ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว

ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว

By:  ซีซีโหย่วอวี๋Ongoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10
6 ratings. 6 reviews
100Chapters
4.5Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แต่งงานกันมาสามปี สิ่งที่เผยมู่เหยี่ยถนัดที่สุดคือการเอามีดกรีดแทงลงกลางใจของหลินซีอิน ทำให้เธอเสียใจ แม้พ่อแม่สามีจะไม่ชอบใจ แม้อาจารย์ที่ปรึกษาจะผิดหวังในตัวเธอ แต่หลินซีอินก็ยังคงอยากใช้ความจริงใจของตัวเองหลอมละลายหัวใจของสามี จนกระทั่งวันนี้ เธอถึงเพิ่งค้นพบว่าที่แท้รักแรกฝังใจของสามีก็คือคู่หมั้นของน้องชายเขา ช่างน่าขันสิ้นดี เธออยากมีลูกสักคน อย่างน้อยก็เพื่อให้อยู่เคียงคู่กับเผยมู่เหยี่ยไปจนแก่เฒ่า แต่กลับถูกบอกว่าไม่มีสิทธิ์ ช่างน่าขันยิ่งกว่า ในวันครบรอบแต่งงาน หลินซีอินเลือกที่จะจากไปอย่างเด็ดขาด เธอหันไปทุ่มเทให้กับการทำวิจัย คว้ารางวัลใหญ่ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ เธอเปล่งประกายเจิดจรัส ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่รายล้อมและคอยตามจีบเธอมีมากจนนับไม่ถ้วน สามปีต่อมา หลินซีอินจูงมือเด็กคนหนึ่งเดินออกมาจากโรงพยาบาลสูตินรีเวช เผยมู่เหยี่ยพุ่งเข้ามาขวางหน้าเธอราวกับคนบ้า “คุณท้องเหรอ?” หลินซีอินกลับยิ้มออก เธอปรายตามองเขาจากมุมที่เหนือกว่า “ฉันจะมีลูก แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับอดีตสามีอย่างคุณด้วย?”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

หลินซีอินรู้สึกแปลกใจว่าเมื่อคืนเผยมู่เหยี่ยเป็นบ้าอะไร ถึงได้ทรมานเธอบนเตียงขนาดนั้น

แต่เช้าวันนี้ เธอก็ได้รู้สาเหตุ

น้องชายสามีของเธอกำลังจะหมั้นหมาย

และคู่หมั้นก็คือรักแรกในดวงใจของเผยมู่เหยี่ยผู้เป็นสามีของเธอ

พูดง่าย ๆ ก็คือ หญิงในดวงใจที่เผยมู่เหยี่ยรักแต่ไม่อาจครอบครอง กำลังจะแต่งงานกับน้องชายแท้ ๆ ของเขานั่นเอง

ช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้

เมื่อนึกถึงตอนที่เผยมู่เหยี่ยบีบเอวเธอไว้แน่นเมื่อคืน นัยน์ตาแดงก่ำ กระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง เธอก็พลันรู้สึกตลกร้ายสิ้นดี

หลินซีอินเดินลงมาข้างล่าง เผยมู่เหยี่ยก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะออกจากบ้าน

ส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้ชายหนุ่มมีกลิ่นอายความกดดันแผ่ออกมาโดยธรรมชาติ

การอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน ทำให้ผู้คนมักจะมองข้ามหน้าตาของเขา แล้วไปจดจ่อกับออร่าอันทรงพลังบนตัวเขาเสียมากกว่า

แต่แท้จริงแล้ว เผยมู่เหยี่ยมีใบหน้าที่หล่อเหลา ต่อให้เขาจะดูเย็นชาและเคร่งขรึม ก็ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีช่วงไหล่กว้างและเอวสอบ รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เรียวขาทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อผ้าชั้นดี ขับเน้นให้เห็นถึงพละกำลังและความแข็งแกร่ง

หลินซีอินรู้มาตั้งนานแล้วว่า คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเผยผู้นี้เป็นคนหนักแน่น เคร่งขรึม และสำรวมตนอยู่เสมอ

ราวกับว่าบนโลกใบนี้ ไม่มีเรื่องใดที่จะสามารถสั่นคลอนอารมณ์ของเขาได้

ยกเว้นเพียงแค่ รักแรกคนนั้น…

หลินซีอินพยายามข่มความขมขื่นในใจลงไป ไม่มองหน้าเขา แล้วเดินตรงไปยังห้องอาหาร

นัยน์ตาสีดำขลับของเผยมู่เหยี่ยกวาดมองเรือนร่างของเธอรอบหนึ่ง จากนั้นก็หลุบตาลงจัดระเบียบกระดุมแขนเสื้อ แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านไป

ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเลย

เมื่อได้ยินเสียงปิดประตู หลินซีอินก็ยิ้มขมขื่น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองจะสามารถยอมรับชีวิตคู่แบบ “เคารพซึ่งกันและกันแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง” นี้ได้

ทว่าเธอกลับควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้ และค่อย ๆ ถลำลึกตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ไปทีละน้อย

เธอทานอาหารเช้าอย่างไม่รู้รสชาติ แววตาเลื่อนลอย

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอรับสายแล้วลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

จนกระทั่งตกบ่าย หลินซีอินก็ยุ่งอยู่กับงานในสถาบันวิจัยจนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

เธอเข้าขากับหลี่อวิ๋นซีที่เป็นคู่หูคนก่อนได้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงถูกสั่งย้ายไป ส่วนอาจารย์อู๋ที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่ถนัดเรื่องข้อมูลพวกนี้เอาเสียเลย

เธอต้องทำงานของสองคนด้วยตัวคนเดียว บวกกับมีเรื่องให้คิดในใจ ก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นไปอีก

พอยุ่งจนเสร็จแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ถึงได้เห็นว่าเผยมู่เหยี่ยส่งข้อความมา มีเพียงคำสั้น ๆ อย่างเย็นชาว่า : ตอนเย็นกลับบ้านต้นตระกูล

หลินซีอินเดาว่า คงจะประกาศเรื่องงานแต่งงานของเผยอวิ๋นชิงและหมิงชิงหว่านแล้ว

เผยอวิ๋นชิงเป็นน้องชายต่างมารดาของเผยมู่เหยี่ย

ส่วนหมิงชิงหว่าน ก็คือรักแรกที่เผยมู่เหยี่ยเฝ้าคะนึงหาไม่เคยลืมนั่นเอง

พี่น้องสองคนตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน

งานเลี้ยงครอบครัวคืนนี้... คงจะครึกครื้นน่าดู

เมื่อหลินซีอินมาถึงบ้านใหญ่ตระกูลเผย พอกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็เหลือบไปเห็นเผยมู่เหยี่ยและหมิงชิงหว่านตรงหัวมุม

ระยะห่างค่อนข้างไกล จึงไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน

แต่เธอเห็นเผยมู่เหยี่ยยื่นถุงของขวัญใบหนึ่งส่งไปให้

รอยยิ้มบนใบหน้าของหมิงชิงหว่านนั้นช่างดูมีความสุขและหอมหวานเหลือเกิน

เธอเงยหน้าที่มีใบหน้าบอบบางและงดงามขึ้น บนใบหน้านั้นมีความน่าทะนุถนอมและอ่อนหวานชวนมองอย่างที่หลินซีอินมักจะเห็นเป็นประจำ

ส่วนเผยมู่เหยี่ย จากมุมนี้สามารถมองเห็นใบหน้าด้านข้างของเขา สันจมูกโด่งเป็นสัน กรามคมชัด มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

เป็นรอยยิ้มแบบที่ไม่มีวันปรากฏให้เห็นเลยเวลาที่เขาอยู่กับเธอ

หัวใจดวงนี้ราวกับถูกจับแช่ลงในน้ำกรดในชั่วพริบตา ทั้งขมขื่นและปวดร้าว

หลินซีอินจิกเล็บลงบนฝ่ามือของตัวเอง ดึงสายตากลับมา แล้วก้าวขาเดินขึ้นบันได

ส้นรองเท้ากระทบกับขั้นบันไดหินจนเกิดเสียงดังขึ้นแผ่วเบา

เผยมู่เหยี่ยมองตามเสียง รอยยิ้มที่มุมปากเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เย็นชาและใบหน้าที่เคร่งขรึม

หลินซีอินมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวแล ยกมือขึ้นเปิดประตู

เผยมู่เหยี่ยเบี่ยงตัวทำท่าจะเดินออกไป

หมิงชิงหว่านเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่มู่เหยี่ย พรุ่งนี้บ่ายพี่มีเวลาว่างไหมคะ? อวิ๋นชิงเขาต้องไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา พี่ช่วยไปโรงพยาบาลสัตว์เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”

เผยมู่เหยี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พรุ่งนี้บ่ายฉันมีประชุม... เดี๋ยวขอดูก่อนนะ เข้าบ้านไปก่อนเถอะ ข้างนอกมันหนาว”

หมิงชิงหว่านส่งยิ้มให้ “พี่มู่เหยี่ยเข้าไปก่อนเถอะค่ะ ฉันขอโทรหาอวิ๋นชิงหน่อย”

พอมองดูเผยมู่เหยี่ยเดินจากไป หมิงชิงหว่านก็ยกมุมปากขึ้น ในรอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความมั่นใจและมุ่งมาดปรารถนาอย่างแรงกล้า

หลินซีอินเพิ่งจะเดินเข้ามาในห้อง ก็ได้ยินเสียงค่อนขอดดังขึ้น

“มากินข้าวที่บ้าน ยังต้องให้คนเชิญแล้วเชิญอีก จะวางมาดใหญ่โตไปถึงไหน? เธอเป็นสะใภ้ตระกูลเผยนะ ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าเธอเป็นบรรพบุรุษตระกูลเผยเสียอีก! แต่งงานแล้วก็ไม่รู้จักอยู่บ้านปรนนิบัติสามีเลี้ยงลูก ซักผ้าทำกับข้าว ยังจะออกไปเสนอหน้าข้างนอกอีก ใช้ได้ที่ไหนกัน!”

หลินซีอินเงยหน้ามองไป โจวอวี้ซู่ผู้เป็นแม่เลี้ยงของเผยมู่เหยี่ยนั่งอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูสง่างามหรูหราและมีราศีไม่ธรรมดา

ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับเย้ยหยันถากถาง โอหังและจองหองยิ่งนัก

ตระกูลเผยเป็นตระกูลใหญ่มีธุรกิจมากมาย หลังจากที่นายท่านจากไป ก็ได้เผยมู่เหยี่ยเป็นคนคอยแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้

โจวอวี้ซู่เป็นแม่เลี้ยง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเผยมู่เหยี่ยตึงเครียด แน่นอนว่าย่อมหวังให้สมบัติของตระกูลเผยตกเป็นของลูกชายตัวเองทั้งหมด

เธอไม่ชอบเผยมู่เหยี่ย และยิ่งไม่ชอบหลินซีอินมากขึ้นไปอีก

ปีนั้นนายท่านเป็นคนจัดการให้เผยมู่เหยี่ยแต่งงานกับหลินซีอิน ทุกคนต่างก็มองว่าตระกูลหลินไม่คู่ควรกับตระกูลเผยเลยสักนิด

มีเพียงโจวอวี้ซู่ที่รู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ดีแล้ว

คนที่เผยมู่เหยี่ยแต่งงานด้วยยิ่งฐานะต่ำต้อยเท่าไหร่ วันข้างหน้าหากเผยอวิ๋นชิงหาภรรยาที่ฐานะทัดเทียมกัน โอกาสชนะก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับว่าที่คู่หมั้นของลูกชายคนปัจจุบันนี้ โจวอวี้ซู่รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ตระกูลหมิงมีลูกชายสองคน และมีลูกสาวเพียงคนเดียว จึงตามใจอย่างถึงที่สุด

พี่ชายทั้งสองคนของหมิงชิงหว่านก็ดีกับเธอมาก ซึ่งในอนาคตก็จะกลายเป็นกำลังเสริมให้กับเผยอวิ๋นชิงได้เช่นกัน

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันเช่นนี้ หลินซีอินก็ยิ่งไร้ค่าไร้ราคา เวลาที่ไม่มีใครอยู่ โจวอวี้ซู่จึงยิ่งทำตัวกำเริบเสิบสานกับเธออย่างไม่เกรงใจใคร

ทว่า เธอเพิ่งจะพูดจบ เผยมู่เหยี่ยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหลินซีอิน

เขายกมือขึ้น ฝ่ามือทาบลงบนแผ่นหลังระดับเอวของหลินซีอิน น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยว่า “มายืนทำอะไรตรงนี้? เข้าไปสิ”

หลินซีอินเบี่ยงตัวหลบมือของเขา เปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไปข้างใน

มือใหญ่ของเผยมู่เหยี่ยกำหมัดแน่น จนเห็นข้อต่อกระดูกชัดเจน

โจวอวี้ซู่ลุกขึ้นยืน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมาะสม “มู่เหยี่ยมาแล้วเหรอ รีบเข้ามาสิ ใกล้จะได้เวลาทานข้าวแล้ว”

เผยมู่เหยี่ยเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทำไมคุณถึงมาอยู่ในห้องนั่งเล่นล่ะ? ไม่ใช่ว่าควรจะอยู่ในห้องครัวหรอกหรือ? ในเมื่อแต่งงานเข้ามาในตระกูลเผยของผมแล้ว ก็ต้องปรนนิบัติสามีเลี้ยงดูลูก ซักผ้าทำกับข้าวไม่ใช่หรือไง”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviewsMore

Sainam
Sainam
รอนะคะ สนุกมากกก
2026-08-11 11:15:53
0
0
Mam
Mam
ไม่เห็นอัพต่อเลยค่ะ
2026-08-09 19:37:17
0
0
สิริพร กําจัดพาล
สิริพร กําจัดพาล
คุณนักเขียนมาอัพหน่อยค่า กำลังสนุก
2026-08-02 18:17:16
0
0
DR1726
DR1726
สนุกอยู่นะคะ แต่ไม่จบ
2026-07-30 23:39:50
0
0
ตูน ตูนส์
ตูน ตูนส์
อัพเดทเรวๆค่าา🥹
2026-07-11 20:40:17
1
0
100 Chapters
บทที่ 1
หลินซีอินรู้สึกแปลกใจว่าเมื่อคืนเผยมู่เหยี่ยเป็นบ้าอะไร ถึงได้ทรมานเธอบนเตียงขนาดนั้นแต่เช้าวันนี้ เธอก็ได้รู้สาเหตุน้องชายสามีของเธอกำลังจะหมั้นหมายและคู่หมั้นก็คือรักแรกในดวงใจของเผยมู่เหยี่ยผู้เป็นสามีของเธอพูดง่าย ๆ ก็คือ หญิงในดวงใจที่เผยมู่เหยี่ยรักแต่ไม่อาจครอบครอง กำลังจะแต่งงานกับน้องชายแท้ ๆ ของเขานั่นเองช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้เมื่อนึกถึงตอนที่เผยมู่เหยี่ยบีบเอวเธอไว้แน่นเมื่อคืน นัยน์ตาแดงก่ำ กระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง เธอก็พลันรู้สึกตลกร้ายสิ้นดีหลินซีอินเดินลงมาข้างล่าง เผยมู่เหยี่ยก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะออกจากบ้านส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้ชายหนุ่มมีกลิ่นอายความกดดันแผ่ออกมาโดยธรรมชาติการอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน ทำให้ผู้คนมักจะมองข้ามหน้าตาของเขา แล้วไปจดจ่อกับออร่าอันทรงพลังบนตัวเขาเสียมากกว่าแต่แท้จริงแล้ว เผยมู่เหยี่ยมีใบหน้าที่หล่อเหลา ต่อให้เขาจะดูเย็นชาและเคร่งขรึม ก็ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามไปได้ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีช่วงไหล่กว้างและเอวสอบ รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เรียวขาทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยเนื
Read more
บทที่ 2
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกเลี้ยงที่เย็นชาและทรงอำนาจคนนี้ โจวอวี้ซู่ไม่เคยได้เปรียบเลยสักครั้งเธอไม่กล้าชนกับเขาตรง ๆ ทำได้เพียงลอบเล่นตุกติกอยู่ลับหลัง เธอรู้ดีว่าที่เขาพุ่งเป้ามาที่เธอ เป็นเพราะเพิ่งได้ยินสิ่งที่เธอพูดถึงหลินซีอินไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั้นดีเด่มากมายอะไร แต่เป็นเพราะอำนาจของเผยมู่เหยี่ยนั้นไม่อนุญาตให้ใครมาสอดปากต่างหากปีนั้นเผยมู่เหยี่ยจำใจแต่งงานกับหลินซีอินเพราะทนแรงกดดันจากนายท่านไม่ไหว ทั้งคู่ทำได้เพียงให้เกียรติกันตามมารยาทเท่านั้น ว่ากันว่าในใจของเผยมู่เหยี่ยมีคนอื่นอยู่แล้ว โจวอวี้ซู่จึงรอคอยที่จะดูเรื่องตลกนี้มาตั้งนานแล้วโจวอวี้ซู่ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่ยิ้มเจื่อน “ฉันแค่ล้อซีอินเล่น ซีอินเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันยังรอให้เธอสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เชิดหน้าชูตาให้ตระกูลเผยอยู่เลย จะให้เธอเข้าครัวได้ยังไง”คำพูดนี้ช่างฟังดูแฝงนัย แฝงความเจ็บแสบและประชดประชันอยู่ไม่น้อยนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาจนถึงตอนนี้ จะมีสักกี่คนกันเชียว เผยมู่เหยี่ยถอดเสื้อสูทออกแล้วโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ผมอยากรู้จร
Read more
บทที่ 3
โจวอวี้ซู่ใจหายวาบการแต่งงานครั้งนี้เธอพึงพอใจมาก ย่อมไม่หวังให้เผยมู่เหยี่ยเข้ามาขัดขวางแต่เธอก็ไม่กล้าแตกหักกับเผยมู่เหยี่ย จึงทำเป็นมองไม่เห็นใบหน้าเย็นชาของเขา แล้วยิ้มถามเผยเย่าไห่ว่า “ไม่อย่างนั้นก็เป็นสุดสัปดาห์นี้เลยเถอะค่ะ ให้อวิ๋นชิงนำของขวัญไปที่บ้านของชิงหว่านก่อน แล้วทั้งสองครอบครัวค่อยร่วมโต๊ะทานข้าวกัน”เผยเย่าไห่เพิ่งจะพยักหน้า โทรศัพท์มือถือของหลินซีอินก็ดังขึ้นเธอรีบรับสาย จากนั้นก็ลุกขึ้น โบกมือให้กับคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารเพื่อเป็นสัญญาณขอตัว “อวิ๋นซี มีอะไรหรือเปล่า?”น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล ใบหน้างดงามชวนมองเธอคุยโทรศัพท์พร้อมกับเดินห่างออกไปเผยมู่เหยี่ยได้ยินดังนั้น ก็มองไปที่หลินซีอินด้วยความสงสัยโจวอวี้ซู่พึมพำประโยคหนึ่ง “คงจะยุ่งล่ะมั้ง”หมิงชิงหว่านเอ่ยขึ้น “ถึงเวลานั้นก็มาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยกัน พี่มู่เหยี่ยก็มาด้วยสิคะ”เผยมู่เหยี่ยพยักหน้า หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือ จากนั้นก็ลุกขึ้นโดยไม่เอ่ยคำใด ก้าวขายาวเดินออกไปข้างนอกเผยเย่าไห่ร้องเรียกเขา “แกจะไปไหน? ข้าวก็ยังกินไม่เสร็จเลย!”หมิงชิงหว่านเรียกเขาอีกครั้ง “พี่มู่เหยี่ย!”เผยมู่เหยี่ยถึงได้หันกล
Read more
บทที่ 4
หลินซีอินรู้ดีว่าอารมณ์หงุดหงิดของเขามาจากไหน ส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวกับการหมั้นหมายของหมิงชิงหว่านในใจของเธอรู้สึกขมขื่นมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจปัดมือของเผยมู่เหยี่ยออก แล้วก้าวขาลงจากเตียง “คืนนี้ฉันไปนอนห้องรับแขกแล้วกันค่ะ”เผยมู่เหยี่ยไม่พูดอะไร เพียงแค่ยื่นมือไปคว้าข้อมือของเธอ แล้วดึงตัวคนให้ล้มลงมา“เผยมู่เหยี่ย ฉันไม่อยากทำ” หางตาของหลินซีอินแดงเรื่อ “คุณช่วยให้เกียรติฉันหน่อยได้ไหม?”“ผมเป็นสามีของคุณ ตอนนี้ผมมีความต้องการ แล้วคุณช่วยให้เกียรติผมบ้างได้ไหม?”“มีครั้งไหนบ้างที่ฉันไม่ยอมปล่อยให้คุณทำตามใจชอบ ฉันเคยขัดขืนด้วยหรือไง?”ท่าทางของทั้งสองคนดูแนบชิด ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเผยมู่เหยี่ยแค่นหัวเราะเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “หลินซีอิน การทำเรื่องแบบนี้กับผมมันทำให้คุณทรมานขนาดนั้นเลยหรือ?”เมื่อได้ยินดังนั้น หลินซีอินก็หลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบงัน……เสียงน้ำไหลซู่ซ่าดังมาจากในห้องน้ำ หลินซีอินตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องรับแขกหลังจากนั้นไม่กี่วัน หลินซีอินก็นอนที่ห้องรับแขกมาตลอด และเผยมู่เหยี่ยก็
Read more
บทที่ 5
หลินซีอินโบกมือให้เธอ “รีบมาสิ”เจียงอวี่ฝานวิ่งยิ้มเข้ามา พร้อมกับยัดน้ำเต้าหู้ในมือส่งให้ “รีบดื่มสิ ยังร้อนอยู่เลย”เจียงอวี่ฝานก็ทำงานที่สถาบันวิจัยเหมือนกัน แต่เธอไม่ได้สัมผัสกับเนื้องานหลัก ๆ สักเท่าไหร่นัก“ฉันกินข้าวมาแล้วล่ะ” หลินซีอินดึงเธอให้นั่งลง “พักไปตั้งหลายวัน รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”ที่บ้านของเจียงอวี่ฝานมีธุระ จึงลางานไปหลายวันเธอพยักหน้า “จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว”ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เจียงอวี่ฝานก็มองเธอด้วยท่าทีอึกอักเหมือนมีอะไรอยากจะพูดหลินซีอินยื่นห่อคุกกี้ให้เธอ “อันนี้อร่อยนะ เธอชิมดูสิ มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะ ทำไมต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ด้วย”เจียงอวี่ฝานก้มหน้าลง “มะ เมื่อวานฉันเห็นเผยมู่เหยี่ยด้วย”หลินซีอินชะงักไปเล็กน้อย ประหลาดใจเล็กน้อย “เธอไปเห็นเขาได้ยังไง?”ปกติเผยมู่เหยี่ยมักจะอยู่ที่บริษัท ต่อให้จะออกไปข้างนอก เขาก็มักจะไปในสถานที่ที่ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น“ที่ร้านสัตว์เลี้ยง” เจียงอวี่ฝานมองหน้าเธอ “อยู่กับหมิงชิงหว่าน พวกเขาดู...เหมือนคู่รักกันเลย”หมิงชิงหว่านเลี้ยงลูกหมาไว้ตัวหนึ่ง เป็นพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ทั้งน่ารักและสวยมากเจียงอวี
Read more
บทที่ 6
จะว่าไปก็แปลก พอเธอพูดจบ เมื่อมองเห็นหลินซีอิน ปอมเมอเรเนียนก็เห่าขึ้นมาทันทีหมิงชิงหว่านอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง หลุบตาลงพลางพูดต่อ “ฉันเอาเล่อเล่อออกไปก่อนนะคะ”เธอรีบนำเล่อเล่อไปไว้ข้างนอกประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาหลินซีอินนั่งลงเรียบร้อยแล้วเผยเย่าไห่พูดไกล่เกลี่ย “ซีอินเพิ่งมา เล่อเล่อยังไม่คุ้นเคยกับเธอ รออีกสักสองสามวันก็ไม่เห่าแล้วล่ะ”โจวอวี้ซู่กลับพูดว่า “แปลกจริงเชียว ไม่กัดคนอื่น แต่กลับจะกัดซีอิน”เผยอวิ๋นชิงก็เสริม “ใช่ครับ เล่อเล่อออกจะแสนรู้ขนาดนั้น”หมิงชิงหว่านปรายตามองหลินซีอินแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ฉันได้ยินมาว่า...จริง ๆ แล้วน้องหมามีเซนส์นะคะ มันสัมผัสได้ว่าใครมีเจตนาดี หรือใครมีเจตนาร้ายกับมัน พี่ซีอิน อย่าเพิ่งไม่ชอบมันเลยนะคะ มันว่าง่ายมากจริง ๆ!”เดิมทีหลินซีอินไม่อยากจะแก้ตัวอะไร แต่พอได้ยินหมิงชิงหว่านพูดแบบนี้ เธอก็ไม่คิดจะยอมทนอีก “เพิ่งเจอกันครั้งแรก ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็จะกัดฉันแล้ว จะว่าไป ฉันควรจะเป็นฝ่ายตำหนิเจ้านายของมันที่สั่งสอนมาไม่ดีมากกว่า”ขอบตาของหมิงชิงหว่านแดงก่ำขึ้นมาทันที “พี่ซีอิน แต่ก่อนเล่อเล่อไม่เคย
Read more
บทที่ 7
หลินซีอินยืดหลังตรง มีเพียงปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยลำคอระหงของเธอ ทำให้ท่ายืนตอนนี้นิ่งสง่าดูหยิ่งทระนงไม่ต่างจากหงส์ขาวเธอมองเผยมู่เหยี่ยที่เดินเข้ามา สายตาเย็นชา ดื้อรั้นไม่ยอมเอ่ยปากหมิงชิงหว่านสะอื้นไห้พลางเอ่ยขึ้น “ฉันไม่ดีเอง ขอโทษค่ะ...พี่มู่เหยี่ย พี่อย่าว่าพี่ซีอินเลยนะคะ”หลินซีอินหลุบตาลงมองเธอร้องไห้ “หลีกหน่อย ขวางทาง”ทั้งสองคนยืนขวางทางเดินจนมิดเสียงสะอื้นของหมิงชิงหว่านดังขึ้นกว่าเดิมหลินซีอินเบี่ยงตัวจะเดินเข้าไปด้านใน เผยมู่เหยี่ยก็คว้าข้อมือของเธอไว้โดยตรงหลินซีอินมองเขาตรง ๆ ในแววตาที่เย็นชาแฝงไปด้วยความดื้อรั้นและไร้ซึ่งความหวาดกลัวเพียงแต่ไม่มีความรักใคร่หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยเผยมู่เหยี่ยสัมผัสได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของเธอ จึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมามากกว่าปกติ “ซีอิน คุณเป็นพี่สะใภ้ สมควรที่จะยอมให้น้องสะใภ้บ้าง”รอยร้าวในใจของหลินซีอิน ตอนนี้ราวกับว่ามันได้แตกสลายกลายเป็นผุยผงไปแล้วความรักและความรู้สึกเหล่านั้น ล้วนไหลไปตามเลือดลมทั่วสรรพางค์กายพร้อมกับเศษซากเหล่านี้เจ็บปวดราวกับถูกเข็มทิ่มแทงเธอหลับตาลง แล้วลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วเธอ
Read more
บทที่ 8
“ทำไมถึงมีคำถามเยอะนัก” เผยมู่เหยี่ยเริ่มหมดความอดทน “ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เดี๋ยวฉันยังมีประชุมอีก”ลู่จั่วฝานหัวเราะ “อย่าสิ นาน ๆ ทีจะได้ยินนายพูดแบบนี้ การง้อคนก็ต้องมีวิธีการของมัน นายต้องบอกให้ฉันรู้ก่อนว่าคนที่นายจะง้อคือใคร หลินซีอินเหรอ? ไม่มั้ง? ทำไมกัน พวกนายสองคนนอนเตียงเดียวกันจนเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมาแล้วหรือไง?”เผยมู่เหยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง “ย่อมไม่ใช่เธออยู่แล้ว”ลู่จั่วฝานหัวเราะลั่น “โอเค ๆ ไม่แกล้งนายแล้ว ง้อชิงหว่านใช่ไหม? งั้นก็พูดง่าย เด็กผู้หญิงน่ะ ล้วนชอบซื้อของทั้งนั้น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ เลือกซื้อแต่ของแพง ๆ ก็พอ”เผยมู่เหยี่ยหมดความอดทน “แค่นี้นะ วางล่ะ”“เฮ้ย! เผยมู่เหยี่ย นายมันพวกเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล…”เผยมู่เหยี่ยไม่สนใจเสียงโวยวายจากปลายสาย เขากดวางสายไปทันทีผู้ช่วยพิเศษเยว่หลินเจ๋อเคาะประตูเดินเข้ามาเพื่อรายงานความคืบหน้าของงานตามปกติรอจนเขาพูดจบ เผยมู่เหยี่ยก็เสนอความเห็นสองสามข้อ แล้วพูดปิดท้ายว่า “ทางผู้เฒ่าหลี่มีงานประมูลการกุศล คุณไปประมูลเครื่องประดับกลับมาสักชิ้น”เยว่หลินเจ๋อจดบันทึกไว้ “ครับ”เมื่อไม
Read more
บทที่ 9
“ชอบไหม?” เผยมู่เหยี่ยบังคับพวงมาลัยด้วยมือเดียว ไม่ได้มองเธอ แววตาแฝงความหยอกเย้าอย่างผู้ที่มั่นใจในชัยชนะหลินซีอินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “สวยมาก”ไม่ได้บอกว่าชอบหรือไม่ชอบเผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว “ไม่ชอบเหรอ? ลองใส่ดูสิ”หลินซีอินปิดกล่องเครื่องประดับเสียงดังฉับ “ชอบ ขอบคุณ”เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว “ชอบแต่ทำท่าทีแบบนี้น่ะเหรอ?”หลินซีอินมองตรงไปข้างหน้า ไม่วอกแวก “ออกรถเถอะ ไม่ใช่ว่าจะกลับบ้านเหรอ?”“หลินซีอิน!” เผยมู่เหยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความโกรธเอาไว้ “แล้วคุณยังโกรธอยู่ไหม?”หลินซีอินยิ้ม “ฉันเหรอ? แน่นอนว่าไม่โกรธ”“ดี งั้นต่อไปห้ามพูดเรื่องหย่าอีก” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยแฝงความรู้สึกเหมือนผู้เหนือกว่าที่กำลังให้ทาน “ถือว่าเราดีกันแล้วนะ”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองความจริงหลินซีอินรู้สึกประหลาดใจมากที่เผยมู่เหยี่ย... จะซื้อของขวัญมาง้อเธอถ้าเป็นเมื่อก่อน หลินซีอินอาจจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากไปแล้วแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีมากมายเหลือเกิน หัวใจที่แหลกสลายของหลินซีอิน จะซ่อมแซมให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นได้ยังไงหลินซี
Read more
บทที่ 10
หลินซีอินหลุบตาลง บดบังความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้เผยมู่เหยี่ยจับมือของเธอไว้ “คุณบอกผมมาสิ”หลินซีอินรู้สึกแสบจมูก ขอบตาร้อนผ่าวที่แท้เผยมู่เหยี่ยก็มีมุมที่อ่อนโยนดั่งสายน้ำเช่นกัน เพียงแต่ช่างน่าขันนัก เมื่อก่อนเธอเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าหมิงชิงหว่านเท่านั้นกลิ่นหอมเย็นเยียบของชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ เขายื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก“คุณต้องการอะไร ผมจะพยายามหามาให้คุณทั้งหมด” น้ำเสียงเย้ายวนใจของเผยมู่เหยี่ยดังขึ้นเหนือศีรษะ “ขอแค่ไม่พูดเรื่องหย่า ได้ไหม?”น้ำเสียงของเขาไพเราะอยู่แล้ว เมื่อปราศจากความเย็นชา ก็เหลือเพียงความทุ้มต่ำและเซ็กซี่ที่ปลุกเร้าให้ใจสั่นแก้มของหลินซีอินแนบชิดกับหน้าอกของเขา สองหูได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอย่างหนักแน่นของเขาในวินาทีนี้ โลกทั้งใบราวกับถูกปกคลุมไปด้วยสีสันอันอ่อนโยนหัวใจที่บอบช้ำของหลินซีอิน ราวกับเริ่มกลับมาเต้นอย่างดื้อรั้นอีกครั้งเธอแค่นยิ้มเยาะตัวเองรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าสมเพชแม้จะมาถึงจุดนี้ เธอก็ยังคงหวั่นไหวได้ง่ายดายเหลือเกินขอเพียงคนคนนี้คือเผยมู่เหยี่ยเนิ่นนานผ่านไป เธอจึงเอ่ยปากเสียงเบา “ไม
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status