LOGINไม่ได้สนใจเพราะไม่รู้จัก ไม่ได้คิดจะรักเพราะไม่อยากมีพันธะ แต่....นั่นมันอดีตไปแล้ว เพราะนายกับลูกเปลี่ยนทุกอย่างที่เคยเป็นฉัน
View More“ฮึก..ก….” เสียงสะอื้นจากคนตัวเล็กยังคงดังขึ้นไม่หยุดหลังจากที่ผ่านช่วงเวลานาทีชีวิตไปอีกครั้ง อันดายืนมองลูกที่นอนหลับสนิทอยู่ในตู้อบ ระยะเวลาจากหลังคลอดมาจนถึงตอนนี้ก็สองทิตย์เข้าไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่มาหาลูกแล้วเห็นตำแหน่งเข็มน้ำเกลือที่เปลี่ยนทุกวันก็อดสงสารไม่ได้ ด.ช.ชนกันต์ อิทธิรารักษ์ ชื่อที่อยู่บนหน้าตู้อบมีความหมายว่าผู้ซึ่งเป็นที่รักของผู้คน อันดามองแล้วได้แค่เพียงกระพริบตาถี่ยกขึ้นปากน้ำตาลวก ๆ ขณะที่เจษฎาก็คอยยืนปลอบอยู่ข้าง ๆ เขาทำทุกอย่างแล้วเพื่อเด็กคนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ “ไม่เป็นไรนะคนดี ลูกเราจะปลอดภัย” “คุณพยาบาลบอกว่าถ้าลูกแข็งแรงก็พาออกมาอุ้มป้อนนมเองได้แล้ว ผมอยากอุ้มเขา” แต่เพราะอาการของลูกน้อยยังไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ อันดาจึงทำได้เพียงสอดมือเข้าไปสัมผัสตัวของลูกน้อยเท่านั้น “นายยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า” “ไม่แล้วครับ แต่ผมสงสารลูก” น้ำเสียงที่อ่อนโยนจากคนรักทำให้อันดารู้สึกอุ่นใจไม่น้อย แผลผ่าตัดตอนนี้ดีขึ้นตามลำดับ อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องของตัวเองอีกแล้ว เหลือก็เพ
“คุณหมอสวัสดีครับ” “หมออะไรกัน เรียกอาเถอะลูก” สารสินอมยิ้มน้อย ๆ โบกไม้โบกมือเป็นเชิงห้ามเมื่อเห็นว่าอันดาพยายามจะลุกขึ้นมาทักทายเขา “อะไรกันครับคุณอา ไม่ทันไรจะมาชิงตัดหน้ารับอันดาเป็นลูกเป็นหลานก่อนได้ยังไงกันครับ เดี๋ยวคุณแม่ก็น้อยใจกันพอดี” บุษบงกำลังจะอ้าปากต่อว่าลูกชายตัวดีที่พักนี้ทำตัวอย่างกับคนเกษียณแล้วอยู่ติดบ้าน แต่พอเห็นหน้าอันดาทีไรเป็นได้ต้องเก็บคำพูดกลืนลงคอเสียทุกครั้งไป “ผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยม พี่บุษย์สบายดีนะครับ” “สบายดี ถ้าไม่มีเรื่องอะไรให้ปวดหัวน่ะนะ” เจ้าของบ้านพูดพร้อมกับปรายตามองลูกชายตัวเองเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นสารสินจินตนาการไม่ออกเลยว่าปัญหาของครอบครัวนี้จะจบลงยังไง แต่ดูแล้วหลังจากนี้คงจะไม่เป็นปัญหา “ว่าแต่อันดาเป็นยังไงบ้าง เตรียมตัวรึยัง มะรืนนี้แล้วใช่มั้ย” “เห็นบ่นว่าอึดอัดท้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว เธอมาก็ดีเหมือนกันสิน จะได้ช่วยดูอาการเขาให้หน่อย ถ้าหมอผ่าคลอดเป็นเธอก็ดีสิ ฉันจะได้หายเครียดขึ้นมาบ้าง” “อย่าห่วงเลยพี่บุษย์ หมอพีรพลเจ้าของเคสอันดาเป็นรุ่นน้องผมเอง เชื่อมือเขาได้” “เฮ้อ ฉันก็ยังไม่วา
อายุครรภ์ของอันดาใกล้ถึงกำหนดคลอดเข้ามาทุกที แต่ในแต่ละวันของเด็กหนุ่มไม่ได้ราบเรียบเสมอไป บางวันดีก็ดีบางวันก็ย่ำแย่ โดยเฉพาะเรื่องภูมิแพ้ที่มักจะเกิดผื่นขึ้นตามตัวของเจ้าตัวอยู่บ่อยครั้ง “คราวนี้แพ้อะไรอีก ทำไมวันนี้มีรอยแดงที่แขนเต็มไปหมด” เจษฎาเลิกแขนเสื้อคนตัวเล็กขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับจับมือพลิกดูทั้งสองด้านอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไม่รู้สิครับ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนะ” เจ้าตัวพยายามนึกหาสาเหตุว่าไปทำอะไรมาบ้างระหว่างนั้น แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก “เมื่อวานตอนที่ฉันไม่อยู่ นายทำอะไรบ้าง” “ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ ก็แค่ยืนรดน้ำผักนิดหน่อย อืม..แล้วก็ใส่ปุ๋ยด้วย” “ปุ๋ยงั้นเหรอ นายได้ใส่ถุงมือรึเปล่า” เด็กหนุ่มพยักหน้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขนาดป้องกันทุกอย่างเขาก็ยังจะแพ้ได้อีก ขนาดเป็นเพียงน้ำปุ๋ยที่ฉีดพรมเบา ๆ ไม่ได้สัมผัสด้วยมือโดยตรง แต่รอยแดงกลับลามเป็นปื้นทั่วทั้งแขน “พอเลยนะ ไม่ต้องไปยุ่งกับผักพวกนั้นอีกแล้ว มันโตจนผลิใบขนาดนั้นไม่ตายง่าย ๆหรอก” “แต่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ก็น่าจะเก็บได้แล้วนะครับ ถ้ามันตายก่อนก็คงเสียดายแย่” “ยังจะมาเสียดายอีก ช่ว
สองวันถัดมางานแถลงข่าวของนางบุษบง อิทธิรารักษ์ถูกจัดขึ้นที่บ้านโดยสำนักข่าวที่สามารถเข้าทำข่าวได้จะต้องมีบัตรเชิญเท่านั้น ในขณะที่เจษฎาพาอันดาออกไปเที่ยวชมธรรมชาติข้างนอก ปล่อยทุกอย่างให้นิลนีจัดการ หญิงสูงวัยปรึกษาทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ทนายส่วนตัว รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการรักษาอันดามาตลอดและได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่าการเปิดเผยเรื่องของการตั้งครรภ์ของอันดาเป็นผลเสียมากกว่าผลดี และเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายเกินควบคุม บุษบงจึงตัดสินใจแถลงคนเดียว แม้แต่ลูกชายและลูกสาวก็ไม่ให้ยุ่ง ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความสวยสง่าในแบบฉบับผู้ดีของบุษบงกลับไม่เคยลดลงเลย เมื่อถึงเวลาแถลง หญิงสูงวัยนั่งหลังตรงประสานมือวางไว้บนตัก ฉีกยิ้มเล็กน้อยให้กับกล้องทุกตัวที่จับจ้องมาที่ตน ทำให้นักข่าวที่มาร่วมงานต่างก็พยายามวางตัวให้สมเกียรติกับที่ได้รับเชิญ “มีรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลมาจอดรอด้วย แสดงว่ามีคุณหมอมาร่วมแถลงด้วยรึเปล่านะ” นักข่าวสองคนหันไปคุยกันเตรียมพร้อมสำหรับการทำข่าวในครั้งนี้ บุษบงเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อข่าวทั้งหลายโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทพูดหร
เช้านี้อันดาตื่นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เมื่อคืนเขาผล็อยหลับไปไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหน รู้แต่ว่าเจษฎาเป็นคนส่งเขาเข้านอน แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว การได้หลับเต็มอิ่มทำให้อันดาไม่หลงเหลือความอ่อนล้าใด ๆ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ห้องก็ไม่เห็นความผิดปกติ ชัดเจนว่าเจษฎาก็แค่หยอกล้อเขาเล่นแค่นั
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่นี่คือที่นอนของนาย” อันดากวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องหรูบนตึกชั้นที่ 42 แค่วิวด้านนอกหน้าต่างที่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากปุยเมฆสีขาวก็ทำให้เด็กหนุ่มขาสั่นแล้ว เขาไม่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อยู่สูงขนาดนี้มาก่อนและไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วย เจษฎายกห้องนอนให้อันดาหนึ่งห้อง
อันดาอยู่ที่คอนโดคนเดียวตลอดช่วงบ่าย หลังจากที่เห็นเจษฎาคุยโทรศัพท์จบในตอนนั้น อีกฝ่ายก็หันมากำชับอะไรกับเขานิดหน่อยแล้วก็ผลุนผลันออกไปเลย “ฉันมีธุระด่วนที่ต้องไปจัดการ นายอยู่ได้ใช่มั้ย” “ครับ” “ในครัวมีทุกอย่างที่นายต้องการ ถ้าหิวก็จัดการเองได้เลย” แม้เรื่องของกินจะเป็นเรื่อง
“นิล แกคิดว่าน้องจะรู้มั้ย ว่าแม่แอบให้คนไปตามดูเด็กคนนั้นน่ะ” “ไม่รู้สิคะ เจษฎ์เป็นเด็กฉลาดมาแต่ไหนแต่ไร น้องอาจจะรู้หรือไม่รู้ขึ้นอยู่กับว่าคนที่แม่ให้ไปตามดูเขาทำงานได้ดีรึเปล่า” บุษบงถอนหายใจเมื่อเริ่มคิดได้ว่าตัวเองอาจจะทำสิ่งที่ไม่ควรทำ เธอปรึกษาลูกสาวคนโตแล้ว แม้นิลนีจะไม่เห็นด้ว





