Share

บทที่ 218

Penulis: ซีซีโหย่วอวี๋
พอถึงเวลานอน หลินซีอินก็ไม่อยากนอนเตียง

อาจจะเผื่อไว้สำหรับคนเฝ้าไข้ ห้องพักที่ดูเหมือนห้องสวีทของ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 274

    บรรยากาศตลอดมื้ออาหารหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเป็นกันเอง ท้ายที่สุดแล้ว การที่หลินซีอินออกจากโรงพยาบาลได้ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แถมในที่สุดหลินซีอินยังได้กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ตัวเองเฝ้าใฝ่ฝันหามาตลอดเสียที ไม่ใช่แค่หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเท่านั้น แต่ยังมีอาหารอย่างอื่นอีกสารพัด สรุปก็คือ... หลินซีอินที่ต้องทนกินแต่อาหารรสจืดชืดมานานจนลิ้นแทบไม่รับรู้รสชาติ ได้กินอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้ ทานข้าวเสร็จ เซียวรั่วอีก็พาหลินซีอินกลับ สรุปว่าพวกเขาสี่คนสั่งกับข้าวมาหกอย่างกับซุปอีกหนึ่งที่ และก็พากันจัดการจนเกลี้ยง เมื่อมองดูจานเปล่าบนโต๊ะ ไม่รู้ทำไมฉือเทียนหลินถึงรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงโมเมนต์อีกครั้ง ครั้งนี้พร้อมแคปชันว่า: ภารกิจกินเกลี้ยงจาน เริ่มต้นที่ตัวเรา ไม่รู้เลยว่าโพสต์นี้ทำเอาใครต่อใครเห็นแล้วถึงกับต้องขยี้ตารัว ๆ ด้วยความตกใจไปกี่คน คุณชายใหญ่ฉือเนี่ยนะ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้วเหรอ? ถึงกับรู้จักแคมเปญกินเกลี้ยงจานด้วย?ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย หลังจากส่งหลินซีอินกับเพื่อนกลับไปแล้ว ฮั่วเซียนหยางและฉือเท

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 273

    บังเอิญอะไรกัน วันนี้เขาจงใจทำชัด ๆ ถึงแม้เขาและเผยมู่เหยี่ยจะไม่ถูกกันราวกับน้ำกับไฟ แต่การที่ทั้งคู่กลับแอดเฟรนด์กันไว้นั้น คิด ๆ ดูก็น่าเหลือเชื่อพิลึก ใช่แล้ว โมเมนต์ที่เพิ่งโพสต์ไปเมื่อครู่นี้ เขาตั้งใจให้เผยมู่เหยี่ยเห็นแค่คนเดียวเท่านั้น และเผยมู่เหยี่ยจะต้องดูออกอย่างแน่นอน เพราะถึงแม้ในรูปจะเป็นแค่อาหารมื้อธรรมดา ทว่าแคปชันที่เขาเขียนคู่กันคือ: เพื่อนออกจากโรงพยาบาล มาฉลองด้วยกันแล้วคนที่ออกจากโรงพยาบาลในวันนี้ จะเป็นใครไปได้อีกล่ะถ้าไม่ใช่หลินซีอิน? ทางด้านเผยมู่เหยี่ยที่กำลังคิดหาวิธีติดต่อและหาโอกาสคุยกับหลินซีอินอยู่นั้น ก็พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็นโมเมนต์ที่ฉือเทียนหลินเพิ่งโพสต์เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ทว่าในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต่างรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี ความคิดที่จะอวดอ้างของฉือเทียนหลิน เผยมู่เหยี่ยเพียงแค่มองปราดเดียวก็เดาทางออก ต้องยอมรับเลยว่าในเรื่องพรรค์นี้ ความคิดของทั้งคู่กลับตรงกันอย่างน่าประหลาด หากเป็นเมื่อก่อน เผยมู่เหยี่ยคงทนไม่ไหว บุกไปถึงที่แล้วพาตัวหลินซีอินกลับมาอย่างอุกอาจแน่ ๆ แต่ตอนนี้ เ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 272

    เซียวรั่วอีกอดอกมองเขา: “ใครน่ะ มารับหร่วนหร่วนเหรอ จะพาไปไหน แล้วไม่ทราบว่าคุณคือใครคะ”เผยมู่เหยี่ยทำได้เพียงฝืนใจเอ่ยปาก: “ร่างกายเธอยังไม่ค่อยแข็งแรง ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ยังต้องมีคนคอยดูแล ผมเลยจะรับเธอกลับไป” เซียวรั่วอีสวนทันควัน: “เรื่องนั้นประธานเผยไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ประธานเผยงานยุ่งรัดตัวจะตายไป จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลคนอื่น วางใจเถอะ ฉันจัดการเรื่องหร่วนหร่วนเองได้” หลินซีอินเดินมาที่ประตูแล้วเอ่ยกับเผยมู่เหยี่ย: “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะ แต่ฉันไม่ต้องการหรอก” เผยมู่เหยี่ยมองเธอ: “หร่วนหร่วน กลับบ้านกับผมเถอะนะ รอให้คุณหายดีเป็นปกติแล้ว คุณอยากจะไปไหน ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเลยเด็ดขาด” “ฉันหายดีแล้วล่ะ” หลินซีอินตอบ: “จริง ๆ นะ ไม่ต้องรบกวนคุณดีกว่า” “รบกวนอะไรกัน…”หลินซีอินพูดแทรกขึ้นมา: “ฉันไม่มีทางกลับไปกับคุณหรอก ที่พูดนี่ไม่ได้เกรงใจนะ แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่มีความจำเป็นจริง ๆ” “เจ้าตัวเขาก็บอกอยู่ว่าไม่กลับ นี่คุณหูตึงหรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันแน่ มีใครเขาบังคับฝืนใจคนอื่นแบบคุณบ้างไหม” เซียวรั่วอีทนไม่ไหวต้องพูดขึ้นมา: “เผยมู่เหยี่ย คุณช่วยเคารพการตัดสินใจ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 271

    ทั้งสองคนตกลงเรื่องนี้กันอย่างเบิกบานใจ พอถึงเวลาหกโมงครึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เซียวรั่วอีเดินไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้ม: “ต้องเป็นฮั่วเซียนหยางแน่ ๆ วันนี้ไม่เลวเลย มาซะเช้าเชียว...” ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ พอเปิดประตูออกไปกลับกลายเป็นเผยมู่เหยี่ยเขายังคงหิ้วปิ่นโตเถาเดิมกับเมื่อวาน ชายหนุ่มหลุบตามองเซียวรั่วอี แววตาแฝงความเว้าวอนอยู่ลึก ๆ: “ผมมาส่งอาหารเช้า ขอเข้าไปคุยกับเธอสักสองสามคำ คุยเสร็จผมจะไปทันที” เซียวรั่วอีมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม พูดก็พูดเถอะ มีแวบหนึ่งที่เธอแอบใจอ่อน ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าของเผยมู่เหยี่ยนั้นหล่อเหลามากจริง ๆหล่อกว่าฮั่วเซียนหยางเสียอีก เซียวรั่วอีแทบจะต้านทานเสน่ห์นั้นไม่ไหว แต่เธอก็รีบดึงสติแล้วส่ายหน้า: “ไม่ได้! หร่วนหร่วนเห็นหน้าคุณแล้วเดี๋ยวจะอารมณ์เสียเปล่า ๆ” เธอก้มมองปิ่นโตในมือเขา: “นี่เอาของเมื่อวานมาให้หรือไง?” “ไม่ใช่” เผยมู่เหยี่ยรีบตอบ: “ผมเพิ่งทำใหม่เมื่อเช้า พวกคุณรับไปทานเถอะนะ” ท้ายที่สุดเซียวรั่วอีก็ทนใจแข็งไม่ไหว ยอมรับปิ่นโตมา: “เอาข้าวไว้ที่นี่แหละ ส่วนคุณก็ไม่ต้องเข้าไปหรอก รอให้หร่วนหร่วนหายดีก่อน คุณค่อยไปห

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 270

    “ไม่มีอะไรหรอก แค่จะโทรมาถามว่าอาการดีขึ้นหรือยัง พรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไรไหม” “ดีขึ้นมากแล้ว” หลินซีอินตอบ: “พรุ่งนี้เช้ามีคนเอาข้าวมาส่งให้แล้ว คุณไม่ต้องยุ่งหรอก” “หร่วนหร่วน…”“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันวางสายนะ” หลินซีอินวางสายไป เซียวรั่วอีเงียบไปครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยถาม: “แล้วทางบ้านเธอเป็นยังไงบ้าง” “หลายวันมานี้ไม่ได้โทรคุยกันเลย” หลินซีอินบอก: “ฉันให้หลินจื่อหาวเขียนใบสัญญากู้เงินไว้แล้ว เขาคงแค่หลงผิดไปชั่ววูบ ถ้าวันหน้ากลับตัวกลับใจได้ ฉันก็เบาใจแล้วล่ะ” “เดี๋ยวฉันโทรไปถามให้” เซียวรั่วอีว่า: “เพื่อนคนที่เคยช่วยฉันสืบเรื่องนี้คราวก่อนน่ะ” พอเธอโทรไป เพื่อนคนนั้นถึงได้บอกว่าติดธุระอยู่ต่างจังหวัด ช่วงหลายวันมานี้เลยไม่ได้จับตาดูหลินจื่อหาว แต่ถ้าเซียวรั่วอีอยากรู้ เขาจะรีบสั่งให้ลูกน้องไปจัดการให้ทันที เซียวรั่วอีบอกให้เขาสืบได้เรื่องเมื่อไหร่ค่อยส่งข้อความมาหา จากนั้นก็วางสายไป “จะว่าไปแล้ว หลินจื่อหาวนี่ก็ใจกล้าไม่เบานะ สถานที่แบบนั้นยังกล้าไปเหยียบอีก”เซียวรั่วอีพูดขึ้น: “พ่อแม่เธอก็เหมือนกัน แยกแยะถูกผิดไม่ออก ลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองไม่สนใจไยดี กลับไปรักหลานชายราวกั

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 269

    “ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง? ทำไม สงสารเขาเหรอ?” เซียวรั่วอีถาม ฮั่วเซียนหยางรีบตอบ: “ผมจะไปสงสารเขาทำไม” เอาเวลาไปสงสารตัวเองดีกว่าไหม เผยมู่เหยี่ยจะน่าสงสารแค่ไหน เขากับหลินซีอินก็แต่งงานกันมาตั้งหลายปี ถึงตอนนี้จะทะเลาะกันจนถึงขั้นจะหย่า แต่ยังไงก็เคยใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องมาตั้งหลายปี ไม่เหมือนเขาสักนิด ที่ตอนนี้ยังเป็นแค่คนนอกไร้สถานะ คราวก่อนตอนบังเอิญเจอเพื่อนที่รู้จักกันทั้งสองฝ่าย อีกฝ่ายเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันก็ยังนึกว่ากำลังคบกันอยู่ ผลปรากฏว่าเซียวรั่วอีกลับบอกเพื่อนไปว่า ฮั่วเซียนหยางเป็นลูกจ้างรายชั่วโมงที่มาซ่อมท่อน้ำที่บ้าน เขาเป็นถึงทนายความใหญ่ชื่อดัง เวลาไปพบลูกความค่าตัวคิดเป็นนาทีด้วยซ้ำ แต่เธอกลับบอกว่าเขาเป็นแค่ลูกจ้างรายชั่วโมง เพื่อนคนนั้นถึงกับทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ คงนึกว่าสำนักงานทนายความของฮั่วเซียนหยางล้มละลายไปแล้วกระมัง เพราะงั้น เขาจะไปสงสารเผยมู่เหยี่ยทำไมกัน? เขาต่างหากที่น่าสงสารกว่าเผยมู่เหยี่ยตั้งเยอะ “ใช่ คุณไม่ต้องไปสงสารเขาหรอก คนน่าสงสารก็ย่อมมีเรื่องให้น่ารังเกียจอยู่เสมอ” เซียวรั่วอีพูด: “ไม่เห็นจะน่าสงสารตร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status