Home / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

Share

บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-13 21:09:49

บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย

‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ...

คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง

ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น

หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ ในวันวาน ซ้อนทับเข้ากับร่างของนักศึกษาหนุ่มตรงหน้าได้อย่างพอดิบพอดี ลีโอกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ความเอ็นดูฉายชัดในแววตาขณะที่เขาขยับกายเข้าไปขวางทางเดินนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ

วินาทีที่สายตาสองคู่ปะทะกัน ร่างเล็กถึงกับชะงักกึกราวกับถูกสาป หัวใจของไอซ์เต้นผิดจังหวะจนรู้สึกหวิววาบในอกอย่างไร้สาเหตุ

“อีกแล้วเหรอวะ…” ไอซ์พึมพำเสียงแผ่วพร่าในลำคอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบหมุนตัวหันหลังตั้งท่าจะวิ่งหนีอีกครั้ง

ทว่าคนตัวโตกว่ากลับปฏิกิริยาไวเกินคาด ลีโอก้าวเพียงไม่กี่ข้ามก็มาดักหน้าไว้ได้อย่างนิ่มนวล เขาพยายามลดท่าทีที่ดูคุกคามลง แล้วค่อยๆ ยื่นถุงขนมกับขวดชาเขียวส่งให้ด้วยปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“พี่ซื้อขนมกับชาเขียวมาให้… ไอซ์ชอบกินมันที่สุด ใช่มั้ยครับ”น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลและแผ่วเบา ราวกับเขากำลังประคับประคองแจกันกระเบื้องที่แสนเปราะบาง เพราะกลัวเหลือเกินว่าความโผงผางของตนจะทำให้คนตรงหน้าเตลิดหนีไปไกลกว่าเดิม

ไอซ์สูดลมหายใจเข้าลึกดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เขารีบก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างทันทีพลางแผดเสียงใส่คนตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นใจ

“พี่เป็นใครอะ!? จะตามผมไปถึงไหน? อย่ามาวุ่นวายกับผมได้มั้ย ผมไม่ได้รู้จักพี่สักหน่อย!”

แม้จะพยายามทำเสียงให้แข็งเข้าไว้ แต่ไหล่บางที่สั่นเทิ้มกลับทรยศความรู้สึกข้างในอย่างสิ้นเชิง ไอซ์กวาดสายตามองร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ตั้งแต่รอยสักที่พาดพันลำแขนไปจนถึงใบหน้าคมเข้มที่เขาจำไม่ได้สักนิด

“พี่รู้มั้ยว่าสิ่งที่พี่ทำมันน่ากลัวขนาดไหน? หน้าอย่างพี่น่ะ… มายืนมืดๆ ดักรอเด็กนักศึกษาพร้อมถือขนมมาประเคนให้แบบนี้ ใครเห็นเขาก็กลัวกันทั้งนั้นแหละ!”คำพูดตรงไปตรงมาที่ไร้การรักษาน้ำใจ ราวกับศรแหลมที่ปักลงกลางใจคนฟัง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของลีโอค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ

ลีโอไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เขาเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ปล่อยให้ความเงียบที่แสนอึดอัดเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบกาย ทำได้เพียงทอดสายตามองแผ่นหลังของเด็กดื้อที่วิ่งหนีหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออย่างรวดเร็ว โดยที่ขนมในมือนั้นยังไม่มีโอกาสได้ส่งถึงมือเจ้าของที่เขาตั้งใจซื้อมันมาฝากตลอดทั้งคืน

เสียงพัดลมเพดานในห้องเลกเชอร์ส่งเสียงหมุนส่ายไปมาอย่างสม่ำเสมอ พยายามขับไล่ไอร้อนของวัน แต่ดูเหมือนมันจะช่วยดับความร้อนรุ่มในใจของคนบางคนไม่ได้เลย เสียงใบพัดที่กระทบอากาศสลับกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของกลุ่มเพื่อนในช่วงพักเบรกกลางคาบ ยิ่งทำให้ไอซ์รู้สึกว้าวุ่นใจมากกว่าเดิม

“เอาจริงๆ นะมึง... กูว่าเขาชอบมึงแน่ๆ ว่ะไอซ์”

ตั้ม โพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ พลางยักคิ้วกวนประสาทและส่งยิ้มขำๆ ให้เพื่อนรักที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ

“นั่นดิ หน้าอย่างโหด ลายสักเต็มแขนขนาดนั้น แต่ดันเดินถือชาเขียวมาประเคนให้มึงเนี่ยนะ ใจน่าจะนุ่มฟูเป็นสายไหมเลยมั้งนั่น”โม เสริมทัพพลางเท้าคาง หัวเราะร่วนอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเพื่อนสนิท

“หยุดมโนเลยพวกมึง! กูบอกแล้วไงว่ากูไม่เคยรู้จักเขา!”ไอซ์แหวลั่น ใบหน้าขาวจัดเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนจะรัวคำพูดกลบเกลื่อน

“อยู่ดีๆ ก็มาโผล่ดักรอให้ขนมสองวันติดแบบนี้ กูกลัวจะเป็นคดีอาชญากรรมมากกว่าจะเป็นคดีรักนะมึง! หน้าตาพี่แกเหมือนพร้อมจะลักพาตัวกูไปเรียกค่าไถ่จะตาย!”

แม้จะพ่นคำด่าออกมาเป็นชุด และพยายามทำตัวให้ดูหงุดหงิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าริมฝีปากบางของไอซ์กลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง วงแขนที่ยกขึ้นกอดอกกระชับเข้าหาตัวราวกับต้องการใช้เป็นเกราะป้องกัน

ความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน

มือเล็กๆ ที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นน้อยๆ เขารู้สึกได้ถึงสัมผัสที่หลงเหลือจากความใกล้ชิดเมื่อเช้า กลิ่นหอมจางๆ และแววตาหม่นเศร้าของชายร่างยักษ์คนนั้นยังคงติดตา จนความมั่นใจที่ว่า ‘ไม่รู้จัก’ เริ่มสั่นคลอนลงทุกที

.

.

.

ยามเย็นของวันเดียวกัน แสงแดดสีส้มพาสเทลทอดขนานไปกับแนวตึกแถวริมถนน สาดประกายอบอุ่นอาบไล้ไปทั่วทางเดินที่คุ้นตา ไอซ์ก้าวเท้าเดินกลับบ้านด้วยจังหวะที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อรู้ดีว่าเบื้องหน้าคือร้าน “Leo Ink” สถานที่ที่เขาพยายามจะเลี่ยง แต่กลับเลี่ยงไม่ได้ในความรู้สึก

และเป็นอย่างที่คิด ลีโอนั่งเด่นสง่าอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมหน้าร้าน ท่วงท่าที่ดูดิบเถื่อนทว่ากลับทรงเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ เสื้อยืดสีซีดที่โอบรัดแผงอกหนาโชว์รอยสักที่พาดผ่านแขนซ้ายเพียงบางส่วน เขาคาบบุหรี่ไว้ที่มุมปากในท่าทีผ่อนคลาย กระป๋องเบียร์ในมือถูกถือไว้อย่างไม่ใส่ใจนัก สำหรับคนทั่วไปเขาอาจดูเหมือนคนอันตรายที่ควรเดินห่าง แต่ในดวงตาคมปลาบคู่นั้น กลับสะท้อนเพียงภาพเงาของเด็กหนุ่มคนเดิมที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ทันทีที่ไอซ์ก้าวผ่าน ลีโอก็ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับยื่นถุงขนมชุดใหม่ส่งให้ตรงหน้าอย่างรู้งาน

“วันนี้มีรสใหม่... ไอซ์เคยบ่นว่าอยากลองรสนี้ ใช่มั้ยครับ?”

“พอเหอะพี่! ผมไม่เคยบ่น!” ไอซ์แหวใส่ทันควัน ใบหน้าขาวใสขัดใจจนแก้มเริ่มพองลม

“พี่นี่น่ารำคาญว่ะ จะดักผมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยรึไง? เป็นอะไรกับผมไม่ทราบ!?!”

เสียงใสที่ตวาดแวบหนึ่งทำให้ลีโอชะงักไป แต่เขากลับไม่ถอยหนี ร่างสูงโปร่งเดินตามหลังไปติดๆ ด้วยจังหวะก้าวที่ใจเย็น ก่อนจะเอื้อมแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยงานศิลปะยื่นถุงขนมไปตรงหน้าอีกครั้งเพื่อขวางทาง

“พี่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี... พี่แค่... อยากให้เฉยๆ” น้ำเสียงทุ้มพร่าดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังอ้อนวอนคนตรงหน้าอยู่กลายๆ

ไอซ์หยุดกึกก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ดวงตาคู่ใสภายใต้กรอบแว่นสั่นไหวระริกด้วยอารมณ์ที่ตีรวนกันยุ่งเหยิง ทั้งรำคาญที่โดนตื๊อ สับสนในความคุ้นเคยที่นึกไม่ออก และหงุดหงิดกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนเจ้าตัวยังไม่กล้ายอมรับ

“รับก็ได้! จะได้พ้นๆ ไปซะที!”มือเรียวคว้าถุงขนมไปอย่างไม่เต็มใจ แรงกระชากนั้นส่งผลให้ปลายนิ้วสัมผัสกันเพียงผิวเผินแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟแล่นพล่าน

ไอซ์หมุนตัวหนีแล้วจ้ำเท้ากลับบ้านทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้ลีโอยืนมองแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไป พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าขรึม... อย่างน้อยวันนี้ เด็กดื้อก็ยอมรับของจากเขาไปแล้ว

ทันทีที่เท้าเหยียบพ้นธรณีประตูบ้าน ไอซ์ก็แทบจะทรุดตัวลงพิงบานไม้หนาด้วยความเหนื่อยหอบ ลุงชัยที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมขิงซอยและน้ำจิ้มสูตรเด็ดในห้องครัวเงยหน้าขึ้นมองลูกชายเพียงคนเดียว สภาพของไอซ์ในตอนนี้ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงจัด เหงื่อซึมตามไรผมจนเปียกชื้น เสื้อเชิ้ตนักศึกษาหลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกง แถมในมือยังหอบถุงขนมพะรุงพะรังราวกับไปเหมามาจากห้าง

“มึงไปวิ่งหนีตัวอะไรมาวะดูสภาพสิ... โอ๊ย น่าเวทนาแท้ลูกกู” ลุงชัยส่ายหน้าพลางวางมีดปังตอลงบนเขียงไม้

“ก็ไม่รู้ดิเตี่ย! ใครก็ไม่รู้ คนตัวใหญ่ ๆ สักไปทั้งตัว หน้าตาอย่างกับนักเลงตามใบสั่ง เอาขนมมาให้ผมอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวเช้าเดี๋ยวเย็นจนผมจะประสาทกินตายอยู่แล้วเนี่ย!”

ไอซ์โวยวายพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาไม่หยุด มือก็วางถุงขนมลงบนโต๊ะไม้หินอ่อนอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวขึ้นชั้นบนเพื่อไปจัดการกับความร้อนรุ่มที่ยังตกค้างอยู่ในอก โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นพ่อ

ลุงชัยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขามองตามแผ่นหลังของลูกชายที่หายลับไปบนชั้นสอง ก่อนจะเลื่อนสายตามามองถุงขนมยี่ห้อโปรดของไอซ์ที่วางอยู่ตรงหน้า ความทรงจำสีจางๆ เมื่อหลายปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ภาพของเด็กหนุ่มร่างผอมสูงที่มักจะแอบเอาขนมมาแขวนไว้ที่ลูกกรงบ้าน แววตามุ่งมั่นทว่าเจียมตัวคนนั้น...

“ไอ้ลีโอ...”ลุงชัยพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงพัดลมที่หมุนวนในร้านข้าวมันไก่ มุมปากของชายวัยกลางคนเม้มแน่น แววตาทั้งวูบไหวและเต็มไปด้วยความกังวล

“มึงเอาอีกแล้วใช่มั้ย... กลับมาวุ่นวายกับลูกกูอีกแล้วใช่มั้ย ไอ้เจ้ากรรมนายเวร!”

ดูเหมือนว่าพายุลูกใหญ่ที่ไอซ์หวั่นใจ อาจไม่ใช่แค่เรื่องการย้ายบ้านเสียแล้ว แต่มันคือถ่านไฟเก่าที่กำลังถูกจุดขึ้นมาใหม่โดยช่างสักหนุ่มที่เตี่ยแสนจะเหม็นขี้หน้าคนนั้นเอง

คืนนั้น... ภายในห้องนอนไม้ที่เงียบเชียบ ไอซ์นั่งแหงนหน้าสู้แรงลมจากพัดลมตั้งโต๊ะเครื่องเก่าที่ส่ายไปมาอย่างเนิบนาบ แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนหน้าหนังสือโปรแกรมมิ่งที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นเลื่อนไปตามบรรทัดตัวอักษรอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่ากลับไม่มีข้อมูลใดๆ ซึมซับเข้าสู่สมองเลยแม้แต่น้อย

ในหัวของเขามันเต็มไปด้วยภาพแผ่นหลังกว้างและรอยสักที่ดูดิบเถื่อนนั่น...เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมที่วางทิ้งไว้ข้างตัวขึ้นมาพิจารณา แพ็กเกจจิ้งสีสันสดใสที่เป็นรสชาติใหม่ล่าสุดดูสะดุดตา มันคือรสที่เขาเคยเปรยกับกลุ่มเพื่อนเล่นๆ ตอนนั่งเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอยากลองชิมดูสักครั้ง

“แม่ง... ได้ยินได้ไงวะ”

ไอซ์พึมพำกับความว่างเปล่า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เขาละสายตาจากถุงขนมแล้วเลื่อนไปมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายตาล่องลอยไปตามแสงดาวดวงน้อยที่กะพริบวิบวับอยู่บนฟากฟ้าไกล

ใบหน้าคมเข้มของชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มตัวคนนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในมโนภาพ ทั้งแววตาที่ดูวูบไหวหม่นเศร้าตอนที่เขาตะคอกใส่ และน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกเขาว่า ‘เด็กดื้อ’ อย่างถือวิสาสะ

“ไอ้พี่คนนั้น... เป็นใครกันแน่วะ?”

คำถามเดิมยังคงดังสะท้อนอยู่ในใจซ้ำๆ เป็นคำถามที่เขาเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องเก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ ไอซ์ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกว้าวุ่นใจที่กำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ความโกรธหรือความรำคาญอย่างที่เจ้าตัวพยายามบอกตัวเอง

แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจางๆ ของหัวใจ... ที่เริ่มไหวเอนไปตามจังหวะการรุกรานของคนแปลกหน้าหน้าคุ้นคนนั้น โดยที่เจ้าของหัวใจเองก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

    บทที่ 5 ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้มเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงานไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไปลีโอหลุดหัวเรา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

    บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในเมืองนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทอลงบนผิวถนนลาดยางหน้าร้านสะดวกซื้อเจ้าเดิม มุมเสาไฟต้นเดิมที่กลายเป็นจุดเช็กอินประจำของใครบางคนไปเสียแล้วลีโอ ในลุคที่ดูสบายตาขึ้นด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยีนส์สีซีดทรงกระบอกกับรองเท้าบู๊ตหนังคู่เก่ง เส้นผมถูกเซตมาลวกๆ แต่กลับรับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างไร้ที่ติ ในมือหนามีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุทั้งขนมและชาเขียวรสโปรดที่เขารู้ดีว่า 'เป้าหมาย' ของเขาไม่มีทางปฏิเสธลงเขารู้ดีว่าตารางเรียนวันจันทร์ของไอซ์เริ่มเช้ากว่าปกติ และจุดแวะพักเดียวของเด็กขี้เกียจตื่นมาหาของเช้ากินที่บ้านก็คือเซเว่นแห่งนี้เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็ปรากฏตัวขึ้น ไอซ์เดินสะพายเป้พาดบ่าข้างเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นหราอยู่ระยะไกล“อีกแล้วเรอะ...” ไอซ์พึมพำกับตัวเองก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนใจลีโอไม่รอช้า เขาขยับกายก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปาก ยื่นถุงขนมส่งให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 3 ตื้อเด็ก

    บทที่ 3 ตื้อเด็กเช้าวันใหม่ในนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ แสงแดดอุ่นจัดทอดผ่านร้านรวงริมทางที่เริ่มทยอยเปิดประตูรับอรุณ ทว่าท่ามกลางจังหวะการใช้ชีวิตที่เชื่องช้าของเมืองเก่า กลับมีใครบางคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือแม้แต่ฝีปากกล้าๆ ของเด็กนักศึกษาคนเดิม‘ลีโอ’ ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม... หน้าร้าน Leo Ink ของเขาเอง ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวยืนพิงวงกบประตูไม้ มือหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำที่บรรจงเลือกมาอย่างดี ส่วนอีกมือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมปลาบทอดมองไปตามแนวถนนอย่างใจเย็น ราวกับว่าการรอคอยใครบางคนคือภารกิจสำคัญที่สุดของเช้านี้ไม่นานนัก เงาร่างที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏสู่สายตา ไอซ์เดินกึ่งวิ่งมาในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านตัดกับเป้สะพายสีดำใบเก่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ราวกับตั้งโปรแกรมไว้อย่างดีว่าจะหลีกเลี่ยงการสบตากับสิ่งกีดขวางที่แสนวุ่นวายใจทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นหน้าอาณาเขตของร้านสัก ร่างสูงใหญ่ของลีโอก็ขยับกายออกมาขวางทางไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับยื่นถุงขนมใบเดิมส่งให้เหมือนที่ทำทุกวัน“ไอซ์... วันนี้มีเค้กชา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

    บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย ‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ... คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยท

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

    บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต ‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขาฟุบนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดของผงซักฟอกจางๆ ผสมผสานกับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในผ้าห่มผืนหนาชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากลุกไปไหน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเชื่องช้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมอบช่วงเวลาพักผ่อนนี้ให้กับเขา ทว่า... ความสุขชั่วขณะกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดคราดไม่ยอมหยุด แรงสั่นสะเทือนบนฟูกนอนที่ส่งผ่านมาถึงหน้าอก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วด้วยความขัดใจ ไอซ์ครางอือในลำคออย่างนึกรำคาญ พยายามมุดหน้าหนีแสงแดดและเสียงรบกวนนั้น แต่เจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีกลับยังคงแผดเสียงเรียกเข้าซ้ำๆ ราวกับจะประกาศกร้าวว่าหากเขาไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบรับ มันก็จะไม่ยอมคืนความสงบสุขให้แก่เช้าวันเสาร์นี้อย

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ” สวัสดีค้าบวันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความวุ่นวายปนความฟิน ให้ทุกคนหัวใจพองโตไปกับกลิ่นอายของร้านข้าวมันไก่และรอยสักเท่ๆ กันครับ สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัด นครปฐม ครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะครับ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่แบบ 100% อ่านเอาความฟิน ความบันเทิงกันนะจ๊ะ! นายเอก ไอซ์ อายุ 20 ปี นิสัยของนายเอก เด็กหนุ่มวิศวะคอมฯ สุดแสบ ปากจัดแต่ใจดี แถมดุเหมือนหมาตัวน้อยๆ ด้วยเป็นคนรักอิสระแต่ต้องจำใจกลับมาช่วยงานที่ร้านข้าวมันไก่เพราะคำสั่งของเตี่ย เห็นดื้อๆ แบบนี้ แต่ถ้าโดนตื๊อมากๆ เข้า หัวใจก็เริ่มจะแกว่งเหมือนกันครับ พระเอก ลีโอ อายุ 32 ปี นิสัยของพระเอก ช่างสักหนุ่มมาดโหดแต่โหมดมุ้งมิ้ง รักเดียวใจเดียวและอดทนเก่งที่หนึ่ง! เห็นรอยสักเต็มตัวดูนิ่งขรึมแบบนี้ แต่พอกับน้องไอซ์แล้ว พี่แกพร้อมจะกลายเป็น 'หมาแก่สายเปย์' ที่คอยส่งขนมส่งชาเขียวให้เด็กดื้อท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status