Share

บทที่ 236

Penulis: ซีซีโหย่วอวี๋
หลินซีอินนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

ส่วนเซียวรั่วอีก็ตวัดสายตามองค้อนและไม่อยากจะเสวนาด้วยเลยสักนิด

ฮั่
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 242

    หลินซีอินขมวดคิ้วฉับ เผยมู่เหยี่ยจะพูดแบบนี้ทำไมกัน? เธอแค่ต้องการให้เขามาปรากฏตัว เพื่อให้ทุกคนเชื่อสนิทใจว่าเธอแต่งงานแล้วจริง ๆ ก็เท่านั้น ไม่ได้อยากให้เขามาสุงสิงใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ มากนัก พูดกันตามตรง เผยมู่เหยี่ยก็เป็นแค่เครื่องมือของเธอเท่านั้นเอง เพราะสำหรับหลินซีอินแล้ว สถานะแต่งงานแล้วถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยตัดปัญหาความวุ่นวายไปได้เยอะ แต่ถ้าปล่อยให้เผยมู่เหยี่ยคลุกคลีกับเพื่อนร่วมคลาสมากเกินไป เรื่องที่จะหย่ากันก็อาจจะปิดเอาไว้ไม่อยู่ แล้วถึงตอนนั้นเธอคงต้องมานั่งรับมือกับคำถามอีกสารพัด หลินซีอินดึงแขนเผยมู่เหยี่ยไปคุยกันที่สุดทางเดิน เธอขมวดคิ้วมองหน้าเขา: “คุณทำอะไรของคุณน่ะ ทำไมถึงบอกว่าจะเลี้ยงข้าวทุกคน” “พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมคลาสของคุณ ส่วนผมก็เป็นสามีคุณ การที่ผมจะเลี้ยงข้าวพวกเขา มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง” “ไม่ปกติค่ะ” หลินซีอินเถียง: “เรากำลังจะหย่ากันแล้วนะ” “แล้วคุณแนะนำผมให้พวกเขารู้จักทำไมล่ะ” เผยมู่เหยี่ยสวนกลับ: “หรือว่าตอนนั้นคุณลืมไปแล้วว่าเรากำลังจะหย่ากัน” หลินซีอินถึงกับไปไม่เป็น จะให้บอกออกไปตรง ๆ ได้ยังไงล่ะว่าคุณมันก

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 241

    ฉือเทียนหลินยกยิ้มมุมปาก: “หร่วนหร่วน งั้นผมไปก่อนนะ รอถึงวันที่คุณหย่าเมื่อไหร่ ผมจะเหมาพลุมาจุดฉลองเลย” หลินซีอินโบกมือลาเขาอย่างอ่อนใจ: “ขับรถดี ๆ ล่ะ” คล้อยหลังฉือเทียนหลิน เธอถึงหันไปมองเผยมู่เหยี่ย: “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” “นี่คุณอยู่กับเขาทุกวันเลยงั้นสิ?” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยฟังดูไม่สบอารมณ์นัก หลินซีอินเอ่ยว่า: “คุณวางใจเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้หย่า ฉันรู้สถานะของตัวเองดี และจะไม่เปิดโอกาสให้ใครมาครหาตระกูลเผยได้หรอก ฉันกับฉือเทียนหลิน เราก็เป็นแค่เพื่อนธรรมดากัน...” “คุณคบหมอนั่นเป็นเพื่อนเนี่ยนะ?” เผยมู่เหยี่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ: “คำพูดของผม คุณเอาหูทวนลมไปหมดแล้วใช่ไหม” “ประธานเผยคะ” หลินซีอินมองหน้าเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง: “ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องให้คุณมาสอนหรอกนะคะ ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่อมรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คุณพูดมาเถอะค่ะ ตกลงว่ามีธุระอะไรกันแน่” เผยมู่เหยี่ยเงียบไปอึดใจหนึ่ง ไม่ยอมปริปากพูดอะไร เอาแต่จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น หลินซีอินขมวดคิ้ว: “ถ้าคุณไม่พูด ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันยุ่งมาก” “คุณยุ่งเรื่องอะไรนักหนา” ในที่สุดเผยมู่เหย

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 240

    ดังนั้น ตอนนี้พอเห็นท่าทางวัน ๆ ไม่ทำอะไรของฉือเทียนหลิน เธอจึงอดคิดไม่ได้ว่า ทั้งที่เป็นประธานบริษัทเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมถึงได้ต่างกันขนาดนี้นะ “ผมจะบอกอะไรให้นะ เผยมู่เหยี่ยก็แค่ทำเป็นยุ่งไปงั้นแหละ ความจริงมันจะมีงานอะไรให้ทำเยอะแยะขนาดนั้น ไม่แน่ว่าหมอนั่นอาจจะแอบซุกอีหนูไว้ข้างนอกก็ได้…” เขาพูดพลางหันไปมองหลินซีอิน พอเห็นเธอยิ้มก็อดถามไม่ได้: “คุณขำอะไรน่ะ” หลินซีอินตอบ: “เขาจะเลี้ยงใครก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอกค่ะ ยังไงเราก็กำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว” “ก็จริงแฮะ” ฉือเทียนหลินว่า: “พูดไปพูดมา กลายเป็นว่าผมเอาเขามานินทาลับหลังซะงั้น” แต่ไม่รอให้หลินซีอินเอ่ยอะไร เขาก็เสริมขึ้นมาอีก: “แต่ต่อให้อยู่ต่อหน้าเขา ฉันก็กล้าพูดแบบนี้แหละ!” หลินซีอินเงียบ ไม่ได้ตอบรับอะไร ฉือเทียนหลินเอียงคอ หลุบตามองหญิงสาว: “ตอนนั้นคุณตาบอดหรือไง ถึงได้ยอมแต่งงานกับหมอนั่น” คำถามแบบนี้ดูจะล้ำเส้นความสัมพันธ์ที่เพิ่งรู้จักกันไปสักหน่อย หลินซีอินไม่มีทางเอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้เขาฟังแน่ เมื่อเห็นเธอเงียบ ฉือเทียนหลินก็แค่นเสียงเหอะในลำคอ: “ยังดีที่ตาบอดไม่สนิท ยังรู้จักขอหย่า”ตลอดทางหลังจากนั้น

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 239

    อันที่จริงตั้งแต่ก้าวพ้นประตูมหาวิทยาลัยเข้ามา หลินซีอินก็คิดอยากจะแยกทางกับฉือเทียนหลินแล้ว เธอเอ่ยถามขึ้น: “รถคุณจอดอยู่ไหนคะ ฉันคงไม่เดินไปส่งแล้ว ขอตัวนะคะ”“ผมยังไม่รีบกลับ ขอเดินไปส่งคุณที่ห้องเรียนก่อนแล้วกัน” “ไม่ต้องหรอกค่ะ…” ทว่าหลินซีอินยังพูดไม่ทันจบประโยค พอสบเข้ากับสายตาของฉือเทียนหลิน เธอก็รู้ได้ทันทีว่าต่อให้ตัวเองพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ ผู้ชายคนนี้... อะไรที่เขาตัดสินใจไปแล้ว ย่อมไม่มีทางเปลี่ยนใจ หลินซีอินจึงเลือกที่จะเงียบ ทั้งสองเดินเคียงกันไปข้างหน้าโดยไม่มีใครเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ฉือเทียนหลินก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ: “เรื่องหย่า... ตกลงว่าจัดการไปถึงไหนแล้ว” หลินซีอินทำได้เพียงตอบสั้น ๆ: “ใกล้เสร็จแล้วค่ะ” “ถ้าติดขัดหรือมีปัญหาอะไรก็บอกผมได้นะ” ฉือเทียนหลินกล่าว: “ยังไงซะพวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนกัน” “ทราบแล้วค่ะ” หลินซีอินไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยแย้งเขา: “ขอบคุณนะคะ”หากเลือกได้ หลินซีอินไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาเลยสักนิด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเผยมู่เหยี่ย หลินซีอินเพียงแค่ไม่อยากข้องแวะกับพวกคนใหญ่คนโตก็เท่านั้น เหมือนอย่างเรื่

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 238

    หลินซีอินไม่พูดอะไรอีก เซียวรั่วอีจึงเอ่ยขึ้นว่า: “คุณไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็หัดเงียบปากซะบ้างเถอะ”“ทำไมผมต้องเงียบด้วย?” ฉือเทียนหลินเริ่มไม่สบอารมณ์: “ที่ผมพูดไม่ใช่ความจริงหรือไง? เรื่องหย่านี่พูดกันมาตั้งนานแค่ไหนแล้ว หลินซีอิน... หรือว่าคุณเปลี่ยนใจไม่อยากหย่าแล้ว?” หลินซีอินตอบเสียงแผ่ว: “ฉันจะหย่า” ฉือเทียนหลินมองหน้าเธอ: “คุณควรจะหัดสู้คนให้มากกว่านี้หน่อยรู้ไหม? เห็นท่าทางของคุณตอนนี้แล้ว ผมยังอดไม่ได้ที่จะอยากแกล้งคุณเลย…” เขายังพูดไม่ทันจบก็คงรู้สึกตัวว่าคำพูดฟังดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ จึงยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นมาจิบแก้เก้อ เซียวรั่วอีถลึงตาใส่เขา: “คุณกล้าแกล้งหร่วนหร่วนของเราก็ลองดูสิ!”ฉือเทียนหลินถลึงตาตอบ: “ก็คุณทำท่าทางเหมือนยอมให้คนอื่นเขารังแกเอง จะมาโทษผมได้ไง?” หลินซีอินรู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก อันที่จริงเธอเป็นคนนิสัยค่อนข้างเย็นชามาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน เพื่อนในห้องหลายคน โดยเฉพาะพวกผู้หญิงจึงไม่ค่อยสนิทกับเธอนัก แต่ก็มีบางคนที่พอได้มาคลุกคลีกันแล้วกลับชอบเธอมาก พวกเขาบอกว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้หยิ่งอย่างที่เห็นภายนอกเลยสักนิด หลินซีอินไม่เคยค

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 237

    ฮั่วเซียนหยางพูดขึ้น: “นายก็พูดซะเว่อร์เกินไป คนที่บ้านไม่มีใครเขาสนใจหรอกว่านายจะชอบผู้ชายหรือผู้หญิง สรุปคือ ขอแค่มีใครสักคนยอมรับนายไปดูแลได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพศไหน คนที่บ้านก็พร้อมจะบูชาเขาเป็นพระโพธิสัตว์แล้ว!” “ไสหัวไปเลย!” ฉือเทียนหลินตวาดแหวด้วยความโกรธปนอับอาย: “ใครใช้ให้นายแส่ไม่ทราบ!” ฮั่วเซียนหยางเถียงกลับ: “นิสัยเสีย ๆ แบบนาย อย่าว่าแต่ผู้ชายเลย คางคกสักตัวยังหาทำยาไม่ได้เลย!” “ฮั่วเซียนหยาง!” แต่ฮั่วเซียนหยางมีหรือจะยอมถูกข่มขู่ด้วยท่าทีแบบนั้นง่าย ๆ: “นายจะตะโกนเสียงดังทำไมฮะ ฉันพูดผิดตรงไหน วัน ๆ เอาแต่ผีเข้าผีออก ไม่เห็นหัวใคร หยิ่งยโสจองหอง แถมยังนิสัยเสียโคตร ๆ เหมือนกับกองขะ...” พูดยังไม่ทันขาดคำ เซียวรั่วอีก็หยิกหมับเข้าให้: “กินข้าวกันอยู่นะ เลิกพูดจาชวนอ้วกสักทีได้ไหม!” “ขอโทษครับ” ฮั่วเซียนหยางรีบขอโทษขอโพยทันที: “ผมผิดไปแล้ว” ฉือเทียนหลินแค่นเสียง: “ถ้ามีความรักแล้วต้องมานั่งยอมก้มหัว ง้อจนไม่เหลือศักดิ์ศรีแบบนาย ฉันยอมโสดดีกว่า!” หลินซีอินที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น เมื่อก่อนตอนอยู่ต่อหน้าเผยมู่เหยี่ย เธอเอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status