มึงมาแต่เช้าเลยนะ"ลีโอยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมที่กลั่นออกมาจากใจจริง "สวัสดีครับลุงชัย วันนี้ผมมาขอช่วยงานครับ"ลุงชัยไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าช้า ๆสายตาที่เคยมองอย่างอคติเริ่มเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา ชั่วอึดใจใหญ่ เตี่ยเดินไปหลังร้านแล้วหิ้วถังน้ำใบเขื่องที่บรรจุน้ำไว้จนปริ่มขอบออกมาวางโครมลงตรงหน้าลีโอ"ถ้าอยากจะมาเป็นลูกเขยกู มึงต้องทำได้มากกว่าแค่พูดหว

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตา

    บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตาเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดทำลายความเงียบในยามเช้า ลีโอกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะเพลงร็อกที่เขาเคยฟังมาทั้งชีวิต ปลายสายคือเสียงที่คุ้นเคยซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ“แม่ถึงแล้วนะลูก อยู่หน้าประตูทางออกสนามบินแล้วจ้ะ”สองชั่วโมงหลังจากนั้น ลีโอเดินนำสตรีวัยกลางคนผู้มีสง่าราศีเข้ามายังถิ่นที่คุ้นเคย แม่ริน ในชุดผ้าไหมสีสุภาพ ผมยาวถูกเกล้าไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าที่แม้จะดูนิ่งสงบตามประสาผู้ผ่านโลกมามาก ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความอบอุ่นและเข้มแข็งอย่างประหลาด เธอไม่ได้พกเพียงกระเป๋าเดินทางมาด้วย แต่เธอยังพกความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมมาเพื่อช่วยลูกชายทลายกำแพงแห่งอคติลีโอพาแม่ก้าวเข้าสู่ร้านข้าวมันไก่ กลิ่นน้ำซุปที่หอมกรุ่นดูจะจืดจางลงไปทันทีเมื่อต้องเผชิญกับบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน เตี่ยชัยเงยหน้าขึ้นจากเขียงสับไก่ ทั้งสองผู้อาวุโสสบตากันเนิ่นนานราวกับกำลังอ่านใจผ่านความเงียบ บรรยากาศภายในร้านนิ่งงันคล้ายกระดานหมากรุกที่ต่างฝ่ายต่างรอวางหมากตัวสำคัญที่สุด“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริน เป็นแม่ของลีโอค่ะ” แม่รินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status