Masukไม่ได้สนใจเพราะไม่รู้จัก ไม่ได้คิดจะรักเพราะไม่อยากมีพันธะ แต่....นั่นมันอดีตไปแล้ว เพราะนายกับลูกเปลี่ยนทุกอย่างที่เคยเป็นฉัน
Lihat lebih banyak“คุณเจษฎ์ครับ เรื่องที่ให้ตามสืบ….” เจษฎาวางแก้วกาแฟที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะทันทีที่ได้ยินคำพูดจากนักสืบที่เขาวานจ้าง ใบหน้าคมเรียบเฉยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม นี่เป็นช่วงเวลาที่เขานิ่งนอนใจไม่ได้เลยนับตั้งแต่รู้ข่าว
คิ้วของชายหนุ่มวัย 30 ขมวดเข้าหากันจนเห็นรอยบุ๋มจาง ๆ บนหน้าผาก แต่ริ้วรอยนั้นก็ไม่ได้กลบความลงตัวของสัดส่วนทุกอย่างบนใบหน้าของเขาได้เลย เจษฎาทอดสายตามองไปเบื้องหน้า สบตากับแขกของเขาด้วยความคาดหวังอะไรบางอย่าง
“ได้ข้อมูลอะไรบ้างครับ คุณยศกร” เจ้าของน้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามเจตนาชัดเจนว่าต้องการรู้ทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ตอนนี้แทบจะไม่มีเวลาเหลือแล้ว แต่อย่างน้อยถ้าหากรู้ในสิ่งที่ต้องการก็อาจจะหยุดอะไรที่มันไม่ควรได้ ไม่อย่างนั้นการปล่อยเลยตามเลยอาจจะกลายเป็นหายนะต่อชีวิตของเขาในภายหลังก็ได้
“น้ำเชื้อนั่น…ตอนนี้มัน…” นักสืบวัยกลางคนเงียบลงไปชั่วอึดใจ เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดให้คนฟังเข้าใจง่ายที่สุด เพราะเรื่องนี้มันออกจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย แต่เนื่องจากหน้าที่ของเขาก็คือตามสืบจึงไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินผลลัพธ์ที่ได้ “มันกลายเป็นตัวอ่อนเรียบร้อยแล้วครับ”
“...!” หัวคิ้วของเจษฎาขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก “เป็นตัวอ่อนเหรอครับ ยังไง?”
“คือ คุณอาจจะว่าผมบ้าก็ได้ แต่ผมคิดว่าผมได้ข้อมูลมาไม่ผิด น้ำเชื้อของคุณตอนนี้กลายเป็นตัวอ่อนฝังอยู่ในครรภ์ของคน ๆ หนึ่งเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าคนที่ตั้งครรภ์เป็นเพศชาย”
แค่เรื่องที่จู่ ๆ เขาก็มีลูกก็น่าตกใจมากพอแล้ว แต่เรื่องคนอุ้มท้องที่ไม่ใช่ผู้หญิงกลับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดจนเจษฎาไปต่อไม่ถูก
ยศกรเป็นนักสืบชื่อดังที่คนใหญ่คนโตผู้มีหน้ามีตาทางสังคมให้ความเชื่อใจค่อนข้างสูง ผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ว่าจ้าง คนรอบข้างที่เจษฎารู้จักต่างก็แนะนำให้เลือกเขาทั้งนั้น การที่จู่ ๆ อีกฝ่ายจะมาพูดจาพล่อย ๆ เพื่อหักหน้าหรือลบล้างผลงานที่ผ่านมาของตัวเองย่อมเป็นไปได้ยาก แต่จะให้เจษฎาเชื่อก็ดูจะเป็นไปได้ยากเช่นกัน ในโลกนี้ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่มีมดลูกแล้ว มีผู้ชายที่ท้องได้อยู่จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ เท่าที่เขารู้ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นทรานส์แมน*กันทั้งนั้น
“ที่จริงผมก็ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ แต่ผมก็ไปตามสืบประวัติของเด็กคนนั้นมา เขา….”
“เด็กงั้นเหรอครับ!” นึกว่าจะไม่มีอะไรให้ประหลาดใจอีกแล้ว แต่ยิ่งฟังยิ่งน่าปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก นอกจากจะมีผู้ชายตั้งท้องแล้วยังเป็นเด็กอีกอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง เขารับเรื่องนี้ไม่ได้หรอก เพราะหากว่ากันตามตรงขาของเขาก้าวเข้าไปในคุกแล้วข้างนึงด้วยซ้ำทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เจษฎาพยายามตั้งสติ เตือนตัวเองให้ใจเย็นเข้าไว้ มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้
“เรื่องมันอาจจะซับซ้อนไปหน่อย แต่ผมก็อยากจะเล่าทุกอย่างให้เคลียร์และชัดเจนที่สุดตามหลักฐานที่ผมหามาได้ ผมอยากให้คุณคิดเสียว่าเป็นนิทานเรื่องหนึ่ง ส่วนคุณจะตัดสินใจอย่างไรต่อนั้นก็สุดแท้แต่คุณครับ”
“ครับ”
“คืออย่างนี้ครับ เด็กคนนั้นที่ผมหมายถึงที่จริงเขาอายุ 18 แล้วล่ะครับ เขาเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ที่มา อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมตั้งแต่ยังเล็กแล้วก็ถูกซื้อตัวมาขายอีกทอดเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ผู้ชายท้องได้จะถูกเรียกว่าโอเมก้าบอย จากการสันนิษฐานน่าจะมีอยู่ไม่ถึง 5 % ทั่วโลก เพียงแต่คนทั่วไปไม่รู้ ผมก็ไม่รู้นะครับว่าพวกเขาไปพบความพิเศษของเด็กคนนี้ได้ยังไง รู้แต่ว่าเขาถูกขายมาในราคาที่ถูกมากเพื่อกำหนดให้เป็นคนอุ้มท้องให้ลูกของคุณ” ยศกรพูดพลางหยิบรูปใบหนึ่งออกจากซองเอกสารมาวางตรงหน้าของเจษฎา มองปราดเดียวก็เข้าใจว่าคนในรูปที่ยืนทื่อ ๆ สีหน้าเรียบเฉยนั่นคือเด็กที่ยศกรพูดถึง
“เด็กคนนี้ชื่ออันดาครับ”
“อันดา” คนฟังพูดชื่อนั้นซ้ำราวกับต้องการจะจำมันให้ขึ้นใจ “นี่มันบ้ามาก ฟังดูไม่ต่างอะไรจากการค้ามนุษย์เลยนะครับ”
“ตอนที่ผมรู้ผมก็พูดไม่ออกเหมือนกันครับ แต่ผมรับประกันได้ว่าข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดที่ผมได้มาไม่ใช่สิ่งที่ทำขึ้นมาเอง ผมพอจะมีคนรู้จักที่ไว้ใจได้ที่ยอมให้ข้อมูลมาบางส่วนแต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงมาก”
“แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนครับ”
“เด็กคนนั้นอยู่ถูกกักตัวเอาไว้ที่ไหนสักที่ในบ้านของนายบัณฑิต เหมศร คนที่คุณเจษฎ์สงสัยนั่นแหละครับ”
แล้วนามที่ถูกเอ่ยตอนหลังนั่นก็ทำให้เจษฎาหน้ายุ่งยิ่งกว่าเดิม บัณฑิตก็คือเพื่อนสนิทของปรเมศน์พ่อบังเกิดเกล้าของเขา หลังจากที่ปรเมศน์เสียชีวิต บัณทิตก็ทำประกาศสงครามย่อม ๆ โดยการมุ่งหมายจะทำลายครอบครัวอิทธิรารักษ์ ที่ผ่านมาเจษฎาเข้าใจว่าพ่อของเขากับคุณอาบัณฑิตคือเพื่อนรักมาตลอด แต่ทำไมเรื่องถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ไปได้
“ผมเข้าใจในความยุ่งยากใจของคุณนะครับคุณเจษฎ์ แต่เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนมากจริง ๆ สิ่งที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรหลังจากนี้ ผมขอให้คุณไตร่ตรองคิดให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี”
ปรเมศน์เสียไปได้สองเดือนแล้ว พินัยกรรมถูกเปิดแล้ว ที่จริงไม่มีอะไรต้องจัดการอีกแล้วด้วยซ้ำเพราะปรเมศน์ไม่ได้ยกสมบัติเลยสักชิ้นให้กับเจษฎาเพราะรู้ว่าลูกชายไม่ได้รักชอบผู้หญิงและเจษฎาเองก็เต็มใจที่จะไม่รับมันเพราะรู้ตัวว่าไม่คู่ควร
แต่เจษฎาก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว นับตั้งแต่เขาเดินออกจากบ้านหลังนั้นเมื่อตอนอายุแค่เพียง 19 ปี ชายหนุ่มสู้ชีวิตยิบตาส่งตัวเองเรียนจนกระทั่งตั้งตัวได้จากการหาประสบการณ์จากการทำงานและออกมาเปิดบริษัทชิปปิ้งเป็นของตัวเอง เขามีความสุขกับชีวิตของตัวเองดี แม้สุดท้ายเขาจะไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อตัวเองก็ตาม
แต่เรื่องที่คุยกับยศกรนี้จะเรียกว่ามันเป็นอาชญากรรมก็ย่อมได้ เพราะน้ำเชื้อของเจษฎาถูกขโมยจากธนาคารอสุจิที่ควรจะเป็นที่ ๆ ปลอดภัยสำหรับผู้ฝากน้ำเชื้อทุกคน แล้วน้ำเชื้อเหล่านั้นยังถูกเอาไปฝังในท้องของโอเมก้าบอยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปไม่ต่างอะไรจากการลักลอบค้ามนุษย์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่กล้าเพิกเฉยนั่นเพราะว่าพินัยกรรมของปรเมศน์นั้นมีข้อหนึ่งที่เขียนไว้ หากว่าลูกของเขาไม่ว่าใครคนไหนสามารถสืบทายาทให้กับวงศ์ตระกูลได้ มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นทายาทตัวจริงและเด็กที่เกิดมาอยู่รอดภายใน 1 ปีนับจากเปิดพินัยกรรม ทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งจะถูกโยกย้ายไปให้ลูกคนนั้นแทนที่จะถูกยกให้กับมูลนิธิ
แน่นอนว่าปรเมศน์คงไม่ได้คาดหวังอะไรกับลูกสาวอยู่แล้วเพราะรู้ดีว่าลูกคนโตเป็นหมัน เขาหวังกับลูกชายคนเล็กต่างหาก
เจษฎาแค่นหัวเราะให้กับแผนการของพ่อ เขาจะไม่คิดใส่ใจมันเลยถ้าไม่ใช่มีคนตั้งตนเป็นศัตรูกับครอบครัวของเขาและเลือกวิธีการที่มันพิลึกพิลั่นแบบนี้ แล้วเจษฎาจะปล่อยให้มันไปตกอยู่ในมือของคนที่คิดทำลายครอบครัวของเขาได้อย่างไร ถ้าทำแบบนั้นก็นับว่าเขาใจร้ายเกินไปแล้ว
หลังจากที่ยศกรกลับไป เจษฎาก็โทรหาใครคนหนึ่งทันที
“พี่นิลเหรอครับ ผมมีเรื่องสำคัญอย่างจะคุยกับคุณแม่ ท่านพอจะมีเวลาว่างให้ผมสักหน่อยรึเปล่าครับ…….ครับ ตอนบ่ายโมงผมจะเข้าไปครับ”
โชคดีที่เจษฎายังมีความสัมพันธ์อันดีกับพี่สาวอยู่บ้างแม้จะเปราะบางอยู่มากก็ตามที อย่างไรเสียถ้าตัดเรื่องรสนิยมทางเพศที่พ่อแม่เขาจงเกลียดจงชังออก เจษฎาก็ยังเป็นน้องชายสุดภาคภูมิใจของนิลณีอยู่ดี นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแม่ของเขาถึงยังยอมคุยดีด้วยอยู่เพราะมีพี่สาวคอยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้นั่นเอง
ระหว่างนั้นเจษฎาก็พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอเมก้าบอย เขาพิมพ์ทุกอย่างที่อยากรู้ลงบนช่องการค้นหา แล้วก็พบว่ามีการพูดถึงเรื่องโอเมก้าไม่น้อยเลย แม้แต่เวบไซต์ต่างประเทศก็มีการแสดงทัศนะเรื่องนี้อยู่บ้างประปราย ความเห็นก็มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ ส่วนใหญ่ไม่เชื่อและตีเรื่องนี้ตกไปอยู่ในหมวดนิยายอยู่เสียทุกครั้งไป
สิ่งที่รับรู้ทำให้เจษฎาสับสน หากจะบอกว่านักสืบยศกรกุเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินค่าจ้างจากเขามันคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะยศกรจะไม่ขอรับเงินค่าจ้างเรื่องนี้เลยสักบาทหากเจษฎาพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่ความจริง แล้วการจะเอาชื่อเสียงทั้งชีวิตมาทิ้งเพียงเพราะกุเรื่องผู้ชายท้องได้มันก็ดูจะไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ข้อมูลขี้ปะติ๋วที่ได้ทำเอาใบหน้าคมส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักหน่วง เจษฎาประสานมือวางบนตักตัวเอง วนนิ้วโป้งคลึงกันเล่นไปมาราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เขาไม่ได้คิดอะไรหัวแทบแตกแบบนี้มานานแล้ว เรื่องที่เขาจู่ ๆ ก็ดันมีลูกเป็นตัวเป็นตนยังไม่น่าสนใจเท่ากับว่าพ่อของเขามีเรื่องบาดหมางใจอะไรกับเพื่อนตัวเอง ถึงได้ต้องทำกันขนาดนี้
ชายหนุ่มมีลางสังหรณ์ว่าหากปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ รับรองได้ว่าชีวิตของเขาและครอบครัวไม่มีทางสงบสุขได้อีกต่อไป
*ทรานส์แมน ชายข้ามเพศ คนที่แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย
“ฮึก..ก….” เสียงสะอื้นจากคนตัวเล็กยังคงดังขึ้นไม่หยุดหลังจากที่ผ่านช่วงเวลานาทีชีวิตไปอีกครั้ง อันดายืนมองลูกที่นอนหลับสนิทอยู่ในตู้อบ ระยะเวลาจากหลังคลอดมาจนถึงตอนนี้ก็สองทิตย์เข้าไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่มาหาลูกแล้วเห็นตำแหน่งเข็มน้ำเกลือที่เปลี่ยนทุกวันก็อดสงสารไม่ได้ ด.ช.ชนกันต์ อิทธิรารักษ์ ชื่อที่อยู่บนหน้าตู้อบมีความหมายว่าผู้ซึ่งเป็นที่รักของผู้คน อันดามองแล้วได้แค่เพียงกระพริบตาถี่ยกขึ้นปากน้ำตาลวก ๆ ขณะที่เจษฎาก็คอยยืนปลอบอยู่ข้าง ๆ เขาทำทุกอย่างแล้วเพื่อเด็กคนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ “ไม่เป็นไรนะคนดี ลูกเราจะปลอดภัย” “คุณพยาบาลบอกว่าถ้าลูกแข็งแรงก็พาออกมาอุ้มป้อนนมเองได้แล้ว ผมอยากอุ้มเขา” แต่เพราะอาการของลูกน้อยยังไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ อันดาจึงทำได้เพียงสอดมือเข้าไปสัมผัสตัวของลูกน้อยเท่านั้น “นายยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า” “ไม่แล้วครับ แต่ผมสงสารลูก” น้ำเสียงที่อ่อนโยนจากคนรักทำให้อันดารู้สึกอุ่นใจไม่น้อย แผลผ่าตัดตอนนี้ดีขึ้นตามลำดับ อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องของตัวเองอีกแล้ว เหลือก็เพ
“คุณหมอสวัสดีครับ” “หมออะไรกัน เรียกอาเถอะลูก” สารสินอมยิ้มน้อย ๆ โบกไม้โบกมือเป็นเชิงห้ามเมื่อเห็นว่าอันดาพยายามจะลุกขึ้นมาทักทายเขา “อะไรกันครับคุณอา ไม่ทันไรจะมาชิงตัดหน้ารับอันดาเป็นลูกเป็นหลานก่อนได้ยังไงกันครับ เดี๋ยวคุณแม่ก็น้อยใจกันพอดี” บุษบงกำลังจะอ้าปากต่อว่าลูกชายตัวดีที่พักนี้ทำตัวอย่างกับคนเกษียณแล้วอยู่ติดบ้าน แต่พอเห็นหน้าอันดาทีไรเป็นได้ต้องเก็บคำพูดกลืนลงคอเสียทุกครั้งไป “ผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยม พี่บุษย์สบายดีนะครับ” “สบายดี ถ้าไม่มีเรื่องอะไรให้ปวดหัวน่ะนะ” เจ้าของบ้านพูดพร้อมกับปรายตามองลูกชายตัวเองเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นสารสินจินตนาการไม่ออกเลยว่าปัญหาของครอบครัวนี้จะจบลงยังไง แต่ดูแล้วหลังจากนี้คงจะไม่เป็นปัญหา “ว่าแต่อันดาเป็นยังไงบ้าง เตรียมตัวรึยัง มะรืนนี้แล้วใช่มั้ย” “เห็นบ่นว่าอึดอัดท้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว เธอมาก็ดีเหมือนกันสิน จะได้ช่วยดูอาการเขาให้หน่อย ถ้าหมอผ่าคลอดเป็นเธอก็ดีสิ ฉันจะได้หายเครียดขึ้นมาบ้าง” “อย่าห่วงเลยพี่บุษย์ หมอพีรพลเจ้าของเคสอันดาเป็นรุ่นน้องผมเอง เชื่อมือเขาได้” “เฮ้อ ฉันก็ยังไม่วา
อายุครรภ์ของอันดาใกล้ถึงกำหนดคลอดเข้ามาทุกที แต่ในแต่ละวันของเด็กหนุ่มไม่ได้ราบเรียบเสมอไป บางวันดีก็ดีบางวันก็ย่ำแย่ โดยเฉพาะเรื่องภูมิแพ้ที่มักจะเกิดผื่นขึ้นตามตัวของเจ้าตัวอยู่บ่อยครั้ง “คราวนี้แพ้อะไรอีก ทำไมวันนี้มีรอยแดงที่แขนเต็มไปหมด” เจษฎาเลิกแขนเสื้อคนตัวเล็กขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับจับมือพลิกดูทั้งสองด้านอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไม่รู้สิครับ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนะ” เจ้าตัวพยายามนึกหาสาเหตุว่าไปทำอะไรมาบ้างระหว่างนั้น แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก “เมื่อวานตอนที่ฉันไม่อยู่ นายทำอะไรบ้าง” “ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ ก็แค่ยืนรดน้ำผักนิดหน่อย อืม..แล้วก็ใส่ปุ๋ยด้วย” “ปุ๋ยงั้นเหรอ นายได้ใส่ถุงมือรึเปล่า” เด็กหนุ่มพยักหน้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขนาดป้องกันทุกอย่างเขาก็ยังจะแพ้ได้อีก ขนาดเป็นเพียงน้ำปุ๋ยที่ฉีดพรมเบา ๆ ไม่ได้สัมผัสด้วยมือโดยตรง แต่รอยแดงกลับลามเป็นปื้นทั่วทั้งแขน “พอเลยนะ ไม่ต้องไปยุ่งกับผักพวกนั้นอีกแล้ว มันโตจนผลิใบขนาดนั้นไม่ตายง่าย ๆหรอก” “แต่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ก็น่าจะเก็บได้แล้วนะครับ ถ้ามันตายก่อนก็คงเสียดายแย่” “ยังจะมาเสียดายอีก ช่ว
สองวันถัดมางานแถลงข่าวของนางบุษบง อิทธิรารักษ์ถูกจัดขึ้นที่บ้านโดยสำนักข่าวที่สามารถเข้าทำข่าวได้จะต้องมีบัตรเชิญเท่านั้น ในขณะที่เจษฎาพาอันดาออกไปเที่ยวชมธรรมชาติข้างนอก ปล่อยทุกอย่างให้นิลนีจัดการ หญิงสูงวัยปรึกษาทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ทนายส่วนตัว รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการรักษาอันดามาตลอดและได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่าการเปิดเผยเรื่องของการตั้งครรภ์ของอันดาเป็นผลเสียมากกว่าผลดี และเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายเกินควบคุม บุษบงจึงตัดสินใจแถลงคนเดียว แม้แต่ลูกชายและลูกสาวก็ไม่ให้ยุ่ง ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความสวยสง่าในแบบฉบับผู้ดีของบุษบงกลับไม่เคยลดลงเลย เมื่อถึงเวลาแถลง หญิงสูงวัยนั่งหลังตรงประสานมือวางไว้บนตัก ฉีกยิ้มเล็กน้อยให้กับกล้องทุกตัวที่จับจ้องมาที่ตน ทำให้นักข่าวที่มาร่วมงานต่างก็พยายามวางตัวให้สมเกียรติกับที่ได้รับเชิญ “มีรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลมาจอดรอด้วย แสดงว่ามีคุณหมอมาร่วมแถลงด้วยรึเปล่านะ” นักข่าวสองคนหันไปคุยกันเตรียมพร้อมสำหรับการทำข่าวในครั้งนี้ บุษบงเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อข่าวทั้งหลายโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทพูดหร

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)