Share

ใจสั่นบนรถไฟ
ใจสั่นบนรถไฟ
Penulis: ดวงดาว

บทที่ 1

Penulis: ดวงดาว
บริเวณโดยรอบของรถไฟตู้นอนมีแรงงานรุ่นลุงอยู่เป็นจำนวนเยอะมาก กลิ่นความเป็นชายของพวกเขารุนแรงจนทำให้ฉันเกิดความรู้สึกเงี่ยนง่านและจินตนาการภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างอดไม่ได้

ฉันรู้สึกว่ากางเกงในของฉันกำลังเปียกแฉะ

ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาภายในสมองอย่างต่อเนื่อง ฉันรู้ว่าฉันมีเวลาไม่มาก

หากฉันไม่รีบจัดการอาการคันในตอนนี้ ฉันอาจจะต้องขายหน้าประชาชีแน่นอน

ฉันมีชื่อว่า สวี่ตัวสุ่ย (ตัวสุ่ย หมายถึง น้ำเยอะ) ร่างกายของฉันก็อ่อนไหวเหมือนกับชื่อ

ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ฉันเริ่มมีอาการเสพติดอะไรบางอย่างที่ไม่ควรพูดออกไป ซึ่งมันทำให้ฉันเคยชินกับการช่วยตัวเอง

ฉันอายเรื่องที่ฉันเสพติดเซ็กส์มากจนไม่กล้าแม้แต่จะมีแฟน แต่นั่นยิ่งทำให้ร่างกายของฉันผิดปกติมากยิ่งขึ้น อาการเสพติดเซ็กส์ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน

เมื่อวานนี้พ่อบุญธรรมของฉันโทรมาบอกว่า ที่บ้านมีเรื่องจึงอยากให้ฉันกลับบ้าน อีกทั้งเขายังจองตั๋วรถไฟให้ฉันอย่างใส่ใจด้วย

ตอนที่ฉันขึ้นรถไฟมา ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าภายในตู้นอนจะมีแรงงานรุ่นลุงอยู่เป็นจำนวนมาก

กลิ่นความเป็นชายของแรงงานวัยลุงเหล่านั้นเข้มข้นมาก พวกเขารวมตัวกันเล่นไพ่และสูบบุหรี่กันไม่ไกลจากตู้นอนของฉัน

และตู้นอนนี้น่าจะร้อน พวกเขาที่กำลังสนุกสนานเต็มที่ก็ต่างถอดเสื้อนอกออก

ผิวคล้ำ ร่างกายกำยำ ยากมากที่ฉันจะเมินเฉยต่อพวกเขา

ฉันได้กลิ่นบุรุษเพศนั้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อมองดูร่างกายกำยำของเขา ฉันก็แทบทนไม่ไหว ความรู้สึกเงี่ยนง่านปะทุขึ้น

ในตอนแรกก็ยังไม่มากเท่าไร แต่ขณะที่รถไฟสั่นสะเทือน ความร้อนภายในร่างกายก็เดือดขึ้น จนฉันต้องหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างอดไม่ได้…

ก่อนเหลือบสายตามองไปทางกระเป๋าเดินทางที่อยู่ด้านข้าง

ซึ่งมันวางอยู่กับถุงกระสอบของคนงานรุ่นลุงเหล่านั้น และวางกองอยู่ที่มุมข้าง

ภายในกระเป๋าเดินทางนี้ของเล่นอันใหญ่ที่ฉันมักจะเอามาใช้ตอนช่วยตัวเอง แต่ฉันก็ไม่กล้าหยิบออกมาจากกระเป๋าต่อหน้าคนงานเหล่านั้น

แต่การที่จะนำกระเป๋าเดินทางทั้งใบเพื่อไปช่วยตัวเองที่ห้องน้ำก็ยิ่งไม่สะดวก

ในตอนที่ฉันคิดจะไปห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง แต่ก็พบว่าในห้องน้ำมีคนอยู่ และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนห้องน้ำถึงจะว่าง

“น้องครับ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า? ในกระเป๋าเดินทางใบนั้นมีของกินอยู่เหรอ ให้ลุงช่วยหยิบออกมาไหม?”

ตอนนั้นเองคุณลุงตัวสูงหนึ่งไม่ได้ติดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีเทาที่อยู่ด้านในก็สังเกตเห็นฉัน

ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม แค่มองก็รู้แล้วว่าแข็งแรงมาก

ในขณะที่เขาพูด เขาก็กวาดสายตามองฉันขึ้นลงอย่างสำรวจ

ฉันที่ถูกมองก็หน้าแดงขึ้นอย่างอดไม่ได้

ฉันรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หากเขาเปิดกระเป๋าเดินทางของฉันแล้วได้เห็นของที่อยู่ด้านในมันคงไม่ดีแน่

“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง ขอบคุณนะคะ หนูเพิ่งนึกได้ว่ามีเครื่องสำอางอยู่ในกระเป๋าเดินทาง แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้ค่ะ”

สายตาของชายวัยกลางคนผู้นั้นมีเล่ห์นัย เขาตอบรับเสียงเบา

“โอเค ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกลุงได้เลย ลุงชื่อจ้าวต้าไห่ หรือจะเรียกว่าลุงจ้าวก็ได้”

คำพูดมีนัยยะ

เมื่อพูดจบเขาก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวฉัน ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาโดยไม่รู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่

ฉันตกใจมาก เขาจะต้องจับตามองฉันอยู่ตลอดเวลาแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สังเกตเห็นสายตาที่ฉันมองไปทางกระเป๋าเดินทางหรอก

เมื่อความรู้สึกเงี่ยนง่านปะทุขึ้นมามันทรมานจริง ๆ ฉันรู้สึกคันมากจนแทบทนรับไม่ไหว

ฉันเหลือบสายตามองชายวัยกลางคนด้านข้างอย่างเขินอาย แต่ก็กลัวว่าเขาจะแอบมองฉันอยู่ ดังนั้นฉันจึงไม่กล้าขยับตัวมาก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 9

    มือขนาดใหญ่หลายคู่กำลังลูบไล้ทั่วร่างกายของฉันอย่างตามใจฉันรู้ว่าฉันควรปฏิเสธ แต่เสียงภายในร่างกายกับบอกว่า ให้ฉันปล่อยเลยตามเลย เดิมทีฉันไม่สามารถควบคุมความเงี่ยนที่สมควรตายนี้ได้ผู้ชายเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าบนรถไฟเสียอีก หากถูกพวกเขา…ฉันคงจะต้องแหกแน่นอน “ฉันขอก่อน ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว”“นายมีสิทธิ์อะไรมาขอก่อน นายลูบตัวเธอไปแล้ว ฉันสิรอไม่ไหวแล้ว”คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะทะเลาะกันว่าใครจะได้รังแกฉันก่อนเป็นคนแรก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจเป่ายิ้งฉุบ ฉันเป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่ถูกพวกเขาแย่งชิงได้ตามใจ ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของฉัน หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย มือของพวกเขาลูบไล้ทั่วร่างกายของฉัน ในขณะที่เสื้อผ้าของฉันถูกถอดออก ทันใดนั้นที่ด้านนอกก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นมา คนที่คร่อมร่างของฉันก็รีบถอยตัวออกไปอย่างกะทันหัน พวกเขารีบวิ่งหนีออกไปอย่างรีบร้อน “หนีเร็ว ตำรวจมาแล้ว…”พวกเขายังไม่ทันได้วิ่งหนีออกไป แต่กลับถูกตำรวจจับกุมเอาไว้ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ตำรวจยังพาตัวพ่อบุญธรรมและจ้าวต้าไห่ที่อย

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 8

    เมื่อประตูเปิดออก ฉันถึงพบว่าด้านในคือห้องส่วนตัวที่มีชายกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นสนุกเกอร์กันอยู่ หลังได้ยินเสียงเปิดประตู ผู้ชายกลุ่มนั้นก็หันมามองทางฉัน พ่อบุญธรรมลากฉันเข้าไปกลางห้อง“เถ้าแก่ทุกท่าน นี่คือเด็กโต๊ะสนุกเกอร์ของร้านเรา ให้เธอได้เล่นสนุกกับพวกคุณนะครับ ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่สนับสนุนร้านของพวกเรา พวกคุณจะเล่นอย่างไรก็ตามใจ…”“เถ้าแก่หลิว คุณพูดจริงเหรอ? อยากเล่นอะไรก็เล่นได้เลยอย่างนั้นเหรอ?”ชายคนหนึ่งที่มีหน้าม้าเดินเข้ามาหยุดที่ข้างกายฉัน สายตาจดจ้องอยู่ที่ร่างกายของฉัน จากนั้นก็กลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้เมื่อถูกสายตาของเขาจ้องมองร่างกายของฉันก็สั่นสะท้าน ฉันอยากจะหมุนตัวแล้ววิ่งหนีไป แต่กลับถูกพ่อบุญธรรมจับแขนเอาไว้“แน่นอนครับ สุ่ยสุ่ย ยังไม่รีบไปช่วยเถ้าแก่จัดโต๊ะอีก”เมื่อเห็นสายตาข่มขู่ของพ่อบุญธรรม ฉันจึงทำได้เพียงเดินเข้าไปที่โต๊ะสนุกเกอร์อย่างเชื่อฟังฉันก้มตัวลง ด้านหลังงอนขึ้นเล็กน้อยเดิมทีกระโปรงของฉันก็สั้นมากอยู่แล้ว ด้วยการเคลื่อนไหวของฉันเช่นนี้ มันยิ่งทำให้กระโปรงเลิกสูงขึ้น เผยให้เห็นช่องทางแคบด้านในเหมือนว่ามีคนมองเห็นก้นลูกพีชของฉันไปแล

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 7

    เมื่อถูกเขาบดเบียดแนบชิด ความปรารถนาภายในของฉันก็ปะทุขึ้นมา ฉันด่าตัวเองว่าไร้ยางอายอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ แค่มีผู้ชายเข้าหาก็แทบทนไม่ไหวแล้ว แต่นี่ก็จะโทษฉันไม่ได้ ใครกันที่ทำให้ฉันร่านแบบนี้ล่ะบางครั้งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่สามารถควบคุมได้จริง ๆ จ้าวต้าไห่ดึงกางเกงในของฉันลง จากนั้นก็กำลังจะเริ่มต้นเพลงรัก“นี่แกเป็นใครกัน? กล้ามาแตะต้องสุ่ยสุ่ย แกรนหาที่ตายเหรอ?”ไม่รู้ว่าพ่อบุญธรรมเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร เขาผลักจ้าวต้าไห่ออกจากตัวของฉัน ก่อนตบหน้าเขาอย่างแรง จ้าวต้าไห่ที่ไม่ได้ป้องกันตัวล่วงหน้าจึงถูกพ่อบุญธรรมผลักลงกับพื้น ในขณะที่พ่อบุญธรรมกำลังจะลงมือกับเขาอีกครั้ง จ้าวต้าไห่ก็ได้สติกลับคืนมา เขาลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากำปั้นของพ่อบุญธรรมเอาไว้“แกสิเป็นใครมาจากไหน? ฉันกับสุ่ยสุ่ยมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน…”“ฉันเป็นพ่อบุญธรรมของเธอ!”พ่อบุญธรรมได้ยินคำพูดของเขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นกว่าเดิม เขารีบพุ่งตัวจะเข้าไปทำร้ายจ้าวต้าไห่จ้าวต้าไห่ชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานก็หัวเราะเสียงเย็นออกมา“ที่แท้ก็พ่อของเธอนี่เอง เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของฉัน คุณต้องไปถามสุ่ยสุ่ยเอง เ

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 6

    “ที่พ่อเรียกเธอกลับมาครั้งนี้ ความจริงแล้วพ่ออยากขอความช่วยเหลือจากเธอ”พ่อบุญธรรมตักกับข้าวให้ฉัน ก่อนจะพูดต่อเมื่อได้ยินว่าของพ่อบุญธรรมขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันก็รีบตั้งสติแล้วมองไปทางเขา “พ่อมีเรื่องอะไรบอกมาได้เลยค่ะ”ตลอดหลายปีมานี้พ่อบุญธรรมเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี ปกติแล้วฉันก็จะช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่“พ่อเพิ่งเปิดร้านโต๊ะสนุกเกอร์มา แต่เพิ่งเปิดกิจการก็เลยไม่ดี ดังนั้นพ่ออยากลองลูกเล่นใหม่ ๆ สำหรับเรียกลูกค้า สุ่ยสุ่ย พ่ออยากให้…”เมื่อพูดถึงตรงนี้พ่อบุญธรรมก็ต้องมองมาที่รูปร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งของฉัน เขาจ้องจนฉันหน้าแดงไปหมดสายตานั้นทำให้ฉันอดนึกถึงสายตาของจ้าวต้าไห่ไม่ได้พ่อบุญธรรมคิดจะทำอะไรกันแน่?ฉันถูกเขาจ้องจนแทบจะทนรับไม่ไหว ในขณะที่กำลังคิดว่าพ่อบุญธรรมหมายความว่ายังไงกันแน่ ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น“สุ่ยสุ่ย ตั้งแต่เด็กจนโตเธอเป็นดาวโรงเรียนมาตลอด หุ่นก็ดี มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ทุกครั้งที่เธอไปไหนมาไหนจะดึงดูดสายตาผู้ชายได้เสมอ ถ้าเธอไปยืนอยู่ที่หน้าร้านโต๊ะสนุกเกอร์ของพ่อ มันจะต้องทำให้ร้านดังเป็นพลุแตกแน่นอน” คาดไม่ถึงว่าพ่อบุญธรรมอยากให้ฉันทำงานเป็นโส

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 5

    “ของดีเลยนะเนี่ย เหล่าจ้าว นายนี่เป็นคนดีเหมือนกันนะ มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ก็ยังคิดถึงพวกเราพี่น้อง”“ดูผิวพรรณของเธอสิ เนียนลื่นอย่างกับเปลือกไข่ ไม่รู้ว่าถ้าจับไปจะรู้สึกยังไง”“หึ ๆ กางเกงในก็เปียกแฉะหมดแล้ว ผู้หญิงสมัยนี้ช่างเปิดกว้างจริง ๆ เลย อยากโดนพวกลุงแกล้งจนทนไม่ไหวแล้วเหรอ?”พวกเขาเบียดตัวเข้ามาชิดฉัน เดิมทีเตียงนี้ก็เล็กอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับคับแคบยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนโอบรอบตัวของฉัน ไอความร้อนที่แผ่ขยายออกมาทำให้ฉันตัวแดงก่ำ “ไม่…ไม่นะ…”มือขนาดใหญ่ที่อุ่นร้อนก็สัมผัสร่างกายของฉันจนวุ่นวายไปหมด เขาจับตรงนี้ที บีบตรงนั้นทีความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายทั่วร่างกายของฉัน ร่างกายสั่นสะท้านความเงี่ยนปะทุขึ้นอีกครั้ง“ไม่ไหวแล้ว…ปล่อยหนูไปเถอะ…”ฉันบิดตัวไปมาอย่างต่อเนื่อง ขาทั้งสองข้างหนีบเข้าหากันจนแน่นเหมือนสามารถคีบแมลงวันตายได้ในตอนที่ฉันกำลังจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ ขาทั้งสองข้างของฉันก็ถูกคนแยกออก “ทนไม่ไหวก็อย่าทน คุณลุงมาแล้ว…”ในใจฉันรู้สึกกลัวมาก และรู้ดีว่าควรปฏิเสธ แต่ร่างกายของฉันกลับแข็งทื่อความอุ่นร้อนที่อยู่รอบกาย ทำให้ร่างกายของฉันรู้

  • ใจสั่นบนรถไฟ   บทที่ 4

    เสียงหัวเราะของจ้าวต้าไห่ดังมาจากด้านหลังฉัน “ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องร่าน ดูไม่ผิดจริง ๆ …”เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ฉันสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แข็งแกร่ง หนังศีรษะของฉันชาหนึบ จากนั้นฉันก็หันไปมองทางจ้าวต้าไห่“คุณลุงคะ ช่วย…อ่อนโยนหน่อยนะคะ หนูกลัวว่าจะรับไม่ไหว หนูไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับผู้ชายมาก่อนเลยค่ะ” จ้าวต้าไห่หัวเราะเสียงดังขึ้นกว่าเดิม “วันนี้โชคหล่นทับฉันจริง ๆ ด้วย คาดไม่ถึงว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ วางใจเถอะ ลุงจะอ่อนโยนกับเธอเอง”เขาเล็งมาที่ฉัน จากนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาด้านหน้า…“แฉะขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงเลย ลุงจะป้อนหนูจนอิ่มแน่นอน”ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำเล็กที่ลอยคว้างอยู่กลางทะเล ตัวโยกสั่นคลอนไปมา ความรู้สึกแบบนี้มันก็สุดยอดมากในขณะที่ฉันกำลังตัดสินใจปล่อยตัวปล่อยใจ ทันใดนั้นฉันก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์ด้านข้างที่กำลังถ่ายวิดีโอเอาไว้อยู่ถ้าจ้าวต้าไห่ถ่ายคลิปนี้แล้วเอาไปแบล็กเมลล์ฉันล่ะ ฉันจะทำอย่างไร? เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉันก็ได้สติขึ้นมา ฉันจับมือขนาดใหญ่ของจ้าวต้าไห่เอาไว้“คุณลุงคะ ช่วย…ปิดโทรศัพท์หน่อย…”จ้าวต้าไห่ที่กำลังสนุกสุดเหวี่ยงก็รู้สึกไม่พอใจทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status